NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Evil God//เกิดใหม่เป็นเทพปิศาจ แต่ผ่านไป1000ปีไม่มีใครมาปราบ จึงตัดสินใจไปโรงเรียนดีกว่า

Ch.14 - การลงดันเจี้ยนครั้งแรก 2


[ตรงนี้ดูน่าสงสัยนะ]

ยูฟิเลียมุ่งเป้าไปทางที่ตัดผ่านกันในใต้ดินชั้นแรก

[อา งั้นไปที่นั่นกันก่อนเถอะ]

ชั้นพยักหน้าและมุ่งหน้าไปที่นั่น

พวกเราแยกกันสำรวจห้องทั้ง4ด้าน

ยังไงก็ตาม เราไม่สามารถหาทางเข้าได้ล่ะนะ

[นี่มันแค่ทางตันรึเปล่านะ?]
ยูฟิเลียครุ่นคิดพลางเอามือลูบคาง

ชั้นใช้อีวิลอายส์ ชั้นค้นหาได้อย่างอิสระ ตรวจสอบทุกซอกทุกมุมและดูที่ที่มันแปลกๆ

ยังไงก็เถอะ ไม่มีอะไรเลยล่ะ

[เราควรทำลายกำแพงรึเปล่า? ถ้ามันแค่นั้นบางทีเราอาจทำได้นะ]

เจมี่เสนอวิธีรุนแรงออกมา

เพราะว่าชั้นหยุดใช้หัว ชั้นเลยว่างในเวลาที่คนอื่นกำลังคิดกันอยู่ล่ะนะ

[ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเธอสามารถทำลายกำแพงด้วยขวานนั้นได้ อ่านะ]

ทีไรซ่ายั่วเจมี่เล่น

[โอเค้ ชั้นจะพยายามดู ขวานชั้นนี่แหละมีพลังการทำลายเหลือเชื่อสุดๆ!]

เจมี่ติดกับในคำยั่วยุ เธอตั้งสมาธิและปลดปล่อยออกมา

เธอเสริมร่างกายด้วยนินคิ

[อุเรี้ยยยยยยย!]

เจมี่แกว่งขวานของเธอด้วยพลังเต็มที่

*แก๊ง!* ขวานปะทะเข้ากับผนัง! ด้วยเสียงนั่น ใบมีดแตกออกจากขวานของเจมี่

[เอ้อ้อ้อ้!]

เธอร้องดังขึ้นอย่างน่าสงสาร

ดูเหมือนว่าเธอจะเจ็บแขนและเริ่มชา

[เธอประเมินกำแพงเสริมเวทย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ต่ำไปใช่มั้ยล่ะ?]

ความแข็งแกร่งของโลหะเองก็มากกว่าขวานของเจมี่

เวทย์เสริมความแข็งแกร่งต้องได้รับการร่ายจากนักเวทย์ที่แข็งกว่ากว่าทีไรซ่าแน่ๆเลยล่ะ

นั่นก็เป็นผลปกติล่ะนะ

 

[[เฮ้ออออ----]]

เจมี่และทีไรซ่าถอนหายใจออกมาพร้อมกัน

ซ่อมขวานเป็นงานของทีไรซ่า ยังไงก็เถอะเธอไปยั่วก่อนเอง นั่นเป็นความผิดของเธอเองล่ะนะ

[เราควรจะทำยังไงกับนี่ดีคะ?]

ไอริสทำหน้าสงสัย

[ถ้าเราให้ยูฟิเลียใช้ดาบศักสิทธิ์ของเธอเธอจะทำลายมันได้มั้ย?]

ชั้นมองไปที่ยูฟิเลีย ยูฟิเลียเป็นผู้กล้า ดังนั้นเธอจึงมีดาบสำหรับผู้กล้า----ดาบศักสิทธิ์

ดาบศักสิทธิ์ริดิรุ

ยังไงก็เถอะ เมื่อชั้นมองดูใกล้ๆ ชั้นเห็นว่าวันนี้เธอพาดาบเล่มอื่นมา

[อ่า ชั้นไม่ได้พามันมาด้วยวันนี้ แบบว่า มันเป็นของพระราชวงศ์ ดังนั้นแล้วชั้นเลยไม่สมารถพามันออกมาด้วยโดยไม่อนุญาตน่ะ]

กำจัดราชาปิศาจ หรือบุกวิหารแห่งความมืด ซึ่งเป็นบ้านของเทพปิศาจที่คาดว่าน่ากลัวกว่าราชาปิศาจ

เธอสามารถนำมันมาด้วยจุดประสงค์นี้ได้ แต่เหมือนว่าเธอจะไม่สามารถมาพาได้แค่มาสำรวจดันเจี้ยนล่ะนะ

 

ชั้นสำรวจห้องที่ติดกันกับผนังเพื่อหาสวิตช์ แต่ก็ไม่เจอะไร

ชั้นตรวจทุกด้านแล้ว

ตราบเท่าที่ไม่เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ชั้นไม่มีแผนจะพังกำแพงล่ะนะ ถ้าชั้นทำงั้นห้องได้พังลงมาแหงๆ

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่ายังมีกับดักซ่อนอยู่อีก

 

แน่นอนว่าชั้นสามารถพังผนังได้ง่ายๆ

แต่ชั้นควรทำยังงั้นเรอะ? ชั้นสงสัย

เอาเป็นว่านั่นเป็นทางเลือกสุดท้ายของชั้นแล้วกัน

[เราควรทำไงกันดีล่ะ?]

ยูฟิเลียกำลังมีปัญหาในการหาว่าจะทำยังไงกันดี

มีความเป็นไปได้ว่าสวิตช์ห้องลับจะอยู่ห้องอื่น แต่นั่นจะเป็นเหมือนการหาอย่างละเอียดล่ะนะ

ตะ.......ติดกันเรอะ?

[อ๊ะ มีอีกที่นึงนี่นา]

พึมพำนั่นออกมาชั้นก็วิ่งออกไป

[เดี๋ยวสิ นายกำลังจะไปที่ไหนน่ะ!?]

ยูฟิเลียรีบวิ่งตามชั้นมาและอีกสามคนที่เหลือด้วย

สถานที่ที่ชั้นนำพวกเค้ามาอยู่ใต้ดินชั้นสอง

ระหว่างทาง ชั้นใช้บันไดขนาดใหญ่ที่พบก่อนหน้านี้และปีนขึ้นไป

แล้วชั้นก็สำรวจเพดาน

 

[เจอบางอย่างแล้วล่ะ!]

[เอ๋! อะไรอ่ะ?]

ยูฟิเลียถามชั้นอย่างตื่นเต้น

[มีช่องอยู่ ต้องมีทางที่จะเปิดมันสิ]

ร่องรอยที่เล็กน้อยนั้นมนุษย์ไม่สามารถที่จะเห็นได้

มีรอยต่อใหญ่พอที่จะให้คนผ่านเข้าไปได้ง่ายๆ

เหมือนว่ายูฟิเลียจะไม่สามารถเห็นมันได้ไม่ว่าจะยังไง

 

ชั้นพยายามหาทางเข้าไปในห้อง แต่ไม่สามารถหาอะไรได้เลย

[ปริศนาอีกอย่างแล้ว......]

ชั้นรู้สึกท้อแท้

[เราสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อีก ดังนั้นเราไม่สามารถยอมแพ้ได้ในตอนนี้หรอกนะ!]

ยูฟิเลียให้กำลังใจชั้น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไอการเข้ารอยต่อนี้เป็นเส้นทางที่ถูกต้อง

ทุกคนแยกกันไปหาเบาะแสการเข้าเข้าห้อง

ชั้นสำรวจเพดานอีกครั้งหนึ่ง

อา มันเป็นความเจ็บปวด ชั้นจะทำลายมัน

ขณะที่คิดได้ว่าชั้นไม่สามารถหาอะไรได้ ชั้นเริ่มหงุดหงิดและต่อยเพดานเบาๆ

เมื่อชั้นทำอย่างนั้น ชิ้นส่วนสี่เหลี่ยมของเพดานก็ลอยออกมาจากเพดานง่ายๆ และหมุนไป180องศาก่อนจะตกลง

 

อะไรวะ?

โอ๊ะ เข้าใจล่ะ ที่ชั้นคิดว่าเป็นรอยต่อจริงๆแล้วมันคือฝา

ไม่ว่ามันจะเสริมแกร่งมายังไง ถ้าเตะมันมันจะขยับ มันไม่เหมือนเป็นยังงั้นมันได้รับการแก้ไขในที่นี้

 

ปริศนาสุดท้ายนั้นง่ายดาย

ชั้นก็แค่คิดมากไป

 

ชั้นเรียกทั้ง4คนมา

[ว่า?]

[นายทำได้!]

[โอ้---]

[ว้าว......]

เมื่อพวกเธอมา พวกเธอต่างแสดงปฏิกิริยาของพวกเธอ

ด้วยความตื่นเต้น ยูฟิเลียปีนขึ้นไปด้านบน

ยูฟิเลียสวมกระโปรง แน่นอนว่ากางเกงในของเธออยู่ในสายตาพอดี

เอ่อ ชั้นไม่สนใจตั้งแต่ไม่มีความต้องการแล้วล่ะ

 

[เฮ้อะ!]

เมื่อชั้นรู้สึกว่าโดนจ้อง ชั้นเห็นทีไรซ่ามองมาที่ชั้นด้วยสายตาของเธอ

ยังไงก็เถอะ เธอไม่ได้พูดอะไร

เธอก็แค่จับชายเสื้อคลุมของชั้น

สายตาของเธอบอกว่า “คนลามกควรขึ้นไปก่อนนะ”

 

ที่ทางตัน มีสมบัติเป็นทองและเงิน

[โอ้วววว!]

ยูฟิเลียสั่นไปด้วยความตื่นเต้น

ชั้นมองท่าทางนั่นอย่างสงสัย

[มันน่าตกใจสำหรับนายที่เห็นยูฟี่เป็นอย่างนั้นสินะ?]

ทีไรซ่าเย็นชาตามปกติ

[แน่ล่ะ เธอเป็นเจ้าหญิงของหนึ่งในสามมหาอำนาจ อาณาจักรบริททอน  ไม่น่าจะคิดว่าเธอจะทำท่าทางอย่างนั้นเพราะสมบัติหรอกนะ]

 

เมื่อชั้นบอกความรู้สึกชั้นไปตรงๆ หน้าของทีไรซ่าก็หมองเล็กน้อย

เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตโดยทั้งสามคนที่ดีใจ เราลงไปด้านล่าง และทีไรซ่าเริ่มพูดก่อน

[นายรู้สถานการณ์ทางการเงินของอาณาจักรบริททอนรึเปล่าล่ะ?]

[อ่า มันแย่งั้นเหรอ?]

 

ราวๆครึ่งศตวรรษก่อน ระหว่างภัยพิบัติปิศาจครั้งที่6 อาณาจักรบริททอนโดนแย่งดินแดนไปโดยปิศาจ

ประเทศที่อยู่ที่นั่นแน่นอนว่า ถูกทำลาย

อาณาจักรบริททอนคือประเทศที่เคยเป็นอย่างนั้นมาก่อน

มันไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่ราบรื่นล่ะนะ

 

แม้ประเทศจะเคยถูกทำลาย หลายคนที่ปลอดภัยก็หนีขึ้นเหนือไป

ยังไงก็ตาม เมืองของพวกเค้าถูกทำลายไปทั่ว

เพื่อที่จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ เงินเป็นสิ่งจำเป็นอ่ะนะ

 

ในตอนนั้น มีเพียงประเทศเดียวในโลกที่มีเงินอย่างนี้

ประเทศเดียวที่ไม่ได้รับความเสียหายใดๆจากภัยพิบัติปิศาจ---อาณาจักรสก๊อตยาร์ด

 

[นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมอาณาจักนี้ไม่ลุกขึ้นต่อต้านอาณาจักสก๊อตยาร์ด]

[แต่นั่นมันเมื่อครึ่งศตวรรษก่อนหนิ ยังคงมีหนี้จำนวนมากเหรอ?]

[ไม่มีหนี้หลังจากนั้น แต่เราก็ขอยืมมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ]

เงินจำเป็นในการฟื้นฟูประเทศ

ยังไงก็ตาม อาณาจักรบริททอนมีอุณหภูมิปานกลางเหมาะแก่การเกษตร

ถ้าพวกเค้ามีการจัดการประเทศที่ประหยัดและมั่นคง พวกเค้าก็จะไม่ก่อหนี้มากนัก

[หลังจากนั้น พวกเราไม่สามารถประมาทได้ขณะเตรียมตัวสู้กับราชาปิศาจ ดังนั้นจึงมีค่าใช้จ่ายในสงครามจำนวนมากและไม่นานมานี้ก็มีค่าใช้จ่ายถึงสองครั้งล่ะนะ]

ปีก่อนมีสงครามปิศาจ และยูฟิเลียฆ่าราชาปิศาจมาร์คุคได้

4ปีก่อน ราชาปิศาจก่อนมาร์คุค ลามิเลปถูกฆ่าลงได้

หากมีสงครามถึงสองครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ การเงินของประเทศกะจะตกต่ำเป็นปกติ

[อืม แต่เรื่องนั้นมันเกี่ยวกับการเงินของประเทศถูกมั้ย? แล้วยูฟิเลียกังวลจริงๆโดยนั่น?]

[ตอนแรกเธอก็กังวลเกี่ยวกับเรืองนี้นะ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นมากกว่าปัญหารายบุคคลน่ะ]

[รายบุคคล?]

[มีข้อเสนอจากอาณาจักรสก๊อตยาร์ดน่ะ] TN : ไอเรื่องแต่งงานนั่นแหละ

[โอ้]

 

มีอยู่นี่หว่า แถมชั้นยังมีส่วนร่วมด้วย

องค์ชายลำดับที่1แห่งอาณาจักรสกอตยาร์ด วินเซนท์ เอฟเวอร์ตัน

 

ท่าทีของเค้าเป็นงั้นเพราะได้เค้าสนับสนุนมันมั้ยนะ?

 

[ตัวเธอเองก็ปฏิเสธเค้าพวกเค้าไปแล้ว แต่ชั้นสงสัยว่าเธอสามารถทำไปได้นานเท่าไหร่?]

[แล้วทำไมเธอมาเล่าให้ชั้นฟังล่ะ?]

 

ชั้นสงสัยเล็กน้อยและถามไป

 

[นายเป็นสมาชิกชมรมของเรา เพราะงั้น ชั้นคิดว่านายควรรู้ เพราะว่าชั้นไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับมันได้]

[ชั้นก็ไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับมันได้เหมือนกันเฟ้ย]

ได้ยินคำของชั้น ทีไรซ่าจ้องมองในดวงตาสีน้ำตาลดำของชั้น

[จริงเหรอ?]

ไม่สามารถมองไปในตาของเธอได้ ชั้นเบี่ยงสายตาของชั้น

...

...

...

หลังจากชั้นใจเย็นลง  เราเริ่มคุยเรื่องการแบ่งสมบัติกัน

[เราควรแบ่งอย่างเท่าเทียมใช่มั้ย? เราทำอย่างนั้นมาตลอด....]

ยูฟิเลียแหงนตาถามดังนั้นด้วยท่าทีเหนียมอาย

[อ่า ถ้าเธอทำอย่างนั้นเป็นประจำมันจะไม่เป็นไรเหรอ?]

ชั้นตอบในทันที

[ตั้งแต่แอชทัลทำงานส่วนมากคนเดียว ชั้นสงสัยว่ามันจะโอเคกับเธอ]

[อ่าหะ เธอควรถามเค้าก่อน ชั้นไม่หวังได้มากอยู่แล้วล่ะ]

เจมี่ผ่อนคลายและหัวเราะ

[ชั้นไม่ได้สนใจสมบัติหรอกนะ ดังนั้นแล้วไม่เป็นไรหรอกแม้ชั้นจะไม่ได้อะไร]

[นั่นมันมากไปแล้ว.....]

ยูฟิเลียปฏิเสธข้อเสนอของชั้นอย่างสุภาพ

ถูกปฏิเสธอย่างนี้มันอึดอัดใจนา

มันจะทำให้ทำงานด้วยกันต่อจากนี้ยากขึ้นล่ะนะ

 

[แล้วก็นะ ในตอนนี้เอาส่วนแย่งไปเถอะ แต่เธอรู้มั้ย เธอไม่ต้องใส่ใจชั้นหรอก ชั้นมีเป้าหมายของชั้นอยู่แล้วล่ะ]

ในคำพูดของชั้น ยูฟิเลียกเรียกชั้นเหมือนเธอจำบางสิ่งได้

[เป้าหมาย? นายกำลังพูดถึงการทำความคุ้นเคยกับผู้หญิงเหรอ?]

[นายกำลังใช้นั่นเป็นข้ออ้างเพื่อผ่านผู้หญิง ใช่มั้ย พ่อคนเจ้าชู้]

ทีไรซ่าพูดเยาะเย้ยชั้น

ชั้นตั้งใจเมินมันไป

[ถ้ามันแค่นั้น คุณไม่จำเป็นต้องมาดันเจี้ยนด้วยนี่คะ?]

เหมือนว่าไอริสจะไม่เข้าใจ

[ชั้นสนใจดันเจี้ยน ชั้นได้รับประสบการณ์ที่ดีในวันนี้  ชั้นพอใจกับนั่น ชั้นได้รับบางสิ่งที่ไม่สามารถซื้อด้วยเงินได้ล่ะนะ]

ใช่ ในวันนี้ชั้นได้เห็นผู้หญิงสวยๆมากมาย

ชั้นปล่อยให้พวกเธอคิดเอาเองว่าชั้นหมายถึงอะไร

พวกเราขนสมบัติออกมาและจบการสำรวจดันเจี้ยนในวันนี้

เราตัดสินใจที่จะพิชิตส่วนที่เหลือในวันพรุ่งนี้

----------------------------------------------------------------------------------------------

มาล่ะจ้า ไม่ได้แปลนานรู้สึกไม่คล่อง แปลตอนค่ำก็รู้สึกสมองตันๆอีก แถมตอนสำรวจดันเจี้ยนนี่แปลยากสุดๆอีกนื่องจากคำก็แปลกๆ แถมจินตนาการส่วนของห้อง ของการไขปริศนานาไม่ออกเลยเลือกใช้คำไม่ถูก ขออภัยนะครับ

*เพิ่งจะนึกได้ตอนแปลจบ ประมาณว่ามันมีห้องอยู่ชั้นหนึ่ง มีทางเดินล้อมรอบ ไม่มีทางเข้า พระเอกมันเลยคิดได้ว่าน่าจะเข้าจากด้านล่างนั่นแลวิ่งลงไปชั้นสองแล้วมีบันไดพอดี

 ------------------------------------------------------------------------------------------------




NEKOPOST.NET