[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 92 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.92 - ตอนที่ 92 เล่นแร่แปรธาตุ


ณ ยามรุ่งอรุ่ณ ของวันที่ 26 เดือนตะวันใหม่

 

... : "เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย"

 

ตอนนี้ที่หมู่บ้านอาลซัสได้เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังจะอพยบไปยังสปาด้ากัน

 

ที่กลางลานของหมู่บ้านมีเต็นท์จำนวนมากตั้งเรียงรายอยู่ มันทำให้ดูเหมือนกับว่ามีกองทัพไดดารอสผ่านมาตั้งแค้มป์เอาไว้อยู่

 

... : "ดูยังไงก็ไม่ใช่จัดงานเทศกาล....ด้วย เกิดบ้าอะไรขึ้นมาตอนที่ออกไปทำภารกิจเนี่ย ?"

 

เขาคือนักผจญภัยแรงค์หนึ่งของหมู่บ้านอาลซัส [ชิม่อน(シモン)] เมื่อหนึ่งอาทิตย์ที่แล้ว เขาไปที่ภูเขากาลาฮอลเพื่อทำภารกิจเก็บสมุนไพร และพึ่งจะกลับมาถึงหมู่บ้านเมื่อกี้นี้

 

แต่สิ่งที่รอเขาอยู่นั้นกลับเป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลากตาที่ไม่คุ้นหน้าแทน

 

บางทีคงจะมีเรื่องฉุกเฉิน แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนขี้อาย เขาเลยเลือกที่จะไปกิลแทนที่จะถามคนแถวนี้

 

และเมื่อเขาไปถึงกิลก็พบว่า

 

ชิม่อน : "เอ้!? นั่นมันอะไรกัน? ทำไมกิลกลายเป็นสีดำแบบนั้นได้!?!"

 

เขาได้พบกับเรื่องน่าตกใจยิ่งกว่าเดิมอีกครั้ง

 

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก่อนที่เขาจะออกไปอาคารยังเป็นสีขาวอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสีดำสนิทไปซะแล้ว

 

ชิม่อน : "งานเคลื่อบสีใหม่? ...ไม่ใช่ม้าง..."

 

ตรงหน้าอาคารกิลที่เป็นสีดำสนิทนั้น เขารู้สึกลังเลอยู่เล็กน้อย แต่ถ้าเขาไม่เข้าไปข้างใน เขาก็จะไม่ได้รับค่าตอบแทนจากภารกิจเช่นกัน สุดท้ายเขาเลยไม่มีทางเลือกนอกจากเดินเข้าไปข้างในนั้น

 

ด้วยความสงสัย ชิม่อนค่อย ๆ วางมือลงไปที่ประตูแล้วเปิดอย่างช้า ๆ

 

ชิม่อน : "ฮ้า...."

 

ที่โถงอาคารของกิลนั้นเต็มไปด้วยกองทัพนักผจญภัย

 

ถึงจะเป็นเรื่องปกติภายในโถงกิล แต่ด้วยจำนวนขนาดนี้มันก็มีมากจนเกินไปอยู่

 

มันเหมือนกับกิลที่อยู่ในเมืองหลวงแบบนั้นเลย ชิม่อนที่คิดแบบนั้นก็ค่อย ๆ เดินไปที่หน้าเค้าเตอร์

 

และนี่ก็คือครั้งที่สามในวันนี้ที่เขาได้ตกใจ

 

ชิม่อน : "ปิดทำการ!?"

 

เค้าเตอร์ต้อนรับนั้นไม่เคยปิดทำการ นอกจากจะมีภารกิจฉุกเฉินประกาศออกมาเท่านั้น

 

เครื่องหมายคำถามได้ปรากฏขึ้นมาที่หัวของชิม่อน ผู้ที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย

 

ชิม่อน : "ทำไม...จะทำยังไงดีละทีนี้..."

 

และเมื่อเขามองไปรอบ ๆ ก็พบว่ามีแต่นักผจญภัยที่ไม่คุ้นตาทั้งนั้น

 

ไม่สิ ต้องบอกว่าชิม่อนที่พึ่งมาเป็นนักผจญภัยได้ไม่กี่วันและยังฉายเดี่ยวคนนี้ ไม่รู้จะคุยกับใครในหมู่บ้านอาลซัสนี้เลยต่างหาก

 

ชิม่อน : "เกิดอะไรขึ้นกบัหมู่บ้านและที่กิลกันแน่เนี่ย??"

 

เขาจะทำอะไรต่อไปดี แล้วจะไปขึ้นรางวัลที่ไหน จากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ขณะที่เขากำลังยืนคิดเรื่องเหล่านี้อยู่ตรงหน้าเค้าเตอร์นั้นเอง

 

ชิม่อน : "นาย? ตรงนั้นนะ"

 

ชิม่อนที่กำลังตกอยู่ภายใต้ความคิดเหล่านั้น ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาจากข้างบนหัวของเขา"

 

ชิม่อน : "เอ้ ?"

 

เมื่อเขาทอดสายตาขึ้นไป เขาก็พบว่ามีชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้ายืนอยู่ตรงหน้า

 

เขาเป็นเผ่ามนุษย์ที่มีความสูงมากกว่าค่าเฉลี่ยของเผ่ามนุษย์ทั่วไป และเนื่องจากเขาสวมผ้าคลุมอยู่ เขาก็น่าจะเป็นพวกจอมเวท แต่พอเห็นกล้ามเนื้อที่เป็นมัด ๆ ภายใต้เสื้อคลุมนั้นแล้ว เขาก็ดูเป็นนักรบได้เช่นกัน

 

อีกทั้งเขายังมีจมูกที่คมสวยงาม ร่างกายที่ดูดี และที่สำคัญคือตอนนี้เขากำลังแสดงท่าทีคุกคามตัวของผมอยู่

 

ชิม่อน : "(ว้ากก เขาดูเป็นพวกคนเลวเลย ต้องโดนแกล้งอีกแน่เลย)"

 

ไม่ใช่ว่าเขาเป็นพวกมีอคติหรืออะไร แต่เป็นเพราะชิม่อนนั้นมีรูปร่างที่ผอมเพรียวและตัวเล็ก หลายครั้งที่เขามักได้รับประสบการณ์ถูกพวกผู้ชายวัยเดียวกันเข้ามาแกล้งบ่อย ๆ

 

โดยเฉพาะกับพวกที่มีร่างกายแข็งแรงกว่าเขา มักจะชอบมาแกล้งเล่นสนุกกับเขาบ่อย ๆ

 

แต่เพื่อให้เขาก้าวข้ามบาดแผลเก่าในใจนั้นไปได้ เขาได้พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาโต้ตอบกลับไป

 

ชิม่อน : "มีไรหรือไงหา พี่ชายยย?"

 

... : "ชั้นไม่เคยเห็นหน้านายมาก่อน นายพึ่งกลับมาจากทำภารกิจงั้นหรือ ?"

 

ชิม่อน : "อือ....."

 

เขาตอยกลับไปอย่างเย็นชา

 

ชิม่อน : "(อ้าา เขาพูดกับผมแล้ว นี่ผมควรจะใช้โอกาศนี้ถามเรื่องเหตการณ์ปัจจุบันเลยดีมั้ยนะ)"

 

ชิม่อนคิดแบบนั้น

 

เขาต้องการที่รู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันถามอะไรออกไป ชายคนนั้นก็ชิงถามเขาไปซะก่อน

 

... : "ที่พกอยู่ตรงนั้นมันคือปืนใช่ไหม ?"

 

ด้วยประโยคที่ชายคนนี้พูดออกมา ทำให้ชิม่อนรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก

 

ชิม่อน : "....ทำไมถึงรู้จักได้ละ ?"

 

...........

 

หลังจากที่ได้ใช้พลังเวทมนต์ดำย้อมอาคารกิลเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทุกคนโดยเฉพาะคุณลุงโมก็

 

ลุงโม : "ข่อยสิตกใจหมกเลยรู้ บ่ สุดยอกไปเลยน่อหัวหน้าโครโน่ ข่อยสิรู้ว่าเจ้าสิต้องทำได้ ข่อยสิเชื่ออยู่แล้วน่อว่าเจ้าทำได้!!"

 

ตั้งแต่ที่ชั้นกลับเข้ามาในกิล เขาก็ชื่นชมชั้นไม่หยุดเลย

 

ถึงร่างกายของชั้นจะไม่ได้อ่อนแอในระดับที่โหมทำงานเพียงแค่คืนเดียวแล้วจะล้มหมอนนอนเสื่อได้ แต่เนื่องจากได้ใช้เวทมนต์ติดต่อกันทั้งคืน ชั้นเลยรู้สึกล้าอยู่บ้าง

 

ชั้นเลยกะว่าจะมาพักที่ห้องชั่วโมงหนึ่งหน่อย แต่ทว่า

 

โครโน่ : " นะ นั่นมัน-"

 

สิ่งที่ปรากฏในสายตาตอนนี้นั้น ทำให้ชั้นรู้สึกราวกับว่ามีสายฟ้าฟาดวิ่งแล่นไปทั่วร่างกายของชั้น

 

สิ่งนั้นคือร่างของเอลฟ์คนหนึ่งที่มีหูแหลมยาว

 

เขาไว้ผมสั้นสีเทา มีดวงตาสีมรกตที่ใหญ่โตเหมือนกับของลิลี่ ใบหน้าที่น่ารัก หืม หรือว่าจะเป็นเด็กผู้หญิง ?

 

เขาใส่เสื้อโค้ทสีน้ำเงินเข้ม กางเกงขายาวและสวมรองเท้าหนังเอาไว้อยู่ จากรูปร่างภายนอกที่เห็นทำให้ชั้นคิดว่าน่าจะเป็นผู้ชาย

 

แต่ถ้าเขาใส่กระโปรงเหมือนกับพวกสามสาวจาก [องค์หญิงนักล่าทั้งสาม] ชั้นก็คงคิดว่าเขาเป็นผู้หญิงแน่นอน

 

ทว่าทั้งหมดนี้ที่ชั้นตกใจราวสายฟ้าฟาดใส่นั้น ไม่ใช่เพราะตกหลุมรักชายหน้าหวานคนนี้หรอกนะ แต่เป็นเพราะอาวุธที่เขาถือเอาไว้ต่างหาก

 

โครโน่ : "---นั่นคือปืนใช่ไหม!?"

 

สิ่งที่เป็นโลหะรูปร่างทรงกระบอกนั้นเป็นปืนแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย

 

และตอนที่ชายหน้าหวานคนนั้นมองไปทางอื่น ชั้นก็เห็นว่ามันมีไกปืนติดตั้งเอาไว้อยู่ด้วย

 

ถึงมันจะดูเหมือนกับปืนลูกซอง ไม่สิ มันคือปืนไรเฟิลแบบเก่าที่บรรจุแบบที่ละลูกเหมือนกับปืนโบราณพวกนั้นมากกว่า

 

ชั้นไม่เคยเห็นพวกครูเสดเดอร์พกมันสักกระบอก เลยคิดว่าที่โลกนี้ยังไม่มีปืนใช้กัน

 

ตอนนี้ชั้นที่ได้เต็มไปด้วยความเครียดต่าง ๆ มากมายรวมถึงยังพึ่งเหนื่อยจากการทำงานหนักมาทั้งคืนนั้น อีกทั้งอยู่ต่อหน้าเหล่านักผจญภัย เพื่อไม่ให้เขาสงสัยว่าชั้นเจออะไรบางอย่าง ชั้นเลยพยายามตีสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่

 

โครโน่ : "เอาละสงบใจได้แล้ว...ไม่สิเดียวก่อน ไม่ใช่ว่าปืนนั้นจะมาเป็นอาวุธหลักให้กับพวกเราได้หรอกหรือ ?"

 

ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงภารกิจฉุกเฉินอยู่ด้วย เขาเองก็ถือว่าเป้นส่วนหนึ่งของพันธมิตรนักผจญภัยเเหมือนกัน เอาละชั้นควรที่จะไปสอบถามเขาหน่อยละนะ

 

ชั้นเดินเข้าไปหาเขาที่ยืนอยู่คนเดียวอยู่หน้าเค้าเตอร์ตรงนั้น

 

อ้า ทำไมชั้นถึงรู้สึกว่ากำลังจะเข้าไปฉุดเด็กผู้หญิงกลางเมืองแบบนั้นเลยฟะ ?

 

โครโน่ :  "นาย? ตรงนั้นนะ"

 

เอาละใจเย็น ๆ ก่อนตัวชั้น

 

ชิม่อน : "เอ้?"

 

เขาเงยหน้ามองชั้น

 

โอ้ พอมาดูใกล้ ๆ แล้ว เขามีหน้าตาน่ารักมากเลยละ ... เรียกว่าเธอน่าจะเหมาะสมกว่าจะมั้ง

 

ชิม่อน : "มีไรหรือไงหา พี่ชายยย?"

 

นี่ชั้นเผลอทำอะไรแปลก ๆ ไปหรือเปล่า ? ทำไมเธอถึงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแบบนั้นกันละ แถมยังมีแผ่ออร่าต่อต้านแปลก ๆ กลับมาด้วย

 

ชั้นรู้สึกช็อคเล็กน้อยที่ถูกเรียกอย่างเย็นชาแบบนั้น แต่ช่วยไม่ได้ละนะ ก็เพราะชั้นมีดวงตาวายร้ายแบบนี้ อีกทั้งยังสวมเสื้อคลุมสีดำทั้งตัวอีก จะมองว่าเป็นคนเลวหรือนักเลงก็คงไม่แปลกหรอก

 

ช่างหัวมันไปก่อนละกัน

 

โครโน่ : "ชั้นไม่เคยเห็นหน้านายมาก่อน นายพึ่งกลับมาจากทำภารกิจงั้นหรือ ?"

 

ชิม่อน : "อือ....."

 

เธอเป็นนักผจญภัยจริง ๆ ด้วย

 

ถ้าเป็นแบบนี้เธอคงจะยังไม่รู้ถึงสถานการณ์ตอนนี้สินะ

 

แต่ตอนนี้ดูท่าเธอจะแสดงท่าทีต่อต้านเต็มที่เลยนะสิ

 

ชั้นเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องแบบนี้มากซะด้วย ถ้าหากการสนทนายังเป็นแบบนี้ต่อไป มันคงจะจบลงในอีกไม่กี่คำพูดแล้วละนะ

 

งั้นชั้นควรที่จะรีบถามเรื่องปืนกระบอกนั้นก่อนน่าจะดีกว่า

 

โครโน่ : "ที่พกอยู่ตรงนั้นมันคือปืนใช่ไหม ?"

 

ชิม่อน : "....ทำไมถึงรู้จักได้ละ ?"

 

หืม นี่คำถามชั้นทำให้เธอแปลกใจมากขนาดนั้นเลยเรอะ ? ดวงตาที่น่ารักของเธอได้จ้องมองมาที่ชั้นด้วยความตกใจ

 

โครโน่ : "ไม่ใช่คนทั่วไปไม่รู้จักเจ้าสิ่งนี้หรอกหรือ ?"

 

ชิม่อน : "ต่อให้เป็นพวกคลั่งอาวุธก็ไม่มีใครรู้จักปืนหรอกนะ [ทั่วไป] ที่ว่านะ นายไม่ใช่คนที่มีสามัญสำนึกปกติหรอกใช่ไหม? "

 

จากการสนทนากันนิดเดียว ชั้นก็ถูกสงสัยเรื่องสามัญสำนึกไปซะแล้ว

 

ก็นะชั้นไม่ใช่คนของโลกนี้นี่ จนถึงตอนนี้เองชั้นก็ยังตามสามัญสำนึกของคนที่นี่ไม่ได้อยู่เลย มันก็ช่วยไม่ได้ละนะ

 

โครโน่ : "มันเป็นสามัญสำนึกจากที่ ที่ชั้นอยู่นะ"

 

ฟังดูเหมือนกวนตีน แต่มันก็เป็นเรื่องจริง

 

จากโลกของชั้น ทุกคนรู้จักปืน แม้แต่ชั้นเองก็ยังรู้จัก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้าขั้นเป้นโอตาคุปืนก็เถอะนะ

 

และจากที่เธอพูดโต้ตอบกลับมา แสดงว่าเจ้าสิ่งนั้นคือปืนแน่นอน

 

แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ มันก็ยิ่งน่าสงสัย ทำไมปืนถึงยังไม่เป็นที่รู้จักกัน ทำไมถึงไม่เป็นที่นิยมใช้กัน เพราะว่าต้องใช้ในระยะใกล้งั้นหรือ ? หรือเพราะโลกนี้มีเวทมนต์ ? ไม่ว่าจะเพราะเหตผลอะไร นี่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมีใช้ปืนกันแล้วละ

 

โครโน่ : ชั้นสนใจเจ้าอาวุธที่เรียกว่าปืนนั้น ขอยื้มดูได้มั้ย ?"

 

ชิม่อน : "ปืนของผมมันก็แค่ท่อเหล็กธรรมดาเอง มันไม่ใช่คฑาเวทมนต์อย่างที่จอมเวทแบบพี่ชายใช้กันหรอกนะ"

 

ก็จริง เพราะมันก็มีคฑาบางประเภทที่มีรูปร่างคล้ายปืนเหมือนกัน

 

อย่าง [...ชื่อคฑา ] ของชั้นเองก็มีพลังคล้ายกับปืน อีกทั้งยังมีรูปร่างคล้ายกับปืนอีกด้วย

 

แต่ที่น่าสนใจกว่าเรื่องเวทมนต์ก็คือ

 

โครโน่ : "ถ้าไม่ต้องการเวทมนต์ในการใช้งานมัน งั้นก็แสดงว่ามันคือสิ่งที่ส่งลูกบอลเหล็กให้พุ่งออกไปด้วยดินปืนสินะ ? นั่นแหละคือสิ่งที่ชั้นต้องการดู [ปืนที่แท้จริง] นะ"

 

ชิม่อน : "พะ พี่ชาย...ทำไมถึงรู้ขนาดนั้นได้ละ ? "

 

ฮืม ? ดูเหมือนจะได้ยินเธอพูดแบบนี้ออกมาเมื่อกี้เองนี่

 

ชิม่อน : "ผมทำปืนนี้ขึ้นมาเอง ดินปืนก็ด้วย โครงสร้างวิธีการยิงเองผมก็คิดเองเช่นกัน ผมไม่เคยบอกใครเลย ทำไมถึงรู้ได้ละ!"

 

เดียวนะ เมื่อกี้เธอบอกว่าเป็นคนคิดค้นสร้างมันขึ้นมาเองงั้นหรือ

 

โครโน่ : เดียวก่อน ชั้นอยากจะของยืนยันอะไรบางอย่างหน่อย ปืนกระบอกนั้นพวกบ้าอาวุธจะนึกว่าเป็นแค่คฑาของจอมเวทเท่านั้น งั้นหรือ?"

 

ชิม่อน : "...ใช่"

 

โครโน่ : "และเธอก็สร้างปืนที่ยิงกระสุนออกมาได้โดยไม่ต้องใช้เวทมนต์ นั่นหมายความว่าเธอเป็นคนผสมสารประกอบดินปืนขึ้นมาเองด้วย ?"

 

ชิม่อน : "มันก็ไม่ได้วิเศษอะไรขนาดนั้นหรอกนะ แต่ใช่ นั่นเลยเป็นเหตผลที่ไม่มีใครรู้จักมันเลย ไม่สิ หรือว่าที่บ้านเกิดของพี่ชายมีปืนแบบนี้ใช้กันแล้ว...?"

 

ต่อหน้าเธอที่เริ่มพึมพัมกับตัวเอง ชั้นก็รู้สึกตกใจอีกครั้ง

 

โครโน่ : "อัจฉริยะชัด ๆ "

 

ในประวัติศาสาตร์ปืนนั้น มันไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ก็ออกมาเป็นปืนได้เลย แต่มันมีการพัฒนา วิจัยตัวดินปืนบนความผิดพลาดมาหลายต่อหลายครั้ง จนได้เป็นปืนอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้

 

ดังนั้นการสร้างทุกสิ่งขึ้นมาจากศูนย์ด้วยตัวคนเดียวนั้น มันเป็นไปไม่ได้

 

ไม่สิ บางทีเธอคงจะจับจุดบางอย่างได้มากกว่า

 

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ในโลกที่ไม่มีดินปืนใช้กัน แล้วยังสามารถสร้างปืนได้ด้วยตัวคนเดียวแบบนี้

 

โครโน่ : "เธอมันเด็กอัจฉริยะ! "

 

ใช่แล้ว เธอเป็นคนอัจฉริยะแน่นอน

 

ชิม่อน : "พะ พี่ชาย ? "

 

ตอนนี้ชั้นได้พบผู้คิดค้นผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคของโลกนี้อยู่ตรงหน้าแล้ว

 

โครโน่ : "ยอดมาก มันยอกมากจริง ๆ  ได้โปรดให้ชั้นได้ดูปืนกระบอกนี้ทีเถอะนะ ชั้นขอร้องละ !!"

 

ชิม่อน : "เอออ...ถ้าต้องการขนาดนั้น งั้นก็ได้...."

 

บางทีอาจเป็นเพราะกดดันมากเกินไปหน่อย เธอเลยแสดงสีหน้ายุ่งยากน่ารำคาญออกมา แต่ชั้นไม่สนใจหรอกว่าตอนนี้เธอจะรู้สึกยังไง

 

เธอค่อย ๆ ยื่นปืนมาให้ชั้นดู

 

โครโน่ : "ขอบคุณมาก !"

 

ชั้นรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของโลหะที่กำลังอยู่ในกำมือ

 

ถึงจะเคยต่อโมเดลปืนเล่นมากบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้จับของจริง ชั้นรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของสิ่งที่เรียกว่าปืนจริง ๆ ซะที

 

โครโน่ : "อันนี้บรรจุลูกปืนหยู่หรือเปล่า ?"

 

ชิม่อน : "ไม่มีทาง ผมเอามันออกมาหมดแล้วละ ไม่ว่าจะลองเหนี่ยวไกกี่ครั้งมันก็ไม่มีอะไรพุ่งออกมาหรอกนะ ตอนนี้มันก็แค่ท่อโลหะธรรมดาเท่านั้นแหละ"

 

งั้นก็ไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตได้สินะ

 

โครโน่ : "รู้สึกเหมือนเป็นปืนที่ใช้สำหรับล่าสัตว์เลยนะ"

 

จากที่ดูภายนอก และเมื่อได้ลองสัมพัสมันดูแล้ว ชั้นว่ามันเหมือนกับปืนล่าสัตว์เลย

 

ชิม่อน : "มันมีชื่อว่า [Contender]"

 

เป็นปืนชนิดเดียวกับที่ถูกพัฒนาขึ้นในอเมริกาสมัยของทอมสันสินะ จะว่าไปมันก็คล้ายอยู่เหมือนกัน

 

แต่เมื่อลองเที่ยบกับขนาดตัวของเธอแล้ว มันก็ดูเหมาะมือเธอดีอยู่เหมือนกัน

 

ถึงแม้ว่าชั้นจะไม่เคยเห็น Contender ของจริง แต่มันดูมีซองบรรจุกระสุนที่ยาวกว่า Contender ทั่วไปอยู่

 

โครโน่ : "แถมโครงสร้างการทำงานก็ยังคล้ายกันมากด้วย"

 

ต่างที่มันไม่ได้มีซองบรรจุกระสุนทีละหลาย ๆ นัด แต่มันเป็นรูปแบบเก่าที่ใช้วิธีบรรจุทีละนัดแทนเท่านั้น

 

อย่างว่า เธอพัฒนาด้วยตัวคนเดียวนี่นะ ด้วยระดับของปืนนี้ มันเลยเทียบเท่ากับปืนในสมัยรุ่นบุกเบิกที่ใช้กลไกอย่างง่ายในการทำงานเท่านั้นเอง

 

และเมื่อดูที่รังเพลิง ภายในก็ไม่ได้มีลักษณะที่เรียบร้อยอย่างที่ปืนควรจะเป็น ถ้าใช้เจ้านี่ยิงลูกปืนออกไปละก็  มันก็คงเหมือนกับพวกปืน [matchlock] และเมื่อดูไปยังที่ไกปืน ก็จะเห็นหินสีแดงที่เป็นตัวจุดชนวนอยู่ตรงนั้น คงจะใช้พวกหินไวไฟเหมือนหัวไม้ขีดแบบนั้นในการสร้างประกายไฟสินะ

 

งั้นก็แสดงว่าดินปืนก็คงจะเป็นแบบใส่แยกต่างหากด้วยสินะ ? ไว้เดียวค่อยถามอีกทีดีกว่า

 

ชั้นลองเหนี่ยวไกดู เสียง *คลิ๊ก* เบา ๆ ได้ดังขึ้น อ้ารู้สึกดีจริง ๆ

 

โครโน่ : "มันเติมกระสุนยังไงกัน ? แล้วเธอใช้วิธีใส่กระสุนจากรังเพลิงข้างหน้านี้งั้นหรือ ? "

 

ชิม่อน : "ก็อย่ากที่จะให้เป็นแบบนั้นอยู่นะตอนแรก แต่ตอนนี้--"

 

ชั้นคืนปืนให้กับเธอไป เธอจับมันด้วยมือทั้งสองแล้วจากนั้นเสียง *แกร๊ก* ก็ได้ดังขึ้น จากนั้นตัวปืนก็ถูกเปิดออกจากตรงช่วงกลางลำของปืนแทน

 

โครโน่ : "รูปแบบบรรจุจากกลางลำปืนงั้นเรอะ ?!? สุดยอด เท่ไปเลย !!"

 

ชิม่อน : "นายก็คิดแบบนั้นใช่ไหม !? ใช่แล้ว มันดูเท่มากเลยละ!!"

 

ปืน Contender ก็ใช้วิธีนี้บรรจุเช่นกัน

 

แถมรูกสึกว่าตอนนี้ชั้นก็เริ่มที่จะสนิทกับเธอแล้วด้วย เด็กผู้หญิงที่ยังไม่รู้จักชื่อคนนี้---นั่นสินะลืมไปเลย

 

โครโน่ : "ยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยนี่น่า"

 

ชิม่อน : "เอ้ อือ"

 

ชั้นหยิบกิลการ์ดออกมาจากกระเป๋ายื่นให้เธอดู

 

โครโน่ : "ผมชื่อโครโน่ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

 

____________________________________________

 

(tn : โครโน่ นายมันพวกคลั่งปืนชัด ๆ)




NEKOPOST.NET