[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง ตอนที่ 11 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง

Ch.11 - ปฏิบัติการ การช่วยเหลือและการต่อสู้!


TL: ขอเปลี่ยนชื่อไคมุ เป็น คิเมะ นะฮะ พอดีไปดูยุ่นแล้วมันอ่านแบบนี้

---------------------------------------------------------------------------------------------------

ฉากที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้าคือเด็กคนหนึ่งถูกโจมตีโดยสัตว์ป่าที่เหมือนกับสุนัข 3 ตัวที่ริมแม่น้ำ
ในขณะที่ฉันกระโดดลงจากสะพาน ฉันก็ใช้ [เสริมพลังร่างกาย] 
เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และเตรียมความพร้อมสำหรับการลงพื้น
เมื่อถึงพื้น, ฉันกลิ้งตัว และพุ่งตรงไปทางนั้นทันที.
ด้วยเวทบิดเบือนอากาศ, ชื่อชั่วคราว[ส่องทางไกล], เท่าที่ฉันเห็นก็มีคนถูกทำร้ายอยู่คนเดียว

มีตัวหนึ่งกำลังคาบอะไรอยู่ในปาก แล้วเสื้อผ้าของเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยสีแดง—

หรือว่าเด็กคนนั้นจะเลือดออก!!
 
—ถ้าฉันไม่ไปให้ถึงเร็ว ๆล่ะก็, ชีวิตของเด็กคนนั้นอาจตกอยู่ในอันตรายก็ได้
 
การจัดค่าสเตตัสของฉันคือความคล่องตัว(SPD) 20% และความค่าพละกำลัง(VIT) 20%
ถึงจะใส่ค่าพละกำลังไปแล้ว  ฉันก็รู้สึกเจ็บที่ขาอยู่ดี

อย่างไรก็ตามถ้าใช้เวทมนตร์ไปมากกว่านี้,
ฉันอาจจะไม่มีโอกาสสู้กับสุนัขป่า(?)พวกนั้น…
แต่ถ้าฉันออมแรงมากเกินไป, ฉันคงไปได้ไม่ทันเวลาแน่

แม้ความเร็วนี้จะเร็วกว่ารถสปอร์ตเพียงเล็กน้อย ถ้าคิดเล่นๆล่ะก็
ฉันเดาว่าความเร็วน่าจะไม่ต่ำกว่า 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมงละมั้ง?

ขาของฉันออกแรงราวกับว่าจะระเบิดใส่ริมฝั่งแม่น้ำ
ฉันวิ่งอยู่ในท่าที่แทบจะคลานกับพื้น

ไม่นาน ฉันก็มาถึงที่เกิดเหตุ
มันใช้เวลาเพียง 10 วินาทีโดยประมาณ สำหรับการเดินทาง 1 กิโลเมตร.

หลังจากวิ่งไปเรื่อย ๆ ขาของฉันก็สั่นจะตายอยู่แล้ว

เด็กคนนั้นเป็นผู้ชาย แขนซ้ายของเขาหายไปแล้วเหลือแต่ข้อศอก …

เขาหมดสติไปแล้วเหรอ? นี่ฉันมาไม่ทันใช่มั้ย? เขาไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว

“อุ! อ้าาาาาาาาาาาา!!"
 
ฉันดึงดาบสั้นที่ได้รับจากท่านอาจารย์ของฉันขึ้นมา
และ ด้วยแรงจากการวิ่งของฉัน ฉันเอาดาบแทงไปที่สุนัขป่าตัวหนึ่ง

จากนั้นฉันก็หลบออกมา และกลิ้งไปรอบๆ
แล้วฉันก็เข้าไปบิดใบมีดเพื่อมอบฉากจบให้มัน

หลังจากยืนยันว่าสุนัขป่าได้ตายไปแล้ว
ฉันเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของเด็กผู้ชายคนนั้น

ดูเหมือนว่า เขายังหายใจอยู่นะ
 
“ขอบคุณพระเจ้า, ฉันมาทันเวลา…”
 
ฉันกระโดดเข้าไปหาทันที สุนัขสองตัวที่เหลืออยู่ได้เข้ามาล้อมฉันไว้,
ตอนนี้พวกมันระวังตัวเป็นอย่างมาก

เหมือนกันกับมัน ฉันก็รู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นอันตราย
ดังนั้นฉันจะเคลื่อนไหวแบบไม่คิด ไม่ได้
 
ทุกอย่างหยุดนิ่ง… 
หนึ่งในสองตัว ตัดสินใจที่จะกระโจนใส่ฉัน หรือว่ามันเห็นฉันเป็นเด็กงั้นเหรอ? 

ในขณะที่หมอบลงเพื่อหลบการโจมตี, ฉันดึงดาบ— ไม่ออก..
ฉันดึงดาบไม่ได้?!

มันติดในตัวสุนัขเพราะฉันบิดมันเมื่อกี้? หรือเป็นเพราะกล้ามเนื้อหดตัวตอนตาย?…
ด้วยแรงของฉัน, ฉันไม่สามารถดึงดาบออกมาได้

ยิ่งไปกว่านั้น, นี่ฉันเจ็บตัวเพราะออกแรงเสียบใส่มันเนี่ยนะ?
ฉันไม่รู้สึกถึงแขนขวาของฉันเลย, และฉันก็ไม่สามารถออกแรงได้

แม้ว่าฉันจะหลบการโจมตีของสุนัขป่าได้
มันจับฮูดของฉันด้วยกรงเล็บของมันและกดฉันลงกับพื้น
 
“อัก?!”
 
พอถูกลากไปกับพื้น, ฉันก็ร้องด้วยความเจ็บปวด.

ผลกระทบของแรงกระแทก แว่นตาได้ลอยออกไปจากหน้าของฉัน…
และความคิดของสุนัขป่าก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง.

จากฤดูล่าเหยื่อ, กลายเป็นฤดูผสมพันธุ์
ตรงระหว่างขาหลังของมัน มีสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นแท่งสีแดงเข้มอยู่—
 
“เดี๋ยวสิ, [สัดส่วนทองคำ] มีผลหมาด้วยเหรอ?!”
 
ฉันพยายามที่จะหยิบแว่นตาของฉันกลับมา,
มันกระเด็นไปอยู่ด้านหลัง และฉันไม่สามารถขยับไปไหน
 
—โม่ววว ฉันควรปล่อยแว่นตาไปก่อน แล้วโจมตีมันแทนสินะ!
 
แม้ว่าฉันจะนึกเสียใจกับแว่นตาที่กระเด็นไป

ตอนนี้มันสายไปแล้ว

ฉันถูกผลักลงบนพื้น, จากข้างหลังแถวๆเอวของฉัน
ฉันรู้สึกได้ถึงความอุ่นที่ผิดปกติ, มันแข็ง, และมันแฉะ…

“รอก่อนสิ! ถึงฉันจะชอบสัตว์, แต่รสนิยมของฉันไม่ได้ไปไกลขนาดน้านน! 
 ที่จริงฉันเป็นทาสแมวนะ เพราะงั้น ปล่อย...ฉานนน….ป๊ายยยย!!”
 
ในความหวาดกลัว ฉันพยายามยืนยันบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์

และแน่นอนมันไม่ได้ฟังฉัน
 
—นี่คือเหตุผลที่ฉันเกลียดลูกหมานิสัยไม่ดี!
 
ฉันรีบส่งดาบจากมือขวาไปยังมือซ้าย, 
ถือด้ามจับแบบปลายดาบคว่ำลง และหันไปโจมตีข้างหลัง

มันตอบสนองต่อการโจมตีที่สิ้นหวังนี้ สุนัขป่ากระโจนใส่ฉัน.
ฉันรีบขยับร่างของฉันออกจากพื้นเพื่อเข้าสู่ท่าการขัดจังหวะ…

เพียงแต่ว่าฉันไม่สามารถทำได้.

ขณะที่ฉันหันไปรอบ ๆ สุนัขอีกตัวหนึ่งพุ่งใส่ฉันจากอีกด้านหนึ่ง

ฉันล้มลงไปที่พื้น, เสื้อคลุมของฉันถกขึ้น
มันกดฉันลงกับพื้นอีกครั้ง เวลานี้ฉันรู้สึกถึงความร้อนโดยตรงบนผิวของฉัน…
 
“ยะ… อย่านะ?!”
 
ความรู้สึกดังกล่าวทำให้นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน
และความคิดของฉันหยุดลง

สิ่งที่เกิดขึ้นในความคิดของฉันไม่ใช่คำตอบเพื่อต่อสู้ หรือกลยุทธ์ที่จะคลี่คลายสถานการณ์— 

มันมีแต่ความทรงจำที่น่ากลัวเท่านั้น

ฉันไม่สามารถใช้พลังเวทได้, และฟันดาบก็เช่นกัน 
ฉันทำได้แค่เกลือกกลิ้งอยู่กับพื้น, พยายามที่จะคลานหนี—

ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า...
 

โบร้มมมม
 
ก่อนที่ความคิดของฉันจะถูกย้อมด้วยความสิ้นหวัง
ร่างกายส่วนบนของสุนัขที่จับผมไว้ถูกลมพัดปลิวออกไป

ลมได้ยกก้อนกรวดไว้ และเข้ารูปแบบหมุนเกลียว
ก้อนกรวดที่ห่อหุ้มด้วยลมนั้นแทบจะเหมือนกับลูกกระสุนปืนแบบแปรสภาพ

แต่, แม้ว่ามันจะผ่านใกล้ฉัน
มันมีการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ จึงไม่แม้แต่จะเฉียดเขามาหาฉัน
 
“อะ, อาจารย์!”
 
… แล้วฮีโร่ของฉันก็วิ่งเข้ามาหาฉัน
 
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
 
ถ้าคุณสงบใจ และคิดเกี่ยวกับมันสักนิด มันเป็นแค่สุนัข 
มันไม่เหมาะที่จะเป็นศัตรูกับอาจารย์เลยสักนิด, ตัวที่เหลือถูกจัดการในทันที

ทั้งตัวของฉันถูกสาดด้วยเลือดและเครื่องในของพวกมัน 

อาจารย์เข้ามากอดฉัน… แล้วเขาก็ทุบหัวฉัน.

 
“จะ-เจ็บนะคะ อาจารย์”

“ให้ตายสิ! พับผ่า ทำไมเธอพุ่งเข้าไปแบบนั้น? เธอคิดว่าเวทมนตร์มีไว้ทำอะไรห๊ะ?”

“อาจารย์คะ, นี่คือฉากที่สุดซึ้งของนางเอกที่กำลังจะถูกข่มขืนได้รับการช่วยชีวิตเลยนะคะ
 แล้วทำไมอาจารย์ถึงมาทุบหัวหนูล่ะค้า!?”

“ชั้นไม่ต้องการนางเอกที่ถูกราดด้วยเครื่องในหรอกโว้ย!”

ใช่แล้ว, ตอนนี้ฉันอยู่ใต้เครื่องในของหมา, แต่...ไม่เอาน่า!

สิ่งที่อาจารย์บอกกับฉันมันเป็นเรื่องจริง. 
การใช้เวทมนตร์ให้เข้ากับสถานการณ์อันตรายนี้ ตัวแรกถูกแทงตาย
ถ้าฉันใช้เวทมนตร์ของฉันเพื่อจัดการกับที่เหลืออีกสองตัว
พวกมันคงไม่มีโอกาสทำอะไรแบบนั้นแน่

 ดังนั้น…

การมาจากสังคมญี่ปุ่น, ด้วยความรักที่มีต่อวิชาฟิสิกส์
ฉันไม่ได้ทำการสรุปและเลือกคาถาใด ๆ สำหรับสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้.

ฉันสงสัยว่านี่คือสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าขาดประสบการณ์การต่อสู้รึเปล่านะ?
 
“แต่.. ขอบคุณมากนะคะ แล้วก็ขอโทษค่ะ อาจารย์
 ที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล…”

“อืม! …เอาเถอะ ผลลัพท์ก็คือเธอช่วยเด็กคนนั้นเอาไว้ได้ 
 เพราะงั้นชั้นจะปล่อยเธอไปก่อน… 
 แต่คราวหน้าแทนที่จะเข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ให้คิดถึงวิธีการที่ดีที่สุดซะ”
 
ดูเหมือนการที่ฉันมองเขาโดยการชายตาขึ้นและสำนึกผิด
ทำให้พิษของความโกรธของอาจารย์ลดลง

แต่ทำไมเขาหันสายตาไปทางอื่นล่ะ? มองฉันสิ ได้โปรด!

หลังจากนั้น, อาจารย์ของฉันเดินไปหาเด็กที่บาดเจ็บและทำการปฐมพยาบาล.
 
“เขายังมีชีวิตอยู่มั้ยคะ?”

“ฉิวเฉียด ดูเหมือนเวทรักษาที่ชั้นมีจะเชื่อมแขนไม่ได้ แต่… 
 ไม่สิ ชั้นว่ามันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”

“คุณสร้างมันขึ้นมาใหม่ไม่ได้เหรอคะ?”

“นั่นคือเวทรักษาระดับค่อนข้างสูง และมันเป็นไปไม่ได้สำหรับชั้น.”
 
ด้วยผลของโพชั่นที่เรามีอยู่ในมือทำให้เลือดหยุดไหล แต่… หืม? เด็กคนนี้?
เมื่อฉันตรวจสอบสถานะของเขาด้วย [ประเมิน] เขามี กิ๊ฟ!
 
“อาจารย์คะ, เด็กคนนี้…เค้ามีกิ๊ฟด้วยอ่ะ”

“หา?”

“เขามี [พรสวรรค์ดาบสองมือ] ค่ะหนูเดาเอานะ?”

“…ในสภาพนี้ และมีพรสวรรค์แบบนั้น หืม?”
 
อาจารย์ของฉันมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกเจ็บปวด
ใช่แล้ว, แขนซ้ายของเขานั้น…
 
“แฮสเทลซัง, ยูริจัง! ปลอดภัยมั้ยคร้าบ?!”
 
ในที่สุดก็มาถึงฉากที่ กุสตาร์ซังและคนอื่นๆ วิ่งมาทางนี้.

พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วเท่าอาจารย์และฉัน
ดังนั้นพวกเขาจึงใช้เวลาที่นานกว่า

คิเมะซัง ยังคงระวังอันตรายอยู่รอบๆ, 
เขาตรวจสอบพื้นที่รอบๆ ดูเหมือนเขาจะคุ้นเคยกับเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด
 
“อึ๋ย นี่มันแย่มากเลยนะ…”

“อย่างน้อยเลือดก็หยุดไหลแล้ว มีโอกาสที่เขาจะเป็นไข้ในคืนนี้ 
 ชั้นว่าปล่อยให้เขาอยู่ที่บ้านของชั้นไปก่อนก็แล้วกัน”

“อ้ะ, ชั้นนึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะทำแบบนั้น แล้วพ่อแม่ของเด็กคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอ?”

“… เซปเปลซัง พวกเขา 2 คนอยู่ตรงนี้ เขาไม่น่าจะปล่อยเด็กคนทิ้งไว้
ที่นี่เพื่อเอาตัวรอดหรอก และดูเหมือนจะไม่มีสุนัขป่าตัวอื่นแล้วด้วย.”
 
คิเมะซัง, ที่ยังคงตรวจบริเวณโดยรอบ,โผล่ออกมาจากป่าที่อยู่ใกล้แม่น้ำและกลับมา

นั่นหมายความว่าเด็กคนนี้จะต้องอยู่ตัวคนเดียวในโลกใบนี้สินะ เฮ้อ…
 
“อย่างนี้นี่เอง… เซปเปล, ต้องขอโทษสำหรับเรื่องนี้ด้วย 
 แต่คุณพอจะหาพ่อแม่บุญธรรมภ์ให้เด็กคนนี้หน่อยได้มั้ย?”

“ครับ แน่นอน เราไม่ไม่มีทางทิ้งเขาได้อยู่แล้ว.”

“เฮ้ ไม่ใช่ว่าเด็กคนนี้คือ อเล็คคุง เหรอ?”
 
ในขณะที่ฉันจะมองเด็กชาย, กุสตาร์ซัง ส่งเสียงของเขาด้วยความประหลาดใจ
 
“กุสตาร์ รู้จักเหรอ?”

“เขาเป็นลูกชายของพ่อค้าเร่ครับ แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่ในที่แบบนี้กัน…”

“เขาอาจจะอยู่ตอนที่สะพานพังก็ได้ ที่นี่อยู่ติดกับแม่น้ำด้วยสิ”

“ถ้างั้น, สัมภาระของพวกเขาล่ะ?”

“ด้วยระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มขึ้น มันคงถูกพัดไปหมดแล้ว”
 
พ่อค้าเร่ มีกำหนดการประจำปีที่สม่ำเสมอ
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีบ้าน หรือการขึ้นทะเบียนครอบครัว 
หรืออย่างอื่นอีกมาก เท่าที่ฉันเคยได้ยิน

เด็กคนนี้… อเล็คคุง ไม่มีบ้านให้กลับไปอีกแล้ว
 
“ในช่วงฤดูนี้สัตว์ป่าท้องว่าง ทำให้พวกมันดุร้าย
 ช่วยตรวจสอบให้แน่ใจว่าชาวบ้านจะระวังเรื่องนี้ด้วยล่ะ”

“สำหรับตอนนี้ ชั้นนจะแจ้งให้พวกเขาระวังเอง ชาวบ้านย่อมตกเป็นเหยื่ออยู่แล้ว”

เนื่องจากมีคนมาหลายคน, ฉันซ่อนตัวอยู่ในเงาของอาจารย์ 
และอาจารย์ก็เตือนชาวบ้านถึงความระมัดระวังในขณะที่เขาพูดคุยกับพวกเขา.

และสิ่งที่เขาแสดงออกได้อย่างชัดเจนคือ…
 
—เขากล้าหาญมาก, ไม่ใช่เหรอ… เอ่อ, ห๊ะ?!
 
ไม่ไม่ไม่, ไม่ใช่ว่าฉันตกหลุมรักเขา โอเค๊? มันเป็นผลของฉากเครียดๆแบบนี้ต่างหาก!

คิเมะซัง ตอบสนองต่อคำแนะนำของอาจารย์ของฉัน
แม้ว่าคิมะซังดูเหมือนจะอายุน้อย, ฉันสงสัยว่าเขาก็เป็นคนที่แข็งแกร่งคนหนึ่งรึเปล่านะ? 
แม้ว่าเขาจะไม่มีกิ๊ฟก็ตาม...

นอกจากนี้—
 
“อาจารย์ แทนที่จะเป็นแค่วันนี้ เราดูแลเขาให้นานกว่านี้สักหน่อยได้มั้ยคะ?”

“ยูริคุง ฟังนะ… กับเธอที่ไม่ชอบคนแล้ว เราไม่สามารถดูแลเขาได้นานกว่านี้แล้ว รู้มั้ย? 
 ขอโทษนะ แต่ถ้าชั้นต้องเลือกระหว่างเธอกับเด็กคนนี้ เธอจะเป็นคนเดียวที่ชั้นเลือก”

“หนูขอบคุณนะคะ แต่… เอาล่ะ 
 หนูจะลองอดทนกับมันดู ได้โปรดทำตามสิ่งที่หนูขอเถอะค่ะ!”
 
อาจารย์ของฉันพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันมีความสุขได้ง่ายๆ

ฉันลำบากใจเล็กน้อย แต่จนกว่าเด็กคนนี้จะเป็นอิสระ
ฉันยินดีที่จะให้เขาเป็นพวกพ้อง

—ฉันรู้สึกว่า อเล็คคุงรู้สึกอึดอัดที่จะอยู่ตัวคนเดียวอยู่แล้ว
 
“… —งั้นสักเดือนนึงเป็นไง หลังจากนั้นพวกเราค่อยมาฝึกดาบกัน 
 ช่วงนี้ ชั้นได้ให้เธอศึกษาและเตรียมพร้อมอะไรประมาณนี้แล้ว 
 มันคงจะดีถ้ามันไม่สูญเปล่าไปซะก่อน”

“หนูไม่ได้ทำให้มันสูญเปล่าซะหน่อย! หนูกำจัดสุนัขป่าได้ตัวนึงเลยนะ”
 
คิดถึงอนาคตของอเล็คคุงแล้ว เพื่อบิดเบือนความรู้สึกเหล่านั้น
ฉันจะเอาชนะมันให้ได้!

 
 
ในวันนี้ ครอบครัวของเราได้เติบโตขึ้น




NEKOPOST.NET