[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง ตอนที่ 17 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง

Ch.17 - การช่วยเหลือ



“พี่ยูริ น่าขยะแขยงอ่ะ…”

“อย่างนายไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้นหรอกนะ อเล็คนักทำเนื้อบด”

ฉันตรวจสอบรอบๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีศัตรูอยู่ในบริเวณนี้อีกต่อไป 
จากนั้นฉันก็เริ่มปฐมพยาบาลอเล็คคุง

ฉันฉีกปลายของกระโปรงของฉันเพื่อเป็นผ้าพันแผลแบบง่าย
จากนั้นฉันก็ใช้ [ประเมิน] เพื่อให้แน่ใจว่าลูกธนูไม่ได้โดนเส้นเลือดใหญ่ หรือเส้นประสาทอะไร

หลังจากตัดหัวของลูกศรออกด้วย [ใบมีดสายลม] แล้ว
ฉันก็ดึงส่วนที่เหลือออกทันที และห้ามเลือดด้วยผ้าพันแผลไว้
 
“โอ้ย! ช่วย...อ๊าก  ช่วยทำเบาๆหน่อยสิฮะ!”

“ตอนนายมีแฟน  นายค่อยไปพูดกับแฟนนายเอานะ”

เมื่อปฐมพยาบาลเสร็จ ฉันก็เลิกใช้ [ประเมิน] ทันที

ถ้าฉันใช้นานกว่านี้ แม้ว่าจะมี[ปรับตัว] ฉันก็รู้สึกว่าฉันกำลังจะเป็นบ้าแล้ว

ดูเหมือนระยะเวลาที่ฉันสามารถใช้ได้จะสั้นกว่า [เสริมพลังกาย] 
อาจจะแค่ประมาณ 5 นาทีได้มั้ง?
 
“ยังไงก็ตาม ไม่ใช่ว่าพวกเราต้องไปช่วยมารุจังเหรอ? นายเดินไหวมั้ย?”

“ครับ พอได้อยู่ แต่ผมถือเซนติเนลไปด้วยไม่ได้”

“งั้น นายจะเป็นแบบนี้ ถ้าแขนขวาของนายได้รับบาดเจ็บสินะ…? 
 หลังจากนี้ ฉันว่าเราจะต้องหาวิธีแก้ในเรื่องนี้แล้วล่ะ”
 
ฉันถือเซนติเนลด้วยสองมือ... แล้วพวกเราก็เดินเข้าถ้ำไป

ฉันสงสัยว่า พวกโจรต้องทำงานหนักขนาดไหน 
เพื่อให้สถานที่นี้อาศัยอยู่ได้นะ

พื้นที่สว่างขึ้นด้วยคบเพลิงและพื้นมีการปรับระดับอย่างสม่ำเสมอด้วย

“หืม แม้ว่าจะเป็น "สถานที่อย่างว่า" 
 อย่างน้อยพวกเขาก็ดูแลเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวก เอ..?”

“สิงอ้ำนวยคามสะด๊วก?”

“มันหมายถึงสิ่งที่ทำให้มันน่าอยู่ และสะดวกสบายน่ะ”

“อ้ออ… ดูเหมือนว่ามันเคยเป็นรังของสัตว์ร้ายด้วยนะครับ 
 แต่มันไม่มีกลิ่นเหม็นเลย”
 
กลิ่นเหม็น? ลองคิดย้อนกลับไป ตอนที่ฉันเข้าใกล้หัวหน้าของพวกมัน แต่ว่า…
 
“โจรพวกนั้นก็ค่อนข้างเหม็นนะ”

“พี่คิดอย่างนั้นเหรอครับ? ผมไม่เห็นรู้สึกเลย แต่ว่า… 
 ม่าา ผมว่าผมหมดหวังที่จะมีชีวิตต่อแล้วล่ะ...”

“ฉันได้ยินมาว่า ผู้หญิงมีความรู้สึกไวต่อกลิ่นมากกว่าผู้ชาย 
 งั้นแสดงว่ามันเป็นความจริง... จริงๆเหรอ?”
 
คุณสมบัติความเป็นผู้หญิงของฉัน ... เพิ่มขึ้นอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม ร่างกายเก่าของฉันก็กลายปุ๋ยให้ดินแล้วด้วยสิ 
และฉันก็ยอมแพ้กับการเป็นผู้ชายแล้วด้วย แต่ก็ยัง….
 
“ถ้ำนี้มันลึกจังเลยน้า”

“—อ๊าา!?”

“—หวาาา!”
 
อเล็คคุงตอบกลับด้วยเสียงกรีดร้องแบบแข็งๆ

มีใครบางคนอยู่ในบริเวณที่มืดๆ งั้นเหรอ?
 
“นั่นเธอรึเปล่า มารุจัง? 
 ฉันเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์แฮสเทล ชื่อยูริ  ฉันมาเพื่อช่วยเธอนะ”

“พวกผมไม่ได้มาทำร้ายเธอ เพราะงั้นอย่ากลัวเลยนะ โอเค๊?”
 
ข้างในสุดของถ้ำ มีคนถูกล่ามโซ่ไว้กับเสาเหล็กที่ปักไว้กับพื้น 
ตรงนั้นมีร่างของสาวน้อยถูกล่ามโซ่อยู่
 
“ชะ-ช่วย…?”

“ตามนั้นล่ะ เธอสบายใจได้นะ เห็นมั้ย? 
 พวกเราจัดการพวกคนไม่ดีทิ้งแล้วล่ะ!”

ลักษณะที่น่าขนลุกของอเล็คคุง ที่ตรงไหล่ขวาบาดเจ็บ และไม่มีแขนซ้าย 
พูดกับเธออย่างใจจดใจจ่อ

ฉันคิดว่ามันจะทำให้เธอกลัวมากขึ้นกว่าเดิมนะ
 
“เธอรู้มั้ยว่ากุญแจ เก็บไว้ตรงไหน?”

“… ม่ายรุ”

“เห... ผมจะไปดู—”

“อย่าทิ้งหนูไว้นะ!”
 
เขาเป็นผู้ช่วยชีวิตที่ เธอรอคอยมานาน
เธออาจจะกลัวว่า เขาจะจากเธอไปอีกครั้ง
 
“งั้น อเล็คคุง อยู่ที่นี่กับเด็กคนนั้นไปก่อนนะ ฉันจะไปหากุญแจสำหรับ… อะ..”

“ได้ฮะ แต่ “อะ..” มันคืออะไรกันครับ?!”
 
ฉันลืมคิดไปเลย… มีคนพวกนั้นถูกฉัน "ทำให้ระเหย" ที่นั่นไปแล้ว
แล้วเราจะทำยังไงล่ะถ้าเกิดหนึ่งในนั้นมีคนพกกุญแจอยู่...?
 
“จะ-จริงด้วย! มาพังที่ล่ามโซ่กันเลยดีกว่า เราก็จะได้ไม่ต้องใช้กุญแจแล้วด้วย!”

“โห... พอลองมาคิดดูแล้ว… มีกี่คนนะครับ ที่พี่ทำเขาให้ระเหยไปน่ะ?”

“อย่ามาขุดเรื่องที่ผ่านมาแล้วเซ่!”

“… … …?”
 
‘เกิดอะไรขึ้นเหรอ?’ ดูเหมือน มารุจังจะถามขณะเอียงศีรษะไปด้านข้างโดยไม่พูดอะไร 

เอื้อออ เด็กคนนี้น่ารักโฮก!

อะแฮ่ม อย่างไรก็ตาม ถ้าจะใช้เซนติเนลตัดพวกมัน 
เราควรจะย้ายไปตรงที่มีแสงสว่างกว่านี้

เพราะงั้นฉันก็เลยใช้ [เทเลคิเนซิส] ด้วยพลังทั้งหมดเพื่อแยกส่วนที่ล่ามโซ่

ฉันใส่ใจการทำเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายขาของมารุจังโดยไม่ได้ตั้งใจ
เพื่อที่จะไม่ให้ข้อเธอเธอหัก จุดโฟกัสของฉันอยู่ในพื้นที่ของที่ล่าม 
ค่อยๆดึงมันออกจากกัน… อย่างนั้นล่ะ
 
“เอโต..? เธอได้แผลหรือเจ็บอะไรตรงไหนมั้ย?”

“อื้ม หนูไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ คุณพี่สาว”
 
หลังจากที่ขอบคุณฉันแล้ว เธอก็ไปเกาะอเล็คคุง 
อะร่า อะร่า ฉันมอบฉายาที่ใช้เรียกอาจารย์ว่า “ใบหน้าชั่วร้าย” กับเขาโดยไม่คิด 
รอยยิ้มซุกซนของเขาฉีกไปจนถึงหู

"จี่~....."
 
“สายตานั่นมันอะไรกันครับ?!”

“เปล่า~นี้~ ไม่มีอะไรทั้งนั้นล่ะ?”

“อย่ามองผมแบบนั้นน้าาาา!”

“จริงๆ ฉันแค่คิดถึงอนาคตข้างหน้าสิบปีนับจากนี้น่ะ 
 ดูแล“แฟนสาว”ของนายให้ดีๆนะ เข้าใจมั้ย?
 
พอถูกฉันเรียกว่าแฟนสาว หน้ามารุจัง แดงอย่างประหลาด
โฮะโฮ แม้จะอายุแค่นี้ ยังไงก็เป็น “ผู้หญิง”นี่นา
 
ในขณะที่พวกเราพูดคุยกันแบบบ้าๆบอๆ พวกเราก็มุ่งหน้ากลับไปที่กระท่อม 
แล้วทันใดนั้นเอง… เทพเจ้าแห่งปีศาจได้มาปรากฎอยู่ตรงหน้าพวกเรา…..

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
 
“… แล้ว? เธอมีข้อแก้ตัวอะไรมั้ย?”
 
อาจารย์ยืนตรงหน้าฉันอย่างองอาจ…. 

เส้นเลือดที่หน้าผากมีเสน่ห์มากเลยล่ะ

ฉันกลับมาถึงกระท่อม แล้วก็ถูกบังคับให้นั่งท่าเซสะ เอิ่ม...
 
“อะ-อเล็คคุง เขา…”

“ลูกศิษย์ของฉันที่เป็นรุ่นพี่ 
 ตั้งใจจะผลักดันความรับผิดชอบให้กับรุ่นน้องของเธอหรอกเหรอ?”

“ไม่ค่ะ… มันก็…”

“ผมวิ่งออกไปก่อน มันเป็นความผิดของผมเองครับ”

“ปกติแล้ว ฉันจะให้นายคิดถึงพฤติกรรมที่ประมาทไป 
 แต่ว่า มันควรจะเป็นหน้าที่ของยูริ ที่จะหยุดนายเอาไว้”

“เข้าใจแล้วครับ ผมขอโทษ”

“เฮ้อออ ม่าา เนื่องจากผลที่ได้คือการที่คุณช่วยเด็กผู้หญิงได้ทันเวลา
 แม้ว่าฉันจะไม่ชอบวิธีที่พวกเธอทำ…
 จากนี้ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ดีๆ และระมัดระวังให้มากกว่านี้ด้วย”

ฉันไม่มีข้อแก้ตัวอะไรจะพูด เพราะสิ่งที่อาจารย์พูดมามันถูกทั้งหมด

ฉันแค่อยากจะ… ทดสอบประสิทธิภาพของเซนติเนล… 
และแม้ว่านั่นไม่ใช่ความตั้งใจของฉัน 
ฉันก็ยังใช้สิ่งที่อเล็คทำ เป็นข้ออ้าง
ฉันแน่ใจว่าอาจารย์มองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง

เนื่องจากฉันมีพลังเวทเพิ่มมาอีกนิดหน่อย 
ฉันหลงระเริงกับมันจนสุดท้าย อเล็คคุงก็ได้รับอันตราย

ขณะที่น้ำตาเริ่มซึมออกมาจากตาของฉัน และฉันก็กำหมัดแน่น
อาจารย์มองฉันด้วยสายตารังเกียจในขณะที่รักษาไหล่ของอเล็คคุง
 
—เขาเกลียดฉัน

ความรู้สึกที่แท้จริงทำให้น้ำตาไหลลงบนใบหน้าของฉัน 

ดวงตาของฉันมันร้อนผ่าว ฉันหยุดมันไม่ได้

ในชีวิตก่อนหน้านี้ ฉันไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน…
 
“หนู *ฮึก* ขอ *ฮึก* โทษ...”
 
ฉันขอโทษอีกครั้ง
จากนั้นการตอบรับที่ฉันได้...

อาจารย์เดินมากอดที่หัวของฉันและลูบผมของฉัน

ไม่ว่าฉันจะงี่เง่าแค่ไหน อาจารย์ก็ปลอบโยนฉันเสมอ
ทำให้ฉันรู้ว่าเขาจะไม่ทิ้งฉันไปไหน
ในชีวิตก่อนหน้านี้ แม้กระทั่งครอบครัวของฉันก็ยังทิ้งฉันไป
 
“เป็นห่วงมากเลยล่ะ”

“ค่ะ… ขอบคุณ..มากนะคะ”
 
ฉันฝังหัวของฉันไว้ที่อกของอาจารย์  การแสดงออกของฉันมันซับซ้อนมาก
ทั้งเศร้า และมีความสุข หัวใจของฉันเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด
 
“คุณสองคน ช่วยไปจีบกันตอนที่อยู่ด้วยกันตามลำพังได้ไหม—?”
 
และมันคงจะสมบูรณ์แบบมาก ถ้าอเล็คไม่ได้ใส่ใจว่าเขาควรจะดูหรือไม่!

อะร่า อเล็คคุง ไม่ใช่ว่ามารุจังเกาะอยู่ข้างหลังนายมาสักพักแล้วเหรอ?
 
“อเล็ค นายควรสำนึกผิดด้วย 
 ถ้ายูริไม่ทำให้เกิดมหกรรมดอกไม้ไฟใหญ่ๆนั้นล่ะก็ ชั้นก็คงไม่รู้ว่าพวกเธออยู่ตรงไหน”
 
ใช่แล้ว ฉันปล่อย [รังสีความร้อน] แผ่กว้างไปถึงด้านบนสุดของหน้าผา

มันทำให้นักธนูกลายเป็นไอ ทำลายพื้นที่บริเวณหน้าผา
แล้วลำแสงก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้า
นั่นคือเหตุที่ทำให้อาจารย์รู้ว่าพวกเราอยู่ที่ไหน

เอ๋? แน่นอน มันอยู่ในการคำนวณของฉันล่ะ
 
“ฟุฟุฟุ ที่จริงหนูคำนวนไว้แล้วล่ะค่ะ…”

“คนโกหก...”

“เห..แล้วความจริงคือ?”

“หนูฟิลขาด และปล่อยเวทมนตร์ออกมามากเท่าที่หนูจะทำได้โดยไม่ให้ถ้ำถล่ม”
 
ฉันคิดว่าปืนใหญ่อนุภาคมีประจุมากเกินไป 
ถ้าลาวาละลายลงมากั้นทางเข้า ฉันไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น…
 
“โอ้ แต่อาจารย์คะ เราต้องรีบไปบอกให้ฮารุโตะซังรู้นะคะ ว่ามารุจังปลอดภัยแล้ว”

“อ้ะ จริงสิ… ถึงแม้จะมีการรักษาของอเล็คอีกสักพัก…”

“หนูจะได้เจอพ่อกับแม่เหรอคะ?”

“รอนานหน่อยนะ เพราะว่าผมได้รับบาดเจ็บน่ะ…”

“มันไม่ใช่ความผิดของพี่ชายนะคะ!”
 
หลังจากแกว่งแขนทั้งคู่ของเธอไปรอบ
มารุจังก็เข้าไปเกาะติดกับอเล็คคุงทันที ช่างน่ารักเสียจริง

แน่นอน เมื่อเห็นแผลที่น่ากลัวของอเล็ค
มันทำให้ดูเหมือนว่าเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ที่รุนแรง
เพื่อที่จะมาช่วยมารุจัง  อย่างเจ้าชายขี่ม้าขาว… ฉันคิดว่านะ?
 
“ถ้าอเล็คคุงกับอาจารย์ไปไม่ได้ล่ะก็ งั้นหนูจะเป็นคนไปส่งเธอเอง”

“อย่างที่เธอรู้ ไม่มีใครสามารถทนกับการเคลื่อนที่เหนือเสียงของเธอได้หรอกนะ เข้าใจมั้ย?”

“หนูไม่ทำแบบนั้นหรอกน่าาา!?”
 
ฉันใช้ [เสริมพลังกาย] ในขณะที่อุ้มเด็กหญิงตัวน้อยไว้
ฉันไม่จำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้น มันอันตรายเกินไป!
 
“ถ้าพวกเราใช้ม้าเดินทางไปยังหมู่บ้านตอนนี้ กว่าจะถึงก็คงเช้า 
หนูต้องการจะไปส่งเธอให้เร็วกว่านี้ แต่ว่า…”

“หลังจากชั้นรักษาเสร็จ ชั้นไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้าจะให้ชั้นพาไปส่ง”

“ไม่ใช่ว่า อาจารย์ไปๆมาๆโดยไม่ได้พักเลยหนิคะ ? แล้วตอนนี้มันก็มืดแล้วด้วย”

“แน่นอนชั้นไม่อยากประมาท โดยไม่สนใจแขกสำคัญของเรา 
 มันคงมีทางเลือกเดียว ยูริ ฉันฝากเธอด้วยก็แล้วกัน”

“หนูมีคำถามจะถามเกี่ยวกับรายละเอียด
 ที่คุณพูดว่า  “มันคงมีทางเลือกเดียว” ในหลังจากนี้นะคะ”

“นี่เธออยากรู้งั้นเหรอ?”

“เปล่าค่ะ ไม่ได้อยากรู้เลย”
 
 
แล้วฉันก็ส่งเธอไปหาฮารุโตะซัง พวกเขาร้องไห้ด้วยความดีใจ

เนื่องจาก ฉันเป็นคนเล่าให้คนใรหมู่บ้านฟังว่า อเล็คเป็นคนช่วยมารุจังออกมานั้น
ทำให้คนหลายๆคนก็เริ่มมองเขาในแง่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลายคนยังลังเลที่จะเป็นพ่อแม่บุญธรรมของเขา 
และในท้ายที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุปว่าสามารถอยู่กระท่อมที่ขอบของหมู่บ้านได้
โดยที่เขาเริ่มอาศัยอยู่ตามลำพัง

 

 - จบ บทที่ 1 -

 




NEKOPOST.NET