NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Evil God//เกิดใหม่เป็นเทพปิศาจ แต่ผ่านไป1000ปีไม่มีใครมาปราบ จึงตัดสินใจไปโรงเรียนดีกว่า

Ch.15 - อะไรที่ซ่อนลึกอยู่ในดันเจี้ยน 1


เช้าวันถัดมา พวกเราทั้ง5ได้มารวมกันอยู่หน้าเคนเจียน

[อา นั่นมัน.....]

ชั้นสังเกตเห็นอะไรบางสิ่งแตกต่างจากเมื่อวาน

ยูฟิเลียพาดาบศักสิทธิ์ริดิรุมาด้วย

[เมื่อชั้นเล่าให้พวกเค้าฟังเกี่ยวกับเมื่อวาน ท่านพ่อกับท่านแม่ก็ตกลงให้ชั้นนำมันมาด้วยน่ะ]

ยูฟิเลียชูนิ้วเป็นตัวVด้วยความมั่นใจ

สมาชิกผู้งดงามแห่งราชวงศ์ผู้น่ารำคานลูกตาของคุณ  ชั้นล่ะสงสัยว่าประเทศนี้จะไม่เป็นไรแน่เรอะวะเนี่ย

แน่นอนว่า ด้วยระดับของสมบัติที่เราพบเมื่อวาน สถานการณ์ทางการเงินของประเทศนี้ไม่ได้ดีขึ้นหรอกนะ

จุดจบดูเหมือนจะเป็นหนทางที่ยาวไกล

..

..

..

มีทางตันน่าสัยอีกสองที่

ชั้นรีบสำรวจมันก่อน และเส้นทางที่ชั้นเปิดล่าสุดไม่ได้ช่วยอะไรเล้ย

[ทำลายกำแพงแม่งเลยเถอะ]

มันเป็นความเจ็บปวดที่กังวลเกี่ยวกับทุกสิ่งเหมือนที่ชั้นทำเมื่อวาน

ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ชั้น แต่ยูฟิเลียเองก็คิดแบบเดียวกันด้วย

[ไม่เป็นไรเหรอนั่น? เราจะทำยังไงถ้ามีโอกาสที่ดาบศักสิทธิ์จะพังอ่ะ?]

นึกถึงเรื่องเมื่อวานแล้ว เจมี่กลายเป้นพวกตาขาวขึ้นมาซะงั้น

ตามคาด ได้ยินอย่างนั้นยูฟิเลียก็ลังเลขึ้นมา

[ดาบศักสิทธิ์และหอกเทพไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ แต่เป็นอาวุธที่สร้างโดยเทพโบราณหรือบางสิ่ง พวกมันไม่สามารถซ่อมได้ ดังนั้นถ้ามันมีโอกาสเล็กน้อยที่จะพังขึ้นมา มันจะเป็นความสูญเสียของมนุษยชาติเลยล่ะ]

[คุณไม่สามารถชดใช้สำหรับมันด้วยระดับเดียวกับสมบัติเมื่อวานหรอกนะคะ]

ทีไรซ่าพูดอย่างตั้งใจและไอริสแจ้งให้ทราบอย่างจริงจัง

[มันตรงข้ามเลยเฟ้ย ถ้ามันไม่สามารถทำลายกำแพงนี่ได้มันไม่ควรถูกเรียกว่าดาบศักสิทธิ์ด้วยซ้ำน่ะสิ

แม้มันจะไม่สามารถทำลายกำแพงได้เพราะผู้ใช้แข็งแกร่งไม่พอ มันก็จะไม่พังหรอกนะ] TN : เสี้ยมซะงั้น

[ชั้นคิดว่ามันก็จริงนะ ถ้าชั้นไม่สามารถทำลายกำแพงด้วยมันได้ ชั้นจะไม่สบายใจที่จะใช้มันสู้กับราชาปิศาจน่ะ]

ยูฟิเลียเหมือนจะเชื่อในคำพูดของชั้น แต่ความจริงแล้ว ชั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันล่ะนะว่าราชาปิศาจจะแข็งกว่ากำแพงนี่น่ะ

[ฮ่าาาาาาาาาา]

ยูฟิเลียเสริมร่างกายเธอด้วยคิ มันเป็นนินคิของผู้กล้า มีบางคนที่เรียกว่ายูคิ

เมื่อยูฟิเลียเหวียงริดิรุลง การปะทะสร้างประกายไฟที่รุนแรง

.

จีจจจจจจจจจจ

.

เสียงของการตัดโลหะดังก้อง

เมื่อเสียงหายไป กำแพงก็ถูกผ่าเป็น2ซีก หลังจากนั้นแพงก็หายไปราวกับหมอก

[สุดยอดเลย]

เจมี่ชื่นชมตรงๆ

ไอริสและทีไรซ่าปรบมือเงียบๆ

[แฮ่ก!แฮ่ก!]

ยูฟิเลียหายใจหนักและเหงื่อออก

[ดูเหมือนว่ามันจะกินแรงมากกว่าที่พวกเราคิดนะ]

เสียงทีไรซ๋าฟังดูสงสัย

[แฮ่ก แฮ่กก....มันแค่หมายถึงชั้นยังไม่บรรลุการใช้ริดิลุเท่านั้นแหละ]

ยูฟิเลียติติงตัวเอง

[แล้วก็ เหมือนว่ามันจะใช้ทั้งหมดของเธอ ดังนั้นแน่นอนว่าเธอจะเหนื่อยล่ะนะ]

ชั้นมองไปอีกฝั่งของกำแพง

มีหลุมอยู่บนพื้นและมีบันไดห้อยลงไปจากมัน

[ดูเหมือนนี่จะเป็นเส้นทางที่ถูกต้องะ แต่นายสามารถตรวจสอบเส้นทางอื่นก่อนได้มั้ย?]

ถ้าพวกเราเข้าไปผ่านที่นี่ สิ่งมีชีวิตในดันเจี้ยนอาจจะมาโจมตีพวกเรา

ตามความสอดคล้องกับความเห็นของยูฟิเลีย ชั้นตัดสินใจตรวจสอบทางตันที่สุดท้าย

..

..

โชคร้ายหน่อยที่ไม่มีอยู่ที่นั่น

ระหว่างรอยูฟิเลียพักฟื้น เราลงไปยังใต้ดินชั้น3

[จากตรงนี้ เราอาจถูกโจมตีโดยศัตรูได้ ดังนั้นได้โปรดระวังกันด้วย]

ยูฟิเลียกำชับให้พวกเราป้องกันตัวและพวกเราพยักหน้ายอมรับ

จนถึงกระทั่งตอนนี้ ดันเจี้ยนถูกพลางเหมือนถูกทอดทิ้ง ดังนั้นพวกเราเลยไม่โดนโจมตี

ยังไงก็เถอะ ตราบเท่าที่ส่วนลึกไม่ถูกเปิดเผย ไม่มีความจำเป็นสำหรับพวกมันที่ต้องซ่อน

 

[อุว๊าาาาาาาาา!]

[แซ่กแซ่กแซ่กแซ่กแซ่กแซ่ก]

กับดักหลุม แน่นอนว่าชั้นตกไปตั้งแต่ชั้นอยู่หน้า

ด้านล่างชั้นมีหนามเต็มไปหมด

ดีนะที่ไอบาเรียกันทุกอย่างของชั้นปัดมันออกไปได้ ดังนั้นชั้นเลยไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย

[นายไม่สามารถรับรู้ถึงกับดักเหรอ?]

ทีไรซ่ารีบมองลงมาที่ชั้นจากด้านบน

[ไม่ได้มีทักษะอย่างนั้นเฟ้ย พวกหัวขโมยพบกับดักด้วยความรู้ของพวกเค้า ประสบการณ์และสัญชาตญาณนะ]

แน่นอนว่า ชั้นไม่มีอะไรอย่างนั้นหรอก ชั้นไม่รู้แม้แต่พื้นจะเปิดขึ้นตรงกลาง

ถ้าสำรวจผนังและพื้นทั้งหมดเพื่ออะไรที่มันแปลกๆชั้นก็จะสังเกตเห็น

ไงก็เถอะ นั่นต้องการสมาธิเป็นอย่างมากและใช้เวลามาก ดังนั้นชั้นไม่ทำหรอกว่ะ

[ที่สำคัญกว่านั้น คุณเป็นอะไรมั้ยคะ?]

ไอริสเรียกชั้นอย่างกังวล การรักษาเป็นงานของนักบวช หรือเธอนั่นเอง

ชั้นพยักหน้าเบาๆ

[ลอยตัว/Floating]

ทีไรซ่าร่ายเวท์ท่ทำให้คุณลอยได้ใส่ทุกคน

ในสถานที่ที่ไกลออกไป ชั้นหยุดทุกคนไว้

[มีอะไรผิดปกติเหรอ?]

ยูฟิเลียเอามือกุมดาบและมองไปรอบๆ

[ไม่ว่าอะรก็ตาม อย่าแตะตัวชั้นนะ เธอมองเห็นอะไรรึเปล่า?]

ชั้นชี้เป้าไปที่ด้ายเส้นหนึ่ง สำหรับสิ่งนั้นเหมือนเซนเซอร์อินฟราเรดมากกว่า

ยังไงก็เถอะมันใช้วิทยาการเวทมนต์ล่ะนะ TN : ใช้วิทยาการเวทมนต์แทนเทคโนโลยีเวทมนต์เน้อ

[หืมมม----]

เจมี่หรี่ตาลงและเข้าใกล้ยิ่งขึ้นไปอีกขณะจ้องไปที่มัน

[おひ、vたる! まhyる] แปล เฮ้! มันกำลังจะโดนเธอแล้วนะเห้ย

ชั้นรีบร้อนและพูดอย่างเงอะงะ

[อ๊ะ โทษที โทษที ชั้นสนใจมันจริงๆน่ะ]

[ชั้นไม่เห็นอะไรเลย มีบางสิ่งที่นั่นเหรอ?]

ยูฟิเลียก้มลงและเปลี่ยนมุม แต่เหมือว่าเธอจะไม่เห็นอะไร

สำหรับชั้นที่ใช้อีวิลอายส์ ไอเส้นนั้นจะเปิดการทำงานของกับดักจะมองเห็นได้ชัดเจนเลยล่ะ

เส้นตั้งนอนกับเท้าของชั้น และอยู่บริเวณอก มีเส้นดิ่งหนึ่งเส้นและเส้นเฉียงหนึ่งเส้น

ชั้นอธิบายรายละเอียดแก่พวกเธอ และนำทางข้ามกับดักไป

[เฮ้ นายชนที่ไหนของนายน่ะ?]

[โทษที แต่มันช่วยไม่ได้ แทบไม่มีวิธีที่จะไม่ชนเธอได้น่ะ]

ยูฟิเลียโกรธและหน้าเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่มันช่วยไม่ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงกับดัก

ด้วยเหตุนี้ ชั้นจึงอยู่ด้านหลัง แต่ไม่มีศัตรูโผล่มาล่ะนะ

..

..

พวกเรากำลังไปใต้ดินชั้น4ในตอนนี้

[ไม่มีอะไรโผล่มาจนถึงจุดจบเลยนะคะ]

ไอริสถอนหายใจขณะพูด

ความตึงเครียดตลอดเวลาจะส่งผลต่อเธอ

[ นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้.......เมื่อมีข่าวลือเกี่ยวกับดันเจี้ยนที่สุดยอดแล้วเมื่อพวกเราไปแล้วมันไม่มีอะไรที่นั่นเลยล่ะ]

ทีไรซ่าต้องพูดถึงวิหารแห่งความมืดแน่ๆ ชั้นไม่พูดอะไร

[ยังไงก็ตามเราไปกันมาแล้ว มันดูเหมือนจะสุดยอด แต่ชั้นไม่รู้จริงๆ]

ยูฟิเลียพูอย่างนึกขึ้นได้

[เฉพาะตัวการมีอยู่ของพวกเค้ามันน่าอัศจรรย์  มันดูเหมือนว่านั่นจะอยู่ในตำนาน.....]

น้ำเสียงของไอริสค่อยๆเบาลงเรื่อย

[เธอพูดอะไรรึเปล่าน่ะ?]

เมื่อทีไรซ่าถามเธอ เธอก็ไม่แม้แต่จะพูดอีกเลย

ไม่ใช่เฉพาะการมีอยู่ของชั้นหรอกนะที่อัศจรรย์น่ะ

ชั้นให้กำลังใจไอริสอยู่ในใจ

[หยุดการพูดคุยที่นี่เถอะ]

เมื่อยูฟิเลียพูดอย่างนั้น การพูดคุยก็จบลง

ตรงหน้าชั้น มีประตูขนาดใหญ่อยู่

[นี่คือส่วนที่ลึกที่สุดใช่มั้ย?]

มีบางอย่างอยู่ที่นี่ สัญชาตญาณบอกชั้นอย่างนั้น

เราเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้  และเปิดประตูออก

ยังไงก็เถอะ ไม่มีอะไรอยู่ด้านหลังมัน

มีแค่ความมืดที่แม้แต่แสงยังส่องไปไม่ถึง

[โม่วว นี่เป็นประตูเคลื่อนย้ายรึเปล่าน่ะ?]

ทีไรซ่ายืนมือของเธอไปในความมืด

[ข้างในประตูมันมืดจริงๆ แสงไม่สามารถผ่านเข้าไม่ได้เลย ทุกอย่างที่เข้าไปข้างในเปลี่ยนเป็นสีดำ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเลยยืนในได้และมีคนอยู่ข้างในนั้น]

มันเป็นทางที่ผ่านมิติ โดยไม่ต้องเดินทางด้วยระยะไกล เมื่อเข้าผ่านประตูมาแล้วก็จะมาโผล่ในสถานที่อื่น

[เราไม่รู้ว่าประตูนี่พาไปที่ไหน ปกติแล้วคิดว่ามันน่าจะพาไปยังมิติย่อยนะ]

มิติย่อยเป็นโลกขนาดเล็ก ต่างจากนี่อยู่อย่างนะ

[ผ่านนี่ไป อาจมีทุ่งหญ้าอันสงบสุข หรืออาจจะมีปราสาท สามัญสำนึกใช้กับนี่ไม่ได้หรอกนะ]

ได้ยินชั้นพูด พวกเธอก็เริ่มแสดงความคิดออก

[อ๊ะ มันอาจเป็นวิหารแห่งความมืดก็ได้นะ]

ทั้งสามคนพยักหน้าเมื่อยูฟิเลียพูดอย่างนั้น

[ปากทางเข้าถ้ำนั้นมืดมิด และนายไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย เมื่อนายมุ่งตรงไปจากที่นั่น และจะมีวิหารไร้สาระขนาดใหญ่ มันทำให้ชั้นคิดว่ามันไม่น่าจะอยู่ในถ้ำได้]

ก็ตามที่ทีไรซ่าพูด

มีถ้ำที่พาไปยังวิหารแห่งความมืดจริง แต่มันไม่ได้อยู่นั่น

มันอยู่ในมิติย่อยต่างหากล่ะ

[มันถูกเรียกว่าประตูเคลื่อนย้าย แต่บางครั้งพวกมันก็ถูกพบในถ้ำและปลายบันได มีเขตวาร์ปและเคลื่อนย้ายเธอไปยังสถานที่อื่นอ่ะนะ]

[คุณสามารถกลับมาจากนั่นได้ ใช่มั้ยคะ.....?]

ชั้นพยักหน้าเพื่อคลายความกังวลของไอริส

[แน่นอนว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้มันใช้ไม่ได้ชั่วระยะหนึ่ง หรือป้องกันไม่ให้คนใช้มัน ไงก็เถอะนะชั้นไม่คิดว่าเธอจะสามารถใช้เวทมนต์ใดๆเปลี่ยนระบบได้หรอกนะ]

นี่คือซากโบราณจากยุคแห่งตำนาน พวกมันสร้างจากพลังของเทพ

ดังนั้น จึงไม่สามารถยุ่งเกี่ยวได้

แม้จะเป็นไปได้ที่จะทำลายมัน ขณะที่มันไม่ได้ถูกปกป้องโดยเวทมนต์ที่แข็งแกร่งเหมือนหนั่งในกำแพงนั้น

ความเห็นจบลง เราเข้าไปในประตูเคลื่อนย้าย

[ไงก็เถอะ นี่มันรู้สึกแปลกๆ]

มิติอันมืดมิด แล้วเท้าพวกเรายังแตะพื้นอยู่

พวกเราทั้งหมดสามารถมองเห็นทางเข้าและทางออกได้

มันเป็นมิติอย่างนี้

ไอริสแสดงความคิดของเธอ

[สิ่งนี้เหมือนทำให้การรับรู้ทิศทางและการจดจำพื้นที่ของชั้นเละขึ้นเพราะมันเลยนะคะ]

การรับรู้มิติของชั้นก็ยุ่งเหยิงขึ้น เราอยู่ใกล้ดันเจี้ยนรึเปล่านะ? ชั้นคิดไม่ออกเลย

เรากำลังอยู่ในการเคลื่อนย้าย ดังนั้นชั้นว่ามันเป็นสาเหตุแน่ๆ

 

และแล้วพวกเราก็ออกมาจามิติอันมืดมิดได้

สถานที่ที่เราเคลื่อนย้ายมานั้นไม่กว้างนัก ชั้นมองเห็นปราสาทข้างหน้า

ท้องฟ้าบนหัวเราเป็นหลักฐานว่าเราไม่ได้อยู่ใต้ดินแล้ว

ประตูของปราสาทไม่มีคนอยู่ ดังนั้นเราจึงเดินตรงเข้าไป

พวกเราเดินไปและเปิดประตูตรงหน้า เราพบที่ว่างเหมือนกับว่ามีไว้สำหรับผู้ชม

 เหนือขึ้นไป มีบัลลังก์ที่มีอะไรกำลังนั่งอยู่

[ตามที่พวกเราคิด พวกปิศาจ.....]

ยูฟิเลียปล่อยคิออกมา

---พวกปิศาจ

ศัตรูโดยธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ว่าพวกมันจะโดนกำจัดไปกี่ครั้งพวกมันก็ปรากฏตัวขึ้นมาใหม่และโจมตี

พวกมันมีขนาดตั้งแต่เท่ามนุษย์คนนึงไปจนถึงใหญ่กว่า

พวกมันมีผิวสีแดง น้ำเงิน เขียวและสีอื่นๆ

พวกมันมีเขาขนาดใหญ่ เขี้ยว เล็บ ห่าง อื่นๆ

[เยี่ยมมากที่มาถึงที่นี่ พวกมนุษย์]

ปิศาจที่มีผิวสีน้ำเงินพูดขณะที่นั่งอยู่บนบัลลังก์

[แกเป็นเจ้าของดันเจี้ยนนี้เรอะ?]

ยูฟิเลียพูดขณะกำลังระวังรอบๆเธอ

[ใช่แล้วล่ะ]

[ดีล่ะงั้น เราแค่กำจัดแกที่นี่]

[กำจัดชั้น?ชั้นจะโดนกำจัดโดยมนุษย์ผู้หญิงอย่างเธอเนี่ยนะ!?]

ปิศาจเผยรอยยิ้ม

[มันแปลกเหรอ?เราคือปาร์ตี้ผู้กล้าที่กำจัดราชาปิศาจนะ!]

เจมี่เตรียมขวานของเธอ ใบดาบที่หายไปยังไม่ได้ซ่อมล่ะนะ

ได้ยินดังนั้นปิศาจก็เปลี่ยนสีหน้า

[ฟุฟุฟุฟุฟุ]

[มีอะไรน่าขำ?]

ยูฟิเลียถาม

[ชั้นดีใจที่ในที่สุดผู่กล้านั่นก็มาถึงที่นี่ ในที่สุดชั้นก็โล่งใจที่ถูกบังคับให้อยู่ในความมืดมัว]

ปิศาจยืนขึ้นและปล่อยมาคิที่ซ่อนอยู่จนถึงตอนนี้

[ตัวตนอะไรกันเนี้ย.........]

ยูฟิเลียทำหน้าประหลาดใจ

[มาคินี่......มันแข็งแกร่งกว่าราชาปิศาจมาร์ค็อคที่เราสู้ด้วยเยอะเลย!]

ทีไรซ่ายกคทาขึ้นด้วยท่าทางกลัว

[มากกว่าราชาปิศาจ!?มันไม่น่าเป็นไม่ได้นะคะ?]

ไอริสตัวสั่นด้วยความกลัว

[เพราะราชาปิศาจต้องการมากกว่าความแข็งแกร่ง ถ้าเค้าจะอ่อนแอก็ไม่แปลกนั่นทำให้ลูกน้องของเค้าจะแข็งแกร่งกว่าเค้าอีก]

ชั้นตอบไอริส

[ชื่อของข้าคือฟูเมเลส แม่ทัพฟูเมเลส]

ฟูเมเลสเผยชื่อของเค้า

มนุษย์และปิศาจต่างดิ้นรนเป็นเวลา1000ปี ชั้นได้เห็นการต่อสู้ของพวกเค้าทั้งหมด แต่ตามที่คาด ชั้นจำหน้าปิศาจไม่ได้ทั้งหมดว่ะ

แต่แน่นอนว่าชั้นจำชื่อฟูเมเลสได้

 

มีหลายวิกฤตในประวัติศาสตร์ของมนุษย์

มี่ที่ต่างกันอย่างนึงที่อันตรายมากที่สุด

 

ไงก็เถอะ เมื่อถามว่า “ใครเป็นราชาปิศาจที่แข็งแกร่งที่สุด” ทุกคนจะตอบอย่างนี้น่ะนะ

ราชาปิศาจ เกรมอร์ค

ราชาปิศาจผู้เป็นต้นเหตุภัยพิบัติปิศาจครั้งที่4เมื่อ500ปีก่อน

นั่นเป็นราชาปิศาจเพียงคนเดียวที่สามารถพิชิตมนุษย์และปกครองอยู่เป็นเวลา100ปี

แม่ทัพฟูเมเลสเป็นหมายเลข2ของเค้า

------------------------------------------------------------------------------------------

จบจากไดร์ คีย์บอร์ดผมเริ่มจะไปอีกล้ะ - -

---------------------------------------------------------------------------------------------




NEKOPOST.NET