[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 8 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.8 - ตอนที่ 8 ความกลัวสีขาว


 บทที่หนึ่ง: ห้องวิจัยสีขาว

 ตอนที่ 8 ความกลัวสีขาว

 

 

「เวร ทางออกอยู่ไหนกันวะเนี่ย....」

 

 ถึงจะคิดไว้อยู่แล้วก็เถอะ แต่อาคารนี่มันใหญ่สุด ๆ ไปเลยจริง ๆ นะ

 ยิ่งกว่านั้นทุก ๆ อย่างก็ดูเหมือน ๆ กันไปหมดอีก ไม่มีทางที่ชั้นจะไม่หลงเลย

 

 เมื่อกี๊ ชั้นเพิ่งจะฝ่าดงกลุ่มที่ใส่ชุดเกราะเบามาเอง

 แต่ตอนนี้ชักจะรู้สึกเสียดายขึ้นมาซะแล้วที่ไม่ได้ปล่อยให้รอดมาซักคนไว้ถามทางออก

 ก็นะ มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา จู่ ๆ พวกมันก็เหวี่ยงดาบพุ่งเข้ามาจากตรงไหนก็ไม่รู้!

 

 สวนกลับในทันทีแล้วฆ่าพวกมันทั้งหมด ถือเป็นนิสัยที่ติดมาจากการทดสอบการเคลื่อนไหวพวกนั้น

 

 แล้วชั้นก็บังเอิญเอาดาบสองคม 2 เล่ม มาจากพวกมันด้วยเหมือนกัน

 ชั้นไม่เคยมีประสบการณ์ในการใช้ดาบ แต่วิธีที่ชั้นจะใช้ดาบนั้นมันต่างออกไปนิดหน่อย

 คราวหน้าถ้าเจอใคร ชั้นจะใช้ดาบขู่มันให้บอกทางออกซะ

 

 ชั้นวิ่งไปตามทางพลางคิดเรื่องนี้ไปด้วย แล้วก็มาถึงที่ห้องขนาดใหญ่

 

「บันไดฟ่ะ!」

 

 บันไดที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นยาวขึ้นไปยังชั้นบน

 

 ในที่สุดก็พบกับด้ายแห่งความหวังที่จะออกไปจากที่แห่งนี้

 ชั้นวิ่งไปยังบันได แต่ก็หยุดลงเมื่อสัมผัสได้ถึงบางอย่างกำลังลงมาจากบันไดตรงนั้น

 ภายใต้การทดลองมากมาย พร้อม ๆ กับสัมผัสทั้งห้า สัมผัสที่หกของชั้นเองก็เฉียบคมขึ้น

 ดังนั้นนี่ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองแน่ ๆ

 

 ตามที่ชั้นตั้งท่าสู้ขึ้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น

 

 ไม่นานนัก เจ้าของเสียงฝีเท้าก็ปรากฏขึ้นมาจากฝั่งตรงข้ามของบันไดที่มืดมิด

 

「เด็กผู้หญิง?」

 

 ความคิดของชั้นที่คิดว่าจะเป็นเหล่าคนสวมหน้ากากหรือสวมเกราะนั้นผิดอย่างสิ้นเชิง

 

 คนที่ปรากฏตัวออกมานั้นเป็นเด็กสาวที่ขาวไปทั้งตัวยกเว้นนัยน์ตาสีแดงเพลิงของเธอ

 เธอยังเด็กแต่ก็มีใบหน้าที่งดงาม แล้วด้วยผิวสีขาวขนาดนั้นทำให้ชั้นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

 ว่าเธออาจจะเป็นไลท์โกเล็ม แต่เด็กหญิงที่อยู่ตรงหน้าชั้นนี่ ชัดเลยว่ามีพลังชีวิตอยู่

 

 ไม่ใช่ตุ๊กตา แต่เป็นคนที่มีผิวสีขาว

 

「หยุด!」

 

 ถึงเธอจะดูไม่เข้ากับสถานที่แบบนี้ แต่ชุดสีขาวกับสัญลักษณ์กางเขนนั่น

 หมายความว่าเธอเกี่ยวข้องกับพวกสวมหน้ากากอย่างเห็นได้ชัด

 

 ด้วยการที่ไม่ลดการ์ดป้องกันลง ชั้นก็ลองพูดเพื่อหยุดเธอเอาไว้ก่อน

 

「......」

 

 เด็กหญิงหยุดเดิน

 

「เธอเป็นใครกัน?」

 

 บางทีอาจเป็นเพราะชั้นไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นการต่อสู้ไปเลยในทันที

 พอลังเลอยู่พักนึงว่าจะพูดอะไรดี ชั้นก็กลายเป็นว่า ถามถึงตัวตนของเธอแทน

 

 ถึงชั้นจะมั่นใจว่าเธอนั้นไม่ใช่มิตร แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเธอจะตอบ แต่ว่า

 

「อัครสาวกที่ 7 ซาริเอล」

 

 แปลกแฮะ เธอตอบออกมาดี ๆ ซะงั้น

 

 และถึงแม้ชั้นจะไม่เข้าใจถึงความหมายของฉายา อัครสาวก ว่านั่นมันคืออะไร

 ชั้นก็ได้รู้ว่าเธอนั้นชื่อ ซาริเอล

 

「ชั้นชื่อ คุโรโนะ มาโอะ ชั้นอยากจะออกไปจากที่นี่ ช่วยบอกทางออกหน่อยได้มั้ย?」

 

「เรื่องแบบนั้นทำไม่ได้」

 

「งั้นเรอะ——」

 

 ก็นะ ไม่คิดว่าเธอจะบอกอยู่แล้ว ถึงจะยังสงสัยว่าเธอคนนี้เป็นใคร แต่ชั้นก็ไม่มีเวลามาสนใจหรือถามเรื่องนั้น

 

 ถ้าชั้นเจอกับชายสวมหน้ากาก ชั้นก็คงจะกระทืบจนกว่ามันจะบอกมา

 แต่ชั้นทำแบบนั้นกับเด็กสาวที่ชั้นไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรด้วยไม่ได้

 ถึงชั้นจะสูญเสียความเป็นมนุษย์มนาไป ชั้นก็ไม่ได้บ้าขนาดนั้น

 

 ดังนั้น ชั้นจึงตัดสินใจจะเมินเธอซะและมุ่งหน้าต่อ

 

 ด้วยการที่รวบรวมพลังเวทและเสริมพลังไปยังขาทั้งสองในทันที ชั้นก็พุ่งตรงไปยังบันได

 

 คนปกติหรือมอนสเตอร์อ่อน ๆ คงจะแทบตามความเร็วขนาดนี้ไม่ทัน

 มันคงอาจจะดูเหมือนจู่ ๆ ชั้นก็หายตัวไป——

 

「อั้กกก!?!」

 

 ทันทีที่ชั้นเร่งความเร็ว แรงกระแทกก็แล่นเข้ามาสู่ขาซ้ายของชั้น

 

 ด้วยการที่สูญเสียการควบคุมขาซ้ายไปชั่วขณะ ชั้นก็ล้มลงบนพื้นด้วยความเร็วสูง

 

「อะไร...กัน......」

 

 ชั้นพบว่าที่ต้นขาซ้ายนั้น มีหมุดสีขาวเสียบลงไปอย่างลึก

 

「คุณจะต้องหยุดอยู่ที่นี่」

 

 ตามที่ชั้นได้ยินเสียงพูดเบา ๆ ของซาริเอล ชั้นก็เสียวสันหลังวาบ

 

「ล้อกันเล่นรึไงนี่............」

 

 จากเด็กสาวคนนั้น ชั้นสัมผัสได้ถึงพลังเวทที่แรงกล้า

 ในระดับที่มอนสเตอร์ตัวไหน ๆ ก็เทียบไม่ได้ พรั่งพรูมาจากภายในร่างของเธอ

 ออร่าสีเงินห่อหุ้มร่างของเธอ ถึงจะอยู่ในสภาวะที่คล้ายกับก๊าซ

 แต่มันก็หนาแน่นยิ่งกว่าหมัดไพล์บังเกอร์ของชั้นซะอีก

 

 ถึงชั้นจะไม่มีสัมผัสที่หก ก็ยังคงรู้ได้ว่าเธอนั้นคือปิศาจในระดับที่ไม่น่าเชื่อ

 

「กระสุนลูกปรายยย!!」 (tn: คันจิ ออกเสียงว่า ‘ซันดัน’)

 

 พอดึงหมุดสีขาวออกชั้นก็ยิงกระสุนลูกปรายใส่เธอ

 

 กระสุนสีดำที่กระจายไปทั่วพุ่งเข้าใส่เด็กสาวที่ไร้การป้องกัน

 

 โดยไม่มีการตอบสนองแม้แต่น้อย ซาริเอลรับห่ากระสุนเข้าร่างเต็ม ๆ อย่างไม่มีปัญหาอะไร

 

「เวรเอ๊ย ขนาดไม่ได้กางชิลด์เลยเนี่ยนะ」

 

 กระสุนนั้นหายไปในทันทีที่สัมผัสเข้ากับออร่าสีขาว

 

 ออร่าของเธอนั้นแข็งแกร่งกว่าชิลด์ที่ชั้นหรือตัวทดลองอื่น ๆ ใช้เป็นอย่างมาก

 สำหรับเธอแล้วมันก็ไม่ใช่อะไรนอกจากเปล่งพลังเวทออกมา แล้วก็ยังไม่ได้ใช้เวทมนต์จริง ๆ เลยด้วย

 

 ถึงชั้นจะเปล่งพลังเวทออกมาได้แบบนั้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟู

 แต่มันก็ไม่ได้มีความสามารถถึงขนาดป้องกันกระสุนที่ทำจากเวทดำได้

 

 ถ้าเธอป้องกันได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไร กระสุนลูกปรายก็ไม่สามารถใช้เพื่อเป็นวิธีที่จะยับยั้งฝ่ายตรงข้ามได้เหมือนกัน

 มันจะกลายเป็นเสียพลังเวททิ้งเอาซะเปล่า ๆ

 

 ถึงอย่างนั้น พลังเวทสีขาวที่เป็นแหล่งพลังของออร่านั้นต่างออกไปจากพลังเวทที่ชั้นรู้จักอย่างสิ้นเชิง

 

 ถ้าใช้พลังเวทดำเป็นผลให้ใช้เวทมนต์ดำได้ ถ้างั้นนั่นก็คือเวทมนต์ขาวรึ?

 

 เอาตรง ๆ นะ ชั้นไม่อยากจะสู้กับอะไรที่มันอันตราย ๆ เลยจริง ๆ

 แต่ร่างของชั้นมันกลับพุ่งไปในทางที่จะต่อสู้ซะอย่างนั้น

 

「เอ็นชานท์」 (tn: ขอใช้ ‘เอ็นชานท์’ แทน 黒化(kokka) = การทำให้เป็นสีดำ)

 

 ในมือทั้งคู่ชั้นนั้นถือดาบที่เอามาก่อนหน้านี้ ดาบยาวธรรมดานั้นถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังเวทดำของชั้น

 แล้วกลายเป็นสีดำตั้งแต่ด้ามดาบยันปลายดาบ ชั้นก็แค่ตั้งชื่อสถานะนี้ง่าย ๆ ว่า 「เอ็นชานท์」

 

 อาวุธที่ผ่านการเอนชานท์นั้นไม่ใช่แค่จะแข็งแกร่งขึ้น แต่ยังสามารถใช้ได้ถึงแม้จะไม่ได้ขยับมือทั้งคู่ด้วย

 

「ฟาดฟัน ออโตเมติค」 (自動剣術) (tn: จะเอา ‘ศิลปะฟันดาบ อัตโนมัติ’  ก็ได้นะ)

 

 ดาบที่ถูกเอ็นชานท์ทั้งสองก็หลุดออกจากมือทั้งคู่ของชั้น แล้วก็เริ่มลอยอยู่บนอากาศ

 ปลายดาบนั้นหันไปยังศัตรูโดยอัตโนมัติ

 

 สู้ในขณะที่ควบคุมจากระยะไกล นั่นคือฟาดฟัน ออโตเมติค

 

 ตอนใช้กับอาวุธจริงให้เป็นฐานของท่านี้ พลังทำลายนั้นสูงยิ่งกว่ากระสุนที่ทำขึ้นมาตรง ๆ จากพลังเวทอีก

 ถ้าเป็นแบบนี้ มันก็น่าจะทะลวงผ่านออร่านั่นไปได้

 

「ทะลวง!!」

 

 ตามเสียงของชั้น ดาบก็พุ่งออกไปราวกับลูกศรธนู

 

 ซาริเอลยืนอยู่ที่เดิมตามปกติ แต่ข้างหน้าเธอนั้นเวทขาวเริ่มจะก่อตัวขึ้น

 และสิ่งที่ปรากฏออกมคือชิลด์สีขาวในรูปสามเหลี่ยมมุมกลับ

 

「ไรเฟิล!」

 

 ชั้นยิงกระสุนฟูลเมทัล แจ็คเก็ต (FMJ กระสุนหัวบอล)หลอก ๆ ออกไป ในขณะเดียวกันดาบทั้งคู่ก็กระทบกันชิลด์ของซาริเอล

 

 ดาบทั้งคู่ถูกสะท้อนออกไปง่าย ๆ โดยที่ไม่ได้แม้แต่จะทิ้งรอยขีดข่วนบนชิลด์

 แต่ชั้นก็ไม่สนใจและยิงไรเฟิลต่อไป พลังกระสุนนั้นอาจจะต่ำกว่า แอนติ-มาเทเรียล แต่ยิงรัวได้

 

 แต่มันก็เป็นชิลด์ที่ไม่มีรอยขีดข่วนจากดาบดำทั้งคู่เลย

 มันก็คงไม่มีผลอะไร ไม่ว่าชั้นจะยิงกระสุนออกไปมากขนาดไหน

 

 ขนาดกระสุนถึงจุดกระทบก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีผลอะไรออกมาให้เห็น

 ศูนย์บวกศูนย์ยังไงก็ได้ศูนย์ตลอดอยู่แล้ว

 

 แต่ชั้นก็ไม่สนใจ

 

 ไรเฟิลมันก็แค่ตัวเบี่ยงเบนความสนใจของเธอ

 ความตั้งใจหลักนั้นแฝงอยู่ในดาบทั้งคู่ที่ถูกสะท้อนออกไปต่างหาก

 

 ซาริเอลกางชิลด์ขึ้นเพื่อป้องกันดาบทั้งสอง นั่นแปลว่ามันคงจะอันตรายกับเธอถ้าไม่กางชิลด์

 กระสุนลูกปรายนั้นถูกหยุดง่าย ๆ ด้วยแค่ออร่า แต่ไม่สามารถหยุดดาบทั้งสองได้

 

 ชั้นเริ่มควบคุมดาบที่ร่วงไปด้านหลังของเธออีกครั้ง

 

 จุดที่เล็งก็แน่นอน แผ่นหลังของซาริเอลที่ไร้การป้องกันในตอนนี้

 

 พลังการโจมตีนั้นมากพอที่จะทำให้ตายได้ในทันทีแต่เธอเองก็เป็นจอมเวทเหมือนกัน เพราะงั้นเธอก็อาจจะมีชีวิตรอดไปได้

 ด้วยการขอโทษอยู่ข้างในใจ ชั้นก็ทำให้ดาบพุ่งไปที่เธอด้วยความเร็วสูงสุด

 

 ซาริเอลไม่ได้หันหลังกลับ——โดนเต็ม ๆ แน่

 

「——อะไรกัน?」

 

 ทันทีที่ดาบกำลังจะทะลวงแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเธอ

 ซาริเอลนั้นไม่ได้ขยับเลยซักนิด

 

 แต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ซาริเอลถือดาบทั้งคู่ตรงระหว่างนิ้วมือขวาของเธอ

 

 ด้วยมือเปล่าเนี่ยนะ?

 

 ได้ไง?

 

「.........」

 

 ติดอยู่ตรงระหว่างนิ้วบาง ๆ ของซาริเอล ดาบดำทั้งสองก็เปลี่ยนเป็นสีขาวในทันทีและสลายหายไปราวกับฝุ่น

 

「อะ..อะ......」

 

 ชนะไม่ได้

 

 สัญชาติญาณ ลางสังหรณ์ เหตุผล ตรรกะ ทั้งหมดนั้นให้ข้อสรุปออกมาแบบเดียวกัน

 —ชั้นเอาชนะไม่ได้

 

 ชั้นเลือกตัวเลือกผิด ชั้นไม่ควรแม้แต่จะดวลกับเธอในการต่อสู้

 

 ชั้นควรจะหันกลับและวิ่งหนีไปด้วยความเร็วสูงสุดทันทีที่สัมผัสได้ถึงพลังเวทมหาศาลนั่น

 

 ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีความจำเป็นใด ๆ สำหรับเธอที่จะต้องใช้ชิลด์เลย

 ไม่ว่าชั้นจะใช้พลังเวทไปขนาดไหน เธอก็สามารถสยบมันลงได้ง่าย ๆ ด้วยเพียงร่างของเธอเท่านั้น

 

 ทันทีที่ชั้นปรากฏตัวในสายตาของเธอ ชั้นจะถูกฆ่าเมื่อไหร่ก็ได้

 ชั้นถูกปล่อยให้มีชีวิตอยู่เพราะความต้องการของเธอต่างหาก

 

 ในความคิดของชั้น มีภาพที่ชั้นจางหายไปราวกับฝุ่นแบบเดียวกับดาบดำทั้งคู่อยู่

 

「.........」

 

 ซาริเอลยกเลิกชิลด์ของตัวเอง

 

 ——วิ่ง สัญชาติญาณของชั้นร่ำร้อง

 

 ——หนี ชั้นยังหนีพ้นได้อยู่ เหตุผลต่าง ๆ นา ๆ พยายามกระตุ้นชั้น

 

 อย่าเพิ่งยอมแพ้เซ่! ต้องมีทางออกไปจากที่นี่แบบเป็น ๆ ได้น่า

 ก่อนอื่น ชั้นต้องวิ่งล่ะ ต้องรีบออกไปให้ห่างจากปิศาจบ้าตัวนั้นไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

 ไม่งั้น ชั้นจะไม่มีวันพรุ่งนี้ที่เป็นอิสระอย่างแน่นอน

 

「แบล๊ค สโม๊ค——อั้ก?!」 (黒煙) (tn: ควันสีดำ  นั่นแล)

 

 ชั้นพยายามจะใช้ท่าพรางตัว ที่มีต้นกำเนิดมาจากเพลิงดำที่ตัวทดลองที่ชั้นเคยสู้นั้นใช้

 

 ด้วยการเปล่งพลังเวทสีดำออกมาชั้นก็สามารถใช้เวทได้โดยไม่มีช่องว่างใด ๆ

 แต่มันก็หาช่องว่างเล็ก ๆ อย่างนั้นเจอ ไหล่ขวากับท้องของชั้นถูกแทงด้วยหมุดสีขาว

 

 แต่ถึงอย่างนั้น เวทมันก็ถูกใช้ไปแล้ว และรอบข้างก็ถูกปกคลุมไปด้วยควันสีดำในทันที

 ภายในควันสีดำ ชั้นวิ่งกลับไปยังทางที่ผ่านมา มันน่าเสียดายอยู่แต่บันไดนั้นมันอยู่ไกลเกินไป

 

 แผลแรกที่ชั้นได้รับตรงขานั้นถูกอุดไว้ด้วยพลังเวทที่คล้ายกับเยลลี่

 สำหรับตอนนี้ อาการเลือดไหลนั้นสามารถถูกหยุดเอาไว้ได้

 แล้วร่างกายของชั้นนั้นก็ไม่ได้อ่อนพอที่ความเจ็บปวดระดับนี้จะส่งผลอะไร

 

 เสริมความแข็งแกร่งไปที่ขาทั้งคู่อีกครั้งหนึ่ง ชั้นตัดสินใจที่จะวิ่งไปจากเธอให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

 หมุดที่แทงไหล่กับท้องของชั้นเอาไว้ทีหลัง

 

「แอนติ-มาเทเรียล」

 

 ชั้นยิงกระสุนทำลายล้างสามนัดติดต่อกันใส่เธอโดยไม่ได้หันกลับไปเลยซักนิด

 ชั้นรู้ดีว่ามันไม่ได้ผลหรอกแต่อย่างน้อยมันก็ช่วยยื้อเวลาได้

 ทันทีที่กระสุนนัดที่สามถูกยิงออกไป หมุด 5 เล่มก็แทงหลังชั้นในทันที

 จริง ๆ ชั้นก็กางชิลด์เผื่อเอาไว้นะ แต่หมุดมันทะลวงผ่านมาได้สบาย ๆ เลย

 

「อั้กกกกกกกก!?」

 

 ชั้นเกือบจะสะดุดล้มแล้ว แต่จะด้วยยังไงก็ตาม ก็สามารถดันร่างให้กลับมาวิ่งไปตามทางต่อได้

 

 หมุดที่ปักข้างหลังชั้นนั้นบางกว่าอันก่อนหน้านี้ ชั้นก็เลยรับแรงกระแทกไหว

 จากนั้น ด้วยการทีไม่หันกลับไปมอง วิ่งเป็นบ้าเป็นหลัง ชั้นก็กลิ้งเข้าไปในห้องสุ่ม ๆ

 

「แฮ่ก......แฮ่ก...」

 

 สำหรับตอนนี้ชั้นว่าชั้นวิ่งหนีเธอพ้นแล้ว เสียงฝีเท้าหรือสัมผัสตัวตนของเธอนั้นไม่ได้ใกล้เข้ามา

 

 ชั้นไม่คิดว่าจะหนีเธอพ้นได้อย่างหมดจดหรอก

 เพราะงั้นในตอนนี้ชั้นต้องรักษาแผลตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

「อุ่ก...โอ๊ย...เจ็บเป็นบ้าเลยเว้ย......」

 

 พูดไม่ได้หรอกว่าชั้นชินกับความเจ็บปวดแล้ว แค่รับมือกับมันได้ดีขึ้นก็เท่านั้น

 สิ่งที่เจ็บปวดยังไงก็จะเจ็บปวดอยู่เสมอ

 

 ชั้นดึงหมุดตรงไหล่กับท้องออกมา แล้วก็ ถึงมันจะเอื้อมถึงยากอยู่หน่อย

 แต่จะด้วยยังไงก็ตาม ชั้นก็สามารถดึงหมุดที่ปักอยู่ที่หลังของชั้นออกมาได้เหมือนกัน

 

「ชั้นจะไม่เป็นไร ตราบใดที่อวัยวะภายในไม่ได้รับความเสียหายไปด้วย...」

 

 เวทที่คล้าย ๆ เยลลี่นั้นช่วยอุดบาดแผล ถ้าทิ้งเวลาไว้เพียงพอ มันจะหลอมรวมกับเนื้อหนังและรักษาตัวเองได้

 สงสัยจริง ๆ ว่าต้องฆ่าเชื้อก่อนรึเปล่า แต่ในเมื่อมันทำให้ฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์ ก็คงไม่เป็นไรใช่มั้ย?

 ต้องขอบคุณเวทนี้ล่ะ ชั้นเลยรักษาแผลส่วนใหญ่ด้วยตัวเองได้

 

 แต่อวัยวะภายในที่มีการทำงานที่ซับซ้อนนั้นไม่อาจฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์แบบได้

 

 ครั้งหนึ่ง ตอนที่ท้องของชั้นถูกไอ้ตัวคล้าย ๆ ไดโนเสาร์ฉีกออก ชั้นไม่สามารถฟื้นฟูลำไส้ตัวเองได้เลย

 แล้วสุดท้ายก็ต้องพึ่งเวทของไอ้พวกสวมหน้ากากเพื่อให้ฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์

 

 เวทนั้นสามารถทำอะไรต่าง ๆ ให้สำเร็จได้มากขนาดไหนนั้นก็ยังสงสัยอยู่

 แต่ชั้นไม่มีวิธีดี ๆ จะหาคำตอบ สำหรับตอนนี้ คิดแค่เรื่องจะทำยังไงต่อจากนี้ไปดีก่อนดีกว่า

 

 ยังไงซะ จอมเวทเด็กสาวโคตรอันตรายที่ชื่อซาริเอลนั้นคงไม่ปล่อยให้ชั้นหลุดไปง่าย ๆ อยู่แล้ว

 

 สัมผัสทั้งห้าของซาริเอลนั้นน่าจะเหนือกว่าของชั้นอย่างมากอยู่แล้วด้วย เพราะงั้นเธอก็น่าจะหาชั้นเจอได้ง่าย ๆ ด้วยกลิ่น

 ในแบบที่แย่ที่สุด เธอก็อาจจะ ’บังเอิญ’ หาชั้นเจอได้ด้วยสัมผัสที่หก

 

 เพราะงั้น ชั้นซ่อนที่นี่นานไม่ได้ ความเสี่ยงมันสูงเกินไป

 

*——ตุบ*

 

 ชั้นได้ยินเสียงฝีเท้า

 

 เหมือนกับตอนแรกที่เธอเข้ามา เธอเดินอย่างสงบและช้า ๆ

 

 ถึงอย่างนั้น ความจริงที่ว่ามันไม่มีความประมาทในตัวเธอเลยนั้น สามารถเห็นได้ชัดจากการต่อสู้เมื่อกี๊นี้

 

 เสียงฝีเท้านั้นค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ เธอตรงดิ่งมายังห้องนี้แน่ ๆ

 

「ว-เวรเอ๊ย! ทำไงดี......?」

 

 นี่ไม่ใช่ระดับของพวกมอนสเตอร์ที่ชั้นจะเอาชนะได้ถ้าสู้สุดใจขาดดิ้น

 

 ต่อหน้าความห่างของความสามารถที่เด็ดขาด มันก็ยากจะพูดว่าชั้นยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้

 

 แต่ชั้นก็ตระหนักได้ว่ายังมีประตูอีกบานหนึ่งในห้องนี้ต่างจากห้องที่แล้วที่ชั้นเข้ามา

 

 ก็พูดไม่ได้หรอกว่าชั้นมีแผนอะไร แค่รู้สึกว่าแทนที่จะออกไปข้างนอก มันอาจจะดีกว่าถ้าเข้าไปข้างในลึกกว่าเดิม

 

 ถึงมันจะกลายเป็นรุกฆาตถ้าอีกห้องเป็นแค่ห้องธรรมดา ๆ ด้านหลังประตูนั่น

 

「——นี่มัน!!」

 

 ทันทีที่เปิดประตูออก ชั้นก็รู้สึกว่าวันนี้โคตรโชคดีเลย

 

 ที่อยู่หลังประตูนั้นไม่ใช่ห้องสีขาวอีกห้อง แต่เป็นบันไดวนยาวลงไปข้างล่าง

 

 ตอนที่มองดู ข้างล่างนั้นมืดสนิท ชั้นไม่รู้ว่ามันจะเชื่อมไปที่ไหน

 แต่ถ้าชั้นจะหนีห่างจากซาริเอลได้อีกซักหน่อย มันให้ความรู้สึกว่าดึงดูดมาก

 โดยที่ไม่ลังเลใด ๆ  ชั้นก็วิ่งลงบันไดไปด้วยความเร็วสูงสุด

  

 

 

 

 

 

 ซาริเอลเดินไปตามทางด้วยความเร็วปกติของเธอ

 

 เธอไม่ได้เดินแบบนี้เพื่อชักนำความกลัวให้เกิดขึ้นในจอมเวทอ่อน ๆ ที่รู้จักในชื่อว่าหมายเลข 49

 ——ไม่สิ คุโระโนะ・มาโอะ(クロノ・マオ) ชาวต่างชาติที่มีชื่อราวกับ 『จอมมาร』

 

 การที่สัมผัสได้และตามรอยผู้ใช้เวทมนต์ดำนั้น นี่ถือเป็นความเร็วที่เหมาะสม

 นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเธอจึงไม่วิ่ง และก็เพราะเธอนั้นแสดงความสงสารต่อคุโรโนะ

 

 ถ้าเธอเอาจริง เธอจะเอาหมุดทั้ง 8 แทงเข้าหัวของเค้าแทนเลยก็ได้

 แน่นอน ว่าทำได้ก่อนที่คุโรโนะจะเริ่มโจมตีซะอีก

 

 อาร์สกล่าวไว้ว่า「หากมีสิบนาทีละก็」อะไรแบบนั้น ดูเหมือนจะคาดเดาไว้ว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ยาวนาน

 

 แต่เธอก็ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้าม ที่เธอสามารถฆ่าได้ในทันที หนีไปจากเธอ

 

 จากจุดนี้ไป หากเธอทำให้เขาจนมุมและยอมจำนนได้ เธอก็พร้อมที่จะยอมรับการจำนนของเขา

 ถึงอย่างนั้น ความรู้สึกที่แท้จริงของเธอก็คือ มันก็คงจะดีถ้าเค้าหนีจากเธอไปได้

 

「.........」

 

 ถึงอย่างนั้น ซาริเอลก็คิด เวทมนต์ดำของคุโรโนะนั้นไม่ได้อยู่ในระดับที่เธอคาดเอาไว้

 

 ภายใต้ผลของการทดลองมากมาย ร่างของเค้านั้นเหนือไปกว่าระดับของคนปกติถึงจะไม่ได้เสริมพลังอะไรเข้าไป

 แต่เค้าก็ไม่ได้มีทักษะพื้นฐานหรือพื้นฐานที่จำเป็นอะไรสำหรับเวทมนต์เลย

 

 มาถึงขั้นนี้ของโครงการ(ขั้นล้างบาป) จุดหมายหลักคือเพื่อสร้างร่างที่สามารถใช้เวทได้อย่างชำนาญขึ้นมา

 แล้วการประยุกต์ กับ ความรู้เฉพาะทาง ด้านการต่อสู้กับเวทมนต์นั้นจะถูกสอนให้จากนี้เป็นต้นไป

 มันจึงเป็นธรรมชาติที่ความสามารถจะมีแค่นั้น

 

 ปริมาณพลังเวทนั้นสูง แต่การไหลเวียน การบีบอัด การปลดปล่อย

 และเทคนิคการควบคุมพลังเวทอื่น ๆ นั้นหยาบไปหมด

 การปลดปล่อยพลังเวทที่บีบอัดในนัดเดียวแต่ละครั้ง

 ด้วยท่านั้นท่าเดียวในตัวมันเอง ก็สูญเสียพลังเวทเปล่าประโยชน์ไปมากมายแล้ว

 

 การเคลือบอาวุธนั้นถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก

 แต่ความแม่นยำในการควบคุมระยะไกลกับการพรางตัวตนของอาวุธนั้นทำได้ดี

 ที่สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่นอกสายตานั้นก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วย

 แต่ยังไงซะ ที่สามารถโจมตีด้วยพลังในระดับเดียวกับจอมเวททั่ว ๆ ไปได้

 โดยที่ไม่ได้มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นอย่างน้อยที่สุดมาก่อนนั่นก็เพราะว่า

 ร่างนั้นได้ประโยชน์มาจากการถูกดัดแปลง

 

 แต่สิ่งที่ทำให้ซาริเอลเซอไพรซ์นั้นไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่ได้มาจากการทดลอง

 แต่เป็นอุบายที่อยู่เบื้องหลังเวทที่ยิงออกมา

 

 เวท「ซันดัน(กระสุนลูกปราย)」・「ไรเฟิล」・「แอนติ-มาเทเรียล」ที่ถูกยิงออกมาด้วยการร่าย

 ทั้งหมดนั้นมีรูปร่างโคนเพรียวที่ชัดเจน และหมุนด้วยความเร็วสูงตอนที่พุ่งเข้ามา

 

 เวทมนต์นั้นสร้างขึ้นมาจากภาพ เพราะงั้นจอมเวททุกคนเวลาร่ายเวท ๆ หนึ่ง

 จะมีรูปร่างเป็น ออร์บ ลูกธนู ดาบ หอกขว้าง ในกรณีของซาริเอลนั้นเป็นหมุด

 

 ในด้านพลังในการทะลุทะลวง ซาริเอลไม่เคยเห็นอะไรที่เป็นรูปร่างโคนหมุนแบบนั้นมาก่อน

 

 หากเข้าใจได้แล้วซักครั้ง จะเป็นใครก็สามารถใช้ได้

 แต่ความคิดเบื้องหลังโครงสร้างแบบนั้นมาจากไหนกัน?

 

 ในความคิดของเธอ มันอาจจะเป็นเพราะเค้าเป็นอัจฉริยะโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

 

 แต่เค้าเป็น ‘ชาวต่างชาติ’ ที่ถูกนำมาจากโลกอื่นที่ไม่มีเวทมนต์อยู่

 ทางศาสนจักรปฏิบัติกับเหล่าพวกที่ใช้เวทมนต์ไม่ได้นั้นเป็นเพียงแค่มอนสเตอร์

 

 แต่ไม่ใช่ว่า ‘ชาวต่างชาติ’ เองก็มีความรู้เช่นกันกับคนในโลกของพวกเขาหรือ?

 ไม่สิ พวกเค้าต้องมีแน่ ๆ

 

 แล้ว ถ้าโคนนั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยชาวต่างชาติ

  ถ้างั้นคุโรโนะก็ต้องนำมันมาใช้กับเวทของเค้าโดยที่รู้ว่ามันมีพลังในการทะลุทะลวงสูงสิ

 

 ซาริเอลคิดว่าทฤษฎีของเธอนั้นบางทีอาจจะถูก แล้วถ้ามันถูก

 พวกเค้าก็ต้องมีความรู้ที่พวกเขาเองไม่รู้ด้วยเช่นกัน

 

 เธอสงสัยเรื่องนั้นอยู่หน่อย ๆ  แล้วถ้าเค้าถูกจับตัวได้อีกครั้ง คงไม่ได้รับอนุญาตให้มีชีวิตอยู่ต่อแน่

 อย่างแย่ที่สุดคือเธอคงจะต้องฆ่าเค้าที่นี่เลย เธอรู้สึกว่ามันน่าเสียดายอยู่นิดหน่อย

 

「.........」

 

 จู่ ๆ ซาริเอลก็หยุดเดิน

 

 เธอไม่ได้สงสัยเลยว่าประตูที่อยู่ต่อหน้าเธอนั้น คุโรโนะได้ผ่านไปแล้ว

 ชั่วครู่ เธอลังเลว่าจะเข้าไปดีหรือไม่

 

 แต่เธอมาอยู่ที่นี่แล้ว เธอรู้สึกว่าต้องเอาให้แน่ใจ และเปิดประตูออกไปอย่างไร้การป้องกัน

 

 ไม่มีการซุ่มโจมตีหรือวี่แววของกับดักใด ๆ

 

 ก็นะ เค้าไม่มีเวลาจะมาทำอะไรแบบนั้นหรอก เพราะงั้นมันจึงเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว

 เธอคิดพลางเดินไปยังทางออกอีกแห่งที่อยู่ในห้อง

 

 พอเปิดประตูออก ที่เข้ามาสู่วิสัยทัศน์ของเธอนั้นคือบันไดวนยาวลงไปข้างล่างที่สลัว ๆ

 

 ด้วยการที่ไม่ได้เดินลงตามขั้นบันได

 ซาริเอลโยนร่างตัวเองไปในช่องว่างตรงกลางของบันไดและร่วงลงมายังนรกที่มองไม่เห็นข้างล่าง

 

*ตูมมมม!!*

 

 เธอไม่ได้เสริมกำลังให้ร่างกายด้วยเวทมนต์และร่วงลงมาเฉย ๆ แบบนั้น

 

 เธอยืนขึ้นราวกับว่า เธอแทบจะสัมผัสแรงกระแทกตอนลงพื้นอะไรไมได้เลย

 แต่พื้นใกล้ ๆ กับเท้าของเธอนั้นกระจายออกเป็นชิ้น ๆ

 

「........หนีไปแล้ว」

 

 เธอยืนยันได้ด้วยการมองแค่ครั้งเดียวว่าเค้าไม่ได้อยู่ที่นี่ นั่นก็เพราะ

 ที่สุดทางของขั้นบันไดนั้นมีบ่อน้ำเล็ก ๆ ที่ต่อตรงไปยังทางน้ำใต้ดิน

 และสัมผัสที่หลงเหลือของเวทมนต์ดำนั้นสามารถสัมผัสได้มาจากบ่อน้ำนั่น

 

 สถานที่นี้นั้นมีไว้เพื่อให้เหล่าบาทหลวงมาชำระร่างกายตัวเอง

 และเป็นเพียงที่เดียวที่นำไปสู่ทางออกจากศูนย์วิจัย นอกจากประตูทางเข้าหลัก

 

「......ดีจังเลยนะ」

 

 ซาริเอลพูดเบา ๆ พลางเดินไปยังบ่อน้ำ

 

 จากมุมมองของเด็กสาวที่ไม่แยแสอะไรกับมนุษย์และมีสีหน้าที่ไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง

 นั่นถือเป็นคำพูดที่สามารถนับได้ว่าหายากเอามาก ๆ

 

 และเหตุผลที่ว่าทำไมเธอจึงแสดงความสงสารต่อคุโรโนะ

 นั่นเพราะ สถานการณ์ของเค้านั้น คล้ายคลึงกับเธอมากในอดีต

 

 

----------------------------------------------------------------------

 

กระสุนหัวบอล หรือ Full metal jacket bullet (FMJ) ← กดเข้าไปดูชนิดอื่น ๆ ได้

มีหลายแบบ หลายขนาด ยกตัวอย่างก็ ขนาด .45 ACP




NEKOPOST.NET