[นิยายแปล ]Sakyubasu ni tensei shitanode miruku o shiborimasu/เกิดใหม่เป็นซาคิวบัสเลยต้องมารีดนม ตอนที่ 5 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล ]Sakyubasu ni tensei shitanode miruku o shiborimasu/เกิดใหม่เป็นซาคิวบัสเลยต้องมารีดนม

Ch.5 - แฟล็กซ์ที่รวมรวมได้อย่างรวดเร็ว★


~เรื่องย่อของตอนก่อน~

 

・กลายเป็นBig oppai & no pantsu

・ตัดสินใจเลือกชื่อของวัวว่า”มิโนโกะ”

 

_____________________________________________________________

 

แม้จะบอกว่าลูกชายตรงเป้าเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม

ที่ดินที่ถูกทุบอาคารทิ้งนั้นจะทำยังไงอย่างเป็นรูปธรรมงั้นหรือ

เพราะกลัวที่จะยืนยัน เพราะงั้น ในตอนนี้เลยไม่ได้ตรวจสอบ

โชคดี ที่ไม่ได้มีปรากฎการณ์ทางสรีระวิทยาเกิดขึ้นในตอนนี้(TL//ประจำเดือน)

 

[ใช่ล่ะ ยังไม่ใช่เวลามาลนลาน ไม่มีอะไรที่ต้องร้อนลนใจโดยสิ้นเชิงเลยจริงๆ]

 

ถ้าหากต้องถูกดุว่าเพียงแค่ทำการเลื่อนปัญหาออกไปละก็จะด่าว่าก็ได้

สิ่งที่เรียกว่าระยะเวลาการเตรียมใจคือสิ่งจำเป็นล่ะ

 

ยังไงก็ตามภายในป่า

ไม่ได้มีความหนาแน่นมากเหมือนกับป่าดงดิบ มีความรู้สึกเย็นสบายชื่นช่ำใจราวกับรู้สึกโล่งใจ

พื้นที่เหยียบมีตะไคร้น้ำต้นไม้ที่ขึ้นหนาแน่นก็เป็นสีเขียวชะอุ่มเต็มไปทั่วแต่ว่า 

แสงแดดอ่อนๆตามร่องใบไม้ที่สาดส่องมาจากระหว่างต้นไม้เป็นสีอ่อนๆ

แม้จะมีภูตินางไม้อาศัยอยู่ก็ไม่แปลกใจเลย

สร้างออกมาเป็นภาพที่ยอดเยี่ยมเช่นนั้น

ชั้นยืดตัวเต็มที่บนหลังของมิโนโกะ มันเงียบสงบ

สูดบรรยากาศที่ชุ่มชื้นของป่าเข้าไปเต็มปอด …………...พึงพอใจ

ราวกับความอ่อนนล้าของภายในร่างกายหายไปออกไปในทีเดียว

แม้จะพูดเช่นนั้น ท้องไม่พองด้วยการสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ

 

[คงจะเป็น“ป่าrububu” ไม่ได้รู้สึกเลยว่าเป็นป่าที่สกปรกแต่ว่า คงจะประสบอุบัติเหตุเพียงเท่านั้น

แม้จะเดินไปรอบๆโดยไม่ชำนาญก็ตาม 

หรือหมายความว่า ไม่สามารถบอกได้ว่าประสบอุบัติเหตุแล้วละมั่ง]

 

ทีนี้ลำบากล่ะ 

ถ้าหากมีแม่น้ำอยู่ใกล้ๆละก็ ก่อนอื่นเลยแม้จะเพียงแค่กระหายน้ำสามารถทำให้ชุ่มชื่นได้แต่ทว่า

อะไรแบบความรู้ในการเอาตัวรอดที่ใช้ค้นหาสิ่งนั้น สำหรับชั้นไม่มีเลย

เป็นเด็กสมัยใหม่เพรียวๆที่ไม่สามารถแม้แต่จะก่อไฟด้วยตัวเองได้

พอโหยหวนกับสภาพที่อับจนหนทางอย่างกระทันหัน ทันใดนั้นเอง 

ด้วยประสบการณ์ที่กรมปศุสัตว์ นึกคำพูดคุณผอ.เกี่ยวกับคุณสมบัติพิเศษเฉพาะของวัว

 

『ถ้าพูดว่าสัตว์ที่มีจมูกดีละก็ คงจะมีภาพสุนัขผุดขึ้นมาแต่ทว่า

ที่จริงแล้ววัวก็มีประสาทสัมผัสกลิ่นฉับไวล่ะ

เพราะเป็นสัตว์ที่มีความละเอียดอ่อนต่อกลิ่นเป็นอย่างมาก ถ้าอาหารสัตว์มีกลื่นมันจะไม่กินน่ะ

ในตรงจุดนั้น มนุษย์ชอบของกินที่มีกลิ่นละน่ะ

เช่นชีส เช่นนัตโตะ เช่นถุงน่องที่OLสวมมาตลอดทั้งวัน เอ๋? ช่วงสุดท้ายที่คุณลุงกล่าวนี่มัน

ไม่ไม่ นี่มันพูดได้ว่าผิดความคาดหมายนะ?』

(TL//สรุปไอ้ผอ.นี่มันเป็นพวกโรคจิตขั้นหนักใช่ไหม ทั้งชอบโชตะ ทั้งชอบสาวออฟฟิศ- -)

 

กรมปศุสัตว์โน้น ในความทรงจำไม่ได้กลายเป็นข่าวแต่ว่า

ตอนนี้ก็คงจะสงสัยว่ายังคงทำงานอยู่ไหม

ชั้นนึกออกมากระทั่งเรื่องที่เกินจำเป็นแต่ ไม่ว่ายังไงก็ตามประสาทรับกลิ่นของวัว

ดูเหมือนว่าจะดีกว่าของมนุษย์ ต่อจากนั้นแทนที่จะเดินแบบมั่วซั่ว

เส้นทางจากนี้ต่อไปอาจจะต้องฝากฝังไว้กับมิโนโกะจะดีกว่า

ไหนๆก็ เพราะเป็นเหมือนกับเด็กหลงแล้ว

 

[เคลื่อนที่ไปตามที่มิโนโกะชอบก็ได้ล่ะ เช่นกลิ่นของผลไม้ ลองค้นหาด้วยจมูกของแกดู]

[อืออมออออ]

 

โดยสมมติฐานที่ว่าสามารถสื่อสารกันด้วยคำพูดได้ จึงได้พูดคุยกันแบบปกติ

อีกทั้งคงจะมีวี่แววว่าจะหลุดออกจากสามัญสำนึกที่มีอยู่ในตัวเองไปอย่างรวดเร็วละมั่ง

แต่ว่า คงจะไม่ผ่านไปจริงๆใช่ไหม 

สำหรับชั้น มิโนโกะดูท่าทางรู้สึกอ่อนล้า ได้ยินเสียงราวกับตอบกลับมาว่า“ช่วยไม่ได้น้า”

มิโนโกะเดินอย่าเนิบนาบ

 

[ฮะฮะ รู้สึกว่าจะกลายเป้นแม้กระทั่งคินทาโร่ที่ขี่หมีล่ะ]

 

มันเป็นความเร็วสำหรับการเดินของวัวอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ทว่า

ไม่ใข่ว่าติดบังเหียนและโกลนเพราะงั้น ถ้าวิ่งละก็คงจะถูกสะบัดร่วง

ประมาณนี้ก็เหมาะสม

คิดว่าแม้จะเป็นเช่นนั้นก็ตาม

ดูเผินๆ ประมาณว่าอยากจะวิ่งจ็อกกิ้งในช่วงเช้ามืดทั้งที่เป็นป่าปลอดโปร่ง

 

[ถ้าหลงเข้าไปละก็ โอกาสรอดตายน้อยกว่า50%หรือ]

 

สาเหตุที่เป็นไปได้คือ อย่างที่คิดจริงๆออร์คล่ะนะ

ตัวชั้นถ้าหากเป็นมอนสเตอร์ตามที่จินตนาการไว้ละก็

ด้วยแขนบอบบางเช่นนี้ไม่สามารถต่อต้านได้เลย

ท่าทางจะแพ้ได้แม้กระทั่งสุนัขจรจัด ทำได้เพียงแค่ภาวนาไม่ให้พบกับเรื่องไม่คาดคิดละนะ

 

[ถ้าไม่ยืนยันว่าเป็นที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยละก็ และยังไงก็ตามต้องค้นหาเมืองที่มีคนอยู่ให้เจอ]

 

ไม่ใช้สภาวะที่สามารถพูดอย่างดูแคลนได้ เช่นอยากจะแยกออกจากกลไกของสังคม

ทั้งมังงะทั้งเกมทั้งเน็ตก็ตัดใจไปแล้วเพราะงั้น 

อยากจะใช้ชีวิตที่ดูเหมือนเป็นคนมีอารยธรรมที่มีเครื่องนุ่มห่มไว้ใช้

เป็นปัญหาที่ต้องแก้มากมายเหลือเกินจนกว่ากระทั่งไปถึงจุดหมายปลายทางนั้น

กลายเป็นว่าปวดหัว

 

[หืม อะไรกัน?]

 

พอเกาหัวแกร่กแกร่ก นิ้วไปครูดกับของแข็งๆอะไรสักอย่าง สิ่งนี่มัน

เอ๋-เกะ-อุหวา-

 

[เขา งอกออกมา]

 

เหมือนกับมิโนโกะ แม้จะบอกว่างั้นก็ตาม แต่ทว่ามันมีขนาดเล็กสีดำประมาณหน่ออ่อนๆ?

แต่ละอันโผล่ออกมาเล็กน้อยเหนือเส้นผมทั้งซ้ายขวา ถ้าเป็นมนุษย์ละก็ไม่มีของที่แบบนี้งอกมาแน่ๆ งั้นหรือ 

ท้ายที่สุดแล้วชั้น ไม่ใช่แม้แต่ผู้ชาย คนญี่ปุ่น และไม่ใช่แม้แต่มนุษย์งั้นหรือ

 

……เอาเถอะ

 

[ถ้าเทียบกับหน้าอก มันไม่ได้ช็อกถึงขนาดนั้น]

 

มันค่อนข้างดีกว่ามากกว่า เพราะว่าเขาแต่ละอย่างไม่ดีหรือ?

คงจะบางทีคงจะโตยึดออกมาเหมือนกับเล็บใช่ไหม

 

[แฮะแฮะ แบบเดียวกันกับมิโนโกะเลยน้า]

 

มิโนโกะเล่นทำเสียง ซุนซุนด้วยจมูกราวกับไม่ได้ประทับใจเป็นพิเศษ

ด้วยความรู่สึกเช่นนั้น เกี่ยวกับเขา ได้รับยอมรับได้เร็วค่อนข้างง่าย 

คงจะมีอะไรสักอย่างที่อื่นอยู่ใช่ไหม

เพราะว่าไม่มีกระจกเพราะงั้น ทำได้เพียงแค่สัมผัสด้วยมือกับลูบในส่วนที่ไม่สามารถมองเห็นได้

ตาและหูและจมูกและปาก ทั้งจำนวนและตำแหน่งเหมือนกับสมัยก่อน

ไม่มีส่วนที่แปลก ตาที่สามอยู่บนหน้าผาก - -

หรืออะไรพวกนี้ รู้สึกตึกตักๆนิดหน่อยแต่ว่า ไม่มีของแบบนั้นหรอก

แต่ว่า การคลำด้วยมือทำให้ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นแบบไหนที่ต้องเผชิญ

เช่นหน้าตาดี ไม่ได้หวังอีกต่อไปแล้ว

เพราะงั้นอย่างน้อย ได้โปรดมีแบบปกติธรรมดาประมาณว่าไม่รู้สึกไม่สะดวกใจ แม้จะลงไปที่หมู่บ้านก็ตาม

 

[อา]

 

ในระหว่างที่กำลังคิด เรื่องที่แตกต่างกับมนุษย์

พบอีกสิ่งหนึ่งแล้วที่มีอะไรสักอย่างติดที่หลัง 

พอบิดคอมาด้านหลังโดยการฝืน เห็นของสีดำอยู่แถวๆไหปล้าร้า

 

[นี่มัน ปีกใช่ไหมนะ]

 

......เอ๋ ปีก?

มันไม่ใช่ขนเหมือนกับนก มันเป็นปีกเหมือนกับค้างคาว

เรื่องที่มีปีก ไม่น่าเชื่อเลย

 

ใช่แล้วล่ะ ลืมอิเมจที่น่ารังเกียจไปก่อนแต่ว่า

ซาคิวบัสสามารถบินได้ล่ะ ถ้างั้น ชั้นก็? 

ชั้นก็สามารถบินรอบท้องฟ้ากว้างใหญ่ได้อย่างอิสระ!? ไม่ใช่มังกรแต่ว่า

ถ้าหากมีความสามารถในการบินละก็ยินดีต้อนรับอย่างมากมากมากมากเลยแต่ว่า!!

ชั้นมองไปที่ปีกที่อยู่ด้านหลังของชั้นอีกครั้ง

ด้วยสายตาที่ส่องประกายแวววาวกับเรื่องโรมานซ์ที่พองโตออกมาไม่มีจุดสิ้นสุดเลย

หลังจากนั้นก็ สิ้นหวังในทันที 

 

[อาา]

 

.....นี่มัน เป้นไปไม่ได้นิดหน่อยละมั่ง

แม้แต่เขาก็เป็นเช่นนั้น เล็กนิดเดียว

อีกทั้งเล็กกว่าความกว้างของไหล่ ไม่น่าจะสามารถลอยได้มากด้วยน้ำหนักของตัวเอง

พอใส่แรงไปที่ไหล่เพื่อที่จะลอง สามารถขยับปีกได้ดังpicopico

แต่ว่า ไม่มีวี่แววเหมือนว่าจะบินได้

 

[ถ้าหากไม่สามารถบินได้ละก็ เพราะแม้จะมีปีกอะไรเนี่ยมันเพียงแค่เกะกะเท่านั้นเอง...]

 

รู้สึกหดหู่เล็กน้อยสำหรับการได้เห็นความฝันอยู่สักครู่นึง

พอชั้นนอบราบเพื่อที่จะกอดมิโนโกะ แบบเหลวไปเลย

(TL//ประมาณท้อจนเหลวยืดเหมือนน้องไข่)

เพราะทรมานจากที่ใจถูกกดดันอย่างหนัก จิตใจเศร้าหมองมากกว่าปกติ

 

จากที่ตรงนั้น ด้วยความรู้สึกคงจะเดินไปรอบๆประมาณ1ชม.ละมั่ง

การเดินเล่นแบบไม่รีบร้อนก็ไม่เลวเลยแต่ว่า ผลประโยชน์ที่ได้ไม่มีอะไรเลย

ผลประโยชน์ที่ได้ไม่มีอะไรเลย ไม่พบแม้แต่ของกิน แม้แต่ถนนที่ถูกสร้างโดยมนุษย์เลย

บางครั้ง มิโนโกะเอาจมูกเข้าไปใกล้กับหญ้าที่งอกอยู่บนพื้นแต่ว่า

ไม่ได้กินอะไรสักอย่างเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

[อุ้ว หิวแล้ว....อยากจะกินราเม็งของเท็นอิจิ....]

 

ทำให้นึกถึง เรื่องที่ตายไปในระหว่างกินละมั่ง

 

ประมาณอาหารเย็นมื้อสุดท้ายของชีวิต อยากจะให้รอจนกระทั่งพูดว่าโกจิโซซามะเสร็จ

 

[มิโนโกะ ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับชั้นก๋ได้นะเพราะงั้น ถ้ามีของที่ดูท่าทางทานได้ละก็

กินไปเถอะนะ ท้องของแกถ้าไม่ใหญ่ขึ้นละก็ เพราะ...ชั้นก็ เกิดอะไรขึ้นหรือ?]

 

หูของมิโนโกะตั้งขึ้น หลังจากหยุดเดินแล้วหันหน้าไปด้านข้าง

เพราะว่าถูกชักจูงไปด้วย ชั้นก็มองไปทางนั้นด้วย

 

แซ่กแซ่ก

 

เสียงการเคลื่อนที่บนหญ่าไม่ใช่ลม

ชั่วระยะต่อมา มีเหงื่อไหลออกมาจากภายในร่างกาย

ได้ยินเสียงหายใจหยายๆของตัวอะไรสักอย่างว่า โกฟุ จากที่ฝั่งตรงข้ามในหมู่ต้นไม้ที่หนาแน่น

 

กำลังเข้ามาใกล้

สัญชาตญานณกำลังส่งเสียงร้องเตือน เช่นเดียวกับแกะที่ถูกขู่โดยเสียงหอนหมาป่า

กำลังจะเข้ามา ไม่ใช่สัตว์ตัวเล็กเหมือนกระรอกหรือกระต่าย

ในฐานะสิ่งมีชีวิต มันเป็นอะไรสักที่มีอำนาจท่วมถ้นยิ่งกว่าตัวเอง

 

[ให้อภัยด้วยเถอะ....]

 

มันปรากฎตัวออกมาจากการแหวกพุ่มไม้ แขนหนาสีเขียวที่กลมกลืนพรางไปกับภายในป่า

ถ้าหากประมาณว่าคอของมนุษย์ มือที่ใหญ่นั้นคงจะสามารถบีบคอให้หักได้โดยง่าย 

จับลำต้นของต้นไม้ และจับเจาะเข้าไปเป็นรูดัง พลั๊ก

 

[――――っ!?]

 

ด้วยเพียงแค่ผลของการทำแบบนั้น กลายเป็นเหมือนกับว่าหัวใจจะหยุดเต้น

ชั้นในตอนนี้ รู้สึกเต้นระรัวตื่นเต้นจากส่วนลึกของจิตใจเลย

เพราะว่าในโลกฟากโน้น เช่นเสือ เช่นหมี(TL//ถ้าโลลิอาจมีแหกกรงก็ได้*.*) 

ตัวเองไม่มีทางที่ะเข้าถึงตัวสัตว์ได้แน่ๆ (TL//คงไม่ได้สู้น่าหมายถึงหนี)

แต่ทว่าในสภาพแบบนี้ การที่เผชิญจากด้านหน้าโดยไม่มีอะไรเลยอย่างกรง

ไม่ได้ทำเลยแม้แต่เพียงครั้งเดียว

เพราะงั้น ทั้งๆที่เป็นคนขี้กลัวของแท้ตัวขดทั้งร่างกายแต่ว่า

ชั้นกำลังจะเผชิญหน้าครั้งแรกในชีวิต 

 

[โกฟุฟุ....กุฟุอุ....]

 

เจ้านั่นโผล่หน้าออกมาส่งเสียงว่า นู่ว พร้อมกับพ่นลมหายใจสีขาวออกมา

ชั้นที่ได้พบกับสิ่งโออ่าตระการตาอยู่ในสายตากริบตาปริบๆ

หรือก็คือ ลืมหายใจโดยไม่ได้ล้อเล่นเลย

อีกทั้งขนาดร่างใหญ่โตเป็นยักษ์ มีความสูงประมาณเดียวกับสายตา กับชั้นที่ขี่มิโนโกะ

เช่นเดียวกับแขน ร่างกายจนกระทั่งไปถึงหัวล้านเป็นสีเขียว

สายตาแหลมคม เขี้ยวที่ไม่พอดีกับในปาก

ไม่สามารถคาดหวังได้ถึงบุคคลิกนิสัยใจกว้างได้แม้แต่เศษธุลี

รูปร่างอีกฝ่ายดูอำมหิตชั่วร้ายมาก

สิ่งที่สวมใส่อยู่บนร่างกายคือ มีเพียงผ้าคาดรุ่งริ่งที่คิดได้ว่าทำมาจากหนังของสัตว์

เป็นนักมวยปล้ำอาชีพ ร่างกายท่อนบนที่ความหนาของหน้าอกคิดได้ว่าสแลนเดอร์

ที่โผล่ออกมาสัมผัสกับอากาศราวกับจะโชว์ให้เห็น 

จะให้ทำอย่างไรดีล่ะ เอาจริงดิไม่ใช่เป็นเรื่องบังเอิญใช่ไหม

 

[โกฟุ...กุฟุฟุว....]

 

มอนสเตอร์ที่ปรากฎตัวออกมายกริมฝีปากขึ้นมา ราวกับดีใจที่ได้พบเหยื่อ

อาา...จบสิ้นแล้ว พนักงานคนนั้น ชั้นเสียใจ

ทั้งที่ชีวิตเพิ่งจะได้รับการแก้ไข ท่าทางจะกลายเป็นว่าปิดม่านลงอีกแล้ว

คุณพ่อคุณแม่ โดยจะล่วงหน้าไปก่อน 

ได้โปรดให้อภัยลูกชายอกตัญญูที่จะต้องล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

 

เรื่องนั้นไม่ได้ยืนยันว่าเป็นออร์คแต่ว่า เอาเถอะ คงจะเป็นออร์คล่ะ

ในมังงะกับเกมถูกวาดเป็นหน้าหมูแต่ว่า ออร์คในโลกนี้มีหน้าตาเหมือนกับยักษ์

ยังไงก็ตามเป็นหน้าที่ดูแข็งแกร่ง 

ไม่สามารถบอกได้ว่าใกล้เคียงกับมนุษย์ไม่มากก็น้อยยิ่งกว่าหมู

เหนือความคาดหมาย มีบุคลกที่ไม่ได้คิดไว้ โดยชอบพูดคุยนิดหน่อย 

 

[โกฟุอุอุ……――――กุฟูอุ!?]

 

ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตตนเองกระพริบริบหรี่ในหัว ออร์คที่หันหน้าไปเผชญอย่างกระทันหัน

ที่ทำเสียงเหมือนกับมีของอุดตันที่จมูก กระโดดถอยไปด้านหลังเพื่อจะหนี

รู้สึกแปลกว่ามันเรื่องอะไรงั้นหรือ ออร์คที่เว้นระยะออกมา 

คบเคี้ยวที่โผล่ออกมาถึงที่สุด(TL//แบบคบเคี้ยวเคี้ยวฟันด้วยคามกลัว)

ครางอยู่ในของแล้วเผยความรู้สึกระมัดระวังออกมา

หรือหมายความว่ารู้สึกถึงความเป็นศัตรูกับตรงไหนสักที่ของชั้นที่สั่นกลัวเต็มที่เป็นชิวาว่า

มันอะไรกันล่ะนั่น พูดได้ว่าชั้นไม่ได้ทำอะไรเลยล่ะ ทำไมจ้องแบบนั้นล่ะ

 

[กุ กุกาาาาาาาาา!!]

 

คำรามออกมาแล้ว โครตน่ากลัวเลย เหมือนตัวเล็กลีบ แบบนี้ตายแน่ๆ

รู้สึกถึงความตายอย่างแน่นอน ชั้นทำการสวดมนต์เพื่อให้รู้สึกสงบเห็นสัจธรรม

ชั้นที่สังเกตุเหตุที่ตรงนั้น ที่ออร์คมองอยู่ไม่ใช่ชั้น

 

[มิโน...ทาว รอส?]

 

พูดออกมาแล้ว สายตานั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่มิโนโกะ

งั้นหรือ เพราะว่ามิโนโกะคล้ายกับมิโนทาวรอส

จากปฏิกริยาของออร์ค มิโนทาวรอสแต่เดิมแล้ว ไม่ใช่มอนสเตอร์ที่ดูเหมือนจะอยู่ในป่าแบบนี้

เพราะงั้น เลยตกใจกระโดดเลยขึ้นมาเลย

แล้วก็ พอเห็นแล้วเลยไม่มาโจมตีพร้อมกับส่งเสียงขู่ออกมา

สำหรับลำดับความแข็งแกร่ง สามารถคาดเดาได้ว่าทางด้านของมิโนทาวรอสมีมากกว่ายิ่งกว่าออร์ค

มิโนโกะที่ดึงดูดสายตาของออร์คที่จิตใจหวาดกลัวอยู่กำลังเป็นเป็นอัมพาตอยู่ละมั่ง

หรืออีกนัยหนึ่งไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์ที่ถูกวางเอาไว้อยู่ละมั่ง

ราวกับไม่แสดงปฏิกริยาหวั่นกลัวออกมาให้เห้น

ท่าทางนิ่งเฉยๆแบบนั้น ทำให้ชั้นรู้สึกสงบบางส่วน

 

[กุฟุรุรูวว...]

[อย่าขยับนะ! ถ้าทำเรื่องปลกๆละก็ จะเป็นการยั่วมิโนทาวรอสตัวนี้ล่ะ!]

 

พอหันเหความสนใจด้วยเสียงดัง ออร์คที่ตัวใหญ่โตถูกทำให้ตัวแข็งทื่อและสั่นหงึกๆ ข่มเสียงคำรามไว้

ดีล่ะ สามารถเข้าใจเรื่องที่ชั้นกำลังพูด

 

[อย่างนั้นล่ะดี! เพราะฝ่ายนี้ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้ได้รับอันตราย!]

 

พอกล่าวเรื่องที่ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะต่อสู้ ออร์ค พูดลดเสียงลงมาราวกับเพื่อจะดูปฏิกริยา

 

[.....เจ้าที่บุกรุกป่า ไม่ยกโทษให้]

 

โยชี่ สามารถพูดคุยกันได้เหมือนกัน

นอกจากนี้มันน่าแปลกการที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นได้ที่ต่างโลกแต่ว่า

กล่าวว่ายังไงดีล่ะเป้นบริการสำหรับผู้ที่กลับชาติมาเกิดใหม่

ได้รับการเอาใจใส่ประมาณว่าทำให้สามารถสื่อสารในโลกที่อยู่ตอนนี้ได้ละนะ

 

[ชั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะบุกรุกป่า เพียงแค่บังเอิญหลงเข้ามา

ถ้าบอกเส้นทางที่จะออกไปจากป่าให้ละก็ จะออกไปทันทีเลย]

 

ภายในใจสั่นกลัว ดังตึกตึกๆประมาณว่าเหมือนหัวใจจะระเบิด

ถึงแม้อย่างนั้นก็ตาม เสียงของชั้น ไม่ได้เป็นอะไรละมั่ง

ทั้งที่ขู่ไปสุดกำลัง ความรู้สึกที่ข่มขู่ไม่ใช่พูดได้ว่าอยู่ในจุดที่ได้ผลครึ่งนึง

 

[...กลิ่นของผู้หญิง ว่าเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ ปีศาจงั้นหรือ?]

[ระ เรื่องนั้นทำไม?]

[ที่จริง ถ้าหากเพียงแค่หลงทางเข้ามา มองข้าม เหตุผลที่จะต่อสู้โดยเป็นปีศาจเหมือนกัน ไม่มี]

[อา ชั้น เป็นซาคิวบัส! เป็นปีศาจปีศาจ! นี่ไงนี่ไงล่ะ! นะ? นะ?]

 

ซาคิวบัสเรื่องที่เป็นปีศาจดีแล้วล่ะนะ?  ชั้นเปลี่ยนท่าทีอันตรายกลายเป็นหน้ามือหลังมือเลย 

แล้วยกเส้นผมขึ้นมาทั้งสองข้าง เพื่อให้เห็นเขาเล็กๆ

เพราะตัวเองต่อต้านอยู่นิดหน่อยกับการที่เรียกตัวเองว่าเป็นปีศาจแต่ ไม่สามารถแทนที่ชีวิตได้

ปีศาจเหมือนกันคงจะมีกฎเรื่องการปรองดองกันอยู่ละมั่ง

มันอะไรกันล่ะโม่ ถ้าหากมีข้อตกลงสัญญาสงบสุขแบบนั้นละก็ 

เพราะงั้นน่าจะบอกให้รู้ล่วงหน้าก่อนหน้านี้ล่ะนะ

 

[ซาคิวบัส? มิโนทาวรอสกับซาคิวบัส ทำไม อยู่ในที่อยานี้?](TL//(อย่าง)ออร์คพูดไม่ชัด)

[คือ ว่า เรื่องนั้นมัน แต่ทว่าเรื่องมันค่อนข้างยาว]

 

เรื่องการเกิดใหม่ ที่โลกใบนี้สงสัยว่าจะเป็นปรากฎการร์ที่ยอมได้รับได้ไหม

ถ้าหากไม่ยอมรับละก็ แม้จะอธิบาย 

มันจะไม่หลงเหลือกลิ่นที่จะกระจายไว้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความน่าเชื่อถือในทางตรงกันข้าม

ออร์คยังคงมีความสงสัยว่าพวกชั้นเป็นผู้บุกรุกป่าหรือไม่

ไม่สามารถพูดได้แบบไม่ยั้งคิด เมื่อติดอยู่ในคำพูด 

 

โกกิ้วกรูกกกก คิ้ว

 

ของชั้นกับมิโนโกะ หนอนในท้องส่งเสียงร้องออกมาดั้งโดยไม่อ่านบรรยากาศ ทำลายความเงียบ

แม้ว่าเป็นฉากที่ซีเรียส กลายเป็นมีไฟลุกที่หน้าเพราะความอายอย่างรุนแรง

ไม่มีหัวใจใช่ไหม  ออร์คมองราวกับทำหน้าแบบระอา

แต่ทว่าเป็นเรื่องที่โชคดี ที่สถานที่แห่งนี้เสียงในท้อง มีอิทธิในการเกลี้ยกล่อมได้ดีกว่าคำพูดที่งุ่มง่าม 

 

[กำ ลังหิวงั้นหรือ?]

[อา...อืม....ที่จริงแล้ว ไม่มีของที่สามารถกินได้อะไรสักอย่างเลยหรือก็คือกำลังค้นหาอยู่...]

 

เพราะไม่แม้แต่ที่จะปิดบัง ชั้นเลยตอบไปตามตรง

แต่ทว่า ถ้าหากป่าแห่งนี้คือขอบเขตพื้นที่ของออร์ค แม้จะหาของกินก็ตาม การที่จะกินตามอำเภอใจคงจะไม่ได้การอนุญาติ

เพราะงั้นอย่างน้อยที่สุด อยากจะให้บอกแม้แต่เป้นเส้นทางออกจากป่าก็ตาม

ในขณะกำลังคิดเช่นนั้ ออร์คได้ยื่นข้อเสนอที่ต่างจากที่คาดไว้ออกมา

 

[ด้าไม่อาละวาด ถ้าหากสัญญาละก็ จาหาอะไรให้กินสักอย่าง]

[จริงดิ!? จะเลี้ยงอาหารงั้นหรือ?]

[สัญญา ใช่ไหม?]

[สัญญา! สัญญาคะ! มิโนโกะก็ทำตัวเป็นเด็กดีด้วยล่ะนะ!?]

[อือออมอ]

 

ขึ้นอยู่กับกรณี ดีแล้วใช่ไหมนะ?

แม้ว่าจะเป็นการตอบกลับแบบไม่สดชื่นเหนือความคาดหมายแต่ว่า

ชั่วขณะนึงเรียกได้ว่าได้รับความยินยอมเหมือนกัน

 

[.....ตามมาซะ จาพาเที่ยวชมที่บ้าน]

[ขอบคุณคะ! ขอบขอบคุณเลย!]

 

ออร์คทั้งหลาย เปลี่ยนการระมัดระวังแบบไม่คาดคิด

ชั่วระยะนึงคิดว่าเรื่องจะกลายเป็นยังไงแต่ว่า ตัดสินด้วยรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้สินะ

จนกระทั่งตอนนี้ ออร์คไม่มีความประทับใจที่ดีเลยเพราะถูกกำหนดมาให้เป็นบทตัวร้าย

แต่ว่า ถ้าหากสามารถพูดคุยกันได้ละก็ไม่ใช่เผ่าพันธูืที่เข้าใจได้ชัดเจนใช่ไหม

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หัวล้านนั้นมองดูแล้วก็น่ารักดีล่ะ 

 

ชั้นที่ขี่หลังของมิโนโกะไปทั้งๆอย่างนั้นตามไป ข้างหลังของออร์คที่อยู่นำหน้า

 

[ว่าแต่ที่ป่าแห่งนี้ เป็นโซนอันตรายงั้นหรือ เพียงแต่ว่าไม่รู้สึกแบบนั้นเลย?]

[....เป็นป่าที่เงียบสงบ แด่ดว่าก็ บางครั้งมีมนุษย์และปีศาจพยายามล่าสัตว์ในป่า

เจ้าพวกที่พูดนั้น ก้าเป็นคนขับไล่ออกไป]

 

กล่าวอีกนัยนึงคือ ออร์คตัวนี้ ดำรงอยู่เหมือนกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ใช่ไหม 

มากยิ่งขึ้นมากยิ่งขึ้นไป ผลการประมาณออร์คสูงยิ่งขึ้นไปแล้วล่ะ

 

ยัยพนักงานอาราซาลามก ที่ว่าอัตราการรอดตายต่ำกว่า50%คืออะไร

ที่นี้ ท้ายสุดแล้วโกหกพื่อให้ชั้นเชื่อสินะ(TL//อาราซาพวก30+)

 

ทางด้านของออร์คตยังไม่สามารถไว้วางใจได้ละมั่ง บางครั้งรู้สึกว่าหันกลับมามองมิโนโกะ

พอมองด้วยท่าทางแบบนั้น รู้สึกไม่ดียังไงสักอย่าง 

มิโนทาวรอสของจริงไม่รู้ว่ามีนิสัยแบบไหนแต่ทว่า 

ควรจะคุยกับออร์คเอาไว้ก่อนละมั่ง เกี่ยวกับมิโนโกะเรื่องที่ไม่ได้อันตราย

จังหวะที่คิด ว่า ทั้งที่มีน้ำใจแต่ว่า การที่ยังสร้างความกดดันต่อรู้สึกเสียใจขออภัยเป็นอย่างมาก

 

[ยัยผู้หญิง มีกลิ่นที่ดีกว่า ยิ่งกว่ามนุษย์เพศหญิงอีก โกฟุฟุ]

 

ไม่เหมือนกันเลยกับตอนที่หันหน้าไปหามิโนโกะ

 

ออร์คส่งสายตามันยิ้มพัวผันทุกส่วนของร่างกาย ราวกับประมาณตัวชั้นคร่าวๆ

และเลียปากกับเอามือมาเช็ด

 

[ชะ เช่นนั้น?]

 

กระดูกสันหลังเหมือนถูกแช่แข็ง

ในตอนนี้ มันเป็นเพียงแค่มุกตลกของออร์คใช่ไหม หรือว่าไม่งั้นก็คงจะเป็นคำชมเชยใช่ไหม

หรือ ถ้าเป็นปีศาจเป็นบทสนทนาที่ใช่พูดกันใช่ไหม?(TL//ซื่อไปแล้วเฟ้ยยัยหนู)

 

อันดับแรก เรื่องที่มิโนโกะมีลักษณะคล้ายกับมิโนทาวรอสแต่ไม่ใช่

ตัดสินใจเงียบเอาไว้สักระยะนึงก่อน




NEKOPOST.NET