[นิยายแปล]Breakers (브레이커즈) หยุดลิขิตฟ้า ต่อชะตาช่วยโลก ตอนที่ 61 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]Breakers (브레이커즈) หยุดลิขิตฟ้า ต่อชะตาช่วยโลก

Ch.61 - พิเศษ #3


ตอนที่ 61 – บทที่ 9: พิเศษ #3

 


 

 สิ่งที่เกิดในการประชุมสภาครั้งแรกเป็นเพียงกระแส แต่ในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นคลื่นกระแทกเลยทีเดียว

 

 จอมมารมอบหมายภารกิจในที่ประชุมสภาโดยตรง

 

 นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 

 ทันทีที่จอมมารออกจากที่ประชุม อินกองก็รีบลี้ภัยไปยังห้องรับรอง เขานั่งลงถอนหายใจพลางใช้มือทั้งสองกุมขมับ

 

‘จอมมารมันคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย?’

 

 จอมมารมิตร

 

 ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าสุร เผ่าที่ชำนาญการต่อสู้มากที่สุด

 

 แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ จอมมารเพ่งความสนใจมาที่ฉัตร

 

 บางทีจอมมารอาจจะรับรู้ถึงบางอย่างเกี่ยวกับอินกอง การมอบภารกิจให้โดยตรง…  นี่เป็นสิ่งแปลกใหม่ในที่ประชุมสภา แน่นอนว่าต้องเป็นข่าวใหญ่และแพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว

 

 อินกองนึกใช้ความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าจอมมาร ตัวตนที่เขาไม่เคยสนใจในยามที่เล่นบทกวีแห่งผู้กล้า แม้จอมมารจะเข้าร่วมการประชุมสภา แต่ก็มาเพียงแค่เฝ้ามอง โดยไม่เคยเอ่ยปากหรือสั่งการใดใด

 

 ตัวตนของจอมมารเปรียบเสมือนศัตรูตัวสุดท้ายในเหตุการณ์วันล้างบาง

 

 ทว่าเหล่าผู้เล่นต่างเรียกจอมมารเป็น “บอสเก๊” นั่นก็เพราะตัวจอมมารไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติ

 

 จอมมารอ่อนแอจากคำสาปและโรคร้ายมากมาย

 

 อินกองไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไร แต่คาดว่าจอมมารน่าจะป่วยมาตลอดเนื้อเรื่องของเกม

 

 จอมมารได้ปิดซ่อนอาการป่วยของตนไว้ นั่นทำให้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงความจริงนี้ แม้กระทั้งแซเฟียร์ ก็เพิ่งจะรู้ความจริงในยามที่เผชิญหน้ากับจอมมารเท่านั้น

 

 หากข้อมูลนี้ถึงหูของแซเฟียร์ แน่นอนว่าวันล้างบางย่อมเกิดเร็วขึ้น

 

 สำหรับแซเฟียร์แล้ว ทายาทตนอื่นก็เปรียบเสมือนเบี้ยในกระดานเท่านั้น เขาไม่เคยเกรงกลัวคริสต์หรือใครก็ตามที่เก่งกาจ

 

 แต่สำหรับจอมมารมิตรนั่นต่างออกไป แซเฟียร์ยำเกรงต่อพลังของจอมมาร แซเฟียร์เฝ้าสั่งสมพลังจนเมื่อมั่นใจว่าเหนือกว่าในที่สุด วันล้างบางจึงเกิดขึ้น

 

 จากในมุมมองของอินกองตอนนี้ เขาต้องการหยุดยั้งวันล้างบางเอาไว้ การที่แซเฟียร์ไม่รู้ถึงความจริงเรื่องอาการป่วย นับเป็นเรื่องดีสำหรับเขา เช่นเดียวกับความลับเรื่องชาติกำเนิดของเคทลิน อินกองต้องปิดบังความลับทั้งสองเอาไว้ให้มากที่สุด

 

‘ถึงจะไม่รู้ว่าจอมมาร****คิดอะไรอยู่ก็เถอะ ถูกจับตามองแบบนี้ถือเป็นเรื่องดีป่าววะ? หรือว่าอยากจะปั้นเราให้ไปต่อกรกับแซเฟียร์?’

 

 หากเป็นเหมือนในบทกวีแห่งผู้กล้า จอมมารมิตรไม่ได้คลุ้มคลั่งแบบแซเฟียร์ กฏหลักของโลกมารคือโลกของผู้ที่แข็งแกร่ง มิตรเข้าใจในกฏนี้ดี และยอมรับว่าเมื่อวันหนึ่งที่ทายาทของเขาแข็งแกร่งกว่าตน จอมมารรุ่นถัดไปก็จะถือกำเนิดขึ้น

 

 แม้กระทั้งในลมหายใจสุดท้ายที่ถูกแซเฟียร์สังหาร แม้จะโกรธเรื่องที่เหล่าทายาทและราชินีล้มตาย แต่มิตรก็พึงพอใจที่แซเฟียร์สามารถก้าวข้ามตนไปได้

 

‘เรามีข้อมูลน้อยไป ตอบไม่ได้ว่าดีหรือแย่’

 

 พอมองย้อนกลับไป บางทีจอมมารอาจจะต้องการปั้นฉัตร สาเหตุอาจจะเป็นเพราะแม่ของฉัตรตายไปแล้ว ทำให้เขาไม่มีใครหนุนหลัง

 

 อินกองนึกถึงสายตาที่อนาสทาเชียใช้มองมายังเขา วิคเตอร์ที่อยู่ด้านหลังนางก็จ้องมาที่เขาเช่นกัน

 

 แซเฟียร์ที่อยู่ด้านข้างก็มีสีหน้าอันว่างเปล่า

 

 เป็นใบหน้าที่ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด แต่อินกองจดจำใบหน้าของแซเฟียร์ได้ดี แม้จะเพียงชั่วขณะก็ตาม

 

 ไม่มีความโกรธขุ่นเคืองแต่อย่างใดให้พบ ในทางตรงข้าม กลับรู้สึกได้ถึงความยินดีที่ซ่อนไว้ เช่นเดียวกับที่เขาพบจากจอมมารในการประชุมสภาครั้งแรก

 

“ฉัตร ฉัตร ฉัตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร”

 

 เฟลิซีก้าวเท้าเข้ามาหาอินกองอย่างรวดเร็ว พลางร้องออกมาไม่ต่างจากเคทลิน

 

 ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปคือ ในหน้าของนางซีดเซียว ไร้ซึ่งดวงตาอันระยิบระยับเป็นประกาย

 

 นางคว้าแขนของอินกองเอาไว้ก่อนจะเริ่มพูดออกมา

 

“นั่น… มัน… อะบามาม่าคิดเล็งอะไรเธอเอาไว้กันแน่? ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้จะต้องสร้างปัญหาตามมาให้เธอมากมายก่ายกอง?”

 

 อินกองตาสว่างขึ้นมา ยังเหลือมุมมองอยู่ที่เขาลืมคิดไป

 

‘จะว่าไปแล้ว มันอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้?’

 

 อนาสทาเชียต้องเพ่งความสนใจมาที่เขาแน่นอน แซเฟียร์และเผ่ามังกรย่อมไม่อยู่เฉย เหล่าองครักษ์และหลากอำนาจจะเพ่งเล็งและเลือกปฏิบัติกับเขาตามฝักฝ่ายของตน

 

 ไม่ต่างจากการกลั่นแกล้งของจอมมาร

 

 หรือบางที นี่อาจเป็นวิธีที่จอมมารใช้ชุบเลี้ยงฉัตร?

 

 อินกองทิ้งความคิดฟุ้งซ่านของเขาออกไปก่อน ข้อมูลประกอบการตัดสินใจของเขาน้อยเกินไป อย่างไรเสียสถานการณ์ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีความจำเป็นให้คิดย้อนกลับไป เหลือแต่เผชิญหน้ากับมันเท่านั้น

 

“ดูเหมือนคงไม่มีเวลาให้ข้าได้พักผ่อน”

 

 คารัคถอนหายใจออกมา ซึ่งก็ถูกของเจ้าออร์ค ตั้งแต่คืนวานที่พวกเขากลับมา พวกเขายังไม่มีเวลาพักผ่อนแม้แต่น้อย

 

 เฟลิซีนั่งทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ นางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะกอดอกพูดออกมา

 

“ถึงยังไงนี่มันก็แปลกมาก แปลกเกินไป นอกจากอะบามาม่าจะมอบภารกิจให้โดยตรงแล้ว ภารกิจนั้นยังจะถูกมอบให้กับฉัตรอีก”

 

 น้ำเสียงของนางเคร่งเครียดทีเดียว นั่นทำให้อินกองหันไปหานางในทันที

 

“หมายความว่ายังไงหรือครับ?”

 

 หรือว่าภารกิจนี้จะถูกรับมอบหมายไว้ก่อนแล้ว?

 

 เฟลิซีขมวดคิ้วก่อนจะตอบกลับมา

 

“เธอก็ได้ยินไม่ใช่หรือ ที่ว่าแม่ทัพล้มเหลวในปฏิบัติการ? ทั้งหมดต่างก็มั่นใจว่าภารกิจจะถูกส่งต่อให้แซเฟียร์อปป้าแน่นอน แม่ทัพที่ทำพลาดเป็นเผ่ามังกร การที่ภารกิจจะถูกส่งต่อให้แซเฟียร์อปป้าที่เป็นเผ่ามังกรเหมือนกันถือเป็นเรื่องปกติ”

 

 และนั่นก็คือสาเหตุ ที่ทั้งหมดตกตะลึงเมื่อชื่อของฉัตรหลุดลอยออกมา

 

 ไม่มีใครจะคาดคิดว่างานของเจ้าชายแซเฟียร์จะถูกส่งต่อให้เจ้าชายฉัตร การที่ฉัตรจะยึดงานของแซเฟียร์ไปไม่ใช่เรื่องผิด แต่ในโลกมารก็มีธรรมเนียมปฏิบัติบางอย่างอยู่ ทำให้ทั้งหมดคาดคิดว่าภารกิจนี้จะถูกส่งต่อให้แซเฟียร์

 

 อินกองจดจำแววตานั้นได้ดี

 

 ใบหน้าสีขาวประดับด้วยผมสีโกเมนเอก ดูราวกับรูปปั้น

 

 แซเฟียร์ดูคล้ายคลึงกับจอมมารมิตรมาก ไม่มีใครคาดเดาได้ถึงควาดคิดที่ปิดซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้านั้น

 

 คารัคยกมือขึ้นถามหลังจากนั่งฟังมาสักพัก

 

“ถ้าขนาดแม่ทัพยังทำล้มเหลว ไม่ใช่ว่าภารกิจนี้จะยากเกินไปสำหรับพวกเรา? จะว่าไปแม่ทัพอะไรนั่นเป็นแม่ทัพแบบไหนกัน?”

 

“แม่ทัพกาซบาลมียศระดับพลโท ต่ำกว่าพลเอกแวนเดลเล็กน้อย”

 

 ผู้ที่ตอบคำถามของเจ้าออร์คคือเดเลีย

 

 ระดับขั้นยศกองทัพของโลกมารจัดแบ่งอย่างง่าย

 

 แม่ทัพองครักษ์หลวงทั้งห้าคือจุดสูงสุด

 

 จากนั้นเป็นพลเอกทั้งสิบ

 

 รองลงมาเป็นพลโทยี่สิบตน แล้วตามด้วยพลตรีสี่สิบตน

 

 แวนเดลเป็นหนึ่งในพลเอกทั้งสิบ

 

 คารัคสบถออกมาหลังได้ยินคำอธิบายจากเดเลีย การที่พลโทล้มเหลว บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง

 

 สีหน้าของอินกองก็ไม่ได้ดีกว่าคารัคสักเท่าไร เฟลิซีถอนหายใจก่อนจะกล่าวออกมา

 

“มันช่วยไม่ได้ ฉันจะไปกับเธอด้วย”

 

“เฟลิซีนูนะ?”

 

 ต่างจากอินกองหรือเคทลิน เฟลิซีสามารถเลือกทำภารกิจของนางได้โดยไม่มีข้อบังคับ

 

 นางส่งเสียง ‘ฮึ’ ออกมาพลางหันหน้าหนี

 

“ไม่ใช่เพราะเธอสักหน่อย ที่ฉันสนใจก็คือซากอาณาจักรดวอฟต่างหาก”

 

 อินกองหัวเราะให้กับข้ออ้าง ก่อนจะโผเข้ากอดนาง

 

“ขอบคุณครับ!”

 

 เฟลิซีประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้ปัดอินกองออก นางทำเพียงยิ้มออกมา

 

 เดเลียส่งยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนออร์คตนหนึ่งจะพูดขึ้นขัดบรรยากาศ

 

“แล้วพลโทนั่นทำพลาดได้ยังไง?”

 

 คำถามของคารัคจี้ไปยังจุดที่สำคัญที่สุด

 

 เฟลิซีปัดอินกองออกก่อนจะหันไปถามเดเลีย

 

“เดเลีย?”

 

“ข้าพระพุทธเจ้าจะรีบสืบเรื่องให้รวดเร็วที่สุดเพคะ”

 

 เดเลียเพิ่งจะกลับมาถึงวังจอมมารเมื่อคืนวาน การที่ไม่รู้คำตอบจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่กระนั้นนางก็รู้สึกผิดที่ไม่สามารถตอบคำถามเจ้านายได้

 

 อินกองมองไปยังเดเลียที่ก้มหน้า

 

‘ข้อมูล’

 

 ถึงคารัคจะดีขนาดไหน แต่มันก็ไม่มีเส้นสายในวังแต่อย่างใด อย่างที่เฟลิซีมีเดเลีย และเคทลินมีเซร่า อินกองต้องการผู้ที่สามารถสืบค้นข้อมูลจากวังหลวงได้

 

‘มาดูรายชื่อผู้โชคดีกันดีกว่า’

 

 ในบรรดาลูกนางกำนัล มีจำนวนหนึ่งที่อินกองนึกถึงในทันที เพื่อที่จะได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้ มันจะต้องมาจากข่าววงใน ซึ่งผู้ที่จะอยู่ในกลุ่มวงในได้ก็ต้องเป็นผู้ที่อยู่วัง

#กลุ่มสาวใช้เมาท์มอย ~

 

 เฟลิซีหันมาคุยกับอินกองอีกครั้ง

 

“รอบนี้เธอน่าจะมีเวลาให้พักหลายวันอยู่ นั่นก็เพราะภารกิจนี้เป็นอะไรที่ต้องเตรียมการให้ดี”

 

 นี่ไม่ใช่ปฏิบัติการอย่างการปราบกบฏสายฟ้าชาด หรือปราบปรามคาเซีย ที่เขาจะเดินทางออกไปต่อสู้กับศัตรูได้ในทันที

 

“พรุ่งนี้ผมจะแวะไปที่กระทรวงเกียรติยศครับ ผลต้องตรวจสอบแต้มผลงานกับรายละเอียดของภารกิจ”

 

 เป็นเรื่องปกติที่จะแวะไปยังกระทรวงเกียรติยศก่อนและหลังการปฏิบัติภารกิจ เฟลิซีพยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

“อืม อย่าลืมแวะไปดูร้านเหล็กกับคลังแสงด้วยละ”

 

 หากระดับเกียรติยศของพวกเขาไม่ถึงขั้นที่กำหนดไว้ ก็จะไม่สามารถเข้าใช้สถานที่บางแห่งได้ ไม่เว้นแม้แต่กับเหล่าทายาทจอมมาร

 

 อินกองในตอนนี้ยังมีระดับเกียรติยศไม่พอที่จะเข้าใช้หอสมุดหรือหอเวทมนตร์ แต่เขาสามารถใช้ประโยชน์จากโรงเหล็กและคลังแสง

 

‘เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม’

 

 โรงเหล็กเป็นสถานที่แรกที่นึกถึง แม้อินกองจะมีพสุธากัมปนาทและไวท์อีเกิ้ล แต่นอกเหนือจากนั้นอุปกรณ์ที่เหลือถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน

 

 อินกองต้องหายุทโธปกรณ์ให้ตนเอง คารัค และกัมมะ

 

 เฟลิซีพูดขึ้นต่อ

 

“ครั้งที่แล้วเธอมีเวลาไม่มาก แต่ในครั้งนี้ต่างออกไป ฉันว่ามีพวกที่อยากพบฉัตรอยู่ไม่น้อยทีเดียว”

 

 คำเชิญงานเลี้ยง คำเชิญร่วมกิจกรรมออกล่า แม้กระทั้งคำเชิญประลองฝีมือ

 

 มีขุนนางมากมายหลากฝ่ายในวังหลวง การพบปะกับขุนนางเหล่านี้จะเปลี่ยนจุดยืนทางการเมืองของเขา

 

“อย่าหาว่าฉันจุ้นจ้านเลยนะ… แต่ฉันว่าเธอยังไม่ควรพบใครในตอนนี้ ไว้เธอมีเวลากว่านี้ แล้วฉันจะแนะนำขุนนางดีดีให้รู้จัก”

 

 แน่นอนว่าอินกองเป็นที่ชื่นชอบของเฟลิซี นั่นทำให้นางตั้งใจดูแลเขาอย่างดี

 

 ส่วนขุนนางที่นางตั้งใจจะแนะนำ แน่นอนว่าย่อมเป็นเหล่าคนสนิทของราชินีซิลเวีย ดูมเบลด

 

‘ก็นะ เป็นเรื่องธรรมดา’

 

 พรรคพวกของอินกองในตอนนี้มีคริสต์ เคทลิน และเฟลิซี เป็นปกติที่เขาควรจะผูกมิตรกับขุนนางที่สนับสนุนราชินีซิลเวีย และราชินีเอเลน ความคิดของเฟลิซีกับอินกองน่าจะใกล้เคียงกัน

 

“ผมจะทำตามครับ ยังไงผมก็น่าจะวุ่นวายกับการเตรียมตัวสำหรับภารกิจอยู่ดี”

 

 คำตอบของเขาทำให้เฟลิซีพยักหน้าอย่างพอใจ

 

“ถ้างั้น พวกเราก็กลับกันก่อนเถอะ ฉันเริ่มล้าแล้ว”

 

 อันที่จริง การประชุมสภาเป็นเสมือนงานรื่นเริงให้ทั้งหมดมีโอกาสใส่ชุดสวยมาโอ้อวดกัน ทว่างานรื่นเริงก็เปลี่ยนไปหลังจากการประชุมคราวที่แล้ว

 

 อินกองและเฟลิซีลุกขึ้นเดินไปยังประตู ก่อนเฟลิซีจะพึมพำออกมา

 

“แต่ฉันก็แอบอิจฉานะ”

 

“ฮ่ะ?”

 

“ฉันก็อยากให้อะบามาม่าเรียกชื่อฉันบ้าง”

 

 อินกองกระพริบตา ส่วนเฟลิซีก็เชิดหน้าแล้วกางพัดของนางปกปิดความอายเอาไว้

 

“ไปกันเถอะ”

 

 ทั้งคู่ก้าวออกจากห้องรับรอง

 

&

 

“กระหม่อมขอตามเสด็จองค์ชายในภารกิจครั้งนี้… ”

 


 




NEKOPOST.NET