[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง ตอนที่ 0.1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Hakai me no Yuuri เกิดใหม่เป็นโลลิ ยูริจัง

Ch.0.1 - Prologue 1: จากการช่วยเหลือสู่การกลับชาติมาเกิด


“อูวว…อะ?”

ฉันกำลังทำอะไรอยู่...สายตาของฉันพร่ามัวไปหมด

…. ฉันเป็นลมไปเหรอ?
ถ้าจำไม่ผิด ฉันอยู่ที่เมืองลิลิธ…

“ดูเหมือน ในที่สุดเธอก็ฟื้นนะ”

ทันทีที่ได้ยินเสียง ฉันก็สะดุ้งและลุกขึ้นยืน แล้วก็ถอยจนไปอยู่ติดมุมด้านหลังของเตียงและกอดแขนขาตัวเองเอาไว้แน่น

ตัวฉันสั่นไปด้วยความกลัว

ที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องมีผู้ชายวัยกลางคน(ประมาณ 30 - 40 ปี)                                
บนนิ้วของเขามีแหวนที่เปล่งแสงอยู่ ฉันเคยเห็นมันมาก่อนนะ 

มันคือ [แหวนต้านทานเวทมนตร์]

“ฮี๊, ฮี๊ยยย–!?”

ฉันจำได้แล้ว! – ฉันกลายเป็นเด็กผู้หญิง จากนั้นฉันก็มาที่เมืองลิลิธ…
ฉันรู้สึกอุ่นๆและเปียกโชกตรงบริเวณระหว่างขาของฉัน ดูเหมือนว่าฉันจะฉี่ราดนะ...
คนพวกนั้น...น่ากลัว!?

“มันช่วยไม่ได้ว่าเธอผ่านอะไรมาบ้าง… ฉันเข้าใจดี ถ้าเป็นไปได้เธอบอกฉันหน่อยได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น?”

“อ้ะ, ขะ- ขอโ- ทษ, ฉัน…”

“อา, จริงสิ ก่อนอื่นเราควรจะแนะนำตัวเองกันก่อนสินะ, ฉันคงรีบไปหน่อย”

จากนั้น เขาก็เอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แล้วดึงเอาไปป์ออกมา

“เธอจะว่าอะไรมั้ยถ้าฉันสูบสักหน่อย โทษทีนะถ้าฉันขาดสิ่งนี้ฉันจะพูดได้ไม่คล่องนัก”

“ฉันไม่ถือ เชิญเลย…”

เขาขยิบตาให้แล้วก็เริ่มสูบ

“ฉันชื่อว่า แฮสเทล เป็นจอมเวท ปัจจุบันกำลังพัฒนาอุปกรณ์เวทมนตร์อยู่ และฉันชำนาญเวทมนตร์ธาตุลมน่ะ”

“อา, ฉัน...ชื่อ…ยูริ”

“ยูริคุง, สินะ? ยินดีที่ได้รู้จัก  รู้มั้ย, ฉันได้ยินมาว่าเมืองลิธล่มสลายลง ฉันจึงมาที่นี่แล้วดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

ร่างกายของฉันสั่น โดยไม่ต้องสงสัย ฉันเป็นสาเหตุของการล่มสลาย

“จากชานเมือง, ฉันใช้เวท ลมนำยานอนหลับไปใช้ใส่คนแถวนั้น ดูเหมือนเธอจะถูกโจมตีอยู่ตรงนั้น
ดังนั้นฉันจึงเอาเธอมาอยู่ภายใต้การดูแลของฉัน”

“ขะ…ขอบ… คุณ…”

เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดมาที่ฉันกล่าวขอบคุณใครสักคนจากใจ ดูเหมือนว่าเขาจะช่วยฉันออกจากนรกแห่งนั้น
ย้อนกลับเข้าไปในความทรงจำของฉัน, ฉันจะเริ่มเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าฉันจะปิดบังในสิ่งที่ฉันไม่สามารถพูดได้ก็ตาม
 
================================================

ในวันนั้น, ฉันเป็นชายผู้สิ้นหวัง  ถูกเลิกจ้าง ล้มเหลวในการหางาน 
(แม้ว่าจะมีอีกหลายคนในสถานการณ์เช่นเดียวกับฉัน)
ฉันใช้เวลาอยู่อย่างสบาย ๆ ไปวัน ๆ
ในตอนนั้นเอง ณ สถานีรถไฟ ในระหว่างทางกลับบ้านหลังจากฆ่าเวลาอยู่ที่เกมเซ็นเตอร์ 

ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้น

ณ ชานชาลาสถานีรถไฟ, ฉันยืนนิ่งดูรถไฟขาเข้าที่กำลังเข้ามา 
มีลุงที่ยืนถัดจากฉันกระโดดลงบนรางรถไฟของรถไฟที่กำลังเข้ามา

“ฮะ-เฮ้!!”

ด้วยการตอบสนองอันรวดเร็ว, ฉันพยายามที่จะจับลุงเอาไว้, แต่แขนของฉันกลับถูกดึงไป
เพราะสร้อยข้อมือของฉันไปติดกับนาฬิกาข้อมือของลุงคนนั้น

เราทั้งคู่ตกลงไปบนทางรถไฟด้วยกัน รถไฟขบวนนั้นพุ่งมาอย่างไร้ความปราณี
ฉันเห็นใบหน้าของคนขับรถไฟที่ทำหน้าตาสยดสยองอย่างเห็นได้ชัด

แขนและขาของฉันถูกบี้เป็นชิ้น ๆ หัวของฉันบินขึ้นไปสู่ท้องฟ้า กระดูกของฉันแหลกเป็นผุยผง… 
ลุงและฉันถูกบดรวมกันเหมือนเนื้อบดใน “ไอบิกิ”(จังหวัดหนึ่งในญี่ปุ่น)

และหัวของฉันที่ลอยอยู่ได้เฝ้ามองปรากฏการณ์นี้ทีขึ้นมาข้างหน้าฉัน 
และสุดท้ายภายใต้ล้อของรถไฟคือที่ๆหัวของฉันอยู่

พอฉันรู้สึกตัวอีกที ฉันอยู่ในห้องสีขาว พื้นสีขาว เพดานสีขาว
ทุกอย่างขาวเกินไปแล้ว! แม้แต่รอยต่อระหว่างพื้นและผนังก็มองไม่ออก
ข้างหน้าของฉันเป็นโต๊ะที่เต็มไปด้วยกองกระดาษ และชายวัยกลางคนที่ดูสภาพทรุดโทรม

ดูเหมือนว่าจะเป็นคนละคนกับลุงที่กระโดดลงรางรถไฟ

“เรามีข่าวร้ายให้กับเจ้า”

ด้วยคำพูดนี้เอง "พระเจ้า" เริ่มอธิบายสถานการณ์ 

ด้วยเหตุที่ว่าเป็นเพราะความโง่เขลาของยมฑูตมือใหม่, ฉัน..คนที่ไม่สมควรตาย,
ได้ติดร่างแหความตายของลุงคนนั้นและตายไปพร้อม ๆ กับเขา 

ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ในโลกเก่า จากสถานะของร่างกาย(ที่เละตุ้มเป๊ะ..) 
ฉันจึงได้ไปเกิดใหม่ที่ต่างโลก 

ข้อเสนอแนะแบบที่รู้ๆกันอยู่ได้ถูกยกขึ้นมา

“มีโลกที่เจ้าต้องการไหม? นอกจากนี้เนื่องจากมันเป็นเพราะความเขลาของเรา
ตอนนี้เราจะทำให้เจ้ามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

บางทีอาจเป็นเพราะฉันได้เห็นความตายที่น่าตกใจของฉันเอง                                       
ฉันจึงอยู่ในสภาพที่หงุดหงิดแปลก ๆ  หลังจากที่คิดซ้ำไปมาแล้ว ฉันก็ตอบพระเจ้าไป

“งั้น ... ผมต้องการร่างกายที่ทำลายไม่ถูกทำลายโดยไม่มีข้อแม้ รับมือได้ทุกสถานการณ์ 
 ไร้อายุขัย มีชีวิตเป็นอมตะ นอกจากนี้ความสามารถของเวทมนตร์อยู่ในระดับสุดยอด
  มีความเยาว์วัย และสร้างฮาเร็มตัวเองที่มีความสวยสุดยอด”

ที่พูดไปทั้งหมดนั่นคือความเอาแต่ใจของฉันเอง

พระเจ้าก้มหน้าลงไปสักพัก

“เราจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ความต้องการของเจ้าสัมฤทธิ์ผล 
เราคิดว่าสามารถทำเพื่อเจ้าได้”

มันคือการตอบสนองที่ไม่ชัดเจนของญี่ปุ่นโดยทั่วไป

“อิย๊า, มันจะเป็นไปได้เหรอ?  ที่ผมพูดมาทั้งหมดนั้นผมแค่ล้อเล่นนะ รู้มั้ย”

“เราจะก็ย้ำในสิ่งที่พูดไปอีกครั้ง มันเป็นเพราะความโง่เขลาของเรา
ดังนั้นเราจึงเห็นด้วยกับการชดใช้โดยสิ่งเหล่านี้ อย่างไรก็ตามอย่าคาดหวังว่าความต้องการของเจ้าจะได้รับทั้งหมดล่ะ”

“อย่างน้อยผมหวังว่ามันจะได้สักหนึ่งข้อ นั่นก็เกินพอแล้วล่ะ รู้มั้ย ถ้าคุณยืนยันล่ะก็ ผมก็มีความหวังในอนาคตแล้ว”

“การมองไปข้างหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราต้องการให้เจ้ามีชีวิตอยู่ในมุมมองชีวิตในด้านอื่น ๆ
 เนื่องจากเราไม่มีอำนาจอยู่ที่นั่น เราจึงไม่สามารถช่วยเจ้าได้อีกต่อไป”

ดังนั้นแม้จะเป็นพระเจ้าจะยังมีเขตอำนาจศาล เหมือนภูมิปัญญาของโลก – ไม่ใช่มั้ง?

“ถ้าเช่นนั้น ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ขอให้โชคดีในการใช้ชีวิตครั้งใหม่”

เมื่อการสนทนาจบลงฉันก็ลงมาสู่โลกใบนี้




NEKOPOST.NET