[นิยายแปล]Breakers (브레이커즈) หยุดลิขิตฟ้า ต่อชะตาช่วยโลก ตอนที่ 63 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]Breakers (브레이커즈) หยุดลิขิตฟ้า ต่อชะตาช่วยโลก

Ch.63 - ตีฝ่า


ตอนที่ 63 – บทที่ 10: ตีฝ่า

 


 

 หากจะกล่าวถึงสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังมากที่สุดในโลกมารแล้ว แน่นอนว่าย่อมไม่พ้นเหล่ามังกร

 

 ราชาแห่งสรรพสัตว์ต่างไปจากสิ่งมีชีวิตอื่นตั้งแต่เมื่อมันถือกำเนิด เกล็ดและผิวหนังอันทนทานหาเกราะใดเปรียบ ขนาดอันมหึมาที่น่าเกรงขาม พร้อมพละกำลังที่มาคู่กับร่างกายอันใหญ่โต

 

 คุณสมบัติทางร่างกายก็มากพอให้มังกรเป็นที่สุดแล้ว กระนั้นมังกรยังสามารถใช้เวทมนตร์ได้อีกด้วย มังกรสามารถใช้เวทมนตร์ได้เองราวกับเป็นกระบวนการดำรงชีวิต ต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นที่ต้องพยายามขวนขวายเพื่อร่ำเรียน อาจเรียกได้ว่าตัวมังกรเองก็เปรียบเสมือนเวทมนตร์ชนิดหนึ่งเลยทีเดียว

 

 มังกรจึงถือเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุดในโลกมาร ยิ่งเปรียบเทียบพละกำลังโดยเฉลี่ยแล้ว มังกรยิ่งไร้ผู้ต้าน

 

 ทว่าหากกล่าวถึงเผ่าที่ชำนาญการต่อสู้ กลับเป็นเผ่าสุร

 

 มีสุรจำนวนไม่มากในโลกมาร

 

 สุรถือกำเนิดขึ้นไม่ต่างไปจากเผ่าพันธุ์อื่น

 

 และในบรรดาสุรทั้งหมด ก็มีบางส่วนที่ฉีกสามัญสำนึกทั่วไปอยู่

 

 จอมมารมิตร

 

 ผู้เป็นที่เคารพยำเกรงมากที่สุดในโลกมาร

 

 เหนือไปกว่านั้นก็คือผู้ที่ชุบเลี้ยงจอมมารมิตรขึ้นมา

 

 ก่อนจะเป็นยุคของมิตร เป็นยุคของอิชย์

 

 สุรทั้งหมดมิได้เก่งกาจ ต่างไปจากมังกรที่ทรงพลังแต่กำเนิด

 

 มีสุรเพียงหยิบมือเท่านั้นที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตนได้ นั่นนำมาซึ่งฉายาเผ่าที่ชำนาญการต่อสู้มากที่สุด

 

&

 

 หลังจากที่สั่งของทั้งหมดเรียบร้อย อินกองก็ออกมาจากโรงเหล็ก เขาถอนหายใจออกมาในทันทีที่ขึ้นรถเลื่อน สาเหตุก็เพราะผู้ติดตามทั้งสอง

 

“ทั้งคู่ใจเย็นลงหน่อยเถอะ”

 

 คารัคมีนัยตาอันเป็นประกาย เป็นครั้งแรกที่อินกองเห็นเจ้าออร์คแสดงสีหน้าแบบนี้ ส่วนกัมมะก็ตื่นเต้นจนแทบจะลืมหายใจ

 

 คำพูดของอินกองเรียกสติของกัมมะกลับมา แต่ใบหน้าของนางยังคงแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น นางพูดออกมาติดขัดเพราะหายใจไม่ทัน

 

“หรื...ว่...งค์ชา...ะเป็...ที่โป...รานขอ...านปรา…..อิชย์?”

 

 ปราชญ์ดาบอิชย์

 

 ตำนานที่ยังมีชีวิต อาจารย์ของจอมมารมิตร สุรที่เก่งกาจที่สุดจากยุคก่อน

 

 ฉายา ‘ปราชญ์ดาบ’ อธิบายตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี

 

 นักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกมาร จนมีเรื่องเล่าลือว่าไม่มีสิ่งใดที่อิชย์ไม่สามารถฟันให้ขาดได้

 

 แม้เวลาจะล่วงเลยมาได้ยี่สิบปีหลังจากที่อิชย์เกษียณออกไป ชื่ออิชย์ก็ยังเป็นตำนานและรู้จักแพร่หลาย สร้างความเลื่อมใสมากมาย ตัวอย่างเช่นคารัคและกัมมะ

 

 ปราชญ์ดาบอิชย์ส่งของขวัญมาให้ฉัตร มิหนำซ้ำของขวัญที่ว่ายังเป็นถึงเกล็ดและหนังมังกร

 

 นี่ไม่ใช่สิ่งของที่จะมอบให้ผู้อื่นได้โดยง่าย แม้ผู้มอบจะคือปราชญ์ดาบอิชย์ก็ตาม เกล็ดและหนังมังกรจัดเป็นวัตถุดิบที่ล้ำค่าและหายากอย่างยิ่งในโลกมาร

 

“องค์ชายมีท่านอิชย์หนุนหลังแบบนี้ ก็วางใจได้เลย”

 

 คารัคพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี โดยมีกัมมะพยักหน้าเห็นด้วย

 

“ผมก็อยากหวังให้เป็นอย่างนั้น”

 

 การมีผู้สนับสนุนถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว และยิ่งผู้สนับสนุนที่ว่าคือเผ่าสุรด้วยแล้ว นั่นทำให้อินกองไม่รู้สึกอิจฉาทายาทตนอื่นที่ได้รับการสนับสนุนจากญาติฝั่งมารดาอีกต่อไป

 

 แต่เขาก็ยังมีข้อกังขากับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากเผ่าสุรเลยสักครั้งในเกมบทกวีแห่งผู้กล้า ส่วนใหญ่จะเป็นทางเผ่ามังกรที่เป็นญาติทางฝั่งมารดาเสียมากกว่า

 

 สิ่งที่เกิดขึ้นมันผิดไปจากสิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้ เขาจึงระแวงมากกว่าจะดีใจ

 

‘หรือจะเป็นเพราะมิตรหันมาสนใจเรา?’

 

 นั่นเป็นคำตอบที่ง่ายที่สุด และสมเหตุสมผล จอมมารมิตรแสดงความสนใจในตัวฉัตรออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

 การที่อิชย์ผู้เป็นอาจารย์ของมิตรจะหันมาสนใจฉัตรเช่นกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

 

 ยิ่งไปกว่านั้น นี่ต่างไปจากการสนับสนุนจากเผ่าสุร ดูเหมือนนี่จะเป็นความสนใจส่วนตัวของอิชย์เสียมากกว่า

 

‘***เอ้ย งงไปหมดแล้วเนี่ย เอาเป็นว่าถือเป็นเรื่องดีละกัน’

 

 ถึงมันจะไม่เคยเกิดขึ้นในบทกวีแห่งผู้กล้า แต่เมื่อมองดูเหตุผลแล้วมันก็มีความเป็นไปได้อยู่บ้าง อินกองจึงถือว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องดี

 

 ของขวัญเหล่านี้ถูกส่งมาอย่างลับลับ เรื่องนี้จึงไม่เป็นที่เพ่งเล็งจากทายาทตนอื่น

 

“ไม่ใช่ว่าแกควรจะเดินทางไปกล่าวขอบคุณ?”

 

“ผมต้องเตรียมตัวก่อน”

 

 ปัญหาก็คือไม่มีใครรู้ว่าปราชญ์ดาบอิชย์อยู่ที่ไหน มีเพียงข่าวลือแต่ไม่มีใครรู้สถานที่ชัดเจน ของขวัญถูกส่งมายังโรงเหล็ก อินกองจึงไม่มีหนทางฝากข้อความแสดงความขอบคุณ

 

‘ช่างเถอะ ถ้าอิชย์สนใจเราจริง เดี๋ยวมันก็โผล่มาหาเราเอง’

 

 อินกองจัดระเบียบความคิดก่อนจะฉุกนึกบางอย่างขึ้นมาได้

 

‘คนธรรพ์’

 

 ญาติทางฝั่งมารดาของฉัตร อินกองสงสัยว่าพวกนั้นหายไปไหน

 

‘เราต้องเริ่มสืบหาข้อมูลเพิ่ม’

 

 แม้เขาจะไม่สามารถถามจากเฟลิซีได้ แต่เขาสามารถใช้ให้คารัคถามจากดาฟเน่หรือเดเลียได้

 

 อินกองผ่อนคลายลงหลังจากคิดถึงข้อได้เปรียบเสียเปรียบทีเขามี

 

‘อดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว’

 

 เกราะเท้าที่ทำจากเกล็ดและหนังมังกร… มันจะต้องออกมายอดเยี่ยมเกินคาดแน่นอน

 

‘น่าจะเป็นเกรด B ได้?’

 

 ไม่สิ มันน่าจะออกมาเป็นเกรด A

 

 อินกองยิ้มร่า โดยมีคารัคและกัมมะยิ้มออกมาเช่นกัน นั่นทำให้กรีนวินด์รู้สึกโดดเดี่ยว นางได้แต่พยายามคิดถึงคำชมที่อินกองสัญญาเมื่อถึงคฤหาสน์

 

&

 

 อินกองรีบไปยังห้องรับรองทันทีที่ถึงคฤหาสน์ นั่นเพราะฟลอร่าส่งข่าวมาว่าเฟลิซีเดินทางมาเยี่ยม

 #แล้วคำสัญญากับท่านเทพารักษ์กรีนนี่ละ???

 

 เมื่อเขาเปิดประตู ภาพของเอลฟ์รัตติกาลสองนางกำลังจิบชาอย่างสง่างามก็ปรากฏขึ้น

 

 เฟลิซีหันมาทางอินกองก่อนจะถามออกมา

 

“มีอะไรดีๆเกิดขึ้นสินะ?”

 

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร”

 

 อินกองรีบกลบเกลื่อนรอยยิ้มบนหน้าก่อนจะนั่งลงตรงข้ามเฟลิซี โดยมีคารัคนั่งลงด้านข้าง เมื่อพบว่าแม้แต่คารัคและเดเลียก็นั่งเช่นกัน กัมมะที่คิดจะยืนก็รวบรวมความกล้านั่งลงที่มุมหนึ่ง

 

 หลังจากที่ทั้งหมดนั่งลงเรียบร้อย เฟลิซีก็วางแก้วชาของนางลง

 

“เดเลียรวบรวมข้อมูลมาบ้าง แต่ไม่น่าจะมากไปกว่าที่เธอได้รับจากทางกระทรวงเกียรติยศ ทางที่ดีที่สุดก็คือเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกความเป็นไปได้”

 

 พลโทกาซบาลเสียชีวิตเพราะก๊าซพิษที่รั่วไหลออกมาจากใต้ดิน

 

 ไม่มีข้อมูลมากไปกว่านี้จากวังจอมมาร อินกองพยักหน้าก่อนเฟลิซีจะขยับตัวเข้าใกล้

 

“ฉัตร เธอรู้เกี่ยวกับปราสาทธันเดอร์ดูมมากแค่ไหน?”

 

 นางกล่าวด้วยเสียงที่เรียบง่าย ทว่าอินกองรู้จุดประสงค์ของนางในทันที เขารู้เกี่ยวกับซากวิหารในตอนที่ค้นหาทั่งวัชรกร นั่นทำให้เฟลิซีสงสัยว่าเขาอาจจะรู้อะไรเกี่ยวกับซากปราสาทนี้เช่นกัน

 

‘สมกับที่เป็นเฟลิซี’

 

 อินกองหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะยักไหล่แล้วตอบคำถาม

 

“พวกนั้น เหมือนจะเป็นดวอฟที่สู้กับมังกร?”

 

“หา? หมายความว่ายังไง? สู้กับมังกร? พวกดวอฟอารักขาสมบัติของเอนคิดูไม่ใช่หรือไง?”

 

 คารัคถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ เดเลียชินชากับความไร้มารยาทของเจ้าออร์ค เลือกที่จะไม่สนใจมัน นางและเฟลิซีมองไปยังอินกองอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

“มีดวอฟอยู่มากมาย อาณาจักรดวอฟของปราสาทธันเดอร์ดูมเป็นพวกที่ต่อสู้กับมังกรเพื่อปกป้องเมืองของตน พวกนั้นยังฆ่ามังกรไปบ้างด้วย”

 

 คารัคตาโตพร้อมอุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ

 

“ฆ… ฆ่ามังกร?”

 

 เจ้าออร์คไม่อยากจะเชื่อ อินกองไม่เข้าใจอาการของเจ้าออร์ค แต่เฟลิซีหัวเราะออกมาก่อนจะอธิบาย

 

“คารัค มังกรกับมังกรบรรพกาลไม่เหมือนกันหรอกนะ จะเรียกว่าคนละสายพันธุ์กันเลยก็ได้ อาจจะยากหน่อย แต่มังกรก็ตายเป็น”

 

 คารัคเห็นภาพลวงของทรราชเอนคิดูจากทั่งวัชรกร จึงไม่แปลกที่มันจะนึกถึงมังกรบรรพกาลเมื่อกล่าวถึงมังกร

 

“โอ้… อย่าบอกนะว่าองค์หญิงก็ปราบมังกรได้เหมือนกัน?”

 

 คารัคมองด้วยตาที่ลุกวาว เฟลิซีได้แต่เบือนหน้าหนี นางเอาพัดมาปิดหน้าไว้พลางพูดพึมพัม

 

“ถ้ามีเวลากับงบประมาณ…”

 

“หล่อนทำไม่ได้หรอกคารัค”

 

“ฉัตร ฉันเกลียดเธอ”

 

 เฟลิซีบ่นออกมาอย่างน่าเอ็นดู สร้างความขบขันให้กับเดเลียและกัมมะ

 

 หลังจากทำลายมาดของเฟลิซีเรียบร้อย อินกองก็อธิบายต่อ

 

“ไม่ค่อยมีใครคิดจะสู้กับมังกรหรอก ถึงพวกมันจะไม่ใช่มังกรบรรพกาล พวกมันก็มีขนาดอันใหญ่โตและเวทมนตร์ที่ร้ายกาจ อาณาจักรดวอฟต่อสู้ต้านทานได้อยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ล่มสลายเพราะมังกรอยู่ดี”

 

“หืม ถึงอย่างนั้นพวกนั้นก็กล้าหาญมาก ข้าต้องหาโอกาสพบดวอฟสักครั้ง”

 

 จิตวิญญาณต่อสู้ของเจ้าออร์คถูกกระตุ้นขึ้นมา

 

 และคารัคก็พูดถูก พวกนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่กล้าหาญมากทีเดียว

 

‘เสียดายที่หายไปหมดแล้ว’

 

 อินกองจิบน้ำชากลืนความขมขื่นในใจ

 

 เฟลิซีก็เช่นกัน นางจิบน้ำชาแก้เขินก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง

 

“ในบรรดาปราสาททั้งหมด ปราสาทธันเดอร์ดูมมีความสำคัญอยู่ในลำดับต้นๆเลยทีเดียว เอกสารต่างๆของพวกดวอฟก็กล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง ถ้าเรากู้มันกลับมาได้ละก็ เรียกว่าแจ็คพ็อตแตกแน่นอน”

 

 ดวงตาของเฟลิซีแสดงความทะเยอทะยานออกมา อินกองก็เช่นกัน

 

‘ใช่แล้ว นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ’

 

 ปราสาทธันเดอร์ดูม หนึ่งในสถานที่หาของวิเศษอันดับต้นของบทกวีแห่งผู้กล้า…

 

 ตำแหน่งที่ตั้งของมันหายสาบสูญไปนานหลังจากการล่มสลาย นั่นเพราะผลจากการต่อสู้กับมังกรทำให้กำแพงและทางเข้าออกทั้งหมดถูกทำลาย

 

 พวกดวอฟไม่มีเวลาเตรียมตัวอพยพ ในปราสาทจึงเต็มไปด้วยขุมทรัพย์มากมาย

 

 แม้จะเป็นด่านที่มีระดับความยากในเกมสูง แต่ผลตอบแทนก็คุ้มค่า

 

 และสำหรับอินกอง มูลค่าของมันในตอนนี้มีมากกว่าในเกมเสียอีก

 

‘อาวุธปราบมังกร’

 

 เหล่าดวอฟแห่งปราสาทธันเดอร์ดูมต่อกรกับมังกรจนถึงวาระสุดท้าย ถึงขนาดมีหน่วยในกองทัพเพื่อต่อกรกับมังกรโดยเฉพาะ

 

 ในบรรดาหน่วยพิเศษเหล่านี้ หน่วยนักฆ่ามังกรถือว่าพิเศษที่สุด พวกเขาสร้างอาวุธมาเพื่อใช้ในการสังหารมังกรโดยเฉพาะ

 

 แซเฟียร์เป็นเผ่ามังกรที่มีสายเลือดมังกรและร่างมังกรจำแลง เมื่อคิดว่าสักวันหนึ่งอินกองต้องเผชิญหน้ากับแซเฟียร์แล้ว ปราสาทธันเดอร์ดูมถือเป็นสถานที่สำคัญที่เขาต้องแวะไปเยี่ยมเยือน

 

‘บางทีเราอาจจะต้องสู้กับล็อคด้วยในอนาคต’

 

 ผู้กล้าล็อคมีจิตวิญญาณของมังกรสิงอยู่… นั่นทำให้อาวุธปราบมังกรเป็นเสมือนยาพิษชนิดพิเศษ

 

 อีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อป้องกันตัวเอง เพราะร่างของอินกองในตอนนี้ก็เป็นร่างมังกรจำแลงเช่นกัน จึงเป็นการดีที่จะรวบรวมอาวุธอันเป็นภัยต่อตัวเองไว้ ก่อนที่มันจะตกอยู่ในมือศัตรู อันที่จริงเขาก็ทำแบบนี้ในตอนที่เขาเล่นแซเฟียร์ในเกม

 

‘ถ้าเราเข้ายึดธันเดอร์ดูมล้มเหลว อาวุธพวกนั้นเสร็จคริสต์ไม่ก็ซิลวานแน่’

 

 อินกองผงกหัวระหว่างที่เขาคิดคำนวน สร้างรอยยิ้มให้กับเฟลิซี

 

 ในบ่ายวันถัดมา

 

 หลังจากที่รับเกราะเท้าเกล็ดมังกรจากโรงเหล็ก คณะของอินกองก็เดินทางออกจากวังหลวง

 

 จุดหมายของพวกเขา ก็คือปราสาทธันเดอร์ดูม

 


 




NEKOPOST.NET