[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 93 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.93 - ตอนที่ 93 จู่โจม ! ห้องวิจัยแห่งชิม่อน (1)


ชิม่อน : “ออ…แบบนี้ก็แย่แล้วซิ”

 

ผมกำลังถือใบคำร้องภารกิจฉุกเฉินที่ได้รับมาจากคุณพี่ชายอยู่

 

เพราะเจ้าสิ่งนี้ผมถึงเข้าใจสถานการณ์ปัจจบันทั้งหมดตอนนี้ได้

 

นี่ถ้าหากผมลงจากเขามาช้ากว่านี้อีกสักหนึ่งอาทิตย์ละก็ ตอนนั้นผมคงได้เผชิญหน้ากับพวกกองทัพครูเสดเดอร์แน่นอน

 

โครโน่ : “ตอนนี้พวกเขากำลังสร้างแนวเขตแดน เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงป้องกันนะ”

 

คุณพี่ชายชี้นิ้วไปที่กลุ่มของมนุษย์สัตว์และคนแคระห์ ที่กำลังใช้ไม้เป็นเสาขึงกับแนวรั้วลวดหนามเหล็กอยู่

 

ตอนนี้เหล่าชาวบ้านกำลังช่วยกันเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ที่กำลังใกล้เข้ามาถึงในเร็ว ๆ นี้กันอยู่

 

โครโน่ : “พวกเราจะปักหลักต่อสู้หยุดพวกครูเสดเดอร์เอาไว้ที่นี่ กรณีที่เลวร้ายที่สุด พวกมันคงน่าจะมาถึงหลังจากวันพรุ่งนี้ไปแล้ว”

 

ชิม่อน : “แล้วไม่เป็นไรหรือที่มาเดินเล่นกับผมแบบนี้ ? เป็นผู้นำนี่ใช่มั้ย ?”

 

โครโน่ : “เพราะแบบนั้น ชั้นถึงอยากได้อาวุธทรงพลังอย่างปืนมาใช้ในภารกิจนี้ยังไงละ”

 

ชิม่อน : “มันไม่ได้วิเศษอะไรขนาดนั้นหรอก ขนาดเกล็ดของมอสเตอร์ยังยิงไม่เข้าเลย พลังของมันก็แค่ระดับเวทมนต์ระเบิดขั้นต่ำ แถมถ้าไม่รู้วิธีใช้งาน การร่ายเวทยังจะเร็วกว่าใช้ปืนซะอีก”

 

กระสุนทั่วไปของเขาทำร้ายได้แค่มอนเตอร์ระดับแรงค์สองลงมาเท่านั้น แถมในบรรดามอนสเตอร์เหล่านั้นหากมีเกฃ็ดที่แข็งแล้วละก็ กระสุนจะยิงไม่เข้าเลย แถมบางตัวยังใช้เวทมนต์เพิ่มการป้องกันเข้าไปอีกด้วย

 

ไม่เพียงกับแค่มอนสเตอร์ ถ้าหากเป็นเกราะที่เสริมพลังเวทมนต์ลงไป กระสุนก็ยังไม่อาจเจาะเกราะนั้นได้ เอาแค่เวทมนต์ป้องกันระดับต่ำก็สามารถป้องกันกระสุนปืนได้สองถึงสามนัดแล้ว

 

เพื่อที่จะเอาชนะพลังป้องกันเหล่านั้น ต้องพึ่งเวทมนต์ที่มีระดับสูงกว่า หรือไม่ก็ทักษะการต่อสู้ที่ทรงพลัง

 

ดังนั้นผมที่ใช้เวทมนต์อีกทั้งไม่มีทักษะต่อสู้ จึงไม่อาจเลื่อนเป็นนักผจญภัยแรงค์สองได้

 

ถึงจะมาเป็นนักผจญภัยได้ไม่นาน แต่ผมก็เคยคิดว่าคงจะอยู่เป็นนักผจญภัยแรงค์หนึ่งแบบนี้อีกสักสิบปีแน่นอน

 

โครโน่ : “จริงอยู่ว่ามันไม่ค่อยได้ผลกับพวกมอนสเตอร์ แต่ยังไงซะ ปืนก็ถูกสร้างมาเพื่อเอาไว้ฆ่ามนุษย์อยู่แล้ว”

 

ดวงตาของคุณพี่ชายดูน่ากลัวมากเมื่อพูดคำ ๆ นี้ออกมา

 

เขาคงเกลียดศตรูพวกนั้นมากทีเดียว แม้แต่ผมเองก็ยังสัมผัสถึงอารมณ์ที่เขาเก็บงำไว้อยู่ในใจได้

 

 โครโน่ : “ศตรูมันก็แค่พวกสวมใส่เกราะโซ่ถักกาก ๆ ที่ไม่ได้ลงเวทมนต์ป้องกันเอาไว้ ศตรูคือพวกมนุษย์ที่อ่อนแอที่สุดจากเผ่าทั้งหมดที่มี ถ้าพวกมันถูกยิง พวกมันก็จะสู้ต่อไม่ได้อีกแน่นอน แค่มีปืนเอาไว้ใช้ทำร้ายพวกมันก็เพียงพอแล้ว”

 

ถึงผมจะไม่เคยเอามันไปยิงมนุษย์มาก่อน แต่กับพวกกอบลิ้นที่คล้ายกัน มันจริงอย่างที่คุณพี่ชายบอก ถ้าหากไม่ใช่พวกที่มีเกล็ดหรือกนังแข็งละก็ พวกมันจะดับดิ้นลงทันทีเลย

 

แต่ยังไงซะ มันก็เป็นอาวุธที่ยิงต่อนัดช้า แถมผมยังเป็นนักผจญภัยฉายเดี่ยว คงจะยากที่ให้ผมไปร่วมต่อสู้กับใครได้

 

โครโน่ : “ครั้งพวกเรามีแนวหน้าอยู่ จริงมั้ย ? “

 

คุณพี่ชายบอกผมราวกับรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่

 

โครโน่ : “ชั้นต้องการให้เธอจัดการพวกศตรูที่มุ่งหน้ามาทางแม่น้ำ ทำได้ใช่ไหม ?”

 

ชิม่อน : “แม่น้ำมันอยู่ใกล้ไป ต่อให้พวกมันอยู่อีกฝากของแม่น้ำ ผมก็ยิงโดนได้”

 

โครโน่ : “...จริงดิ ? “

 

คุณพี่ชายทำสีหน้าตกใจมาก อุ้ย หรือว่าเขาจะคิดว่าผมโกหกออกไปหรือเปล่าเนี่ย

 

ชิม่อน : “ถ้าทำแบบนั้นไม่ได้ ปืนก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับพวกเขาแล้วละ กระสุนปืนมันแม่นยำกว่าลูกธนูเยอะ ถ้าผมเอาแต่ยิงพลาดละก็ ผมคงกินเกลือแทนไปแล้วละ”

 

นั่นก็เพราะลูกธนูมีขายอยู่ทุกหมู่บ้าน อีกทั้งยังราคาถูก แต่ลูกปืนนั้นต้องสั่งทำพิเศษ แถมยังแพงกว่าอีกด้วย

 

โครโน่ : “อืม งั้นเธอช่วยเอามาให้ชั้นดูหน่อยสิ ไม่สิ ชั้นขอลองยิงสักนัดดูหน่อยนะ”

 

คุณพี่ชายดูตื่นเต้นมาก เขาเป็นจอมเวทแต่กลับมาคลั่งปืนแบบนี้ เขาเป็นคนที่แปลกดีจริง ๆ

 

โครโน่ : “อ้า ถ้าเธอห่วงเรื่องเงินละก็ ชั้นจะออกให้เอง อะนี่ พอมั้ย? “

 

คุณพี่ชายโยนเหรียญมาให้ ผมรับมันทันทีก่อนที่จะตกหายไป

 

ชิม่อน : “หนึ่งเหรียญทอง!? เยอะไปแล้ว ผมรับเอาไว้ไม่ได้หรอก !”

 

โครโน่ : “ให้คิดว่าเป็นเงินทุนละกัน”

 

ชิม่อน : “เอ้ ?”

 

โครโน่ : “อย่าคิดมากเลยน่า”

 

ชิม่อน : “ถ้าพูดถึงขนาดนั้น งั้นก็ได้…”

 

ผมไม่มีเหตผลที่จะปฏิเสธ แล้วกะอีแค่เหนี่ยวไกครั้งสองครั้งมันก็คงไม่ถึงกับพังหรอก ผมเลยบรรจุกระสุนลงในปืนแล้วยื่นให้กับคุณพี่ชายไป

 

โครโน่ : “ว้าวว….”

 

คุณพี่ชายดวงตาลุกวาวราวกับเด็กที่ได้รับของเล่นเลย

 

ชิม่อน : “จากตรงนี้ อืม--อ้า เห็นต้นไม้ตรงนั้นไหม ลองเล็งไปที่ตรงนั้นดูสิ มันยังอยู่ในระยะยิงอยู่”

 

ผมชี้ไปที่ต้นไม้ซึ่งอยู่ห่างจากจุดนี้ประมาณ 150 เมตร

 

ถึงจะเป็นต้นไม้ใหญ่ แต่กิ่งก้านของมันก็เล็กพอ ๆ กับศีรษะมนุษย์ มันน่าจะเป็นเป้าซ้อมที่ดีได้

 

โครโน่ : “เยี่ยมไปเลย งั้นเอาละนะ--”

 

ผงฝุ่นของดินปืนได้ระเบิดขึ้นอยู่ในลำปืน กระสุนที่บรรจุอยู่ได้ถูกยิงออกโดยไม่อาจรู้ได้ว่ากระสุนนั้นพุ่งไปทางไหน

 

โครโน่ : “อ้า พลาดซะแล้ว ยากเหมือนกันนะเนี่ย”

 

ชิม่อน : “ถึงได้บอกไงว่าถ้าไม่ชินกับมันแล้ว มันจะออกมาเป็นแบบนี้”

 

โครโน่ : “จริงอย่างที่เธอบอกเลย---”

 

คุณพี่ชายจับปืนยื่นออกไปข้างหน้าด้วยมือข้างเดียว พลังเวทมนต์ได้เคลื่อนไหวไปรอบมือของเขา กระสุนสีดำได้พุ่งออกมาจากรังเพลิงสู่เบื้องหน้า

 

ลูกปืนนั้นไม่ได้เหมือนกับลูกปืนทรงกลมที่ผมออกแบบขึ้นมา แต่มันเป็นทรงเรียวยาวหัวมนแหลมแทน

 

เอ๊ะ หรือว่าหัวที่มนแหลมแบบนั้นจะช่วยพลังทะลุทะล่วงได้มากขึ้นหรือเปล่านะ---

 

ขณะที่ผมคิดแบบนั้น กระสุนปืนสีดำก็ส่งเสียงระเบิดอันดังแล้วพุ่งออกไปด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

 

*กร๊อบ* เสียงของกิ่งไม้ที่หักลงได้ดังขึ้นมากระทบ

 

โครโน่ : “อย่างที่คิด ถ้าไม่ใช่ของที่คุ้นเคย มันไม่ชินจริง ๆ ด้วย”

 

ชิม่อน : “คุณพี่ชาย ลูกปืนที่ยิงไปเมื่อกี้คือ”

 

โครโน่ : “มันเป็นเวทมนต์ของชั้นเอง มันถูกสร้างโดยมีภาพของปืนเป็นต้นแบบนะ”

 

“แต่เพราะมันไม่มีกระบอกปืนเป็นตัวนำ เวลายิงเลยไม่รู้สึกเท่เท่าไหร่นะ” พอคุณพี่ชายพูดจบเขาก็หัวเราะออกมา

 

เออคุณพี่ชาย ถ้ามีพลังขนาดนั้นยังจะต้องใช้ปืนอีกหรือเนี่ย

 

ปืนที่ผมทำขึ้นมาอย่างยากลำบากนั้น พอมาอยู่ต่อหน้าจอมเวทอย่างคุณพี่ชายแล้ว เขาก็เลียนแบบมันขึ้นมาได้ง่าย ๆ เลย

 

ผมเกลียดเวทมนต์ จากมุมมองของคนที่ใช้เวทมนต์ไม่ได้อย่างผม มันก็แค่พวกจิ้งจอกที่ชอบหลอกลวงขโมยงานของคนอื่นเท่านั้นแหละ

 

โครโน่ : “อะ เธอช่วยแสดงให้ดูหน่อยสิ”

 

ชิม่อน : “ได้”

 

หยุดนะ ผมไม่ได้อิจฉาพวกที่ใช้เวทมนต์ได้สักหน่อย อีกอย่างผมเป็นพวกนักเล่นแร่แปรธาตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับเวทมนต์ตั้งแต่แรกอยู่แล้วด้วย

 

ผมบรรจุกระสุนใหม่เข้าไป หลังจากเตรียมกระสุนเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่เป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น

 

เป้าหมายในระยะแค่นี้สำหรับผมถึงว่าสบายมาก ผมตั้งเป้าเล็งและเหนี่ยวไกออกไป

 

ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีตั้งแต่เตรียมบรรจุกระสุนจนถึงเล็งยิง ไกปืนได้กระทบเข้าไปในรังเพลิงเพื่อส่งลูกปืนออกไป มันกระทบเป้าหมายเหมือนอย่างทุกครั้งที่ยิงออกไป เมื่อยิงแล้วก็ต้องโดนเป้าหมายนี่สิถึงจะเป็นสิ่งที่ปืนควรจะเป็น

 

โครโน่ : “เยี่ยมไปเลย ! เธอยิงโดนตั้งแต่นัดแรกเลย! ”

 

ชิม่อน : “ก็ ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก ทุกคนก็ทำได้ถ้าหากชินกับมันแล้ว คุณพี่ต่างหากที่ทำให้ผมแปลกใจ ถ้าเป็นคนทั่วไปนะ พอลองยิงออกไปแล้ว จะพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า [อ้าว แล้วไงต่อละ?] แบบนั้น”

 

ถ้าจะเอาแค่ทำร้ายเป้าหมายละก็ ใช้เวทมนต์แบบที่คุณพี่ชายทำก็จบแล้ว

 

โครโน่ : “เฮ้ ถ้าโยนเจ้านี่ไปบนฟ้าจะยิงโดนมั้ย”

 

ชิม่อน : “เอ้ หมายถึงอะไรกัน ?”

 

ก่อนที่ผมจะรู้ ที่มือข้างขวาของคุณพี่ชายก็มีจานสีดำที่ถูกสร้างจากเวทมนต์ถือเอาไว้อยู่

 

มันมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร เขาบอกให้ลองยิงมันในขณะที่ลอยอยู่ในอากาศงั้นหรือ น่าสนใจดีนี่

 

ผมบรรจุกระสุนใหม่อีกครั้ง

 

ชิม่อน : “โยนเลย”

 

โครโน่ : “โอ้ว เอาละนะ”

 

*ปั้ม* เสียงของจานได้พุ่งแหวกอากาศขึ้นไปบนฟ้า มันมีพุ่งไปราวกับใบมีดอากาศที่รวดเร็ว ระยะทางของจานสีดำนั้นค่อย ๆ ห่างออกไปเรื่อย ๆ

 

ให้ยิงเป้าหมายที่เคลื่อนไหวแบบนั้นคงจะยากกว่าปกติแน่นอน แต่ยังไงมันก็ง่ายอยู่ดี เพราะมันไม่ได้เคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางอย่างพวกมอนสเตอร์แบบนั้น

 

ผมเล็งยิงอย่างทุกครั้ง เสียงปืนได้ดังก้องและจานสีดำนั้นก็แตกกระจายออกเป็นชิ้น ๆ ทันที

 

โครโน่ : “แม้แต่เป้าบินอย่าง [Clay pigeon shooting] เธอก็ยังยิงได้อย่างแม่นยำเหมือนกัน! ไม่ต้องสงสัยเลย เธอมีความสามารถของนักซุ่มยิงอยู่แน่นอน”

 

ชิม่อน : “อ้า นะ นั่นมันก็….แล้ว [Clay pigeon shooting] ที่ว่านี่คืออะไรกัน…..”

 

โครโน่ : “ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องอายหรอก”

 

ขณะที่เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดีอยู่นั้น คุณพี่ชายก็ทำร้ายร่างกายโดยการตบหัวบ่าของผมเอาไว้

 

มันเจ็บนะ คุณพี่ แถมต่อมาคุณพี่ชายก็ยังจะขยี้หัวของผมต่ออีก

 

ชิม่อน : “หยุด หยุดนะ!!”

 

ตอนนี้แม้แต่ผมเองก็รู้สึกสนุกไปกับมันและหัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน ใช้แล้วตอนนี้มีคนชื่อชมและยอมรับในตัวของผมอย่างบริสุทธิใจแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยละ

 

----------------------------------

 

[Clay pigeon shooting] คือชื่อของกีฬายิงปืนประเภทหนึ่งโดยใช้เป้าบินเป็นหลักครับ




NEKOPOST.NET