[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง

Ch.3 - ฉันพยายามจะใช้เทคนิคของสูตรโกง(Ver.ล้มเหลว)ให้ได้


กลับมาพบกันอีกครั้งกับเดือนแห่งการฝึกความสามารถทางร่างกายของยูริอีกเช่นเคย

“เอาล่ะ, ยูริคุง”

“คะ, อาจารย์!”

“เมื่อวาน… ฉันรู้แล้วว่าสำหรับเธอมันคงเป็นไปไม่ได้”

“อาจารย์อย่าหนูทิ้งไปนะ”

ถ้าฉันออกไปจากที่นี้... ฉันก็ไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนแล้วล่ะ

อย่างน้อยให้ [แว่นผนึก] ติดตัวไปด้วยก็ยังดี

“ไม่มีใครบอกสักหน่อยว่าจะเอาเธอไปทิ้งนะ 
อืม...การฝึกร่างกายเป็นสิ่งที่อันตรายเกินไปสำหรับยูริคุงล่ะนะ”

“ตอนนี้, หนูรู้สึกเหมือนโดนทำตัวเหมือนกับอะไรสักอย่าง... นางซวย?”
(TL: ก็คงไม่ใช่นางเอกแหละ..) 

“เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่เราจะทำในวันนี้ ยูริคุง ฉันคิดว่าที่ผ่านมาเราทำเร็วเกินไป 
และเราก็จำเป็นต้องค่อยๆไปด้วยกัน… แต่ดูจากกิ๊ฟของเธอแล้ว... ฉันคิดว่ามันคงไม่เป็นไร.”

“ทำไมช่วงท้าย เหมือนจารไม่ค่อยเต็มใจพูดเลยอ่ะ?”

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป, ฉันจะให้เธอเรียนเวท 
[Body Strengthening(เสริมความแข็งแกร่งของร่างกาย)]”

“ยัตต้า! พลังร่างกาย บูสโตะ!”

ถ้าคุณพูดถึงแฟนตาซีล่ะก็ เวทเสริมพลัง เป็นเวทที่ค่อนข้างคลาสสิคล่ะ ว่ามะ?

“เวทมนตร์นี้ ฉันจะสอนแบบลับๆ ฉันไม่อยากจะสอนใครต่อใครไปทั่วหรอกนะ…”

“อย่าขี้เหนียวสิคะ อาจารย์ มาเริ่มกันเลย หนูพร้อมแล้ว”

“ไม่ล่ะ มันอันตรายเกินไป เนื่องจากเธอต้องใส่เวทมนตร์โดยตรงไปที่ร่างกาย. 
แล้วก็ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ. เธอต้องกะปริมาณเวทมนตร์ให้ดีๆ
จากนั้นก็ปล่อยทั้งหมดออกมารวดเดียว… มันต่างจากการใช้เวทแบบปกติโดยสิ้นเชิง”

“ว้าย, เทคนิคลับล่ะ! เจ๋งไปเลย!”

เนื่องจากลักษณะพื้นฐานเป็นเวทมนตร์ 
มันเข้ากับค่าพลังเวทของฉันสุดๆ ฉันรู้สึกมีไฟขึ้นมาแล้วสิ

ในวันนั้น….หลังจากที่เรียนเสร็จ ร่างกายของฉันโดนเวทมนตร์ระเบิดเป็นชิ้นๆ
 
==========================================

วันต่อมา….

“ฟังนะ, ยูริ. ผลกระทบหลักของเวทมนตร์นี้เกิดขึ้นจากค่าพลังเวท(MAG) 
 และค่าสเตตัสอื่นๆของเธอ”

“รับทราบค่ะ!”

“การเปิดใช้งานและการให้เวทมนตร์คงอยู่นั้นเป็นเรื่องยาก, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 
การกะปริมาณเวทมนตร์โดยการตั้งค่าไว้ล่วงหน้าคือกุญแจสำคัญ”

“ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า?”

“เพื่อที่จะเปิดใช้งาน, ให้เธอกำหนด "ค่าสเตตัสอันไหน" "ปริมาณที่ต้องการใช้" 
เมื่อเรียกใช้. จากนั้นการเพิ่มค่าสเตตัสที่สูงขึ้นอาจทำให้เกิดภาระกับร่างกาย,
ความพอดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ.”

“ฟุมุ, ฟุมุ.”

“จนถึงตอนนี้,เวทมนตร์ส่วนใหญ่ของเธอน่าจะดีขึ้นหลังจากเปิดการใช้งาน. 
แต่สำหรับเวทมนตร์นี้เธอต้องรักษาการคงอยู่ของมันอย่างต่อเนื่อง.
เธอต้องไม่ลืมว่าด้วยเหตุนี้ การกินเวทมนตร์ของมันค่อนข้างรุนแรง”

“ค่า, อาจารย์!”

“บังเอิญ ที่ค่าสติปัญญา(MND)ของชั้น, 10 วิ ก็เต็มกลืนแล้ว”

“ไม่ใช่ว่าค่าสติปัญญาของอาจารย์ มีมากกว่า4 เท่าของคนปกติเหรอ!?”

“ถึงมันจะสูง… แต่กับเวทนี้แล้ว, มันอยู่ได้แค่ประมาณ 10 วิ 
 แสดงให้เห็นว่าสกิลนี้มันกินพลังเวทมากขนาดไหน”

การสร้างและการเรียกใช้เวทมนตร์ จะใช้ค่าพลังเวท(MAG) 
การนำเวทมนตร์มาใช้ จะใช้ค่าสติปัญญา(MND)

คุณสามารถคิดได้ว่าค่าพลังเวท เป็นพลังเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่สามารถปลดปล่อยได้
 และค่าสติปัญญา เป็นจำนวนของเวทมนตร์ที่สามารถใช้งานได้— 
คล้ายๆถังเก็บน้ำและก๊อกน้ำ

ถึงแม้จะมีค่าสติปัญญามากกว่าคนทั่วไปถึง 4 เท่า,อาจารย์ก็ใช้มันได้แค่ 10 วิ

คำนวนจากสเตตัสอาจารย์ดูแล้ว, 1 วิ ใช้ 4 [MND]

ดังนั้นในกรณีของฉัน…. ฉันมีประมาณ 1,840 ... 460 วินาที? 

ตั้งเจ็ดนาที 40 วินาที!

“จริงเหรอ!? เหมือนกับ อุลตร้าแมนเลยอ่ะ” 
(TL: ประมาณว่าเหมือนอุลตร้าแมนตรงที่ใช้พลังเหนือมนุษย์
 ไปสักพักแล้วก็หมดเวลา //ไฟกระพริบ ปิ๊บๆๆๆๆ)

ฉันมีเวลาค่อนข้างเหลือเฟือเลยน่ะสิ!

“เอ่อ...ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าอุลตร้าแมนคืออะไร, แต่...มันอันตรายมาก. เข้าใจใช่มั้ย?”

“หนูเข้าใจนะ... แต่,ด้วยเวลาที่จำกัด, มันก็ไม่ได้ต่างจากวัตถุประสงค์เดิม
 ของการฝึกครั้งแรกเหรอคะ?”

“มันเป็นเพราะ การที่เธอสามารถป้องกันตัวได้ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของที่สุดl…”

อาจารย์มองออกไปนอกหน้าต่าง ด้วยสีหน้าว่างเปล่า

เพียงเจ็ดนาที...ก็จะเป็นเรื่องยากที่จะทำงานบ้านทั้งหมด

หลังจากผ่านไปสักพัก สีหน้าอาจารย์ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

“นอกจากการจำกัดการคงอยู่ของเวทมนตร์แล้ว, เวทมนตร์นี้มีข้อบกพร่องอีกอย่างหนึ่ง.”

“ข้อบกพร่องอีกละ? การสอนเทคนิคลับของจาร....มีแต่ของมีตำหนิสินะคะ”

“ชั้นจะไม่สอนเธออีกต่อไปแล้วววว!”

แล้วอาจารย์ก็เดินไปนั่งอยู่มุมห้องแล้วเริ่มเขียนพื้นเป็นสัญลักษณ์ の ไปเรื่อยๆ………..

หยุดเถอะได้โปรด!! นี่ใช่การกระทำของคนที่โตแล้วเหรอ!!?

“เอาล่ะ ความจริงก็คือเธอสามารถเสริมพลังด้วยค่าสเตตัสอย่างอื่นได้”

“งั้น ค่าพละกำลัง(VIT) + กับค่าสเตตัสอื่น?”

“แน่นอน แต่เธอไม่จำเป็นต้องใช้ ค่าพละกำลังหรอกนะ”

“หรือก็คือ โดยใช้ [Body Strengthening] ก็จะสามารถเพิ่ม
๏Dexterity,
๏Dexterity + Vitality,
๏Speed,
๏Speed + Vitality,
๏Strength,
๏Strength + Vitality,
๏Vitality,
๏Mind,
๏Mind + Vitality
— เพิ่มค่าสเตตัสด้วยเก้าวิธีที่ต่างกัน, ใช่มะ?”

“ถูกต้อง”

“หนูสงสัยว่าทำไม ค่าพละกำลัง ถึงแตกต่างจากค่าสเตตัสอื่น ๆล่ะคะ”

หลังจากที่ได้ยิน, อาจารย์ก็ทำสีหน้าปั้นยาก ขณะที่เขาค้นหาคำที่เหมาะสม เขาทำหน้าประหลาด

“หืมมม… ขั้นตอนพื้นฐานสำหรับการผลิตเวทมนตร์คือการเริ่มต้นด้วยการปรับพลังเวทมนตร์ภายในร่างกาย.
 จากนั้นปล่อยมันออกจากร่างกายและสร้างรูปแบบเวทมนตร์ขึ้นมา – เธอเข้าใจบ้างรึเปล่า?”

“ค่า! นำพลังเวทไปสร้างรูปแบบเวทมนตร์ (TL:วงเวท), 
คุณสามารถเรียกการอัญเชิญพลังต่างๆขึ้นอยู่กับรูปแบบเวท ใช่มั้ยคะ?”

“ด้วย [Body Strengthening], สกิลนั้น ได้ทำการปล่อยออกมาเมื่อทำงานตามรูปแบบที่กำหนดไว้
 และมันจะถูกดูดซึมอีกครั้งหลังจากเข้าไปในร่างกายแล้ว – หรือก็คือ ค่าพละพลังและเวทมนตร์ 
 จะหันเหไปตามค่าสเตตัสที่ต้องการ…แต่ฉันไม่สามารถพูดได้ว่านี่เป็นหลักการที่ถูกต้อง”

“มันค่อนข้างคลุมเครือนะคะ ตามที่หนูเข้าใจก็คือ ประมาณวาาเส้นทางของเวทมนตร์ที่เริ่มต้นด้วยการผ่าน ค่าพละกำลัง(VIT) ก่อนแล้วจึงแบ่งเป็น ค่าสเตตัส ที่เลือก, ใช่มั้ยคะ?”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้… เอาล่ะ,แม้ว่าฉันจะกังวลนิดหน่อย, มันคงไม่เป็นไรเพราะเธอเป็นอมตะ
ทำไมเธอไม่ลองดูสักหน่อยล่ะ?”

แล้วอาจารย์ก็ถอยไปจากฉันนิดนึง… ไม่สิ, ไปไกลโครตเลยนี่หว่า

“อาจารย์, ทำไมต้องอยู่ห่างจากหนูขนาดนั้นด้วยล่ะ?”

“การใช้เวทมนตร์เป็นครั้งแรกมักจะจบลงด้วยความล้มเหลว”

“นั่นคือความอันตรายของเวทมนตร์ใช่มั้ยคะ?”

“ไม่ใช่ว่าฉันบอกเธอไปแล้วเหรอ ว่ามันเป็นเทคนิคลับสุดยอด”

ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมร่างกายของอาจารย์มีรูปร่างแบบนี้(พลังK)

นี่คือสิ่งที่เขาซ่อนไว้ในการสู้รบในระยะประชิด

“ — เอาล่ะ ไปเลยนะค้า!”

และแล้ว ก็มีปล่องภูเขาไฟขนาดย่อมเกิดขึ้นกลางป่า…

ฉันร่ายเวทมนตร์ออกมา จากนั้นเป็นผลจากการเพิ่มสถิติความคล่องตัว(DEX)ที่มุ่งเน้นความเร็วให้สูงสุด,
ความเร็วของฉันได้แซงความเร็วเหนือเสียงไปแล้ว

การเปิดใช้งานด้วยตัวเองประสบความสำเร็จ และยังไม่มีปัญหากับการรักษาการคงอยู่ของมัน
หลังจากที่ตรวจสอบว่าไม่มีปัญหาเรื่องการคงอยู่, ฉันตัดสินใจว่า ฉันจะไปต่อโดยการวิ่งด้วยความเร็วแสง.
ขณะที่ฉันถีบตัวออกจากพื้นดิน, พื้นดินใต้เท้าของฉันก็เกิดระเบิดอย่างรุนแรง

ด้วยการระเบิดและการหดตัวจากการถีบพื้นดิน, ฉันตั้งใจบุกผ่านกำแพงเสียงที่เกิดขึ้น
ฉันกระแทกเข้ากับกำแพงด้วยความเร็วเหนือเสียง, และ..,

เนื่องจากฉันไม่มีความแข็งแกร่งของร่างกาย ผลลัพท์ก็คือ…..

ร่างกายของฉันกระจัดกระจายไปทุกทิศทุกทาง

“อุกุ๊วววววววววอู๊วววววววววววอู๊ววววววววว…….”

“อิย๊า, มันเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ที่ฉันเห็นอะไรที่เร็วขนาดนี้. สุดยอดไปเลย... จริงๆนะ.”

“ฟุกุ๊ววววววววอู๊ววววววววววว”

“ภายใต้การเร่งอันรวดเร็ว, คนส่วนใหญ่จะสูญเสียความสมดุลของพวกเขาและล้มไปกระแทกพื้น,
 และกระดูกหักบางส่วน แต่ว่า…”

“ฮิกี้ยยยยยยอี้ยยยยย”

“อีก 1 ชั่วโมงเธอก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว, ถูกมั้ย?  มันทำให้ฉันรู้สึกสดชื่นนิดหน่อย.”

แม้ร่างกายของฉันจะงอกใหม่และกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ก็ใช่ว่าความทรงจำของความเจ็บปวดที่รุนแรงนั้นจะหายไป

อาจารย์ยืนมองฉันอย่างใจเย็น ในขณะที่ฉันมัวคิดถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงในครั้งนี้

“อุนุวววว, แต่หนูจะไม่ลืมภาพอาจารย์ที่นั่งจุมปุ๊กอยู่มุมห้องโดยเด็ดขาด!”

“ตรงนี้เจ็บรึเปล่า? หืม?”

อาจารย์ทุบขาของฉันที่โดนระเบิดกระเด็นด้วยไม้

“กินย๊าาาาอ๊าาาาาาาา!!!”

ภายใต้การตัดสินใจอีกครั้ง: แน่นอนฉันจะเรียนเวทมนตร์ให้ได้

และ [แว่นผนึก]ของฉันก็แตกกระจาย ดังนั้นตอนนี้ฉันเลยมี [แว่นผนึกหมายเลข2]


========================================

วันต่อมา

ด้านหน้าของฉันเป็นวิวทิวทัศของก้อนหินขนาดใหญ่ - หน้าผาสูงชัน เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการฝึกจริงๆ
อย่างการผ่าหินได้ด้วยมือเปล่า, มันเป็นความฝันของลูกผู้ชายทุกคน!!
(TL: อ้าว อิหนูเคยเป็นผู้ชายมาก่อนเหรอ ลืมไปเลยแฮะ)

“ฟุฟ ฟุฟ ฟู่วว. หนูจะผ่าก้อนหินตรงนี้ให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วนะคะ อาจารย์”

เมื่อวันก่อน,ฉันอาจจะล้มเหลว,แต่มันก็เจ็บปวด 
ชัดเจนว่าเหตุผลหลักคือค่าพลังเวท(MAG)ที่สูงเกินไปของฉัน

ลองลดปริมาณที่จัดไว้ในการเสริมพลังโดย 70%, ส่วนที่เหลือฉันจะแบ่งให้ค่าพละกำลัง(VIT)

“แหลกไปซ้าาาาาาา! เพื่อความปรารถนาของช้านนนนนน!”

และมันก็แหลกเป็นเม็ดทราย… มือฉันนี่แหละ จบข่าว

“นัวววอ๊าาาาาาาาาาาาาาา!”

“เธอนี่น้า…. ไม่ว่าจะมองมันยังไง, มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย”

“กินุ้ยยยยยยยยยยยยยย!”

“ทันทีที่ได้ยินเสียง *แบง* ชั้นก็รีบวิ่งมาทันที, แล้วดูสิชั้นเจออะไร…”

“ฮะก้าาาาาาอ้าาาาาาาาาาา!”

“จากที่เห็นแขนขวาของเธอบินจากไหล่นั้น แน่นอน ฉันรู้สึกประหลาดใจมากเลย”


อาจารย์มองลงมาที่ฉันพร้อมกับสายตาที่บ่งบอกว่า
 ‘ฉันยอมแพ้กับเธอแล้วจริงๆ’

มันทำให้ฉันรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกสันหลังเลยทีเดียว

===================================

และในวันถัดมา

ฉันไม่ยอมแพ้หรอก...เพราะฉันเป็นอมตะ

“มือเปล่าคงไม่ดี. แต่ถ้าฉันใช้อาวุธ มือฉันก็จะไม่หัก!”

และวันนี้… ฉันก็มาพร้อมกับอาวุธ

ไม่ใช่ดาบไม้หรอกนะ,แต่เป็นดาบของแท้เลยต่างหาก
ฉันเอาคาดไว้ที่หลังของฉัน. มันไม่หนักเท่าไหร่เพราะปลายดาบขูดกับพื้นตลอดทาง

“ดูซี่, ดูซี่! ด้วย[Body Strengthening],แม้ดาบจะหนักขนาดไหน ฉันก็ยกได้ราวกับกระดาษเลยล่ะ”

ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ, แต่ความสามารถนั้นก็ใช้ได้ไม่เกิน 7 นาที. ลองใช้เทคนิคการฟันอย่างรวดเร็วดีกว่า
 ด้วยแขนขวาของฉัน(ที่บินออกไปหลายต่อหลายครั้ง), ฉันถือดาบด้วยมือขวา แล้วก็ยื่นมือซ้ายออกไปข้างหน้า.
 จากนั้นฉันก็หมุนตัว… ถ้าพูดถึงแฟนตาซีล่ะก็, ก็ต้องเป็นท่านี้แหละ

“ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะแพ้ให้กับก่อนหินอย่างแก! รับไปซะ! อะวาน แสตชชึ(Avan Strash)!”
 (TL: จากเกม Dragon Quest Dai no Bouken allusion)

[Avan Strash]

เป็นการฟันดาบด้วยความรวดเร็ว — หุ่มด้วยคลื่นพลังเวท, 
ดาบจึงสามารถทำลายก้อนหินได้อย่างง่ายดาย!
มันมีประสิทธิภาพจริงๆ!(TL: it's super effective!//จากเกมโปเกะม่อน)

ผ่านไปจากก้อนหิน, คลื่นดาบก็ตัดผ่านหน้าผา… และทะลุผ่านแม้กระทั่งภูเขา

เมื่อไม่สามารถทนต่อแรงกระแทกได้, ตัวดาบก็กลายเป็นเศษเหล็กชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าฉัน

และทำให้ฉันรู้สึกหดหู่

“ชั้นขอล่ะ.... อย่าทำอะไรบ้าๆได้มั้ย.”

“อุกุกุกุ…”

อาจารย์ทำหน้าทุกข์ใจ ในขณะที่อุ้มฉันขึ้นมา ทำให้ฉันรู้สึกถึงบางอย่างในใจเขา

“แม้ว่าเธอจะเป็นอมตะ, การตายแบบเลือดสาดมันไม่ดีต่อใจชั้นเท่าไหร่”

“หนู…”

“หนู?”

“หนูยังไม่เสร็จ! มันยังไม่เสร็จเลยจริงๆ! หนูยังมีของอื่นๆให้เล่นอีก!”

“พรุ่งนี้ชั้นจะล่ามเธอไว้กับเสาในบ้านเลย, รู้มั้ย?”

นอกจากนี้ ฉันก็ได้รับ [แว่นผนึกหมาย3] มาใหม่
เพื่อให้มันจะไม่ถูกทำลายง่ายๆ มันมีกรอบสีดำที่แข็งแรงจริงๆ

มันเชยมาก ฉันรู้สึกได้เลยว่ามันลด‘ความเป็นสาวน้อยน่ารัก’ของฉันลง
(TL: เป็นโลลิเต็มตัวแล้วสินะ) 

แต่มันก็ช่วยไม่ได้เนอะ

 ===================================

และในวันถัดมา

อย่างที่คิด อาจารย์มัดฉันไว้ และฉันก็ออกไปไหนไม่ได้
นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันนั่งแกะสลักโลหะในห้องของฉัน

“หืม? ฉันยังสามารถเสริมค่าDex เพื่อแกะสลักที่ซับซ้อนมากขึ้น
และมีรายละเอียดมากขึ้นได้ ไม่ใช่เหรอ?”

หลังจากปิ๊งไอเดียขึ้นมา, ฉันตัดสินใจลองทำดู

ฉันจะเตรียมเครื่องรางไว้ก่อน บนพื้นผิวของมัน,ฉันจะลองแกะสลักรูปแบบเวทมนตร์เล็กๆไว้

แบบจำลองนี้จะเป็น [แว่นผนึก] ที่อาจารย์ทำขึ้น. รูปสลักบนเครื่องมือมีขนาดเล็กใกล้เคียงกัน.

นี่มันค่อนข้างเจ๋งดีนะ

“ถึงฉันจะยังไม่เรียนรู้ความสามารถในการสร้างรูปแบบเวทมนตร์,
 แต่กลับกัน, ฉันจะพัฒนาด้วยวิธีของฉันเอง  — !!”

สำหรับความแม่นยำแบบสุด, ความแข็งแรงทางกายภาพเป็นสิ่งจำเป็นด้วย… 

ก่อนที่ฉันจะนึกขึ้นได้

เส้นเลือดฝอยในแขนของฉันบวมและแตกเป็นเสียง  *ปะ ปะ ปะ*

“อย่างน้อยที่สุด ชั้นต้องนับถือความดื้อรั้นของเธอนะ. 
แต่ทำไมเธอต้องทุ่มเทกับเวทมนตร์ให้ได้ด้วยล่ะ…?”

“อุนุวววว”

เนื่องจากไม่สามารถขยับแขนได้,
ฉันนั่งลงข้างเตียงและกินข้าวต้มในขณะที่อาจารย์ยังคงดุฉัน

“มันไม่จำเป็นต้องใช้เลยด้วยซ้ำ. ยูริคุง ด้วยค่าพลังเวทของเธอ
เพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้นที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีพอสมควร”

“แต่การกินพลังเวทมันไม่ลดลงอ่ะ, และมันก็เพิ่มขีดจำกัดไม่ได้ด้วย.”

“แล้วมันไม่ดีกว่าเหรอ ที่จะใช้พลังเวทที่เหลืออยู่สำหรับเวทมนตร์อื่น ๆ?”

“—–! นั่นแหละ!”

“ไปนอนได้แล้ว สำหรับวันนี้อย่าทำอย่างอื่นที่ไม่ได้บอกไว้ล่ะ”

“หนูว่ามันช่วยไม่ได้น้าา. อาจารย์. ขอเพิ่มอีกชาม!”

 

ฉันอาจจะล้มเหลวกับเวทมนตร์, แต่ฉันรู้สึกแปลก ๆ 
ราวกับว่ามันมีอะไรบางอย่างถูกเติมเต็มขึ้นมา..

ฉันว่าความพยายามในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้แล้วล่ะ!




NEKOPOST.NET