[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 81 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.81 - ตอนที่ 81 นักผจญภัยVSหน่วยสอดแนม (1)


บทที่หก สู้สปาด้า

ตอนที่ 81 นักผจญภัยVSหน่วยสอดแนม (1)

 

 

พวกชั้นตอนนี้กำลังมองศตรูที่กำลังเข้ามาในหมู่บ้าน ลงมาจากหลังคาของอาคารกิลอยู่
 
พวกมันมีอยู่ 7 คน ในขณะที่ฝ่ายชั้นมีนักผจญภัยมากกว่า อีกทั้งยังเป็นแรงค์ 3 ขึ้นไปอีกด้วย
 
ฝ่ายของชั้นก็มีตามนี้
 
ปาร์ตี้ของชั้นเอง [เอเลเมนท์ มาสเตอร์] ที่ประกอบไปด้วยจอมเวทมนต์ดำ แฟรี่ และแม่มด ทุกคนต่างเป็นจอมเวททั้งกันหมด
 
[แวลคันเพาเวอร์] ปาร์ตี้แรงค์ 4 มีทั้งหมด 3 คน โดยมีแวลคันเป็นผู้นำ นักธนูหนึ่งคน และจอมเวทอีกหนึ่งคน สมาชิกทั้งหมดต่างเป็นคนจากเผ่ามนุษย์สัตว์
 
[องหญิงผู้ล่าทั้งสาม] เป็นปาร์ตี้แรงค์ 3 มีด้วยกัน 3 คน ซึ่งเป็นเอลฟ์ทั้งหมด และพวกเธอยังเป็นพี่น้องกันด้วย 
(Tn : ขอขอบคุณผู้เสนอความเห็นในการตั้งชื่อ คุณ หญิงกลอย และ คุณ แพนตี้ ครับ)
 
นอกจากปาร์ตี้ทั้งสามทีมนี้แล้ว ยังมีนักสู้ออร์คอีก 2 คน สเกเลตั้นจอมเวท 1 คน และ สไลม์อีก 1 คน
 
รวมทั้งหมดมี 15 คน
 
รายละเอียดความสามารถของศตรูนั้นยังไม่เป็นที่ชัดเจน แต่ถ้าหากเป็นหน่วยสอดแนมธรรมดาแล้วละก็ น่าจะมีความสามารถประมาณปาร์ตี้แรงค์ 3 เท่านั้น
 
ถ้าใช้แผนลอบจู่โจมละก็ พวกชั้นก็น่าจะสามารถฆ่าศตรูได้ทั้งหมดโดยที่ฝ่ายเราไม่ได้รับความเสียหายใดๆ
 
ถึงจะเป็นการร่วมมือกันชั่วคราว แต่จำนวนฝั่งชั้นมีมากกว่า อีกทั้งทักษะโดยรวมก็สูงกว่า การลอบเข้าจู่โจมครั้งนี้มีโอกาศน้อยมากที่พวกชั้นจะแพ้ได้
 
ตอนนี้นักผจญภัยทุกคนต่างก็เข้าประจำตำแหน่งกันหมดแล้ว ที่เหลือก็แค่รอให้ศตรูเข้ามาหาเท่านั้น
 
โครโน่ : “ชั้นหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนนะ”
 
ลิลี่ : “ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว! มันจะต้องไม่เป็นไรแน่นอน!”
 
ครั้งนี้ชั้นอยู่ในตำแหน่งกองหลัง เพราะพวกชั้นมีนักรบที่จะสู้ในแนวหน้าให้อยู่แล้ว ดังนั้นชั้นเลยตัดสินใจที่จะดำเนินยุทธวิธีตามปกติคือคอยยิงเวทสนับสนุนจากแนวหลังนี้
 
แต่ถ้าจะให้บอกตามตรงแล้วละก็ ตอนนี้ชั้นรู้สึกเหมือนกับเป็นหน่วยซุ่มยิงที่มีลิลี่เป็นผู้ช่วยนั่งอยู่ข้างๆเลยละ
 
ตามหนังฮอลี่วูดพวกสไนเปอร์มักจะทำงานคนเดียว แต่ในความเป็นจริงนั้น พวกเขามักจะต้องทำงานเป็นคู่เพื่อให้อีกคนคอยช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่
 
โครโน่ : อือ มาพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้แผนการเสร็จสมบูรณ์กันเถอะ”
 
ชั้นมุ่งสมาธิมาที่ตนเอง ถ้าหากสามารถจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย คุณค่าในตัวของชั้นก็จะเพิ่มขึ้น
 
ตั้งแต่แรกที่ชั้นเสนอแผนการนี้ไป พวกเขาก็เข้าใจว่าจะให้พวกนักล่าดักโจมตีเหมือนอย่างที่ทำกับพวกมอนสเตอร์ ไม่ว่าชั้นจะอธิบายยังไงก็ตามพวกเขาก็ไม่เข้าใจ เพราะโลกนี้นั้นไม่มีอาวุธประเภทอย่างสไนเปอร์อยู่ตั้งแต่แรกแล้ว พอชั้นมาประจำตำแหน่งในที่ๆอยู่ไกลสุดแบบนี้ พวกเขาก็มองชั้นด้วยสายตาแปลกๆกลับมาทันที
 
ดังนั้นแทนที่จะมาอธิบายด้วยคำพูด ชั้นจะแสดงให้ดูเองว่าประโยชน์ของการมีสไนเปอร์นั้นมันเป็นยังไง
 
ตอนนี้ชั้นเองก็เห็นพวกครูเสดเดอร์แล้ว พวกมันก็คงจะคาดไม่ถึงว่าจะมีการซุ่มยิงจากสไนเปอร์แบบนี้แน่ เอาละมาเริ่มจากคนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำกลุ่มก่อนเลยดีกว่า
 
ด้วยทักษะการสร้างกระสุนเวทมนต์ของชั้น มันสามารถที่ซุ่มยิงได้เหมือนกับมีปืนสไนเปอร์ใช้งานในโลกนี้จริงๆ ถึงจะเป็นครั้งแรกที่มาลองยิงระยะไกลแบบนี้ดูก็ตามเถอะนะ
 
ส่วนลิลี่นั้นก็ช่วยร่ายเวทสนับสนุนในการซุ่มยิงครั้งนี้
 
หนึ่งในนั้นก็มีลูกแก้วใสที่เหมือนกับกล้องส่องทางไกลที่ใช้ในการเล็งยิงของปืน
 
ถึงตาของชั้นจะมองได้ไกลกว่าคนปกติถึงสองเท่า แต่ก็ใช่ว่าชั้นจะไม่ต้องการศูนย์เล็งในการช่วยยิงหรอกนะ
 
สำหรับชั้นที่ไม่มีทักษะ[ตาเหยี่ยว]ที่จะช่วยในการเล็ง การสนับสนุนของลิลี่นี้เลยช่วยชั้นเอาไว้ได้มากเลยละ
 
นอกจากนี้ อีกหน้าที่หนึ่งของคู่หูสไนเปอร์ก็คือ คอยช่วยระวังศตรูรอบๆในขณะที่กำลังเล็งศตรูอยู่ ซึ่งหน้าที่นั้นชั้นก็วางใจที่จะให้ลิลี่เป็นคนทำ
 
ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอย่างการมีศตรูบุกมาจากข้างหลัง ลิลี่ก็สามารถที่จะจัดการได้ด้วยลำแสงเลเซอร์ที่รั่วเป็นห่าฝนได้
 
โครโน่ : “…หรือจริงๆชั้นควรจะส่งลิลี่ออกไปแนวหน้ากันนะ”
 
เอาเถอะ ไม่มีเวลาจะมาเปลี่ยนความคิดตอนนี้แล้วด้วย
 
ชั้นหยุดคิดไร้สาระและมุ่งสมาธิไปที่กองทัพของศตรูที่กำลังเข้ามา
 
โครโน่ : “พวกมันมาแล้ว”
 
อย่างที่คาดการณ์ไว้ พวกศตรูมาทางประตูทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศทางที่พวกมันได้ทำลายประตูของหมูบ้านเอาไว้
 
เป็นไปตามที่คุณซูรายงานเลย พวกมันมีทั้งหมดแค่เจ็ดคนเท่านั้น
 
พวกมันเป็นครูเสดเดอร์แน่นอน ด้วยเสื้อสีขาวที่สวมใส่นั้นไม่มีทางเป็นอย่างอื่นแน่ แต่ว่ามีอยู่คนหนึ่งที่สวมเสื้อแตกต่างออกไปอยู่
 
โครโน่ : “หืม มีคนหนึ่งดูไม่เหมือนชาวบ้านออยู่นะเนี่ย”
 
เป็นเด็กผู้หญิงที่ทำทรงผมทวินเทล ถ้ามองผ่านๆชั้นก็นึกว่าเป็นพวกชาวบ้านธรรมดาอยู่ แต่ด้วยธนูที่สวมใส่อยู่นั้น สงสัยคงจะเป็นพวกทหารรับจ้างที่กองทัพครูเสดเดอร์จ้างเข้ามาละมั้ง
 
แถมเธอยังเดินอยู่ข้างๆคนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยซะด้วย ดังนั้นต้องไม่ใช่ทักโทษจากเมืองไดดารอสแน่นอน
 
ชั้นรู้สึกไม่ชอบมาพากลเล็กน้อย แต่จะให้มาเปลี่ยนแผนการตอนนี้ก็คงทำไม่ได้แล้ว และชั้นก็ไม่อยากทำแบบนั้นด้วย
 
จะต้องดำเนินไปตามแผนเดิม พวกมันทั้งหมดต้องตายที่นี่
 
โครโน่ : “เริ่มดำเนินตามแผนได้”
 
…..
 
โครโน่ยิงกระสุนเวทมนต์ที่สร้างจากปืนสไนเปอร์วิถีไกลพุ่งทะลวงไปยังศรีษะของผู้บังคับบัญชาการศตรู
 
เขาได้ข้อมูลมาจากฟิโอน่าว่า พวกตำแหน่งระดับผู้บังคับบัญชานั้นจะสามารถใช้ทักษะและเวทมนตืได้ทั้งคู่ แม้จะเป็นพวกระดับล่างก็ตาม แต่ด้วยการซุ่มโจมตีของโครโน่แบบนี้ ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะหาทางป้องกันตัวได้ทัน
 
กระสุนสีดำที่ทรงพลังเทียบเท่ากับปืนของจริงนั้นได้เจาะทะลุหัวของผูบังคับบัญชาการคนนั้นไป
 
และนั่นคือสัญญาณของการเริ่มปฏิบัติการลอบจู่โจมนี้
 
แวลคัน : “ลุยกันเลยพวกเรา! อย่าให้พวกมันรอดออกไปได้สักคนเด็ดขาด!!”
 
ทหาร : “ศตรู!! ศตรูลอบโจมตี ระตัวด้วย!”
 
ถึงพวกเขาจะเสียผู้บังคับบัญชาไป แต่ด้วยความที่เป็นทหารที่มากประสบการณ์ แม้จะตกใจอยู่ที่ถูกลอบโจมตี แต่พวกเขาก็สามารถตั้งสติและลงมาจากหลังม้าเพื่อเตรียมพร้อมเข้าปะทะที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
 
จริงๆแล้วพวกเขาจะอยู่บนหลังม้าแล้ววิ่งฝ่าออกไปเลยก็ได้ แต่นั้นก็เป็นกรณ๊ที่ศตรูของพวกเขาเป็นพวกหัวขโมยหรือมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น
 
จอมเวทโครงกระดูก : “[กำแพงคนตาย-เดด-วอร์-ดีเฟ้นด์]”
 
 ตรงหน้าของพวกเขาบนถนนเส้นนี้นั้น ได้ถูกปิดทางหนีลงด้วยเวทมนต์ของจมเวทโครงกระดูกตนนั้น 
 
ฟิโอน่า : “[เทร่าชีลด์]” 
 
พื้นที่รอบๆยังถูกปิดล้อมด้วยเวทของฟิโอน่าอีกด้วย
 
และเมื่อสถานการณ์ถูกปิดล้อมไร้ทางหนีแบบนี้ พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเข้าต่อสู้เท่านั้น
 
ทั้งเวทกำแพงคนตายที่เป็นเวทมนต์ดำที่โครโน่เองก็พึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก กับเวทเทร่าชีลด์ที่ทรงพลังขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเพราะถูกใช้โดยฟิโอน่า ทั้งสองเวทนี้พวกเขาไม่อาจทำลายได้อย่างง่ายๆ
 
พวกทหารเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน อีกทั้งยังมีพวกที่ลอบโจมตีเข้ามาให้รับมืออีกด้วย
 
แวลคัน : “(ไอพวกบ้านี้นี่ พวกมันดูเหมือนจะถูกฝึกมาดีกว่าไอพวกขี้ขลาดที่มาโจมตีระลอกแรกซะอีก”
 
เวลคันได้ยอมรับฝีมือของทหารพวกนี้จากหัวใจของเขา ที่สามารถรับมือการลอบโจมตีนี้ได้อย่างรวดเร็ว
 
แวลคัน : “(ว่าแต่ยัยบ้านั่นมันอะไรกันนะ)”
 
จากมุมมองของเขา มีเด็กผู้หญิงที่ไม่แม้แต่จะหยิบอาวุธหรือลงมาเตรียมตัวสู้จากหลังม้าเลยสักนิดอยู่คนหนึ่ง
 
… : “ว้าย ว้ายย! พวกมันมากันเต็มไปหมดเลย!?” 
 
ด้วยความตื่นตกใจ เธอ เลยพลาดหล่นลงมาจากหลังม้า
 
… : “กรี๊ด!! เจ็บจางเลย~ หัวกระแทกเต็มๆเลยง่า~ “
 
แม้แต่นักผจญภัยแรงค์หนึ่งก็ยังไม่แสดงท่าทางแบบนี้ออกมา
 
เวลคัน : “(จับยัยนี่เป็นนักโทษเอาไว้ดีกว่า)”
 
แวลคันได้ความคิดดีๆขึ้นมา แม้แต่คนอื่นๆเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
 
ถึงโครโน่จะบอกว่าให้ฆ่าทิ้งทั้งหมด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าให้ฆ่าตอนนี้ ไว้เดียวจับมารีดข้อมูลก่อนแล้วค่อยฆ่าทิ้งก็ได้
 
สำหรับนักผจญภัยที่ใช้ชีวิตอยู่กับการต่อสู้ คำพูดของโครโน่นั้นถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เป็นปกติของโลกนี้ แต่สำหรับโครโน่ที่พูดแบบนี้ออกมาได้ เขาก็ไม่ใช่เด็กนักเรียนมัธยมธรรมดาๆอีกต่อไปได้แล้ว
 
ไม่ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามแต่ โครโน่ก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อไปในฐานะนักผจญภัย ตอนนี้เขาได้ยิงกระสุนออกมาอีกลูกหนึ่งพุ่งเข้าไปยังศตรูผู้โชคร้ายรายต่อไป
 
แวลคัน : “ไอพวกโง่ ถ้าจะมองหาคนที่แข็งแกร่งที่สุดละก็ ข้านี่แหละจะเป็นคุ่ต่อสู้ให้เอง”
 
ทหาร : “เชี่ย อย่ามาดูถูกกันนะ ไอพวกปีศาจ!!”
 
แวลคันที่พบทหารที่ดูแข็งแกร่งที่สุดท่ามกลางคนที่เหลืออยู่อีกห้าคนนั้น(ไม่นับยัยผู้หญิงคนนั้น) 
 
แวลคันได้ฟาดดาบอันใหญ่โตเข้าไป ในขณะที่ทหารคนนั้นได้ใช้เสริมพลังเพื่อเข้าปะทะกับสัตว์ป่าที่ตัวใหญ่อยู่ตรงหน้าของเขานั้น
 
“”[[สแลช!!]]””
 
นักผจญภัยแวร์วูฟและทหารมนุษย์ได้ปล่อยทักษะออกมาพร้อมกัน
 
แต่ก็เหมือนกับเวทมนต์ที่มักจะมีผลต่างกันเมื่อผู้ร่ายต่างออกไป การใช้ทักษะเองก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน
 
แวลคัน : “ฮ่า! แกสู้ได้ดีมาก อีกแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ไม่เลวเหมือนกันนี่!!” 
 
ผลคือแวลคันเป็นผู้ชนะ ทหารคนนั้นไม่อาจที่จะรับมือได้ถึงวินาที เขาก็ลอยปลิวไปไกลหลายเมตรไปกองอยู่ที่พื้นแล้ว
 
แม้จะใช้เวทเสริมพลังลงไป มนุษย์ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแวร์วูฟที่มีพละกำลังสูงอย่างแวลคันได้อยู่ดี
 
ทหารคนนั้นตกใจที่ถูกจัดการลงด้วยการโจมตีเพียงแค่ทีเดียวเท่านั้น
 
ทหาร : “แกมันเป็นสัตว์ประหลาดชัดๆ—” 
 
แวลคัน : “รีบๆลุกขึ้นมาได้แล้ว หรือแกจะยอมแพ้แล้วงั้นเรอะ หืม?”
 
เขาเหวี่ยงดาบยาวเล่มนั้นเอาไว้ที่บ่า แล้วเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ จริงๆก็ควรที่จะฆ่าศตรูตรงหน้าให้ตายไปซะ แต่เขายังอยากที่จะปะทะดาบต่อไปอยู่
 
มันถือเป็นงานอดิเรกแย่ๆของเขาที่คอยละทิ้งเป้าหมายของภารกิจไปแบบนี้ แต่ปาร์ตี้ของเขาก็รู้ถึงนิสัยแบบนี้ของเขาดี และยังคอยให้การสนับสนุนตลอดมา ดังนั้นเขาเลยสามารถที่จะสนุกกับการต่อสู้แบบนี้ต่อไปได้
 
ทหาร : “ไอความมั่นใจนั้นจะทำให้แกต้องตาย ---[ศรสายฟ้า]!!”
 
แวลคัน : “โอ้!?” 
 
ทหารคนนั้นร่ายเวทอย่างรวดเร็วและยิงเวทโจมตีพุ่งมาที่แวลคัน
 
แต่ด้วยการร่ายเวทที่สั้นลง เวทระดับต่ำแบบนี้ไม่เป้นปัญหาสำหรับนักผจญภัยแรงค์สี่อย่างเขาที่จะรับมือเลยสักนิดเดียว
 
แวลคัน : “อะไรกัน แกใช้เวทมนต์ได้ด้วยงั้นรึ? ฮึฮึ เป็นพวกสารพัดประโยชน์หรือไง หืม?”
 
แวลคันป้องกันศรสายฟ้าด้วยดาบเล่มโตของเขา 
 
ทหาร : “ข้าบอกแล้วไงว่าไอความมั่นใจนั้น จะทำให้แกต้องตาย!!”
 
ทหารคนนั้นที่ลุกขึ้นมาได้แล้ว ขว้างไอเท็มออกมาจากมือของเขา
 
แวลคันที่รู้ถึงสิ่งที่โยนเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว เขารับรู้ว่ามันเป็นก้อนหินสีแดงลอยตรงเข้ามาหา
 
ทหาร : “ตายย!! [ระเบิดเพลิง-อินิก-โอเวอร์บลาส]” 
 
จังหวะที่ทหารคนนั้นตะโกนออกมา ก็เกิดระเบิดลูกไฟขึ้นตรงนั้น
 
ลูกไฟได้กระจายออกมาท่วมร่างของแวลคัน แรงระเบิด และฝุ่นควันได้แผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณนี้
 
เวทมนต์ที่ได้ใช้ไปนั้น ไม่ใช่เวทมนต์ระดับที่จอมเวทของหน่วยสอดแนมจะเรียนรู้ได้ เพราะถ้าหากเรียนรู้ได้ เขาก็คงเข้าไปอยู่ในหน่วยจแมเวทแล้ว 
 
สิ่งที่เขาโยนไปนั้นไม่ใช่ก้อนหินและไม่ใช่ระเบิดด้วย แต่มันคือไอเท็มเวทมนต์ที่สามารถปล่อยพลังเวท[ระเบิดเพลิง-อินิก-โอเวอร์บลาส]ออกมาได้
 
การใช้ไอเท็มนั้นไม่ถือว่าเป็นของแปลกอะไร แต่มันมีราคาที่แพงพอตัวอยู่และต้องการพลังเวทนิดหน่อยในการใช้งานมัน
 
มันเป็นของที่ไม่ได้มีเอาไว้แจกให้กับทหารทุกคนพกติดตัวเอาไว้ แต่ทหารคนนี้แค่มีเก็บไว้เพื่อแทนเครื่องรางเท่านั้นเอง
 
ส่วนแวลคันนั้นตอนที่เห้นไอเท็มนี้ เขาก็รู้ทันทีว่าเป็นไอเท็มเวทมนต์ประเภทจุ่โจม
 
แต่การรับรู้กับการป้องกันมันคนละเรื่องกัน
 
ทหารที่รู้ถึงความต่างชั้นของพลัง เขาก็เลือกที่จะใช้ไพ่ตายในการที่เอาชนะศตรูของเขา นอกจากนี้แวลคันเองก็ไม่ได้ส่วมเสื้อเกราะซะด้วย
 
ถ้าไม่ใช่ว่าแวลคันมีเหล็กหุ้มตัวเอาไว้หรือมีของป้องกันเวทมนต์แล้วละก็ คงไม่อาจป้องกันการโจมตีถึงตายนี้ได้แน่นอน
 
และสำหรับแวลคันที่สวมแค่เสื้อผ้าและเกราะอกเท่าัน เขาไม่มีทางที่จะหยุดเปลวเพลิงและความร้อนนรกนี้ได้แน่นอน
 
ทหาร : “เท่านี้ก็จบละ เจ้าสัตว์ประหลาด—” 
 
ทหารหยิบดาบที่หักไปแล้วขึ้นมา
 
เขาไม่คิดว่าเวทมนต์แค่นี้จะฆ่าปีศาจที่มีพลังชีวิตสูงลงได้สนิทจริงๆ ดังนั้นเพื่อความชัวเขาจึงต้องเตรียมที่จะจัดการขั้นเด็ดขาด
 
แต่เขาไม่รู้เลยว่าแวลคันนั้นคือนักผจญภัยที่ไปถึงระดับแรงค์สี่ได้
 
แวลคัน : "แกมีของดีน่าดูเลยนี่หว่า หา?”
 
ภายในกองเพลิง แวลคันได้เดินออกมาในขณะที่ยังแบกดาบเอาไว้อยู่บนบ่าตามเดิม 
 
ถึงแม้เสื้อกับเกราะอกจะไหม้ไปบ้าง แต่ร่างของเขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บเลย
 
ทหาร : “ทะ ทำไม…ไม่จริง อย่าบอกนะว่า ใช้เวทรักษา?”
 
แวลคัน : “ก็ถูกครึ่งหนึ่งละนะ แต่มันไม่ใช่ความลับหรอก”
 
เวทมนต์พิเศษของเขา [รักษาอัตโนมัติ] เป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้รับฉายา [อมตะ] มา
 
ซึ่งเปลวไฟแค่นี้ไม่อาจหยุดพลังรักษาของเขาได้หรอก
 
“กร๊วมมม---” 
 
เสียงที่กำลังกินเวทนต์เข้าไปโดยดาบเล่มโตได้กรีดร้องขึ้นมา
 
แม้ว่าเขาจะบอกว่า[ความลับ]แต่สำหรับนักผจญภัยที่มีประสบการณ์ทุกคนแล้ว จะเข้าใจได้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร
 
ถ้าหากพวกเขารู้ว่าดาบเล่มโตสีขาวเล่มนี้ไม่ได้สร้างมาจากเหล็ก แต่เป้นเขี้ยวของมอนสเตอร์แล้วละก็ พวกเขาก็จะรู้ทันทีว่าดาบเล่มนี้นั้นได้รับพลังพิเศษของมอนสเตอร์นั้นมาด้วย
 
นามของดาบเล่มนี้คือ [ดาบเขี้ยวมารแห่งความตะกละ-กัลโทนี่ย์] วัตถุดิบที่ใช้สร้างมันคือมอนสเตอร์ที่ชื่อว่า [อสูรเวทมนต์กัลป์โทนี่-เคออส-อีทเตอร์] มันเป็นมอนสเตอร์ระดับแรงค์สี่ที่เกือบจะเทียบเท่าแรงค์ห้า มันแข็งแกร่งถึงขนาดที่จะต่อกรกับมังกรได้เลยทีเดียว
 
[เคออส-อีทเตอร์] ก็เป็นเวทมนต์พิเศษที่ใช้เพื่อดูดกลืนกินพลังเวทมนต์เข้ามาได้ตามชื่อของมัน
 
ในการปราบมันนั้น ไม่อาจใช้เวทมนต์ได้ อีกทั้งจะใช้เวทมนต์ป้องกันก็ทำไม่ได้ด้วย และหากไม่ระวังละก็ แม้แต่เวทมนต์ฟื้นฟูเองก็จะถูกดูดกลืนไปด้วยเช่นกัน
 
เพื่อที่จะฆ่ามัน จำเป็นต้องใช้เวทเสริมพลังและเข้าไปฆ่ามันด้วยพละกำลังของตนเท่านั้น
 
เนื่องจากวิธีการฆ่ามันนั้นมีจำกัด มันเลยถูกจัดระดับให้เกือบเทียบเท่ากับแรงค์ห้า
 
แวลคันที่ครอบดาบเวทมนต์ที่สร้างจากเขี้ยวของมอนสเตอร์ตัวนี้นั้น สามารถที่จะลบล้างเวทมนต์ออกไปได้ด้วยการตวัดดาบเข้าใส่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
 
ด้วยดาบเวทมนต์ที่ทรงพลัง และร่างกายที่แข็งแกร่ง เขาจึงขึ้นไปเป็นนักผจญภัยแรงค์สี่ได้
 
แวลคัน : “ก็ถ้าจะให้อธิบายทั้งหมดมันคงยุ่งยากนะ ข้าเลยไม่อยากจะบอก ไปคิดหาเหตุผลต่อในโลกหน้าละกัน”
 
หลังสิ้นเสียง ร่างของทหารก็ได้แยกออกเป็นสองส่วน ด้วยการฟันลงมาเพียงครั้งเดียวของพลังที่เหนือกว่าของแวร์วูฟ
 
 
 
-----------------------------------------
 
 
 
จากคุณ ultima0: พี่หมาเรามีของดีด้วยแฮะ ดาบเขี้ยว-เปิบพิศดาร (悪食 = แดกของที่ไม่น่าจะแดกได้, ของที่คนทั่วไปเค้าไม่แดกกัน)



NEKOPOST.NET