NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Evil God//เกิดใหม่เป็นเทพปิศาจ แต่ผ่านไป1000ปีไม่มีใครมาปราบ จึงตัดสินใจไปโรงเรียนดีกว่า

Ch.16 - อะไรที่ซ่อนลึกอยู่ในดันเจี้ยน 2


ผู้เหลือรอดจากภัยพิบัติปิศาจครั้งที่สี่

คำพูดของฟูเมเลสทำเอาทุกคนตกใจ

[โกหก! ไม่มีทางที่แกจะยังมีชีวิตยู่นี่!]

ทีไรซ่าตะโกนออกมา

มันดูไม่เหมือนปิศาจที่เคยถูกฆ่าทั้งหมด

ไงก็เถอะ พวกผู้บริหารก็ยังหาได้ยากอยู่ดี

แล้วก็นะ เค้าไม่ควรจะสามารถซ่อนตัวได้สิ

 

ก่อนอื่นเลยนะ ปิศาจมีนิสัยก้าวร้าวและไม่ค่อยหนี

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมในตอนที่ราชาปิศาจโดนฆ่า พวกผู้บริหารระดับสูงก็ตายเป็นปกติในการต่อสู้

เมื่อโอกาสเล็กน้อยที่พวกเค้าจะหนี  พวกเค้าจะจัดไว้อันดับบนสุดของรายการสิ่งที่ต้องการเลยล่ะ

ถ้าพวกผู้บริหารระดับสูงยังมีชีวิต มนุษย์จะไม่สามารถมีชีวิตได้อย่างสงบใจ

[ข้าไม่ได้โกหก.......ควรให้ข้าแสดงให้ดูมั้ยล่ะ?พลังของข้านั่นน่ะ]

ความกดดันมาคิของเค้าเพิ่มมากขึ้นอีก และทุกคนเริ่มค่อยๆล่าถอย

[เราควรออกจากที่นี่]

ชั้นแนะนำอย่างใจเย็น

หมอนั่นพยายามจะไล่ตามพวกเรา แต่ถ้าพวกเราผ่านประตูเคลื่อนย้ายเราก็สามารถหนีออกไปได้

 

เราตัดสินใจว่ามันเป็นการตัดสินใจหนีดีที่สุด และภายใต้การนำของยูฟิเลีย เราก็ออกจากปราสาทมาได้

ฟูเมเลสไม่พยายามไล่ตามเรามา

 

ทันทีที่เราออกมาจากปราสาท บางอย่างเข้ามาอยู่ในสายตาชั้น

มันเป็นบางอย่างที่อยู่เหนือการคาดการณ์ของชั้น

[อะไรน่ะ?]

มีพวกปิศาจอยู่ด้านนอกพวกมันน่าจะเป็นลูกน้องของฟูเมเลส-----ปิศาจกว่า1000ตัว

[มีพวกมันมากเกินไป......นี่มันไม่ใช่จำนวนที่จะอยู่ในดันเจี้ยนได้นะรู้มั้ยเห้ย]

ขณะที่ชั้นกำลังบ่น ฟูเมเลสก็มาด้านหลังชั้น

[คิดจะหนีโดยที่ข้ายังพูดเรื่องของข้าไม่จบเนี่ยนะ ปาร์ตี้ผู้กล้าช่างไม่มีความอดทนจริงๆ]
[เรื่องของแกเรอะ?,]

ยูฟิเลียจ้องไปที่ฟูเมเลส

[ถ้าเธอใช้เวลา400ปีในความมืดมัว เธอจะอยากมาคุยกับมนุษย์ด้วยนั่นแหละนะ]

[แกพูดเรื่องอะไรของแกเนี่ย?]

[ถ้าข้าใช้กำลังพูด ข้าคิดว่ามันจะเป็นการโอ้อวด มีทหารกว่า1000คนในกองทัพของข้าเลยล่ะ]

[แกคิดว่านั่นทำให้แกเอาชนะมนุษยชาติด้วยจำนวนแค่นั้นอ่ะนะ]

คำพูดของยูฟิเลียไม่ใช่การบลัฟ

ในตอนที่ราชาปิศาจเกิด มีจำนวนมากกว่าที่อยู่ที่นี่ถึงสิบเท่า

 

ด้วกองทัพแค่นี้มนุษยชาติจะไม่ถูกคุกคาม

ถ้าดูแค่จำนวนนั่นอานะ

[มีปิศาจไม่มากที่เหลือรอด ข้ามีปัญหาเล็กน้อยในการสืบหาพวกเค้า โดยเฉพาะไอพวกที่แอบอยู่รอบๆน่ะ]

ปิศาจมาล้อมพวกเรา

เรายืนเป็นวงกลม

[อุ๊!]

ชั้นไม่สามารถทนดูหน้าของยูฟิเลียได้

เธอ ผู้เป็นผู้กล้าและผู้นำ ต้องสิ้นหวังที่จะหาทางออกจากาถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี่

[มันไม่ประมาทไปเหรอที่คิดว่าพวกเราจะเอาชนะมนุษยชาติด้วยปิศาจแค่1000ตน  จำนวนคือพลัง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าเพิ่มจำนวนพวกมัน รวมถึงพวกนี้ด้วย!]

เหมือนตอบสนองต่อคำพูดของฟูเมเลส พวกทหารออกมาจากปราสาทอีกทีหนึ่ง

พวกโกเลม นักรบกระดูห และสัตว์เวทมนต์อื่นๆ

กูล มังกรซอมบี้ และมอนสแตอร์อันเดดอื่นๆ

[นี่มัน.........มันมีจำนวนเท่าไหร่กันนี่!?]

สีหน้ายูฟิเลียซีดไปด้วยความสิ้นหวัง

[ข้าหยุดนับไปนานแล้วโว้ย!]

จำนวนพวกมันอยู่ในหลักหมื่น ไม่สิ มากกว่านั้นอีกว่ะ

สำหรับ400ปีแล้ว ดูเหมือนว่าเค้าจะสร้างสิ่งมีชีวิตเวทมนต์ผ่านเวทย์เนโครแมนซี่และพวกอันเดดผ่านเวทย์อันเดด

 

แม้จะคิดว่าพวกเราตกอยู่ในสถานการณ์สินหวั้งตั้งแต่โดนศัตรูกว่าหมื่นล้อมแล้วก็เถอะ ไม่มีอะไรที่พวกเราทำได้แล้ว

ทุกคนต้องกำลังคิดอย่างนั้นอยู่แน่

ไอริสและเจมี่หน้าซีดและกำลังตัวสั่นขณะที่เตรียมอาวุธของพวกเธอ

ทีไรซ่าพึมพำบางอย่างด้วยเสียงเบาๆ

ไงก็เถอะด้วยอีวิลเอียส์ชั้นสามารถได้ยินมันอยู่ดี

 

[ถ้าชั้นปลดปล่อยพลังเวทย์ทั้งหมดและทำลายตัวเอง.....ชั้นจะสามารถพาไปกับชั้นได้เท่าไหร่กันนะ....?]

เธอพยายามหาทางออกโดยเสียสละตัวเอง

ชั้นจับมือทีไรซ่าอย่างนุ่มนวล TN : ตุย้ายกองอวยแม่ม

..

---มันจะไม่เป็นอะไร แค่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชั้นเอง

..

ชั้นพูดมันเบาๆ มันน่าสงสัยว่าเธอได้ยินชั้นรึเปล่า

ชั้นสงสัยว่าเธอได้ยินชั้น?เธอดูเหมือนจะเหม่อจากมัน แต่เธอพยักหน้า

ยูฟิเลียกำลังจ้องไปที่ฟูเมเลส

เธอเตรียมดาบศักสิทธิ์ริดิรุและจุดไฟวิญญาณของเธอ

[ยูฟี่!หยุดมันซะ!]

ยูฟิเลียหันไปหาฟูเมเลสโดยไม่ฟังคำพูดของชั้น

เพียงแค่นั้นด้วยดาบที่ชักออกมา ยูฟิเลียพุ่งไปหาฟูเมเลส

[มู่วววววว!]

ฟูเมเลสสร้างบาเรียเพื่อป้องกัน

เมื่อริดิรุและบาเรียปะทะกันมีเสียงรุนแรงดังก้อง และบาเรียถูกตัดลง

[ชิส์!]

เมื่อฟูเมเลสตระหนักว่าบาเรียของเค้าแตก เค้าหลบมันโดยการกระโดดหลบไปข้างๆ

[ชั้นทำมันได้! ถ้ามันเป็นริดิรุแล้วล่ะนะ!]

ยูฟิเลียพุ่งไปหาฟูเมเลสอีกครั้ง

ยังไงก็เถอะริดิรุซึ่งหยุดอยู่ด้านหน้ามันโดนผลักจากแรงที่แข็งแกร่งจากด้านใต้และหมุนลอยไปในอากาศ

ดาบปลิวไปด้วยกรงเล็บของฟูเมเลส

ยูฟิเลียมองไปที่ดาบที่ปลิวหลุดจากมือเธอไป

[เธอยังเป็นเด็กน้อยนัก]

ฟูเมเลสเล็งไปที่ยูฟิเลียและเตะออกมา

ชั้นรับยูฟิเลียที่กระเด็นออกมา

[อว๊าาา!]

ไอริสร่ายฮีลใส่ยูฟิเลียที่เลือดกบปากอยู่

[ลองมองที่ดาบสิและที่ห่างไกลจากศัตรูของเธอเป็นหลักฐานว่าเธอถูกครอบงำโดยดาบนั่น]

ฟูเมเลสหยิบริดิรุขึ้นมาซึ่งมันปักอยู่กับพื้น

[ไงก็เถอะ ไม่ใช่ว่าข้าไม่เข้าใจ ดาบศักสิทธิ์ริดิรุ หนึ่งในอาวุธในตำนานที่ผู้กล้านั่นเคยใช้ฆ่าท่านราชาปิศาจ แม้แต่สาวน้อยอย่างเธอก็สามารพังบาเรียของชั้นด้วยมันได้ล่ะนะ]

[คะ คืนมันมานะ!]

[ข้าไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ นี่มันอันตรายที่จะปล่อยให้กับเธอ]

เมื่อสิ้นสุดการรักษาของยูฟิเลีย ชั้นก็พูดเบาๆ

[เราจะถอยกลับเดี๋ยวนี้]

[ยังไงล่ะ!?เราถูกล้อมโดยสมบูรณ์เลยนะ]

[เราจะฝ่ามันไป!]

ชั้นร่ายเวทย์ขณะที่ตอบยูฟิเลีย

[ทอร์นาโด/Tornado]

ทอร์นาโดขนาดใหญ่ปรากฏมาพุ่งไปที่ทางออก และพวกปิศาจก็ปลิวตามกันไป

[รีบไปเร็วเข้าเซ่!]

[แม้นายจะพูดยังงั้น ถ้าพวกเราวิ่งผ่านทอร์นาโดเราก็จะโดนมันพัดปลิวไปด้วยนะ]

[นั่นจะหายไปในไม่ช้า แค่วิ่งไปน่า!]

เมื่อชั้นพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ทั้ง4คนก็เริ่มวิ่งไป

ตามที่ชั้นพูดทอร์นาโดหายไปแล้ว

เมื่อทอร์นาโดหายไปพวกปิศาจก็พยายามจะจับพวกเธอ

ไงก็เถอะ----

[ทอร์นาโด]

ทอร์นาโดใหญ่กว่าที่เคยปรากฏก่อนหน้า ชั้นสร้างมันเพื่อสาวๆและทางออกอยู่ตรงกลาง

ในตรงกลางไม่มีลมกรรโชก

ตอนนี้พวกเธอสามารถหนีออกไปได้

[แรงดึงดูด/Gravity]

แทบจะตอนเดียวกันชั้นก็ปล่อยเวทย์ถัดไป

เวทย์นั่นควบคุมแรงดึงดูด นี่ทำให้ร่างกายชั้นเบาขึ้น tn : ที่จริงต้องหนักป่าววะ แต่อิงเขียนว่าเบาอ่ะ

แรงลมของทอร์นาโดเข้าในระยะของชั้นแล้ว

 

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกถ้าชั้นปลิวไป แต่นี่มันเรื่องของความเท่ห์เฟ้ย
[โฮ่....]

ฟูเมเลสดูชั้นด้วยความสนใจ

เพราะว่ามาคิของปิศาจระดับสูงล้นออกมาและทนต่อการถูกพัดไปได้

มีตัวอื่นที่ไม่ใช่ฟูเมเลสประมาณ5ตัว

เข้าเข้าใจว่าพวกนั้นเป็นผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติครั้งที่สี่แน่

 

ยูฟิเลียและสาวๆสังเกตเห็นแล้วว่าชั้นไม่ได้ตามพวกเธอไป และเริ่มลังเล

ปากของยูฟิเลียกำลังขยับ

ในแรงลมนี้เป็นปกติที่จะไม่สามารถได้ยินมันล่ะนะ

[ไม่มีทางที่เราจะทิ้งแอชทัลไว้คนเดียวที่นี่!]

ไงก็เถอะชั้นสามารถได้ยินมั้ยด้วยอีวิลเอียส์

ชั้นชี้ไปที่ทางออกเงียบๆบอกพวกเธอให้รีบเข้าและออกไปซะ

ในที่สุดพวกเธอก็ตัดสินใจ แล้วเข้าประตูเคลื่อนย้ายไป

เหลือแค่กองทัพกว่าแสนกำลังล้อมชั้นอยู่

[แกเป็นใครกันวะ? ในทั้ง5คนแกไม่มีกลิ่นอายแม้แต่น้อย ข้าไม่สามารถรู้สึกอะไรได้เลย ยังไงก็เถอะ ตั้งแต่แกใช้เวทย์ระดับนั้นแสดงว่าแกไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาสินะ]

ชั้นเอามือล้วงกระเป๋าและมองฟูเมเลส

พวกปิศาจเหมือนจะไม่พอใจในท่าทีของชั้น

[และท่าทีนั่น ไม่เหมือนก่อนหน้า แกดูไม่กลัวเลย]

จนกระทั่งตอนนี้ชั้นกังวลเกี่ยวกับทั้ง4คน

แต่ตอนนี้ ชั้นไม่มีอะไรให้ต้องกลัวอีกแล้ว

แม้ขณะโดนล้อมโดยศัตรูกว่าแสน มีมีอะไรต่างจากตอนชั้นนั่งกินน้ำชากับตาแก่หรอกว่ะ

[ยังไงซะแกก็ไม่ฆ่าพวกเราอยู่แล้ว]

[โฮ่ แกสังเกตเห็นงั้นเรอะ?]

ฟูเมเลสทำหน้าตกใจ

[แม้สาวน้อยจะเป็นอย่างนั้น ผู้กล้าก็คือผู้กล้า ถ้าข้าพยายามปิดปากโดยฆ่าเธอ ดันเจี้ยนนี้จะถูกสงสัย

ในที่สุด เวลาก็มาถึงแล้วข้าล่ะเบื่อที่จะอาศัยในดันเจี้ยนนี้แล้ว]

[นั่นฟังดูน่าสนุกดีนี่หว่า]

[อา ปิศาจเกิดมาพร้อมความเป็นปรปักษ์ต่อมนุษย์  พร้อมกับจิตวิญญาณการต่อสู้และแรงกระตุ้นที่จะทำลาย]

นั่นเป็นกฎของโลกนี้ เป็นกฎที่พระเจ้าสร้างขึ้น หรือว่ามันเป็นอย่างนี้อยู่แล้วตั้งแต่พวกมันมาที่โลกนี้

ไม่ว่าจะยังไง ปิศาจไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามมัน

[แกควรมีชีวิตและเล่าให้ผู้คนฟังถึงความน่ากลัวของพวกข้า มันเป็นทางที่น่าสนใจกว่า]

[แกไม่เข้าใจเรอะ!]

ฟูเมเลสให้ชั้นสองมือในการรับความตั้งใจของชั้น

นอกเหนือจากมนุษย์ ชั้นเข้าใจกระบวนการคิดของปิศาจดี

 

มีศัตรู ดังนั้นจึงฆ่าพวกเค้า พวกมันสังหารหมู่พวกเค้า

มีศัตรู ดังนั้นจึงได้รับอนุญาตให้มีชีวิตอยู่ได้

 

มีสองแพทเทินนั่น

ราชาปิศาจลำดับที่4คิดมาก่อนแล้ว

 

[งั้นชั้นสามารถกลับบ้านได้ยัง]

[ไม่]

[เหหหหห!]

 

ชั้นคิดว่าถ้าชั้นพยายามออกไปตอนนี้มันจะเป็นการมองข้าม

[ก่อนอื่น ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนกลับบ้าน มันจะดีกว่าถ้าแค่คนดียว]

จริงว่ามันอาจจะแย่ถ้ามีผู้รอดชีวิตแค่คนเดียว

[แกไม่กลัวพวกข้า ลพวกข้าไม่รู้ตัวตนของแก ตามที่คาด เราไม่สามารถปล่อยแกและโอกาสนี้ไปได้]

[อ้องั้นเหรอ? แต่โทษทีว่ะ ชั้นไม่ได้รับอนุญาตให้สู้ นั่นเป็นกฏน่ะ]

[กฎเหรอ? แกเป็นใครกันวะ?]

[ถ้าแกอยากจะรู้ แกควรจะกลับมาหาชั้นอย่างถูกต้องนะ]

เหมือนตัวตนของชั้นกำลังหายไป ตัวชั้นลีบเล็กลง

[เทคนิคเคลื่อนย้ายเรอะ!? นั่นมันไร้สาระน่า มิตินี้ควรจะผนึกมันไว้สิ!]

นั่นเป็นการเข้าใจผิดว่ะ เทคนิคเคลื่อนย้ายปกติไม่สามารถใช้ในมิติย่อยได้ นั่นไม่ใช่โลกจริง

สำหรับเทพปิศาจที่ปกติเกิดในมิติย่อยแล้ว เรามีเทคนิคที่ช่วยให้เราเคลื่อนย้ายได้แม้ในที่นี้

ร่างของชั้นหายไปจากมิติย่อย

...

...

...

แม่ทัพปิศาจฟูเมเลสยังมีชีวิตอยู่
ข้อมูลนั่นควรจะกระจายไปอาณาจักรบริททอนจากผู้กล้าทั้ง4
และมนุษยชาติจะถูกบังคับให้รับรู้ว่า
ภัยพิบัติปิศาจครั้งที่4นั่นยังไม่จบ

..

มนุษยชาติจะจดจำได้
อดีตของพวกเค้าที่ไม่สามารทำอะไรได้
ความอัปยศอดสูของการจำนน
ความทุกข์ทรมานจากการถูกกดขี่
ความน่ากลัวของพวกปิศาจ




NEKOPOST.NET