[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง ตอนที่ 8 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง

Ch.8 - ยูริจังกับการหลบแฟล็คอย่างสวยงาม


ในช่วงเช้า หลังจากที่ร้องไห้ และเกาะติดกับอกของอาจารย์
ฉันตื่นก่อนอาจารย์ ฉันจึงไปตักน้ำเพื่อเอาไปรดในสวน
 
เมื่อคืน, หลังจากร้องไห้จนผลอยหลับไป ฉันก็ตื่นขึ้นมา บนอกของอาจารย์
พวกเรามีผ้าห่มเพียง 1 ผืน  ฉันว่ามันไม่มีทางเลือกล่ะนะ

นอกจากนี้ห้องที่อยู่ตรงข้ามกับห้องที่เราอยู่คือห้องแช่แข็ง ทั้งห้องเลยเต็มไปด้วยไอเย็น
แม้เขาจะทำให้ห้องอุ่นขึ้นด้วยเวท [บอลไฟ], มันก็ยังหนาวอยู่ดี

เมื่อฉันคิดถึงเหตุการที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ใบหน้าฉันเปลี่ยนเป็นสีแดงแจ๋…

สิ่งที่ฉันคิดว่า
'ถึงเป่าบ้านของเขากระจุย
คิดจริงๆเหรอว่าจะมีคนพูด “โอ้ เยี่ยม” และปล่อยฉันไป—'

คนๆนั้น… คืออาจารย์ของฉันเอง….
 
“… เหมือนพระเอกจริงๆ”
 
คนที่เป็นผู้ช่วยฉันให้รอดจากนรก
คนที่รีบไปช่วยชีวิตฉันเมื่อฉันตกอยู่ในอันตราย
คนที่กอดฉันเบา ๆ เมื่อฉันล้มเหลว
 
“ถ้าไม่ติดว่าฉันเคยเป็นผู้ชายมาก่อนล่ะก็ 
 ฉันได้ตกหลุมรักเขาไปแล้วแน่ๆ”
 
ในขณะที่กำลังแนบใบหน้ากับ อกของอาจารย์, 
เขายังคงหลับอยู่ แล้วฉันก็ลูบผมของเขาเบาๆ
เคราปลอมที่ติดตรงปากของเขาเบี้ยวออกไปจากตำแหน่งเดิม...
ฉันจึงดึงมันออกซะเลย

และเช่นเคยเขามีใบหน้าเด็กลงอย่างไม่น่าเชื่อ
 
“คนๆนี้เป็นมนุษย์จริงเหรอ? ไม่มีทางที่เขาจะเป็นเอลฟ์หรืออะไรใช่มะ?”
 
ฉันไม่รู้ว่ามีเอลฟ์หรือเผ่าอื่นๆในโลกนี้รึเปล่า

หลังจากดึงเสร็จ ฉันก็โยนเคราปลอมทิ้งไป
 และลูบใบหน้าของเขาเพื่อตรวจสอบตอของหนวดเคราที่เหลือ.

 มันแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ

ฉันลองเอานิ้วจิ้มแก้มของเขา แต่ดูเหมือนเขายังไม่ตื่น

ขณะที่เล่นกับหน้าของอาจารย์อยู่นั้น ฉันเริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมา
จึงกลับไปอยู่ในผ้าห่ม และแนบใบหน้าของฉันไว้ที่อกของอาจารย์
 
“มะ-มันเป็นเพราะว่าฉันหนาวไงล่ะ เข้าใจมั้ย? แล้วอาจารย์ก็ตัวอุ่นดี แค่นั้นแหละ…”

ข้อแก้ตัวหลุดออกจากปากโดยไม่ได้ตั้งใจ และวางมือลงบนหน้าอกของเขา
และจากนั้น, ในขณะที่มือของฉันแนบติดอยู่ที่หน้าอก…

ฉันก็เริ่มจ้องที่ใบหน้าของเขา…
 
… หือ? ไม่ใช่ว่านี่มันใกล้ไปหน่อยเหรอ?

ไม่... มันโครตใกล้เลยล่ะ! นี่ฉันกำลังจะทำอะไรกันแน่เนี่ย!?

หน้าของฉันเริ่มแดง และใจของฉันเต้นรัว
ฉันคิดว่าฉันน่าเป็นหวัด ไม่งั้นก็…

ความคิดและการกระทำของฉันมันสวนทางกัน 
และฉันก็ไม่รู้ว่าฉันทำอะไรอีกต่อไป—

ไม่, ฉันรู้, แต่ฉันหยุดมันไม่ได้... มันนไม่สามารถหยุดได้?!
 
จากมือฉัน ฉันรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นอยู่ของอาจารย์

มืออีกข้างหนึ่งได้ยกขึ้นไปสัมผัสที่แก้มของเขา

ใบหน้าของเราอยู่ใกล้กัน พอที่จะรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
 
“ฟูวว…”
 
ลมหายไปถูกปล่อยออกมา

ริมฝีปากของฉันสั่น และฉันกลืนน้ำลายดัง *โกะคุริ*…
 
ฟูวววว...
 
และมันก็มีความรู้สึกที่อบอุ่นและแข็ง..บริเวณแถวๆต้นขาของฉัน

มันเป็นความรู้สึกที่ฉันคุ้นเคยในอดีต ฉันรู้ได้โดยไม่ต้องมอง

‘ไอ้นั่น’ที่สามารถพ่นน้ำออกมาได้
‘ไอ้นั่น’ที่ทรมานฉันเมื่อสามปีที่แล้ว
‘ไอ้นั่น’ที่ฉันมีก่อนหน้านั้นสามปีครึ่ง. 
'ไอ้นั่น'ที่แข็งมากโดยเฉพาะในตอนเช้า...
 
“… ฟุ”
 
ความรู้สึกนั้นอาจกระตุ้น‘สันชาตญาณดิบ’ให้เกิดขึ้น
และฉันก็กลับมาควบคุมตัวเองได้อีกครั้ง
มีแค่ตอนนี้แหละ ที่ฉันจะทำได้!
 
“ฟุเนี้ยยยยยยย!!!”
 
*โต้มมม*
 
พร้อมๆกับที่ฉันกรีดร้อง, ฉันชันเข่าของฉันขึ้น… 

และส่งมันไปยังจุดตายของอาจารย์…..(TL: Ripนะฮะ)

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ, อาจารย์. ตะ-ตอนนี้.., หนูขอตัวไปล้างหน้าก่อนนะคะ.”
 
ฉันส่งเสียงไปหาอาจารย์ที่กองกับพื้นไปแล้วทำตัวงอด้วยมุม 90 องศา 

และ ฉันก็ค่อยๆเดินออกจากห้องไป

จากด้านหลัง ฉันได้ยินเสียงอาจารย์พูดว่า “เป็นผู้ชายไม่ได้แล้ว…”

ใช่ค่ะ, เห็นด้วย....ในหลาย ๆความหมายอะนะ ...
 
ถ้าเป็นฉันล่ะก็ คนที่มาระเบิดบ้านของฉัน,
แล้วปลุกฉันด้วยการส่งเข่า(คริติคอล)ให้ฉัน
ฉันไม่มีทางให้อภัยอย่างแน่นอน

แม้ว่าจะเป็นเด็กอย่างฉันก็ตาม… ไม่สิ
ถ้าถูกปลุก แล้วถูกทารุณกรรมจนล้มไปกองกับพื้น
การที่ได้รับความยากลำบากอะไรแบบนี้ ถึงจะเป็นเด็กก็คงไม่ต่างกัน

คิดๆดูแล้ว อาจารย์ของฉันเป็นคนที่ใจกว้างจริงๆ
 
“… ฟุฟุ, เอะเฮะเฮะ”
 
ได้มาเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์แบบนี้
มันทำให้ฉันรู้สึกภาคภูมิใจ และมีความสุขจัง

แล้ว รอยยิ้ม..ก็ได้เบ่งบานอยู่บนหน้าของฉันโดยไม่ได้ตั้งใจ.
 
====================================
 
(มุมมองของ แฮสเทล)
 
เหมือนกับกวางน้อยที่เดินหายเข้าไปในป่า ยูริได้เดินออกไปจากห้อง
เธออารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด
ถ้าการกระแทก 1 ครั้งมันทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นล่ะก็…
ชั้นนคิดว่าแลกกับความเจ็บปวดมันก็คุ้มค่า..ล่ะมั้ง?
 
“เป็นผู้ชายไม่ได้แล้ว…”
 
ถึงจะตื่นมาเจ็บตัว แต่เพราะเป็น ‘ยูริที่บอบบาง’ มันจึงไม่ใช่ปัญหาอะไรนัก
 
แต่เมื่อวานนี้ชั้นตกใจจริงๆ

หลังจากเสร็จจากงานช่วยเหลือในหมู่บ้านแล้ว ชั้นกลับมาพบกับกระท่อมที่ปลิวออกไป
จากนั้นชั้นก็มองหายูริ ชั้นเจอเธอหมดสติ ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ถูกฝังไว้ใต้กองหิมะ

ดูเหมือนว่าแผลไฟไหม้ของเธอจะค่อยๆหายเป็นปกติ
แต่…ไม่ว่าเธอจะปรับตัวได้ดีแค่ไหน มันก็มีขีดจำกัดของมัน

ชั้นอุ้มยูริที่อยู่ในสภาพปางตาย และรีบวิ่งไปที่ชั้นใต้ดินที่ไม่ได้รับอันตราย
ชั้นนำผ้าห่มเข้าไปในห้อง แล้วห่มให้กับเธอ
จากนั้นชั้นก็ร่าย[บอลไฟ]เอาไว้ด้วย 
ต้องขอบคุณมัน ชีวิตของเธอจึงไม่ได้ถูกพรากไป
 
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
 
หลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวจากความเจ็บปวด, ฉันพยุงตัวเองขึ้นมา

ยูริดูเหมือนจะดิ้นรนทำอะไรบางอย่างตรงบันได
เหมือนเคย ชั้นไม่เข้าใจว่าเธอจะทำอะไรกันแน่
ถึงตอนอยู่ต่อหน้าเธอชั้นจะยิ้ม แต่ในใจ ชั้นนังจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ดี
 
“แม้ชั้นจะบอกเธอว่าอย่าตายก็ตาม… มันไม่ได้หมายความว่า 
เธอจะเกือบตายได้นะ รู้มั้ย?”
 
มันมีขีดจำกัดที่วิญญาณของมนุษย์รับได้.
ไม่ว่าจะมีกิ๊ฟมากแค่ไหน, พอถึงจุดๆนึง ขีดจำกัดจะแสดงออกมา

ด้วยการตายซ้ำ ๆ วิญญาณนั้นจะเสื่อมลงเรื่อยๆ
จิตวิญญาณที่เสื่อมเสียนั้น สุดท้ายก็จะนำไปสู่หัวใจที่แตกสลาย
อย่างไรก็ตาม, ถ้าจิตใจยูริไม่สามารถแตกสลายได้… แล้วอะไรจะเกิดขึ้น?
ถ้าไม่สามารถแตกสลายได้—สุดท้ายก็จะกลายเป็นบ้า.

จิตใจที่ถูกทำให้เริ่มใหม่อีกครั้ง..?
จิตวิญญาณที่ก่อตัวขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน..? 
 
“แม้สติจะดีแค่ไหนก็เป็นบ้าได้… มันเป็นธรรมดาของมนุษย์สินะ”
 
ชั้นรู้ว่าเธอไม่ได้ยิน ชั้นก็ยังพูดออกมาเรื่อยๆ
เธอบอกว่าเธอถูกย่ำยีมาแล้วครึ่งปี
ปกติแล้วนั่นควรจะหมายความว่ามันสายเกินไปแล้ว แต่...

จิตใจของเธอแข็งแกร่งงั้นเหรอ?

หรือว่า เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดีเกินไป?

น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า หัวใจของยูรินั้นค่อนข้างเปราะบาง 
ร่างกายของเธอก็เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม, การฟื้นตัวของเธอนั้นเร็วกว่าทุกคนในโลกนี้
นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอปลอดภัย… ไม่นะ, เธอกำลังมาแล้ว
 
“เธอไม่ใช่คนเดียวหรอกนะ ที่ไม่ไว้ใจคนอื่น ชั้นก็…”
 
ชั้นมักจะพูดแบบนี้กับตัวเองอยู่บ่อยๆ

ชั้นครอบครองกิ๊ฟอยู่ 2 อัน อันแรกคือ ผู้สร้างอุปกรณ์เวมนตร์
หลายๆประเทศได้ทำสงครามขึ้นอย่างลับๆ เพื่อให้ได้ตัวชั้นไป

การที่หลบออกมาอาศัยอยู่กลางภูเขาก็นับว่าเป็นเหตุผลที่ดี

ปัจจุบันฉันสามารถแวะไปที่หมู่บ้านได้อย่างอิสระ,
แต่ในอดีตมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น 
ชั้นต้องระวังไม่ให้พวกชาวบ้านมองชั้นเป็นผู้ต้องสงสัย

ก่อนที่ยูริจะมาที่นี่, ฉันยังคงระมัดระวังตัวแบบสุดๆ

ฉันไม่แม้แต่จะออกไปข้างนอกด้วยซ้ำ
 
“และตอนนี้ ชั้นรู้สึกว่าชั้นถูกช่วยชีวิตไว้จริงๆ
 หัวใจของชั้นค่อยๆได้รับการเยียวยา”
 
'ความรัก'และ'ความเป็นมิตร'ที่ไม่สิ้นสุด

ถึงชั้นจะระแวง แต่ชั้นก็ไม่คิดสงสัยคำเหล่านั้น

หลังจากเผชิญหน้า และใช้ชีวิตกับคนแปลกหน้า,
เธอแสดงให้เห็นว่า เธอไม่ระวังตัวเองเลยสักนิด.

เธอเหมือนพยายามที่จะอยู่ด้วยกันกันชั้น, อย่างไรก็ตาม,
เธอเป็นเด็กที่ไร้เดียงสา
 
“อาจารย์, เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่าา!”
 
และชั้นก็กอดยูริที่เพิ่งกลับมา
===================================
 
(มุมมองของยูริ)

ฉันไต่บันไดและพยายามเปิดประตูพลิกขึ้นไป, แต่… มันไม่ขยับ?!

ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นเพราะฉันอ่อนแอ. ดูเหมือนว่ามันอยู่ใต้กองหิมะ
 
“หมายความว่า… พวกเราถูกฝังทั้งเป็น?”
 
สิ่งที่เข้ามาในความคิดของฉันคือ อดอยาก ขาดอากาศหายใจ แล้วแข็งตาย…
ฉันไม่เป็นไรหรอก, แต่อาจารย์น่ะสิ...
ฉันใช้ [เสริมพลัง] และลองผลักออกไป แต่ประตูก็ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว

มันต้องทับถมกันมากแน่ๆ

ฉันวิ่งกลับไปด้วยความเร็วเต็มที่ เพื่อบอกสถานการณ์กับอาจารย์
 
“อาจารย์, เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่าา!”
 
ฉันพุ่งเข้าไปด้วยความเร็ว, แต่กลับถูกกอดอย่างแน่นหนา?!
เพราะแรงเฉื่อยทำให้ฉันเข้าไปในอ้อมกอดของอาจารย์อย่างช่วยไม่ได้
 จริงๆแล้ว. มันไม่มีอะไรที่เป็นไปมากกว่าอาจารย์กับลูกศิษย์ตรงนั่น.
 
“ดูเหมือนว่าประตูถูกหิมะทับอยู่น่ะค่ะ พวกเราคงขึ้นไปข้างบนไม่ได้แล้ว”

“เป็นปัญหาจริงๆด้วย....”

“ไอ้ท่าทีที่ไม่มีความกังวลนั้นมันอะไรกันค้าาา! 
 ตอนนี้คุณกำลังจะอดตายนะคะ รู้ตัวมั้ย?”

“แม้ว่าจะมีของกินอยู่ตรงนั้น?”

“… อ่ะ”
 
ที่เขาพูดถึง คือ ห้องที่อยู่ตรงข้ามกับเราคือห้องแช่แข็ง
ซึ่งพวกเรามีเนื้อเคราธอสมากมายอยู่ในนั้น.

พวกมันมีความสูงอยู่ที่ 5 เมตร, มันตัวใหญ่กว่าช้างอีกมั้งน่ะ?

แถมพวกเรายังมีผักแช่แข็งอยู่บ้าง.
เราซื้อมาเป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูหนาว

สำหรับน้ำ,เรามีปั๊มที่ติดตั้งไว้เพื่อทำความสะอาดชั้นใต้ดิน
และเรายังมีท่อระบายน้ำอีกด้วย…

เฮ้อ, ไม่ใช่ว่าพวกเราก็ยังอยู่ได้หรอกเหรอ?

ถึงจะหนาวไปหน่อย แต่เนื่องจากพวกเราเป็นนักเวท, จึงใช้ [บอลไฟ]ได้
ฉันเดาว่ามันทำให้อบอุ่นได้อยู่มั้ง?
 
“ไม่ ไม่นะ, แล้วอากาศล่ะคะ?! ขาดอากาศตายก็ยังเป็นไปได้นี่ค้าาา!”

“นั่นก็จริง… เอาล่ะ, ยูริคุง คิดยังไงกับการทำลายประตูและละลายหิมะ?”

“ถ้าทำลายมันจัโอเคเหรอคะ?”

“เธอถามเรื่องแบบนั้นเนี่ยนะ!?”
 
และหลังจากนั้นไม่นานทุกสิ่งทุกอย่างถูกเป่ากระจุย


ย้อนกลับมาก่อนที่จะเกิดเรื่อง 

กลับมาที่ด้านล่างของบันไดในเวลาก่อนหน้านั้น,

 อาจารย์ก็พูดกับฉันว่า—
 
“เอาล่ะ, พวกเราจะทำอะไรบางอย่างแทนการฝึกในวันนี้.
 นั่นก็คือ...พังประตู, และทำให้เกิดช่องว่าง”

“เข้าใจแล้วค่ะ, หนูจะทำให้ดีที่สุด!”
 
สิ่งที่นักเวทที่ดีต้องมีไม่ใช่แค่พลังเวทที่แกร่ง
แต่ชนิดของเวทมนตร์ก็เช่นกัน

มันคือการใช้เวทให้ถูกต้องในแต่ละสถานการณ์

ถ้าฉันปล่อยพลังไปยังเพดานของที่นี่ และทำลายแบบไม่เหลือซาก
พวกเราจะกลายเป็นคนจรจัดในฤดูหนาวนี้

ขั้นแรกคือประตู เนื่องจากที่นี่เป็นชั้นใต้ดิน ไฟ จึงเป็นสิ่งอันตราย

เนื่องจากฉันควบคุมพลังเวทแบบอาจารย์ไม่ได้,
ถ้าฉันพังมันด้วยลม ไม่มีใครบอกได้ว่าเศษซากของมันจะไปตกอยู่ที่ไหน

… หืมมม แล้วถ้าเป็นนี่ล่ะ?
 
“‘โอ้ หอกแห่งดิน จงปะทะ!’”
 
ฉันค่อยๆสร้าง[หอกดิน]ขึ้นมาอย่างช้าๆ เพื่อที่จะดันประตูและพังมันออกไป

ด้วยเสียง ครืน ครืน มันชนประตูจนหลุดกระเด็น 
และอีกด้านหนึ่งมันเป็นกองหิมะอย่างที่คาดไว้
ตอนนี้สิ่งที่เหลืออยู่คือการละลาย
 
“‘โอ้ แสงที่เจิดจ้า, จงหลอมรวม และทำลายศัตรูของฉัน!’”
 
โดยการรวมกันของเวท[บอลไฟ] และ [แสง] เข้าด้วยกัน,
ฉันได้สร้างเวท[รังสีความร้อน] ออกมา

ในตอนท้ายที่ฉันยื่นมือออกไป, [บอลไฟ] ปรากฎขึ้นมา, 
และบอลแห่งแสง 3 ลูก หมุนวนเป็นวงกลม

ความร้อนที่แผ่กระจายออกมา ได้ปกคลุมบริเวณรอบ ๆ—

… เอ๋, ไม่ใช่ว่ามันแรงไปเหรอ? ม่าา ช่างมันเถอะเนาะ
 
“ฮะ-เฮ้ย—!”

“ยิงด้ายยยย!!”
 
บรึ้มมมมม!
 
ลำแสงบิดเกลียวราวกับน้ำวนำที่ยิงออกไป
ได้ระเหยหิมะด้วยความร้อนมหาศาล ก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้า

ฉันกำลังพยายามเลียนแบบปืนใหญ่เลเซอร์แบบ *ปิ๊ป*ดั้ม
แต่ ... มันประสบความสำเร็จเกินกว่าที่ฉันคิดไว้
เพดาน ... หายไปแล้ว...
 
 
เพดานชั้นใต้ดินที่ปลิวหายไปถูกแทนที่ด้วยเวท[กำแพงดินเหนียว]ของอาจารย์


จากนั้นฉันก็ได้รับคำอวยพร(ประชด)เป็นเวลาอีกสามชั่วโมง




NEKOPOST.NET