[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง

Ch.7 - บาดแผลของความรู้สึก


คราวก่อนเราได้พูดคุยเกี่ยวกับลักษณะของอาจารย์ 

คราวนี้เราจะพูดถึงลักษณะของตัวฉันเองบ้างล่ะนะ
 
อย่างที่ได้เห็นในสเตตัสของฉัน, ฉันมีตาสีแดง และผมสีเงิน
ฉันอายุน้อยกว่าที่คิดนะ สำหรับคนที่คาดหวังสำหรับอายุของฉัน (10ปี ตลอดกาล)

และตัวฉันผอมมากอีกด้วย.....

ฉันมีหน้าอกแบนเรียบ เอวฉันคอดนิดหน่อย และผิวของฉัน ขาวราวกับหิมะ

ตอนนี้ฉันได้ปิดผนึกกิ๊ฟ [สัดส่วนทองคำ]เอาไว้ แต่ถ้าเมื่อไหร่มันแสดงผลออกมา
ฉันสามารถบอกได้เลยว่าคุณจะเห็นว่าฉันน่ารักราวกับนางฟ้าตัวน้อยๆเลยทีเดียว

แต่แว่นดำหนาเตอะมันปิดผนึกเอาไว้อยู่  และฉันก็ไม่สามารถเอามันออกได้

ผมของฉันยาวถึงประมานกลางหลัง, และเมื่อฉันตื่นขึ้นมา ฉันจะเปียไว้ 3 ส่วน

ถ้าฉันทำให้แน่นเกินไปมันก็รู้สึกเหมือนหัวมันตึงๆและมันเจ็บมาก

ตาของฉันสีแดงเข้มราวกับทับทิม 
และถ้ามองดูดีๆ มันดูลึกลับและมีสเน่ห์ดึงดูดแปลกๆ

ชุดที่ฉันใส่หลักๆจะเป็นชุดเมด 
ความจริงคืออาจารย์ของฉันเป็นคนออกไปซื้อเสื้อผ้ามาให้ฉัน
เพราะฉันไม่สามารถไปที่หมู่บ้านได้ด้วยตัวเอง

ดังนั้นฉันจึงยินดีที่จะรับมัน แต่ว่า…

ตอนนี้ฉันคุ้นเคยกับกระโปรงไปแล้ว… คุ้นเคยไปแล้ววว… แแแแแแแแแง๊! 

นอกจากนี้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ชุดเดรสที่อาจารย์ซื้อให้มีแต่ชุดสั้น ๆ ทั้งนั้น
ชุดเดรสแบบใช้สายมัด เสื้อคลุมอย่างกับคอสเพลนักเวท และชุดธรรมดาทั่วไป.

นอกจากกางเกงขาสั้นที่ใส่นอน และ กางเกงซ้อนที่ใส่การฝึกซ้อม

ฉันก็ไม่มีอะไรที่เรียกว่าเป็นกางเกงอีกแล้ว!

ในฤดูร้อน  ขณะที่ฉันเดินไปรอบๆด้วยเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้น

ก็มีกำปั้นทุบลงมาใส่หัวฉัน
 
=======================================
 
เอาล่ะ ตอนนี้ตั้งแต่ตอนนั้นฤดูกาลได้ผ่านมาและผ่านไป ... และก็ถึงฤดูหนาว!
บริเวณที่พวกเราอยู่หิมะไม่ค่อยตกเท่าไหร่ แต่ก็มีหิมะเป็นจำนวนมากอยู่ดี
และมันก็ตกลงมาอีก ... และก็ตกลงมาเรื่อยๆ
 
“และวันนี้ฉันก็จะได้เล่นหิมะ!!!”
 
ตรงทางเข้าได้จมอยู่ใต้หิมะไปซะแล้ว….
 
“ตรงนี้ก็จมไปซะแล้ว ...”

“ที่ไหนเหรอที่บอกว่า “ตรงนี้”น่ะ?”

“ก็ที่ที่มีแต่หัวของคุณโผล่ออกมาไงคะ, อาจารย์.”

ตอนนี้วิธีเดียวที่เข้าหรือออกจากกระท่อม 
คือทางหน้าต่างกลมในห้องของฉันซึ่งเป็นห้องใต้หลังคา

มาจากหลักการที่อาจารย์บอกว่า
“ถ้าเรากำลังพูดถึงห้องของเด็ก งั้นมันจะต้องเป็นห้องใต้หลังคาจริงมั้ย?”

และนั่นเป็นเหตุผลสำหรับการตัดสินใจ

หัวของอาจารย์ของฉันติดอยู่ที่หน้าต่างกลมในห้องใต้หลังคา

มันดูเหมือนนาฬิกา กุ๊ก กรู เลยแฮะ, มันน่ารักดีนะ
(นาฬิกาที่จะมีนกพุ่งออกมาร้อง กุ๊กกรู ทุกๆ 1ชม. อ่ะครัช)
 
“หนูมั่นใจได้เลยว่าด้วยร่างกายที่อ่อนแอของหนู
 จะมีผู้ชมกำลังสงสัยอยู่ว่า “เธอจะสามารถจัดการกับหิมะได้มั้ยนะ?” 
และก็ บลาๆๆๆ”

“แล้วผู้ชมที่ว่ามันเป็นใครเหรอ?”

“คุณไงคะ อาจารย์”
 
แล้วฉันชี้ตรงไปที่อาจารย์ที่กำลังมองฉันจากหน้าต่าง
 
“ถ้าอาจารย์เห็นอย่างนี้แล้ว อาจารย์ก็ช่วยหน่อยได้มั้ยคะ?”

“งานประเภทนี้มันเป็นของลูกศิษย์
 สงสัยชั้นว่า ชั้นจะเธอปล่อยปะละเลย
 กับงานของเธอมากเกินไปนะ ยูริคุง”

“นั่นเป็นเพราะหนูมีร่างกายอ่อนแอ และหนูคงช่วยคุณไม่ได้”

ฉันทำหน้ามุ้ยและมองไปทางอื่น

รู้มั้ย แต่ละคนมีสิ่งที่ทำได้ และสิ่งที่ทำไม่ได้อยู่?
 
“คืองี้นะ...ชั้นออกจากตรงนี้ไม่ได้.”

“คุณอ้วนขึ้นรึเปล่าคะ อาจารย์?”

“เป็นอย่างนั้นหรอกเหรอ, สงสัยชั้นคงต้องเริ่มไดเอตซะแล้วสิ
และในฐานะลูกศิษย์ เธอต้องไดเอตกับชั้นด้วย”

“คุณผอมมากเลยค่ะ อาจารย์ ตอนนี้หุ่นคุณก็ดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา, ไม่มี....”
 
ถ้าอาหารลดลง ไม่ใช่ว่าฉันจะอ่อนแอมากกว่านี้เรอะ!?
 
“ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว มีจอมเวทผู้ล่วงลับได้กล่าวไว้ว่า, 
'ในเมื่อเป็นนักเวท อะไรที่เธอไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีปกติ 
 จงใช้เวทมนตร์เข้าช่วยซะ' ค่ะ ”

“ไม่ใช่ว่าชั้นเพิ่งพูดไปเมื่อไม่กี่วันก่อนเหรอ? เธอไม่ได้คิดจะฆ่าชั้นใช่มั้ยยย!?”

“และนี่ก็คือออ ตุ๊กตาหิมะคุงหมายเลข1! ฉันจะใช้ [เทเลคิเนซิส] เพื่อควบคุมมันห่างๆนะคะ!”

“โอ้! ร้ายกาจ....”

“ไม่ใช่เรื่องร้ายกาจอะไรหนิคะ มันเป็นวิวัฒนาการทางธรรมชาติ
 ของการประยุกต์การใช้เวทมนตร์ขั้นสูงต่างหาก”
 
คุณหยาบคายมาก, อาจารย์!

พร้อมๆกับเสียงตักหิมะ 
ตุ๊กตาหิมะกำลังทำงานในการเป่าหิมะจากหลังคาได้ดี

 ดูเหมือนว่ามันจะประสบความสำเร็จ

ความแข็งแกร่งของเวท [เทเลคิเนซิส] ขึ้นอยู่กับพลังเวทที่ใช้
ดังนั้นเวท [เทเลคิเนซิา] ของฉัน ได้ก่อตัวเป็นพายุที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ
 
“ฟุฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า, มันมาแล้วค่าาา! ในที่สุดก็ถึงเวลาแล้ว! 
 ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า, ฟุวววฮ่าฮ่าฮ่า–”

–*สแปรชชึ*- 
 
“คิ้ววว”
 
===================================
 
“ชั้นได้ยินมาว่ามีใครหลายคนที่ตักหิมะบนหลังได้ลื่นไถล 
 และร่วงลงมาจากหลังคา แต่ ...”

“*แกร๊กๆ*, *แกร๊กๆ*, *แกร๊กๆ*…”(**เสียงฟันกระทบกัน)

“ชั้นคิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่ชั้นได้ยินว่า
 มีใครบางคนถูกฝังอยู่ในกองหิมะที่ตัวเองเป็นคนกวาดลงมาแท้ๆ”

“*สั่นๆ*, *สั่นๆ*, *สั่น*…”

“ก่อนหน้านั้น, ดื่มนี้ไหวมั้ย?”
 
ในขณะที่ฉันหมกตัวไว้และสั่นในผ้าห่ม, 
อาจารย์ก็ยื่นนมร้อนผสมน้ำผึ้งมาให้ฉัน.

อ้าาา!, ฉันรู้สึกอุ่นขึ้นมาจากท้องน้อยเลยล่ะ
 
“ข้างในของหนูมันอุ่นจังเลย….”

“ชั้นค่อนข้างมั่นใจว่าเราไม่ได้พูดถึงเรื่องอะไรแบบนั้น...”
 
หลังจากที่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมา อาจารย์ได้ช่วยฉันไว้ด้วยเวท [เทเลคิเนซิส]
แล้วเขาก็จัดการหิมะตรงทางเข้า และบนหลังคาทิ้ง

“อย่างไรก็ตามขนาดบ้านเรายังเจอขนาดนี้, 
 ฉันค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับ หมู่บ้านมาเรบะ นะ?”
 
หมู่บ้านมาเรบะ เป็นหมู่บ้านบุกเบิกที่ตั้งอยู่ที่ตีนภูเขา
พวกเขามีกัน 12 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 3 คนหรือน้อยกว่า

ร้านขายอุปกรณ์เวทมนตร์ของกุสตาร์ซัง ก็อยู่ในหมู่บ้านนี้เช่นกัน

มันเป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆ จนกระทั่งอาจารย์ของฉัน
ได้เอาอุปกรณ์เวทมนตร์ที่สุดแสนจะขายดีมาวางขายไว้ที่นี่
ชาวบ้านจึงได้รับการแวะเวียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก
และเศรษฐกิจก็ดีขึ้นอย่างปาฏิหาริห์
 
“ถ้ามันหิมะตกในระดับที่ยุ้งฉางทนได้ มันคงจะดีนะคะ”

“เราออกไปดูสถานการณ์กันหน่อยมั้ย?”
 
–*ปิกุริ*(เสียงเปิดประตู)
 
“ยูริคุง เธอสามารถ…”

“ม่ายยย หนูจะเฝ้าบ้าน!”
 
ฉันตอบก่อนที่อาจารย์ของฉันจะพูดเสร็จ
ในเมื่อมันเป็นหมู่บ้าน, มันก็คงจะมีผู้คนอยู่ด้วยกันเป็นฝูง?
ฉันผู้ที่เก็บตัวอยู่แต่บ้านตลอดๆ คงรับมือกับการพบปะผู้คนขนาดนั้นไม่ได้
 
“… เข้าใจล่ะ”
 
ดูเหมือนว่าอาจารย์ของฉันต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง,
แต่เขาก็ไม่ได้พูดออกมา และเขาเริ่มเตรียมที่จะมุ่งไปยังทางออก
 
“งั้น,ฉันจะไปตรวจหมู่บ้านดูสักหน่อย
 ขอฝากบ้านไว้กับเธอนะ. และก็อาจจะกลับดึกหน่อยนะ”

“รับทราบค่า, ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”

“ในขณะที่เธออยู่ที่นี้, ก็ไปจัดการหิมะที่เหลือด้วย”

“รับทราบค่า. งั้น-!”
 
อาจารย์ของฉัน ผู้ที่มีฉายานักปราชญ์แห่งสายลม 
ได้ใช้เวทเพื่อเหาะขึ้นไปบนอากาศแล้วจากไป..

คนขี้โกงงงง!

ไอ๊คนที่บอกว่า,
“กระชับอากาศเพื่อใช้ตั้งหลัก,
หลังจากออกตัว ก็กระโดดขึ้นจากตรงนั้น,รวบรวมกระแสลม
และใช้มันเพื่อเร่งความเร็ว มันเป็นสิ่งที่ดีมากกว่าการบิน 
มันคงจะดีถ้าเธอเรียกมันว่า การวิ่งผ่านอากาศ.” น่ะ

ทำไมถึงใช้เวทบินพุ่งฉิวไปกันล่ะคะ!!!

อย่างไรก็ตามฉันพยายามจะทำอย่างนั้น แต่การปรับพลังในอากาศก็ยากเกินไป

ผลที่ได้คือฉันกระโดดขึ้นไป 10,000 เมตรรวดเดียว, 
ฉันได้รับความเจ็บป่วยจากแรงกดอากาศของระดับความสูงทันที
เนื่องจากแรงดันอากาศต่างกัน, เลือดได้พุ่งออกทางจมูกและหูของฉันและฉันเป็นลมไป

ในระหว่างที่กำลังร่วงลงสู่พื้นดิน, อาจารย์เข้ามารับไว้ได้ทัน,
และฉันก็หนีความตายมาได้,แต่ว่า…

รู้ตัวอีกที อาจารย์อุ้มฉันไว้ด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิง,
และเราอยู่ในช่วงของการมุ่งหน้ากลับไปที่กระท่อม

มันกลายเป็นฉากเจ้าหญิงถูกอุ้มโดยอัศวิน

แต่ตัวฉันกลับเหนอะหนะไปด้วยเลือดที่ไหลออกจากจมูกและหูของฉัน

คุณช่วยอ่านบรรยากาศสักนิด และเช็ดเลือดให้ฉันทีได้ไหม!?
 
=======================================
 
ตอนนี้, ฉันได้ถูกขอให้ช่วยจัดการกับหิมะที่เหลือ

เอาล่ะไปจัดการมันกันเถอะ

คราวนี้ฉันจะหลีกเลี่ยงการถูกหิมะฝัง โดยการปีนขึ้นไปบนหลังคา
และใช้ [เทเลคิเนซิส] ใส่ตุ๊กตาหิมะเพื่อจัดการหิมะ
 
พลั่ว ... พลั่ว ... ลงมาอีกครั้ง ... และกองขึ้น ..
 
“นี่มันไม่จบสักที! ฉันเหนื่อยกับมันแล้วน้าาา!”
 
และพอหันมาอีกทีหิมะก็กลับมากองใหญ่เท่าเดิม, 
ไม่ว่าฉันจะอยู่ตรงนี้นานขนาดไหน มันก็ไม่ลดลงไปแม้แต่นิดเดียว
ฉันจึงกลับเข้าไปข้างใน 

และในขณะที่กำลังทานข้าวเที่ยง
ฉันก็คิดว่าต่อจากนี้จะไปทำอะไรต่อไป

“จิ๊, ฉันต้องหาทางแก้ปัญหาซะแล้ว”
 
ฉันมีขนมปัง กับชีส และแฮม (จากเคราธอส),พร้อมกับนมอีกนิดหน่อย
เนื้อเคราธอสอร่อยอยู่แล้วเลยไม่ต้องทำอะไรกับมัน
มันไม่มีกลิ่นเหม็นและย่อยได้ง่าย
 
“ถ้าฉันต้องการจะละลายหิมะในทันที ฉันสามารถใช้[บอลไฟ]ได้… 
ไม่สิ, มันไม่ดี.... ฉันเป็นคนค่อนข้างซุ่มซ่าม อย่างที่อาจารย์เคยพูด,
ฉันอาจจะจมน้ำใต้กระท่อม หรือทำให้เกิดอุบัติเหตุที่น่ากลัวอื่นๆ ก็เป็นได้.”
 
เมื่อเร็ว ๆ นี้ฉันได้ตระหนักถึงความประมาทของตัวเอง
ดังนั้นเราจะมาจัดการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ
 
“ก่อนอื่น, มันจะต้องอยู่ในระดับที่ทำให้มันระเหยได้… ไม่สิ
ฉันมองเห็นอนาคตที่ฉันกลายเป็นบาร์บีคิวได้เลย”
 
หืมมมม… *ง่ำ*, *ง่ำ*.
 
“รู้แล้ว!! [แยกองค์ประกอบ] ล่ะเป็นไง? 
เป็นทางออกเฉพาะคนที่มีความรู้เกี่ยวกับสังคมสมัยใหม่
อย่างฉันเท่านั้นที่สามารถทำได้!”
 
ยังไงหิมะก็ยังเป็นน้ำวันยังค่ำ. ถ้าฉันแยกองค์ประกอบของมันโดยใช้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน
มันจะกลายเป็นรูปแบบที่ชัดเจนและไม่เป็นอันตราย!

ฉันจะทำให้แน่ใจก่อนว่ามันจะไม่ทำร้ายตัวฉันเอง,
และผลลัพท์ที่แยกออกมาจะได้เป็นไฮโดรเจนและออกซิเจน 
ซึ่งมันไม่เป็นอันตรายโดยสิ้นเชิง.

ไฮโดรเจนมีน้ำหนักเบา, ดังนั้นจึงจะหนีไปยังบนชั้นบรรยากาศ
ซึ่งหมายความว่าไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ที่จะเกิดการระเบิดได้ละมั้ง?
(TL: **เกร็ดความรู้ ไฮโดรเจนเป็นธาตุแรกในตารางธาตุ เป็นธาตุที่เบาที่สุดในโลก เนื่องจากมันเบามาก มันมักจะลอยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ เราจึงยากที่จะได้เห็นมันในรูปบริสุทธ์คือ H2 ในเปลวแก๊สไฮโดรเจน หรือในขณะที่กำลังไหม้ในอากาศ H2 จะทำปฏิกิริยากับ O2 เป็นน้ำ(H2O) และปล่อยความร้อนออกมา กับ ไนโตรเจนอ๊อกไซด์อีกเล็กน้อย ซึ่งแก๊สไฮโดรเจนเป็นแก๊สไวไฟ**)

“เพราะฉะนั้น เรามาลองดูกันสักตั้ง! เอ..ถ้าฉันจำไม่ผิด
การสร้างรูปแบบวงเวทเพื่อเรียกใช้ไฟฟ้าคือ…”
 
===================================
 
กลับไปที่บนหลังคา, ทันใดนั้นฉันก็ลองปล่อย [กระแสไฟฟ้า] 
จากการศึกษาสำหรับเขียนวงเวทของ[กระแสไฟฟ้า] 
และการต่อสายดินลงพื้นดินเองก็ใช้เวลามาก 

มันเกือบจะได้เวลาของของว่างยามบ่ายแล้วตอนนี้
 
“เอาล่ะ, ตอนนี้ก็… ‘โอ สายฟ้าเอ๋ย, จงตอบรับข้าและพุ่งออกไป’ !”
 
สายดินของฉันไร้ที่ติ. พอมองไปรอบๆ, หิมะเริ่มละลาย
จากนั้นก็ถูกแยกองค์ประกอบทันที

ในช่วงพริบตาเดียว, หิมะบนหลังคาก็หายไปหมดแล้ว
และฉันก็เริ่มจัดการกับหิมะรอบๆบ้านฉัน.

“สมบูรณ์แบบ, สมบูรณ์แบบล่ะ! มันอาจจะใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ”
 
ทันใดนั้นเอง… ฉันรู้สึกว่าลืมอะไรบางอย่างไป….
 
“อุมุ๊? การเตรียมการของฉันในครั้งนี้ควรจะพร้อมทุกอย่างแล้วนี่นา, แต่ว่า…”
 
ฉันเคาะหัวตัวเองเล็กน้อยเพื่อยืนยัน ว่าฉันไม่ได้ลืมอะไรไป.
จากนั้นฉันก็มองไปรอบๆ– และเมื่อนั้น ฉันก็สังเกตเห็นควันที่มาจากปล่องไฟ
 
“โอ้, ตะ–!? เตาผิง!”
 
ใช่แล้ว, ออกซิเจนถูกเผาไหม้ไปอย่างรวดเร็ว
ไฮโดรเจนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เมื่อคุณแยกน้ำออก สะสารเหล่านี้เป็นสารไวไฟสูง

นอกจากนี้เพื่อให้ห้องอบอุ่นฉันได้ใส่ไม้ขนาดพิเศษลงไปในเตาผิง…
และมันก็มีสิ่งของที่ง่ายต่อการเผาไหม้อีกหลายอย่างเช่นกัน
 
ในขณะที่ตกใจอยู่, ฉันรีบยกเลิกการร่ายทันที 
และตอนที่ฉันกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการร่ายเวทมนตร์

ลมก็พัดออกซิเจนไปจนหมด

—กระท่อมถูกเผาและระเบิดในทันที...
 
ร่างกายและสติของฉันก็ถูกเป่าออกไปเช่นกัน
 
=========================
 
“อืมม… หืมม…?”
 
เมื่อเปิดตาขึ้นมา ฉันก็เห็นเพดานหินที่คุ้นเคย.
ดูเหมือนว่าฉันอยู่ในห้องใต้ดินของกระท่อม

ในชั้นใต้ดินของกระท่อมมีห้องอยู่ 4 ห้อง

หนึ่งคือห้องทำความเย็นสำหรับอาหาร 
อีกหนึ่งคือห้องแช่แข็งสำหรับจัดเก็บไอเทมระยะยาว.
อีกหนึ่งคือคลังเก็บหนังสือและวัสดุ. 
และห้องสุดท้าย เป็นห้องที่ว่างเปล่า
 
"นี่ ... ห้องว่างในชั้นใต้ดินเหรอ?"

“ดูเหมือนเธอจะฟื้นแล้วสินะ?”
 
ตอนนี้พอลองมองดูดีๆแล้ว, ดูเหมือนฉันถูกห่ออยู่ในผ้าห่ม

และอาจารย์กำลังอุ้มฉันอยู่
 
“อุ? อุหวาาาา!?”

“หยุดดิ้นได้แล้ว, ใจเย็นๆ. เธอเกือบตายแล้วรู้ตัวมั้ย?”
 
ฉันลังเลที่จะผลักดันตัวเองออกไป
แต่เขาก็จับฉันไว้อย่างง่ายดาย

ตอนนี้ฉันรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง 
ในร่างกายของฉันมีความรู้สึกคัน, คลุมเครือ, และ… อบอุ่น?
 
“โชคดีจริงๆ… เมื่อชั้นกลับมาถึงกระท่อม
 มันก็ปลิวไปแล้ว และมันไม่มีอะไรนอกจากซากปรักหักพังอยู่เลย
 ส่วนเธอก็ถูกฝังอยู่ใต้หิมะ ค่อนข้างน่าตกใจ...ว่าแต่ มันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?”

“อะไร…? อย่างที่คุณเห็น,หนู—”
 
ฉันทำอะไรลงไป? ในที่สุดฉันก็จำได้.
บ้านของอาจารย์… สถานที่ที่ฉันอยู่ตลอดมา…
 
ใช่... สถานที่เดียวในโลกนี้ที่ฉันรักและสามารถหลับได้อย่างสบายใจ
บ้านของอาจารย์ และสถานที่ที่ทำให้หัวใจของฉันรู้สึกอบอุ่น
สถานที่ที่ไม่มีใครให้ความทรงจำที่ไม่ดี ความทรงที่เจ็บปวด
 หรือแม้กระทั่งความทรงจำที่น่ากลัว กับฉัน
 
“อา, อ๊าาาาา!!…. อา-จารย์…. หนู, ขอ, โทษ….”
 
คิดถึงความรุนแรงของสถานการณ์, ร่างกายของฉันสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้
จากความกลัว ฉันไม่สามารถแม้แต่จะมองหน้าอาจารย์ของฉันได้
และสายตาของฉันก็บิดเบี้ยวไปด้วยน้ำตา
 
“ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ!ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ!ขอโทษค่ะ! ขอโทษค่ะ! …...”
 
ฉันลงไปอยู่ในท่าหมอบกับพื้น, และยกหัวขึ้นและลง
ฉันกดหัวลงติดกับพื้นที่เย็นเฉียบ

“หนู.., อาจารย์, บ้านของอาจารย์  หนู… พังมัน… หนูขอร้อง!,หนูยอมทำทุกอย่าง
, ดังนั้นได้โปรด..., อย่า.., ไล่..., หนู..., ออก.., ไป...!”
 
กับร่างกายที่เย็นเฉียบของฉัน
น้ำมุกและน้ำตาไหลต่างก็ไหลออกมาฉาบบนหน้า

ฉันร้องขอถึงการให้อภัย...

คอของฉันติดขัดด้วยความกลัว..

ฉันขอความเมฆตาจากเขาไม่หยุด..
 
“หนู… ไม่.. *ฮึก* โดน.. ไย่ ไบ จะ- *ฮึก* ‘ฮี่นี่!”(ไม่อยากโดนไล่ไปจะที่นี่)

“นะ- นี่…”

“หนูขอร้อง!. หนูยอมทำทุกอย่าง, ถ้าคุณอยากให้หนูเลียเท้า, หนูก็จะเลีย.
 ถ้าคุณอยากให้หนูดูแลไอ้นั่นของคุณ, หนูก็จะทำมัน. ถ้าคุณบอกให้หนูเป็นทาสของคุณ
 หนูก็ยินดีที่จะทำมันให้ดีที่สุด, เพราะงั้น…”

“พอได้แล้ว!!!, หยุดเดี๋ยวนี้!!!!!”
 
ฉันขออภัยอย่างหมดท่าด้วยมือและเข่าของฉันที่สั่นไม่หยุด เพื่อให้เขาให้อภัย

ฉันไม่สามารถพาตัวเองออกไปจากพื้นได้

ฉันยังคงกลัวที่จะมองหน้าอาจารย์, และฉันก็ไม่สามารถมองเห็นได้
เพราะหน้าผากของฉันอยู่ติดกับพื้น ขาของฉันก็ฟหมดเรี่ยวแรงไปแล้ว

นี่เป็นบทลงโทษของฉัน. หลังจากทำลายบ้านของตัวเองทิ้ง,
คงไม่มีใครบอกว่า “โอ้ เยี่ยม” และปล่อยตัวฉันไป

เมื่อไหร่ที่เขาจะพูดว่า “ออกไป!!”กันนะ? … 
คำพูดนั้นคงทำให้จิตใจของฉันแตกสลายในทันที

ตอนที่ฉันมายังโลกแห่งนี้, ฉันก็ไม่สามารถมีชีวิตที่ปกติสุขได้อีกต่อไป

ถ้าฉันต้องการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์แบบสามปีก่อน, ฉันคงทำอะไรกับมันไม่ได้ 

“หนูขอร้องล่ะ, *ฮึก*… อย่าไล่หนูออกไป… *กระซึก*… ได้โปรดปล่อยให้หนูอยู่ที่นี่…”

“–เธอคิดจริงๆเหรอว่าชั้นจะทำอะไรแบบนั้น?”

“… เอ๋?”
 
เป็นคำพูด... ที่ไม่น่าเชื่อ…

ทั้งๆที่ฉันรอคำนี้มาตลอด, แต่ฉันก็ยัง.. ไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี.
 
“ชั้นเป็นคนบอกให้เธอจัดการกับหิมะ ถูกมั้ย?. และก็...
มันก็ไม่ใช่ว่าจะมีใครเคยเผาบ้านของพวกเขาด้วยความตั้งใจซะหน่อย
อะไรที่เกิดขึ้นในวันนี้มันคือ “อะไรทำนองนั้น” เข้าใจมั้ย?”

“อุว…”
 
ด้วยคำพูดเหล่านั้น, อาจารย์ก็ลูบหัวของฉันเบาๆ

เช่นเคย มันทำให้ร่างกายของฉันแข็งทื่อ

 แต่ว่า..

ฝ่ามือที่ให้อภัยนั้นอบอุ่นมากกว่าปกติ ...
 
“จริงๆแล้ว การที่บ้านถูกทำลายก็เป็นปัญหานะ, แต่ว่า, อืม…
ทุกอย่างที่สำคัญมันถูกเก็บไว้ในห้องใต้ดินอยู่แล้ว
ชั้นดีใจนะ ที่เธอไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่สิ เธอดีขึ้นกว่าที่ชั้นคิด ละมั้ง?”

“… อูววว…”
 
เมื่อฉันเงยหน้าขึ้น….

 ที่ตรงนั้น มีใบหน้าที่ทุกข์ทรมานของอาจารย์ แต่มันอ่อนโยนเหลือเกิน
 
“เอาล่ะ, คราวหน้าก็ระวังด้วยล่ะ. โอเคมั้ย?”

“… อุอุ… อุแแแแแแแแแแแแแแแแแแแแว้!”
 
คำพูดแห่งการยอมรับ… ความปั่นป่วน ความยินดี, ความบ้าคลั่ง, และหลากหลายอารมณ์
ฉันไม่เข้าใจและไม่ได้ปัดมันออกไป. 

หลังจากพุ่งตัวไปยังอ้อมอกของอาจารย์
ฉันก็ร้องไห้ออกมา….

มันเป็นเวลาสามปีครึ่งแล้วที่ฉันมาถึงโลกนี้.
เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มาที่โลกแห่งนี้


ที่ฉันยอมเข้าไปในอ้อมกอดของใครสักคน และร้องไห้ออกมาดัง ๆ




NEKOPOST.NET