[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 85 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.85 - ตอนที่ 85 เหล่าเทพสีดำและเทพสีขาว


บทที่หก สู่สปาด้า

ตอนที่ 85 เหล่าเทพสีดำและเทพสีขาว

 

 

เทพเจ้า, พระเจ้า มีตัวตนจริงหรือเปล่า? หรือพวกเขาจะปรากฏอยู่แค่เฉพาะในใจของผู้ศรัทธาเท่านั้น?
 
มันมีตำนานที่หลากหลายเกี่ยวกับเทพเจ้ามากมาย แต่ด้วยชั่วชีวิตของชั้นที่อยู่มาเพียงแค่ 17 ปีที่ญี่ปุ่นนั้น เทพเจ้าเหล่านั้นก็ไม่ใช่สิ่งอื่นใด นอกจากเป็นเพียงแค่ภาพมายาสำหรับชั้นเท่านั้นเอง
 
ชั้นเองก็ไม่ได้เชื่อในสิ่งที่เรียกว่าเทพเจ้าที่มีรูปร่างเหมือนกับมนุษย์ค่อยดูแลโลกจากเบื้องบนซะด้วย
 
ชั้นไม่ได้ต่อต้านศาสนาหรืออะไรหรอกนะ แต่มันเป็นความจริงที่ว่าบนโลกของชั้นนั้นไม่มีใครเคยเห็นสิ่งปาฏิหาริย์หรือได้สัมพัสกับตัวตนที่เรียกว่าเทพเจ้านี้เลย
 
แต่ในต่างโลกใบนี้ที่พวกสิ่งเหนือจินตนาการมีอยู่จริงนั้น มันก็มีกฏและหลักการของมันเองอยู่ 
 
ใช่แล้ว ในโลกใบนี้นั้น [เทพเจ้า (神)] มีปรากฏอยู่จริง
 
ตัวอย่างหนึ่งที่เป็นหลักฐานยืนยันสิ่งนี้คือ [พรคุ้มครองจากเทพเจ้า (加護)]
 
ถ้าให้พูดง่ายๆเลยก็คือเทพเจ้าได้มอบพลังและทักษะให้กับผู้คน สิ่งนั้นจะถูกเรียกขานว่า [พรคุ้มครองจากเทพเจ้า]
 
เช่นมีพลังกายภาพที่เหนือมนุษย์โดยไม่ต้องใช้เวทมนต์เสริมพลัง หรือสามารถใช้เวทมนต์ได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้มาก่อน เป็นต้น
 
ถึงชั้นจะไม่รู้สึกถึงมัน แต่เวทมนต์ดำของชั้นเองก็ถือว่าเป็น [พรคุ้มครองจากเทพเจ้า] รูปแบบหนึ่งเหมือนกัน
 
เวทมนต์ดำนั้นเป็นพลังที่แตกต่างจากเวทมนต์ธาตุสีหลักทั้งหลาย มันเป็นพลังพิเศษที่ถือว่านำมาใช้จากเทพเจ้า
 
ลิลี่ : “กรณีของโครโน่ ฉันคิดว่ามันต้องมีประตูวิญญาณเชื่อมต่อไปยัง [เทพเจ้าสีดำ (黒き神々)] ทำให้ดึงพลังเวทมนต์ดำมาใช้ได้นั่นเอง”
 
โครโน่ : “ลิลี่ ชั้นเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกเลยละ..."
 
ลิลี่ : “เออ ก็ฉันคิดว่านายรู้อยู่แล้วนี่ หรือไม่ก็ที่มาของพลังเวทมนต์ปกติมันต้องรู้ทันทีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
 
โครโน่ : “....ชั้นไม่รู้”
 
อะไรคือเชี่ย [เทพเจ้าสีดำ] กัน? นี่ชั้นมีการเชื่อมโยงอยู่กับกลุ่มคนพิลึก ๆ อยู่หรือไง  
 
ไม่สิ มันคงเกิดขึ้นตอนที่ชั้นถูกจับไปทดลองเพื่อช่วยให้ชั้นได้รับพลังเวมมนต์ตอนนั้นแน่
 
มันโครตจะเจ็บเหมือนตกนรกเลยละ ชั้นเข้าใจได้เลยว่าถ้าคนอื่นมาเห็น ก็คงไม่แปลกที่จะบอกว่าชั้นมีวิญญาณที่เชื่อมต่อกับมันอยู่
 
ลิลี่ : “ฉันไม่คิดว่าโครโน่ไม่รู้แม้กระทั้งเกี่ยวกับเทพเจ้าเหล่านี้ เพราะเห็นใช้เวทมนต์ได้ เรื่องทั้งหมดนี้มันเกี่ยวข้องโดยตรงกับแหล่งพลังเวทมนต์ของนายเลยนะ?”
 
โครโน่ : “ก็ ชั้นเคยเดาบ้างอยู่....แต่ [เทพเจ้าสีดำ] นี่ก็ออกจะ..."
 
ลิลี่ : “มันเป็นเรื่องปกติทั่วไปเกี่ยวกับเทพเจ้าที่ทวีปแพนโดร่านี้พูดถึง แม้แต่ในหมู่บ้านอิรุสเองก็มีศาเจ้าบูชาเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยวเลย จริงมั้ย? ทุกอย่างพวกเรารู้ในนามของเทพเจ้า นอกจากนี้ [ราชินีแฟรี่] เองก็เป็นหนึ่งในเหล่าเทพเจ้าเช่นกันด้วยนะ”
 
โครโน่ : “ฟังดูเหมือนเหล่าทวยเทพเจ้าและเทพธิดาเลย (八百万の神々み)”
 
เทพเจ้าได้กระจายไปทั่วทวีกและให้ [พรคุ้มครองจากเทพเจ้า] ในพื้นที่เหล่านั้น จากนั้นก็เกิดการเคารพบูชาขึ้น
 
เหมือนกับเรื่องราวของเหล่าเทพเจ้าในโลกเดิมของชั้นที่จะประดิษฐานอยู่ตามศาลเจ้าและคอยปกป้องคุ้มครองให้กับสถานที่นั้น ๆ บางทีนั่นคงจะถือเป็นเวทมนต์อย่างหนึ่งเหมือนกันสินะ
 
แต่กรณีของชั้นนั้น มันก็แค่ได้รับพลังเวทมนต์มาใช้ และชั้นก็ไม่ได้เชื่อมต่อกับเทพเจ้าโดยตรงด้วย
 
แต่มันยังมีสิ่งที่เรียกว่า [พรคุ้มครองจากเทพเจ้าสีดำ] อยู่
 
งั้นถ้าหากชั้นเริ่มบูชาเทพเจ้า ชั้นอาจจะได้รับพลังพิเศษมาด้วยก็เป็นได้สินะ?
 
[พรคุ้มครองจากเทพเจ้า] เองก็ไม่ได้รับมาได้ง่าย ๆ โดยการแค่สวดมนต์เท่านั้นซะด้วย ดูเหมือนเทพเจ้าจะมีวิธีการดูของเขาอยู่ หรือจะบอกว่ามันสมจริงดีนะ
 
ฟิโอน่า : “ตอนนี้คุณโครโน่ก็เข้าใจเรื่องเกี่ยวกับเทพเจ้าแล้ว ตอนนี้ฉันจะเริ่มเรื่อง [อัครสาวก] ละนะ”
 
โครโน่ : “อ้า กำลังจะถามเลย”
 
ใช่แล้ว สิ่งที่ชั้นอยากรู้เรื่องอัครสาวกมากที่สุดนี่แหละ แต่เพราะชั้นไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องของเทพเจ้าของต่างโลกนี้ดีเท่าไหรนัก ชั้นเลยให้อธิบายถึงเรื่องนี้ก่อน
 
ฟิโอน่า : “[อัครสาวก] คือพวกเหนือมนุษย์ที่ได้รับ [พรคุ้มครองจากเทพเจ้าสีขาว] และด้วยศาสนากางเขนที่สร้างโดยมีเทพเจ้าสีขาวเป็นรากฐาน พวกเขาเชื่อและได้รับการสั่งสอนว่าเทพเจ้าสีขาวนั้นเป็นผู้สร้างทุกสิ่งบนโลกนี้ และสร้างมนุษย์ขึ้นมาสุดท้ายเพื่อให้พวกเขาปกครองทุกอย่างบนโลกนี้” 
 
ดูเหมือนว่าเทพเจ้าของทวีปอาร์คจะเหมือนกับพระเจ้าในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลที่ว่าสร้างโลกภายในหนึ่งอาทิตย์บนโลกเดิมของชั้น
 
โอ้ยแบบนี้มันยิ่งสับสนไปกว่าเดิมซะอีก
 
ฟิโอน่า : “ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนสร้างโลกนี้จริงหรือเปล่าเหมือนกัน แต่ในทวีปอาร์คเขาถือว่าเป็นเทพเจ้าที่เก่าแก่ที่สุด และยังทรงอิทธิพลที่สุดอีกด้วย”
 
ลิลี่ : “และเจ้าเทพเจ้าผู้โลภมาก [เทพเจ้าสีขาว] ก็ต้องการขยายอิทธิพลของตนเอง เขาเลยส่งเจ้าพอกมนุษย์งี่เง่าเหล่านั้นมาที่ทวีปแพนโดร่าซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของ [เทพเจ้าสีดำ] สินะ”
 
ฟิโอน่า : “เป็นอย่างที่คุณลิลี่บอกค่ะ ภาระกิจพิชิตทวีปแพนโดร่านั้นเกิดขึ้นจากคำพยากรณ์ที่ถูกส่งมาจาก [เทพเจ้าสีขาว] โดยตรงค่ะ”
 
ที่โลกเดิมของชั้น พวกครูเสดเดอร์ได้สร้างกองทัพและบุกยึดดินแดนต่าง ๆ โดยอ้างชื่อของพระเจ้า แต่ที่โลกนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นตัวเทพเจ้าเองโดยตรงที่ส่งคำสั่งลงมา
 
“เทพเจ้าสีขาวของพวกเราต้องการดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นพวกเราครูเสดเดอร์จึงมายังทวีปแห่งนี้เพื่อตอบรับความต้องการของท่าน”
 
ตอนนั้นซาริเอลเองก็จะพูดเอาไว้แบบนี้ตอนเจอกันที่เมืองไดดารอส ดูท่าจะเป็นความจริงสินะ
 
โครโน่ : “ขยายดินแดน เป็นสิ่งที่พวกมันต้องการจะทำใช่ไหม?”
 
ฟิโอน่า : “นอกจากขยายดินแดน ศาสนากางเขนจะทำการสร้างโบสเพื่อบูชาต่อ [เทพเจ้าสีขาว] และจะกวาดล้างศาสนาอื่นๆทั้งหมด และนั่นก็จะทำให้วัฒนธรรมและความเชื่อต่าง ๆ ถูกทำลายหายไป”
 
เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกของชั้นเลยแฮะ
 
ซาริเอลใช้คำว่า [จะปรับเปลี่ยน] แต่ภาพที่ชั้นคิดเอาไว้ในใจมันก็ถูกต้องตามที่คาดเอาไว้จริง ๆ
 
มันคงไม่เป็นไรหรอกถ้าแค่เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับหมูบ้านอิรุสนั้นเป็นคำตอบที่เกินรับได้ พวกสัตว์นรกนั้นคิดแต่จะทำลายล้างทุกสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์เท่านั้น
 
พวกมันไม่ยอมรับการยอมจำนน พวกมันนั่แหละที่เป็นปีศาจที่แท้จริง
 
โครโน่ : “งั้นชั้นขอกลับไปที่หัวข้อหลักก่อน ตอนนี้มีอัครสาวกกี่คนกัน?”
 
ฟิโอน่า : “ตลอดมามีทั้งหมด 12 คนค่ะ”
 
โครโน่ : “หมายความว่ามีจำนวนแค่นั้นเท่านั้นงั้นรึ?”
 
ฟิโอน่า : “ค่ะ และเมื่อมีบางคนล้มตายหายจากไป ก็ต้องใช้เวลาสักช่วงหนึ่งเลยค่ะ เพื่อที่จะหาคนมาแทนที่ได้”
 
อย่างที่คิด คนที่เป็นที่โปรดปรานจากเทพเจ้านั้นไม่ใช่มีเป็นร้อยเป็นพันคน แต่มีเพียงแค่นี้เท่านั้น และอีกอย่างพวกมันคงไม่ส่งอัครสาวกทั้งหมดมาที่นี่หรอก ค่อยโล่งอกไปที
 
ฟิโอน่า : “ถ้าหากต้องไปเผชิญหน้ากับพวกเขาละก็ ก็คงเจอเพียงทีละคนเท่านั้นค่ะ ส่วนคนที่มีโอกาศเจอมากที่สุดตอนนี้ก็คงเป็นผู้บัญชาการครูเสดเดอร์ [อัครสาวกที่ 7 ลอร์ด ซาริเอล] ค่ะ”
 
โครโน่ : “...พวกชั้นเจอมาแล้วละ”
 
ลิลี่ : “อือ นั่นเป็นเหตการณ์ที่ลืมไม่ลงเลยละ”
 
ฟิโอน่า : “โฮ่ ตายจริง มันเกิดขึ้นได้ยังไงคะ?”
 
แม้แต่คุณฟิโอน่าก็ยังตกใจ สายตาของเธอที่มองมาหาฉันกำลังบอกแบบนั้นอยู่
 
โครโน่ : “ตอนที่พวกชั้นไปสอดแนมเมืองไดดารอส บังเอิญไปเจอเข้ากับเธอที่กำแพงเมืองพอดี ตอนนั้นเธอบอกว่าเป็นผู้บัญชาการของกองทัพ ชั้นเลยพยายามที่จะสังหารเธอ แต่สุดท้ายก็แพ้กลับมานะ”
 
ฟิโอน่า : “นั้นมัน...พวกคุณเก่งมากเลยนะคะที่ยังอุตสารอดกลับมาได้สมบูรณ์แบบนี้”
 
นั่นเธอกำลังมองฉันด้วยสายตาที่ว่า [ทำไมถึงทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้นไปนะ] ใช่ไหมคุณฟิโอน่า?
 
โครโน่ : “อือ ถ้าไม่ใช่เพราะลิลี่ช่วย ชั้นก็คงกลายเป็นปุ๋ยอยู่ที่นั่นแล้วละ”
 
ลิลี่ : “ไม่หรอก ยัยนั่นจงใจปล่อยให้พวกฉันรอดกลับมาต่างหาก”
 
ตอนนั้นชั้นสลบยาวไปเลยไม่รู้ว่าลิลี่ช่วยชั้นให้รอดออกมาได้ยังไง เป็นแบบนั้นเองหรอกเรอะ
 
แม้ว่าเธอจะบอกว่าให้ชั้นหนีไปได้จริง ๆ ตอนนั้นก็ตามทีเถอะ แต่การปล่อยให้พวกชั้นที่พยายามจะฆ่าเธอหนีมานั้น ซาริเอลคิดบ้าอะไรอยู่กันแน่? หรือว่าเธอมองชั้นเป็นแค่เศษขยะข้างทางที่ไม่มีค่าพอจะให้ลงมือฆ่าเลยงั้นหรือ?
 
ฟิโอน่า : “พวกอัครสาวกเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดของทางศาสนจักรแล้วค่ะ ไม่มีใครในทวีปอาร์คจะเผชิญหน้าหนึ่งต่อหนึ่งกับพวกเขาได้ คุณโชคดีมากเลยนะคะที่หนีรอดกลับมาได้แบบนี้”
 
โครโน่ : “หึ เธอแค่ยอมปล่อยให้ชั้นหนีมาเท่านั้นเองแหละ แต่ชั้นจะทำให้เธอคนนั้นเสียใจเองที่ตัดสินใจโง่ ๆ แบบนั้น เธอบอกว่าหนึ่งต่อหนึ่งสินะ งั้นถ้าหากใช้กำลังพลจำนวนมากเข้ากดดันละ? พวกมันมีจุดอ่อนมั้ย? พวกมันสามารถถูกฆ่าได้ใช่ไหม?”
 
จุดสำคัญคือการสังหารพวกมันนี่แหละ ถ้าหากพวกมันเป็นอมตะเนื่องจากพลังของเทพเจ้าแล้วละก็ 
ทุกอย่างที่ชั้นพยายามทำมาถึงตอนนี้ก็จะไร้ค่าทันที
 
อย่างน้อยชั้นก็ทำให้เธอบาดเจ็บที่แขนขวาจาก [เข็มกระดูกแห่งบาซิลิส] ได้ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาใช้อ้างอิงอะไรได้ แต่อย่างน้อย…
 
คงไม่ใช่ว่าพวกมันจะคืนชีพขึ้นมาได้หลังจากฆ่าไปแล้วเพราะพลังของเทพเจ้าหรอกนะ
 
ฟิโอน่า : “พวกเขาถูกฆ่าได้ค่ะ ไม่ว่าจะแข็งแกร่งหรือมีพรคุ้มครองที่ได้รับมากแค่ไหนก็ตาม ร่างกายก็ยังเป็นมนุษย์อยู่ค่ะ ถ้าตัดหัว หรือแทงทะลุหัวใจได้ เขาก็จะสูญเสียเลือดจำนวนมาก ถ้าทำบาดแผลถึงตายได้ พวกเขาก็ตายค่ะ”
 
เยี่ยมไปเลย อย่างน้อยความเป็นอมตะในโลกนี้ก็เป็นไปไม่ได้แม้ว่าจะอยู่ในโลกที่มีเวทมนต์แบบนี้
 
ฟิโอน่า : “เหมือนที่คุณโครโน่ดึงพลังเวทมนต์ดำออกมาจากเทพ พวกอัครสาวกก็ดึงพลังเวทมนต์ขาวมาจากเทพเจ้าสีขาวของพวกเขาเหมือนกัน และด้วยความที่พวกเขาสามารถดึงมาใช้ได้อย่างมหาศาล ถ้าจะได้ถามว่ามีพลังระดับไหนละก็...คุณโครโน่สามารถใช้เวทมนต์โดยที่พลังไม่มีวันหมดได้ไหมคะ?”
 
โครโน่ : “ไม่มีทาง ถึงจะเป็นชั้นก็ตามแต่ก็มีจำกัดนะ”
 
ชั้นนะเคยพลังหมดมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบตั้งแต่ตอนที่อยู่ในศูนย์วิจัยนั้นแล้ว
 
เร็วๆนี้ชั้นเองก็พึ่งจะพลังหมดเพราะการพัฒนาการของพร้าต้องสาปตอนที่สู้กับเจ้าพรีสคนนั้นอีกด้วย 
 
ฟิโอน่า : “ค่ะ แต่อัครสาวกนั้นมีความสามารถที่รู้จักกันในหมู่จอมเวทว่า [พลังเวทอนันต์  (魔力切れ)] ไม่ว่าพวกเขาจะใช้เวทมนต์เท่าไหร พลังของพวกเขาก็จะไม่มีวันหมด แน่นอนว่ามันหมายถึงพลังที่พวกเขาได้รับจากเทพเจ้าสีขาวก็เป็นอนันต์ด้วยเช่นกัน”
 
และพลังเวทมนต์ที่ไร้ขอบเขตนี้ก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในพรที่รับเท่านั้น ให้ตายสิเป็นความจริงที่โหดร้ายชะมัด
 
โครโน่ : “งั้นจะให้ฆ่าพวกมันยังไงกัน? มันไม่มีทางอื่นเลยหรือนอกจากจะไปเตรียมเวทมนต์ที่รุนแรงพอจะฆ่าพวกมันได้ภายในการโจมตีครั้งเดียวนะ?”
 
ชั้นสงสัยว่ามันจะพอมีหนทางที่ง่ายกว่านี้บ้างมั้ย
 
ฟิโอน่า : “ที่พอเป็นไปได้ก็มีเข้าไปสังหารอัครสาวกโดยพร้อมที่จะสังเวยชีวิตตัวเอง แม้ว่าจะมีพลังเวทที่เป็นอนันต์ แต่ร่างกายก็ยังเป็นมนุษย์ มันไม่มีทางที่จะเป็นภาชนะรองรับพลังเวทจำนวนมหาศาลเอาไว้ได้ แต่ยังไงซะร่างกายของอัครสาวกก็อยู่ในระดับที่สามารถต้านทหารได้ถึง 10,000 คน ตามที่ฉันได้ยินมา ไม่ว่าจำนวนจะถูกต้องหรือเปล่าแต่ถ้าระหว่างการต่อสู้อัครสาวกหนีไปละก็ ร่างกายของพวกเขาก็จะฟื้นฟูกลับมาเป้นปกติ และทุกอย่างก็จะต้องเริ่มจากหนึ่งใหม่อีกครั้ง และ ชีวิตของทหาร 10,000 คนเหล่านั้นก็จะเสียเปล่าโดยทันที”
 
โครโน่ : “ในเชิงของกำลังพลไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่การลงมือทำจริงมันไม่ได้เป็นไปตามความจริงสินะ?”
 
ถึงจะเป็นอัครสาวก พวกมันก็ต้องการพักผ่อนและดูแลรักษาเช่นกัน ถ้าใช้วิธีสู้จนถึงจุดที่ร่างกายของมันจะทนรับไหวได้แล้วละก็--  งั้นชั้นก็ต้องให้คนล้อมเอาไว้และหาทหารให้ได้ถึง 10,000 คนในการต่อกรณ์อัครสาวกหนึ่งคนสินะ
 
ฟิโอน่า : “ในทวีปอาร์คเอง เวลาที่ศตรูเจออัครสาวก พวกเขาก็ทำได้แค่วิ่งหนีหรือไม่ก็ถ่วงเวลาเอาไว้เท่านั้น แต่ไม่มีใครเคยคิดลองที่จะฆ่าพวกเขาเลยสักครั้ง แต่ก็มีอยู่เหมือนกันที่อัครสาวกถูกฆ่าระหว่างการต่อสู้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตจำนวนมากเช่นกัน”
 
โครโน่ : “และพวกมันก็ยังมีถึง 12 คน”
 
เพียงแค่พวกมันก็หนึ่งคนก็เทียบเท่ากับกองทัพหนึ่งกองพันแล้ว และยังมีทหารธรรมดาเสริมเข้าไปอีกแบบนี้...เหมือนกับว่าสาธารณะรัฐซินแคลมีกองทัพนับล้านคนเลยก็ว่าได้
 
ฟิโอน่า : “มันไม่ทางเป็นไปได้ที่ทั้ง 12 คนจะมาที่ทวีปแพนโดร่านี้ ฉันเชื่อว่านอกจากอัครสาวกที่ 7 แล้ว พวกที่เหลือคงจะไม่ยอมให้เมืองอลีเซียนมีการป้องกันที่เบาบางลงหรอกค่ะ และพวกเขายังต้องคอยแก้ปัญหาและเตรียมการอยู่ที่สาธารณะรัฐซินแคลสำหรับในการที่จะเป็นจ้าวโลกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าอัครสาวกบางคนได้หายสาบสูญไปด้วยนะคะ”
 
โครโน่ : “หายสาบสูญ? หมายความว่าไง?”
 
ฟิโอน่า : “ฉันได้ยินมาว่าบางคนกำลังรวบรวมสาธารณะรัฐและหวังที่จะปฏิรูปโลกใบนี้อยู่ บางคนก็แอลลค้นคว้าบางอย่าง มันมีข่าวลือมากมาย อย่างมีบางข่าวว่าจริง ๆ แล้วอัครสาวกตอนนี้ไม่ได้มีครบ 12 คน เช่นกัน ก็มันเป็นแค่ข่าวลือนะคะ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นความจริงแค่ไหน”
 
ปฏิรูปโลก? เออช่างเหอะ ก็ยังดีปล่อยให้พวกมันอยู่ในดินแดนของตัวเองไปในขณะที่คิดว่ากองทัพกำลังทำการฆ่าและกวาดล้างในนามของความยุติธรรมพร้อมกับโบกสะบัดธงกางเขนแบบนั้นนั่นแหละดีแล้ว
 
มันจะดีกับพวกชั้นมากเลย ขอให้มีแค่ซาริเอลคนเดียวก็พอแล้ว ได้โปรดเถิด
 
ฟิโอน่า : “การที่เป็นอัครสาวกนั้นไม่ใช่เพราะความเชื่อหรือความแข็งแกร่งของพวกเขา แต่เป็นเพราะ [พรคุ้มครองจากเทพเจ้า] ที่อยู่ ๆ ก็ได้รับมาโดยไม่รู้ตัวค่ะ ดังนั้นจึงมีบางส่วนที่หลีกหนีจากพวกทางโบสไปทำตามใจชอบเองหรือหลบซ่อนจากสังคมก็มีอยู่เหมือนกันนะคะ”
 
โครโน่ : “และเมื่อพวกมันได้รับ [พรคุ้มครองจากเทพเจ้า] แล้ว พวกทางโบสก็เลยไม่สามารถไปสังอะไรพวกมันได้ เพราะตำแหน่งของพวกมันอยู่สูงและยังแข็งแกร่ง เป็นอย่างงั้นสินะ”
 
ฟิโอน่า : “มีพระสันตะปาปา(Pope) ที่อัครสาวกยอมเชื่อฟังค่ะ แต่อย่างที่คุณคิดไว้ เขาไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย แต่ด้วยหน้าที่ของอัครสาวกที่ได้รับมอบมา [จงทำลายล้างศตรูของเทพเจ้า] จึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะไม่ทรยศกับทางศาสนจักร ตลอดประวัติศาสตร์ที่มีบันทึกมาก็ไม่มีเคยเกิดเหตการณ์แบบนั้นสักครั้งค่ะ”
 
แม้ว่าจะปล่อยให้ทำตามใจกัน แต่ตราบใดที่ยังรับใช้เทพเจ้าสีขาวและคอยปกป้องดินแดนให้ก็ไม่มีปัญหาสินะ
 
โครโน่ : “ไม่เป็นไร ถ้าหากอัครสาวกมันพิเศษขนาดนั้นแล้วละก็ พวกเราคงไม่ได้เผชิญกับพวกมันง่าย ๆ หรอก พวกมันคงไม่มุ่งหน้ามาโจมตีขบวนอพยพด้วยตัวเองหรอก”
 
และตอนนี้ก็มีซาริเอลอยู่ที่ทวีปแพนโดร่าเท่านั้น และเมื่อเธอเป็นผู้บัญชาการด้วยแล้ว ชั้นคิดว่าเธอคงจะไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ตามใจนักหรอก
 
ดินแดนไดดารอสมีขนาดใหญ่มาก พวกมันคงไม่พุ่งเป้าสนใจมาที่เขตแดนทางตะวันตกสุดขอบชายแดดโดยไม่มีเหตผลรองรับได้หรอกนะ
 
โครโน่ : “แต่ต่อให้ซาริเอลไม่มา ก็ยังมีพวกผู้บังคับบัญชาหน่อยย่อยของครูเสดเดอร์ส่งมาอยู่ดี พวกมันแข็งแกร่งแค่ไหน และมีจำนวนมากแค่ไหน ชั้นว่าตอนนี้ปัญหาคือเรื่องพวกนี้นี่แหละ”
 
ฟิโอน่า : “ถึงฉันจะเป็นอดีตทหารรับจ้าง แต่ฉันเองก็ไม่รู้ในรายละเอียดหรอกค่ะ ถ้าจะให้อธิบาละก็คงเป็นแค่เรื่องพื้นฐานทั่วไปของกองทัพเท่านั้นเองค่ะ”
 
โครโน่ : “ไม่หรอก ชั้นไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย ดังนั้นแค่นี้มันก็มากเกินพอแล้วละ”
 
ชั้นไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกครูเสดเดอร์เท่าไหรนัก ที่รู้จนถึงต้อนนี้ก็มีแค่ความศรัทธาของพวกมันและเรื่องที่เป็นกลุ่มทหารของมนุษย์แค่นั้นเอง
 
และชั้นเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ในรายละเอียดทั้งหมดด้วย
 
ที่ชั้นต้องรู้ตอนนี้ก็มีเพียงแค่ขีดความสามารถของกองทัพครูเสดเดอร์ก็พอแล้ว
 
ฟิโอน่า : “ถ้าเป็นไปได้ ขอฉันได้ฟังเรื่องราวของคุณโครโน่ที่จะบอกในตอนแรกด้วยได้มั้ยคะ?”
 
ในตอนที่ชั้นกำลังจะถามเธอนั้น ฟิโอน่าก็ชิงลงมือถามชั้นก่อนซะแล้ว 
 
โครโน่ : “อ้า งั้นชั้นจะเริ่มจากเรื่องของชั้นก่อนละกัน”
 
จะเริ่มจากตรงไหนดีนะ --- ชั้นเริ่มรู้สึกเป็นกังวลเหมือนกับตอนที่จะเล่าให้ลิลี่ฟังตอนนั้นเลย งั้นเริ่มจากประเด็นหลักเลยดีกว่า
 
โครโน่ : “จริง ๆ แล้ว ชั้นมาจากโลกอื่นน่ะ”
 
 
 
จบบทที่หก
 
___________________________________________________
 
 
(Tn : แก้จากพระเจ้าเป็นเทพเจ้านะครับ เพราะตอนแรกผมนึกว่ามีพระเจ้าองค์เดียว แต่ตอนนี้เฉลยแล้วว่ามีเทพหลายองค์ ดังนั้นผมเลยใช้ว่าเทพเจ้าแทน คิดว่าน่าจะตรงกับบริบทมากกว่านะครับ)



NEKOPOST.NET