[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 88 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.88 - ตอนที่ 88 หมู่บ้านอาลซัส


บทที่เจ็ด เตรียมพร้อมโต้กลับ

ตอนที่ 88 หมู่บ้านอาลซัส
 
 
 
หมู่บ้านทั้งหมดที่มีอยู่เรียงรายตามถนนทิศตะวันตกเฉียงเหนือนี้ ถ้าเริ่มจากหมู่บ้านอิรุส ก็จะมีหมู่บ้านควอล (クゥアル村) , หมู่บ้านเฮจต์ (ヘジト村), หมู่บ้านวาโตะ (ワト村) และหมู่บ้านสุดท้ายที่อยู่ริมขอบชายแดนตะวันตก หมู่บ้านอาลซัส (アルザス村)
 
โครโน่และนักผจญภัยอีกกว่า 20 ชีวิตที่ได้ถูกเลือกมานั้น กำลังมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านอาลซัสเพื่อตั้งเป็นแนวป้องกันเอาไว้อยู่ที่แห่งนั้น
 
และเมื่อรวมกับนักผจญภัยจากหมู่บ้านเฮต์จิต, วัตต์ และอาลซัสเข้าด้วยกัน ตอนนี้กองทัพพันธมิตรนักผจญภัยก็ได้มีทั้งหมดเป็น 103 คน
 
หลังจากที่หน่วยส่งสารได้นำข้อมูลไปบอกต่อยังหมู่บ้านต่าง ๆ เกี่ยวกับการสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ตอนที่พวกชั้นไปถึงลิลี่ก็ใช้เวลาไม่นานในการโน้มน้าวใจของหัวหน้าแต่ละหมูบ้านให้ยอมอพยบตามมาได้
 
 อีกทั้งยังไม่มีใครคิดต่อต้านโครโน่ในฐานะผู้นำของกองกำลังพันธมิตรนี้เลยสักคน เนื่องจากแม้แต่ปาร์ตี้ชื่อดังอย่าง [แวลคันเพาเวอร์] ที่เป็นถึงแรงค์สี่ก็ยังยอมร่วมทำงานอยู่ภายใต้คำสั่งของเขา นั่นทำให้นักผจญภัยทุกคนต่างเงียบและหุบปากของตัวเองลง อีกทั้งยังไม่มีใครคิดขัดคำสั่งด้วย
 
ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาบ้างเล็กน้อย แต่มันไม่ได้มาจากพวกนักผจญภัยนี่สิ
 
นคิมม์ : “ทำไมต้องเป็นที่หมู่บ้านอาลซัสด้วยฟะ!? นักผจญภัยอย่างพวกมึงควรทำหน้าที่เป็นหน่วยป้องกันสิฟะ ใช่ไหม!!”
 
เหมือนกับที่โครโน่ได้เป็นผู้นำของกลุ่มนักผจญภัย นคิมม์เองก็ขึ้นมาเป็นผู้นำของกองกำลังพันธมิตรทหารยามของแต่ละหมู่บ้านเช่นกัน
 
ในตอนที่โครโน่เดินเข้าไปยังอาคารกิลของหมู่บ้านอาลซัส เสียงของนคิมม์ก็ได้ตะโกนก้องไปทั่งทั้งห้องโถงของอาคารนี้
 
นคิมม์ : “อ้า หรือว่าแกจะกลัวจนหัว และคิดที่จะเผ่นหางจุกตู--”
 
และเหมือนกับทุกครั้งเวลาที่เขาพยายามจะพูดจาว่าร้ายโครโน่ ก็จะมีคนหนึ่งเข้ามาขัดคอเขาเอาไว้
 
ลิลี่ : “หุบปากที่น่ารำคาญนั้นซะเจ้าหมู่สกปรก ฉันจะให้เวลาแกแค่สิบวินาที รีบ ๆ ไสตูดของแกออกไปภายในเวลานี้ซะ”
 
ลิลี่ได้ส่งเทเลพาธีเข้าไปในหัวของเขาโดยตรง เพราะไม่อยากให้โครโน่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกมานั้น
 
นคิมม์ : “คะ ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนนะครับ ขอให้โชคดีครับ คุณลิลี่!”
 
อยู่ ๆ นคิมม์ก็อารมณ์ดีขึ้นมาและเดินออกจากกิลไป 
 
โครโน่ : “ทำไมที่เขาคอยขัดคอชั้นตลอดนี่ ดูเหมือนจะมาจากสาเหตอื่นกันนะ?”
 
ลิลี่ : “หุ หุ หุ บางทีคงจะใช่”
 
โครโน่ : “เธอบอกอะไรเขาไปงั้นหรือ ลิลี่?” 
 
โครโน่รู้ว่าต้องมีเหตผลบางอย่าง ที่ทำให้นคิมม์เปลี่ยนท่าทีแล้วยอมถอยออกไปดี ๆ แบบนั้น
 
ลิลี่ : “อืม ก็พวกเราไม่มีเวลามากพอจะมาเถียงกับเขาตอนนี้ ดังนั้นฉันเลยบอกเขาอย่างสุภาพให้ช่วยออกไปทีนะ”
 
โครโน่ : “เป็นอย่างงั้นเองเรอะ ขอบคุณมาก”
 
สุดท้ายเขาก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่านคิมม์ได้ยินอะไรไปเมื่อตอนนั้นอยู่ดี
 
โครโน่ : “แต่มันจะต้องไม่ดีแน่ ถ้าหากไม่มีการประสานงานกับพวกทหารยามได้ดีพอ ไว้เดียวชั้นจะลองหาเวลาไปพูดคุยกับพวกเขาดูบ้างสักหน่อย”
 
หน้าที่ ที่ได้กำหนดเอาไว้สำหรับพวกนักผจญภัยคือเป็นหน่วยป้องกัน ให้คอยระวังเวลาที่พวกศตรูเข้าลอบโจมตีเข้ามาจากข้างหลัง
 
ส่วนทหารยามนั้นจะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยและดูแลความเรียบร้อยของขบวบอพยพ
 
ปกติถึงแม้ทั้งสองกลุ่มจะไม่ได้ประชุมประสานงานด้วยกันเลย แต่จนกว่าจะถึงเวลาที่กลุ่มอพยบจะออกจากหมู่บ้านอาลซัสนั้น เขาต้องการที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและสร้างปัญหาให้น้อยที่สุด
 
โครโน่ : “เอาเถอะ ตอนนี้ก่อนอื่นต้องไปคุยกับกิลมาสเตอร์และขอร้องให้เขายอมช่วยพวกเราสร้างปราการป้องกันขึ้นที่นี่ซะก่อน”
 
หลังจากพูดจบ โครโน่ก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปยังห้องประชุมที่มีกิลมาสเตอร์นั่งรออยู่ข้างในนั้น 
 
การอพยบตั้งแต่เริ่มขึ้นมาจนถึงตอนนี้นั้น ยังไม่เจอกับปัญหา หรือพบความยากลำบากใด ๆ 
 
นั่นก็เพราะถนนที่เชื่อมจากหมู่บ้านอิรุสถึงหมู่บ้านอาลซัสได้รับการดูแลรักษามาเป้นอย่างดีตลอด และมันยังกว้างพอที่จะรองรับขบวนผู้คนขนาดใหญ่ได้อีกด้วย อีกทั้งระยะทางระหว่างหมู่บ้านยังใช้เวลาในการเดินเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น
 
แต่การเดินทางต่อจากนี้ไปยังสปาด้า คงจะไม่ได้ง่ายแบบนี้อีกต่อไปแล้ว
 
ถนนที่เชื่อมระหว่างอาลซัสกับสปาด้านั้น เป็นเพียงแค่พื้นที่ชายแดนตามธรรมชาติเท่านั้น ไม่ได้มีการดูแลรักษาหรือตัดเป็นถนนอย่างดีเอาไว้ ซึ่งมันไม่เหมาะกับการเดินเท้าเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้เพราะว่ามันเป็นพื้นที่ห่างไกลจากผู้คน มันจึงมีมอนสเตอร์ดุร้ายปรากฏออกมาล่าอาหารอยู่เป็นประจำ
 
นั่นคือจะไม่มีสถานที่อย่างหมู่บ้านเอาไว้พักผ่อนทุก ๆ วันเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ 
 
ดังนั้นการตั้งแค้มป์จึงเป้นสิ่งจำเป็น และในขณะที่ทำแบบนั้น การเตรียมการทุกอย่างก็ควรจะเสร็จก่อนช่วงเวลาตะวันลับขอบฟ้า
 
นั่นก็เพราะในการตั้งแค้มป์แต่ละครั้ง ควรจะเลือกสถานที่ ที่ปลอดภัย อยู่ใกล้แหล่งน้ำ และควรเป็นที่ราบ ซึ่งการเตรียมการทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลา ถ้าหากมาเริ่มทำตอนช่วงตะวันใกล้ตกดินแล้วละก็ ทุกอย่างก็คงไม่อาจทำให้เสร็จทันการได้
 
จนถึงตอนนี้พวกเขายังสามารถเดินไปพักตามหมู่บ้านได้ ดังนั้นเลยใช้เวลาได้เต็มวันในการเดินทาง แต่ต่อจากนี้ไป พวกเขาจะมีเวลาในการเดินต่อวันน้อยลง
 
ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ แม้กระทั้งเผ่ามนุษย์ก็ต้องพยายามทำระยะทางเฉลี่ยต่อวันให้ได้ 20 กิโลเมตร
 
แต่ระยะทาง 20 กิโลเมตรที่ว่านี้ สุดท้ายก็จะน้อยลงเนื่องจากพวกเรามีทั้งเด็ก คนแก่ และผู้ป่วยติดตามอยู่ด้วย
 
และภายใต้ความเป็นจริงนี้ ก็เลยไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาควรที่จะซื้อเวลาให้เท่าไหร กับให้พวกเขาสามารถหนีจากครูเสดเดอร์พ้นไปได้
 
ตอนนี้โครโน่ได้จนมุมกับความจริงที่ว่า เขาต้องหยุดพวกครูเสดเดอร์ให้ได้เพิ่มขึ้นแม้จะสักหนึ่งนาที หรือแค่หนึ่งวินาทีก็ได้
 
เพื่อการนั้น เขาเลยคิดแผนการตั้งแนวป้องขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่อยู่หมู่บ้านควอลตอนนั้น
 
โครโน่ : “--และนั่นคือเหตผลที่ทำไมพันธมิตรนักผจญภัยได้เลือกที่จะซื้อเวลาให้กับขบวนอพยบจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์เอาไว้ที่นี่ครับ”
 
ภายในห้องประชุมของอาคารกิลหมู่บ้านอาลซัส โครโน่กำลังอธิบายถึงแผนการและแนวคิดของการตั้งแนวป้องกันให้กับกิลมาสเตอร์ฟัง 
 
เบน (ビーン) คือชื่อของชายที่เป็นกิลมาสเตอร์หมู่บ้านอาลซัสแห่งนี้
 
คนแคระที่มีอายุช่วงวัยกลางคน กำลังลูบหนวดเคราของตนเองและตอบกลับอย่างร่าเริง
 
เบน : “ฮึม ฮึม เข้าใจแล้ว ได้ พวกเราจะให้ความร่วมมือเอง ดังนั้นบอกมาได้เลยว่าต้องการอะไรบ้าง”
 
โครโน่ : “ขอบคุณมากครับ” 
 
เบน : “แต่นายต้องการเปลี่ยนเจ้ากิลที่อบอุ่นนี้เป็นปราการป้องกันจริง ๆ หรือ? พวกเราอาจดัดแปลงและขยายมันได้ แต่ยังไงซะพื้นฐานโครงสร้างของมันก็มาจากไม้เป็นหลัก ข้าละสงสัยว่ามันจะมีความแข็งแรงไม่พอที่จะเป็นป้อมปราการได้นะสิ”
 
เบนได้อธิบายแนวคิดของเขาให้ฟัง แต่โครโน่ก็ได้แสดงให้เขามั่นใจกับความคิดนี้ว่า
 
โครโน่ : “ไม่เป็นไรครับ ผมจะทำให้กิลนี้กลายเป็นปราการหินภายในหนึ่งคืนให้ดู”
 
เบน : “โอ้ น่าสนใจมาก แสดงว่ามีแผนการบางอย่างอยู่ในใจแล้วสินะ”
 
โครโน่ : “ครับ แต่ผมต้องการให้มีแนวป้องกันรอบ ๆ อาคารด้วย ผมต้องการช่างไม้และคนงานก่อสร้างเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของปราการนี้ครับ”
 
ถึงจะมีนักผจญภัยระดับสูงอยู่มากมาย แต่ก็ไม่มีใครเลยที่มีทักษะงานไม้หรืองานก่อสร้าง
 
เขาต้องการคนที่เป็นมืออาชีพด้านการก่อสร้างมาอยู่ในทีม หรือในอีกความหมายหนึ่ง คือหน่วยทหารช่างนั่นเอง 
 
เบน : “ข้าเป็นดรอฟ(คนแคระ) และยังรู้จักคนหน่วยก้านดีมากมายแถวนี้ด้วย วางใจข้าได้เลย”
 
เบนได้ตอบรับคำขอของโครโน่อย่างรวดเร็วและอารมณ์ดี
 
บางทีอาจเป็นเพราะเขาคือกิลมาสเตอร์ เขาเลยไม่ได้แสดงท่าทีกังวลใจเลยสักนิดที่จะต้องอพยบช้ากว่าคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านเพราะต้องมาช่วยเหลือการเสริมความแข็งแกร่งแนวป้องกันนี้
 
บางทีนี่อาจเป็นเพราะสิ่งที่ผู้ใหญ่ควรทำกัน โครโนเกือบจะทำท่าวันทยาหัตถ์ออกไปแล้ว
 
โครโน่ : “ขอบคุณมากครับ ตอนนี้คาดว่ากองทัพศตรูจะมาถึงที่นี่ภายในสามวันข้างหน้าครับ”
 
นั่นเป็นเพราะพวกโครโน่เองก็ใช้เวลาถึงสามวันจากหมู่บ้านควอลในการมาที่นี่
 
มันใช้เวลาถึงสามวันในการขี่ม้ามาที่หมู่บ้านนี้ ดังนั้นถ้าหากศตรูใช้วิธีเดียวกันเดินทางมาที่นี่ ก็ต้องใช้เวลาใกล้เคียงเหมือนกัน
 
มันคงเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะทิ้งกองทหารราบแล้วใช้เฉพาะกองทหารม้าบุกเข้ามาก่อน แต่บางทีมันก็อาจจะเป็นแบบนั้นได้เช่นกัน
 
โครโน่ : “หลังจากผ่านไปสามวันแล้ว พวกศตรูก็คงพร้อมที่จะปรากฏตัวได้ทุกเมื่อครับ”
 
ดังนั้น ไม่ว่าจะยังไง พวกเขาก็มีเวลาแค่สามวันเท่านั้นกับการสร้างแนวป้องกันนี้ให้เสร็จ
 
เบนได้เข้าใจถึงเหตผลของโครโน่ เขาได้ตอบรับอย่างร่าเริ่งอีกครั้งด้วยเสียงอันดังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
 
เบน : “ได้เลย พวกข้าจะเปลี่ยนหมู่บ้านอาลซัสนี้ให้เป็นป้อมปราการขนาดยักษ์ภายในวันที่ 28 ของเดือนตะวันใหม่(新陽の月) ให้ดูเอง” 
 
-------------------------------------------------------------------
 
(Tn : มันต้องสร้างอะไรเวอร์ ๆ ออกมาแน่นอนผมว่า -*- )



NEKOPOST.NET