NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง

Ch.0.3 - Prologue 3: จบลงด้วยการฝึกฝน


“ฟุมุ… ชั้นก็ไม่คิดว่าคุณจะเชื่อได้ในทันที แต่...”

แฮสเทล ฟังเรื่องราวที่ดูเหมือนจะไร้สาระอย่าง เงียบๆ

“แต่ เธอมีกิ๊ฟหลายอย่างเลยนะ ชั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะเชื่อ"

มันมากเกินไปงั้นเหรอ? ฉันควรปิดเรื่องที่มีกิ๊ฟหลายอย่างไว้สินะ 

แล้ว ... ฉันจะถูกจับได้มั้ยนะ?

“กิ๊ฟ… มันคืออะไรเหรอคะ?”

จริงสิ หลังจากที่ฉันนึกขึ้นได้ ในเมื่อตอนนี้ฉันเป็นเด็กผู้หญิง
ฉันคงต้องใช้ภาษาสุภาพซะแล้วสิ

“อย่างที่เธอรู้ กิ๊ฟ คือ ‘ของขวัญที่มอบโดยพระเจ้า’  แน่นอนเช่นกรณีของ
 ยูริ ไม่ใช่ทุกคนที่มีกิ๊ฟ จะเป็นผู้นำชีวิตแห่งความสุขของผู้คน”

“นี่มันไม่ใช่อะไรเลย นอกจาก “คำสาป”สินะคะ ”

“ใช่ แต่กรณีของคนที่มีกิ๊ฟจำนวนมาก มันเป็นเรื่องยากที่จะพูด 
ไม่ต้องพูดถึงว่ากิ๊ฟทั้งหมดของเธอเป็นความสามารถที่หายาก 
เจอของแบบนี้เข้าไป ... ถ้าชั้นได้เจอพระเจ้าก็คงไม่แปลกใจแล้วล่ะ”

“อะไรกันคะ!? กิ๊ฟคืออะไรกันแน่คะ!? ทำไมชั้นถึงต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย!?”

ฉันตอบกลับ แฮสเทลที่รักษาความเยือกเย็นไว้ได้ 
ฉันตะคอกใส่เขาด้วยความโกรธและเสียงแหลมสูง

ราวกับจะทำให้ฉันสงบลง เขาสูบไปป์ของเขา และเขายังคงอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ดูเหมือนว่าเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกิ๊ฟเลยสินะ เกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น ให้ชั้นได้อธิบายสักหน่อยก็แล้วกัน
 โดยปกติ 1 ใน 100 คน อาจได้รับกิ๊ฟหนึ่งอัน และกิ๊ฟที่ได้จะเป็นแบบสุ่มสมบูรณ์  เช่น
[Weather Prediction(พยากรอากาศ)], [Business Aptitude(ความถนัดทางธุรกิจ)]
, [Arithmetic(เก่งการคำนวณ)]… ในหมู่นี้ที่มีแม้กระทั่ง
[Rock-Paper-Scissors Winner(ชนะการเป่ายิงฉุบ...)] ก็มีอยู่ในลิสการสุ่มเช่นกัน” 

[Rock-Paper-Scissors Winner]? …แต่มันก็ดีนะ เพราะมันไม่เป็นอันตรายกับคนอื่น 
ณ จุดนี้ฉันพูดได้เลยว่าฉันต้องการแลกกิ๊ฟกับมัน

“แน่นอน แม้จะไม่มีกิ๊ฟเหล่านั้น ก็ยังสามารถเรียนรู้การคำนวณ หรือความสามารถในการทำธุรกิจได้ 
 แต่ความแตกต่างในการเจริญเติบโต และผลที่ได้จากสิ่งที่มีอยู่หรือไม่นั้น ก็เหมือนกับความแตกต่างระหว่างสวรรค์กับนรก
 นั่นคือความแตกต่างในความสามารถของสิ่งที่เราเรียกว่า 'กิ๊ฟ'”

แฮสเทล พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกับอาจารย์จริงๆ แต่ขณะที่เขาเริ่มพูดต่อ 
คำพูดของเขาพูดออกมาได้ราบรื่นมากขึ้น

“ทักษะที่เป็นประโยชน์ถือเป็นสิ่งที่มีค่ามาก หากมีกิ๊ฟอย่าง [Fencing(ฟันดาบ)] 
หรือ [Magic(เวทมนตร์)] ประเทศจะรับเธอในแบบปูพรมแดงแล้วเชิญขึ้นรถม้าสุดหรูเลยล่ะ”

“และชั้นยังได้รับการปฏิบัติที่คล้ายกันด้วยกิ๊ฟ [Wind Attribute Magic(ลมสรรพวิเศษ)]
 และ [Magic Tool Creation(รังสรรอุปกรณ์เวทมนตร์)] ที่ฉันมี  
ชั้นไม่สามารถทนกับคำเชิญที่ต่อเนื่องของพวกเขาได้ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยอมรามือไป”

“คุณมีสองกิ๊ฟเหรอคะ?”

“ในหมู่ผู้ที่มีกิ๊ฟ มีคนมากมายเช่นกันที่มีกิ๊ฟมากกว่า 1อย่าง, ฉันไม่ได้โม้นะ แต่ในกลุ่มผู้ที่มีกิ๊ฟ  
 คนที่มีกิ๊ฟสองอย่างก็มีประมาณ 1 ใน 1,000 ของคนมีกิ๊ฟ หรือก็คือ 1 ใน 100,000 ของคนทั่วไป”
 

ถ้าคนที่มีกิ๊ฟสองชิ้นเป็น 1 ใน 100,000 คน แล้วฉัน...ที่มี 8 กิ๊ฟล่ะ..
ฉันคงกลายเป็นสมบัติล้ำค่าจริงๆสินะ? เอาเถอะ เป็นเพราะพวกเขา ฉันเลยต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

“ในประเทศๆหนึ่งคนที่มี 3 กิ๊ฟนั้นอาจมี หรือไม่มีแม้แต่คนเดียว 
ซึ่งมันไม่น่าเชื่อ เธอได้รับกิ๊ฟมาสี่อย่าง ใช่มั้ย?”

“คุณเห็นมันด้วยเหรอคะ...?”

“ชั้นเป็นจอมเวทมานานแล้ว เธอก็รู้ ความสามารถในการมองผ่านลักษณะของบางสิ่งบางอย่างเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด”

“สี่อย่าง… คุณเห็นอะไรบ้างคะ?”

“[Eternal Youth], [Immortality], [Golden Ratio], และ [Sacred Treasure] 
ถ้าชั้นไม่มีแหวนนี้ล่ะก็ ชั้นอาจจะลำบากที่ต้องเจอกับประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ก็เป็นได้”

พวกนั้นเป็น 4 อย่างที่ทำให้ผมได้สัมผัสกับคำว่านรก 
จะเป็นไปได้มั้ยที่จะปิดการใช้งานน่ะ?

“ถ้างั้น… ได้โปรดคุณอย่าเข้ามาใกล้ชั้นเลย...”

“แต่น่าเสียดายที่เป็นไปไม่ได้นะ เธออาจไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ แต่เธอเป็นคนที่มีความเป็นอยู่ที่อันตรายมาก”

ฉันทำให้เมืองกลายเป็นซากปรักหักพัง มันก็ฟังดูมีเหตุผลนะ

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนที่ตาย เพราะพวกเขาอยู่ในอิทธิพลเสน่ห์ของฉัน
แถมแฟนของนักผจญภัยคนนั้นก็ตายไปแล้ว

“ไม่ใช่ว่าชั้นไม่เข้าใจหรอกนะ แต่เธอสามารถทำให้เมืองทั้งหมดถูกทำลาย
ได้ด้วยตัวของเธอเอง อย่างกับ ‘อาวุธสังหารเทพ’ เลยนะ”

“ชั้นที่เป็นสาเหตุของโศกนาฏกรรมในครั้งนั้น ... 
 มันมีอะไรที่ชั้นสามารถชดเชยสิ่งเหล่านั้นได้ด้วยเหรอคะ…?”

พอคิดถึงบาปที่ทำไว้ ฉันรู้สึกอยากจะอ้วกซะตรงนี้
การชดใช้อาจไม่ทำให้ความผะอืดผะอมดังกล่าวหายไปได้

“แน่นอน อย่างไรก็ตามสาเหตุของมันคือ เธอไม่สามารถควบคุมพลังไว้ได้ 
แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่สามารถรักษาได้อย่างผิวเผินก็ตาม”

“มันไม่มีทางที่ชั้นจะตายได้…. หรือว่ามีคะ?”

“…ชั้นไม่รู้ แต่การขอใครสักคนว่า ‘ช่วยทำให้ชั้นตายที’ มันก็ไม่ใช่รึเปล่าห๊ะ!”

“ขอโทษค่ะ…” 

“อย่างไรก็ตามพวกเราก็อธิษฐานขอสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นไปตามเวลาได้ 
อย่างน้อยเธอก็มีเวลาเหลือเฟือ” 

การพูดตรงไปตรงมาของเขา ทำให้ฉันรู้สึกผิดที่ยึดติดกับความโกรธ

“เอาล่ะ กลับมาที่หัวข้อหลักดีกว่า ถ้าเธอถูกโยนเข้าไปกลางประเทศๆหนึ่ง
ประเทศนั้นก็จะล่มสลายในทันที หรืออย่างน้อยที่สุดก็จะได้รับความเสียหายหนัก
ในหลายๆ ประเทศอาจจะไม่ละเลยภัยคุกคามดังกล่าว เธอไม่คิดอย่างนั้นเหรอ? 
มันไม่มีทางที่ประเทศอื่นๆ จะปล่อยให้เธอส่งผลกระทบต่อพวกเขา”

“ชั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะมีส่วนกับเรื่องแบบนั้นอยู่แล้ว คุณก็รู้”

“ถึงเธอจะไม่ได้ตั้งใจ แต่พวกเขาจะเป็นฝ่ายเข้ามาหาเธอเอง 
ตอนนี้เธอควบคุมพลังได้ด้วยตัวเองรึยังล่ะ?”

“ถ้าชั้นทำได้ เรื่องแบบนั้นคงไม่เกิดขึ้นหรอก”

“ยิ่งกว่านั้นคนที่แข็งแกร่งจะไม่มีทางปล่อยให้เธออยู่คนเดียวหรอก แม้ว่าจะเป็นหนุ่มสาวตัวเล็ก ๆ
ก็ตาม  เธอเป็นคนสวยและมีประสบการณ์อย่างว่า ไม่พูดถึงที่เธอสามารถเพิ่ม
กำลังรบเป็นสองเท่าของสงครามได้ เธอไม่สามารถตาย และอายุเธอก็ไม่เพิ่มขึ้น…”

ตอนนี้ ความหม่นหมองได้แต้มลงบนใบหน้าของ แฮสเทล

“ฟุมุ…ยูริคุง เธอ.. อยากมาเป็นลูกศิษย์ของชั้นมั้ย?”

“หาาา?!?”

เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางของการสนทนาอย่างฉับพลัน 
สมองของฉันคิดตามไม่ทันแล้ว ฉันไปตายหลายๆรอบจะพัฒนาได้ดีกว่ามั้ย? คุณคิดอย่างนั้นมั้ย? 
มันเกิดอะไรขึ้นกับความคิดของเขา!? ชายคนนี้.. มันอาจจะเป็นไปได้ว่าเขาเป็นโลลิค่อน!? 
หรือ เขาคือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า 'ไอ่หนุ่มโรคจิต'?

“ไม่ใช่ว่าชั้นจะไม่คิดอะไรที่ไม่เหมาะสมหรอกนะ แต่… ถ้าเธอมาเป็นลูกศิษย์ชั้นล่ะก็
 ชั้นจะสอนวิธีควบคุม และระงับความสามารถของเธอเอง”

“มันเป็นไปได้ด้วยเหรอคะ!”

“บอกตามตรง มันเป็นไปไม่ได้สำหรับทุกคน อย่างไรก็ตามถ้าเป็นแค่ [Golden Ratio]
 ที่เป็นรากของปัญหา ฉันก็คิดว่ามันเป็นไปได้”

“รากของปัญหา…”

ถูกต้อง! ถ้าฉันสามารถหยุดการใช้งาน [Golden Ratio]ได้ ฉันก็จะอยู่ได้โดยไม่มีผลของเสน่ห์อีกต่อไป
กิ๊ฟ [Sacred Treasure] ที่ให้ความคลั่งไคล้กับทำให้มีความสุขก็จะไม่ถูกเปิดใช้งาน

[Eternal Youth], [Immortality] และกิ๊ฟสี่อันที่เหลือ มันก็ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

ดังนั้น…

ถ้าฉันสามารถปิดการใช้งานทั้งสองกิ๊ฟ กิ๊ฟที่ได้มาจากการตอบสนองความ
ต้องการของฉันสำหรับ 'ความงาม' และ 'ฮาเร็ม' บางทีฉันอาจจะสามารถใช้ชีวิตปกติได้

“จริงๆเหรอคะ… คุณสามารถช่วยชั้นได้จริงๆใช่มั้ยคะ?”

“ถ้ามันมีความสามารถในการสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ของชั้น มันเป็นไปได้ อ่ะ..ใช่ ขอฉันเพิ่มเงื่อนไขอีกข้อ”

“เอ๋, อีก- อีกข้อ?”

“เธอ... เมื่อกี้นี้เธอพูดว่าชั้น(Ore : คำพูดแทนตัวเองของผู้ชาย) ใช่มั้ย! เธอเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “สาวน้อยน่ารัก” ดังนั้น มันค่อนข้างเสียเปล่าถ้าเธอยังพูดแบบนั้นอยู่”

“ม่ายย ชั้นจะใช้มันจนกว่าชั้นจะสงบใจกับรูปร่างแบบนี้ได้..”

“เป็นเรื่องดีที่เธอเข้าใจ ตอนนี้เนื่องจากแหวนต้านทานเวทมนตร์นี้ดูเหมือนจะถึงขีดจำกัดแล้ว
 ชั้นขอตัวก่อนละกัน ในขณะที่รออยู่ที่นี้ ช่วงนี้เธอช่วยทำตัวเหมือนที่นี้เป็นบ้านก็แล้วกัน ”

หลังจากที่เขาดันเก้าอี้ของเขาเก็บแล้ว แฮสเทล ก็เดินออกไป

“อ่ะ จริงสิ อากาศข้างนอกกำลังดี ดังนั้นชั้นจะปล่อยหน้าที่ทำความสะอาดเตียงที่เปียกอยู่เป็นของเธอก็แล้วกัน”

มันทำให้ฉันนึกขึ้นได้ทันทีว่าพื้นที่ระหว่างขาของฉันเริ่มที่จะเย็นเฉียบแล้ว… 
มันมาจากความกลัว ไม่ได้มาจากนอนหลับแล้วฉี่รดที่นอนหรอกนะ

แต่ชายคนนั้น... เขาไม่ได้เข้ามาใกล้ฉันแม้แต่นิ้วเดียว หรือเป็นเพราะว่าเขากลัวรึเปล่านะ?

และด้วยเหตุนี้ฉัน(โอเร๊ะ)… ไม่สิ ฉัน (วาตาชิ) 
ก็ได้มาเป็นลูกศิษย์ของจอมเวทสายลม แฮสเทล ประการฉะนี้….




NEKOPOST.NET