[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 79 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.79 - ตอนที่ 79 ยุทธวิธีสกอชท์เอิร์ธ


บทที่หก สู่สปาด้า

ตอนที่ 79 ยุทธวิธีสกอชท์เอิร์ธ


____________________________________________
เกริ่นนำก่อนเข้าบท ยุทธวิธีสกอชท์เอิร์ธ Scorched earth คือนโยบายทางการทหารโดยการเผาทำลายทุกสิ่งที่อาจจะเป็นประโยชน์ให้กับข้าศึกได้ แต่เดิมมีความหมายแค่การเผาทำลายพืชพันธ์ุเพื่อตัดแหล่งอาหารเท่านั้น แต่ถ้าเป็นสมัยปัจจุบันจะรวมพวกสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเข้าไปด้วย
อ้างอิงข้อมูลจากวิกิ
____________________________________________


โครโน่ : “ชั้นคือหัวหน้าปาร์ตี้「เอเลเมนต์มาสเตอร์」โครโน่”

 

ชั้นแนะนำตัวเองในฐานะหัวหน้าปาร์ตี้ให้กับนักผจญภัยทั้งหมด 50 คนที่ยืนอยู่ในโถงลอบบี้นี้

มันไม่ใช่การปราศรัยที่ทรงพลังอะไรเหมือนอย่างในหนังฮอลลี่วูดที่มีประธานาธิบดีของอเมริกันออกมาพูดแบบนั้น สิ่งที่พวกชั้นทำก็แค่พูดรายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจ แนะนำสมาชิกในกลุ่มที่จะมีบทบาทในการปฏิบัิตงานแบบนั้น

 

ทุกคนเองก็ดูเชื่อฟังที่ชั้นพูด
 แต่ที่ชั้นแสดงออกมาจนถึงตอนนี้ก็มีแค่พลังของชั้นที่ใช้กับแวลคันเท่านั้นเอง มันคงต้องใช้เวลาอีกสักพักพวกเขาถึงจะยอมรับชั้นเป็นผู้นำจริงๆได้

สำหรับนักผจญภัยแรงค์หนึ่งที่ไม่มีประสบการณ์อย่างชั้นคนนี้ คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแสดงความสามารถออกมาให้เห็นเท่านั้น

ในขณะที่ชั้นแก้ไขปัญหาเหล่านี้อยู่ เวลาก็ได้ผ่านมาจนถึงวันที่ 21 ของเดือนตะวันใหม่(新陽の月) 

 

แวลคัน : “แต่ถึงขนาดที่ขี่ม้าไม่เป็นด้วยแบบนี้ แกเป็นนักผจยภัยจริงเรอะ?” 

โครโน่ : “หุบปากน่าแวลคัน ชั้นกำลังตั้งสมาธิอยู่ อย่าพึ่งมากวนตอนนี้”

 

ในขณะที่พวกชั้นมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านอิรุสตอนเช้าตรูของวัน ชั้นก็เริ่มทำให้พวกเขาสงสัยความสามารถในการเป็นผู้นำของชั้นซะแล้ว

ชั้นกำลังขี่ม้าตัวใหญ่สีดำที่ถูกใช้โดยผู้บังคับบัญชาของกองทัพที่โจมตีหมู่บ้านอิรุสเมื่อตอนนั้น เจ้าม้าตัวนี้มีขนสีดำเเป็นเงางามหมือนกับเส้นผมของผู้หญิง มันถูกจับมาได้ตอนที่ขับไล่พวกครูเสดเดอรืออกไปเมื่อตอนนั้น

ตอนแรกมันควรจะต้องให้คนอื่นมาทำหน้าที่นี้ แต่หลังจากที่ชั้นได้มาเป็นผู้นำของพวกเขา ชั้นเองก็เลยต้องมาด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าผู้นำจะต้องขี่ม้าที่ดีที่สุด แล้วขึ้นมานำอยู่แถวหน้าสุดของกองทัพเสมอ

ก็อย่างน้อยเจ้าม้าตัวนี้ มันก็เหมือนกับเป็นรางวัลของชั้นที่ได้ฆ่าพวกครูเสดเดอร์ในหมู่บ้านอิรุสไปละนะ

แต่ถึงชั้นจะได้ม้าที่ดีเยี่ยมมา ชั้นก็ยังเป็นแค่เด็กนักเรียนมัธยมอยู่ดี ครึ่งปีที่ถูกทดลองร่างกาย และอีกสามเดือนที่มาเป็นนักผจญภัย ชั้นคงจะมีเวลาว่างไปเรียนรู้อะไรอย่างการขี่ม้าได้หรอกนะ

ไม่สิ จริงๆชั้นก็รู้อยู่แล้วว่าม้านั้นเป็นพาหนะที่ดีที่สุดของโลกนี้

จริงๆชั้นเองก็คิดที่จะขี่มันเป็นให้ได้ซักวันเหมือนกัน แต่อยู่ๆพวกแกเล่นมาให้ม้ากับชั้นและบอกว่า “ขี่มันแล้วนำพวกนักผจญภัยไปสู่สนามรบซะ” แบบนั้นมันจะเป็นไปได้มั้ยละ?

อ้า แต่ทำไมคุณฟิโอน่าถึงกลับสามารถขี่ม้าไปตามถนนท้องถนนได้อย่างสง่างามแบบนั้นได้กันนะ

ดูเหมือนว่าเธอจะมีความเป็นนักผจญภัยมากกว่าชั้น….กรอดดดดด

 

แวลคัน : “ก๊าก ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ คุณผู้นำมือใหม่”

โครโน่ : “เชี่ย xxx แวลคัน อยากจะกินกระสุนเวทแบบเต็มกำลังอีกสักครั้งใช่ไหม…”

 

แวลคันขี่เจ้าตัว ไบคอร์น (バイコーン) ที่ใหญ่โตพอๆกับร่างของเขาผ่านด้านข้างของผมไปพร้อมกับหัวเราะดังๆออกมา 

ไบคอร์นก็คือยูนิคอรืนชนิดหนึ่งนั่นแหละ

ตามชื่อของมัน มันจะมีเขาสองอันทำให้ดูเหมือนกับแพะมากกว่าจะเป็นม้าได้ แต่มันก็มีร่างกายที่ใหญ่โตพอจะให้แวลคันที่สูงถึงสองเมตรขี่ได้อย่างสบายๆ

 

โครโน่ : “ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้นะ ชั้นคงจะมาฝึกมาก่อนแล้วละ”
 
ลิลี่ : “โครโน่! พยายามเข้า!”
 
โครโน่ : “ขอบคุณมากลิลี่ ชั้นคงทำอะไรไม่ได้เลยหากต้องขาดเธอไป จริงๆนะ”


 
ลิลี่ที่นั่งอยู่ข้างหน้าชั้น เมื่อมองดูจากมุมมองของคนนอกคงนึกว่าเป็นการนั่งเพื่อป้องกันไม่ให้ลิลี่ตกลงมาจากหลังม้าตัวนี้ แต่จริงๆแล้วมันตรงกันข้ามเลยต่างหาก
 
พวกแฟรี่มีพลังพิเศษที่จะสามารถสื่อใจกับพวกสัตว์โดยเพียงแค่สัมผัสเท่านั้น
 
ต้องขอบคุณทักษะพิเศษนี้ที่ทำให้ชั้นยังไม่ตกลงมาจากหลังม้าตัวนี้ได้ ลิลี่เธอพยายามอย่างมากเพื่อชั้นจริงๆ เชี่ยเอ้ยเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์ยังไงก็ไม่รู้ ชักอยากร้องไห้ขึ้นมาซะแล้วสิ


 
ลิลี่ : “ร้องไห้เหรอ?”
 
โครโน่ : “เปล่า ก็แค่มีฝุ่นเข้าตานะ—”
 
ลิลี่ : “อ้า อย่าปล่อยมือสิ!!”
 
โครโน่ : “โอ้ ชิบหายแล้ว!?”


 
ได้โปรดถึงที่หมายเร็วๆทีเถิด ชั้นขอพรต่อพระเจ้าอยู่ในใจ
 
และในช่วงเวลานี้ชั้นก็ได้สนุกกับการขี่ม้าแบบนี้ไปตลอดทางจนถึงที่หมาย


 
…..


 
เป้าหมายของพวกชั้นไม่ใช่ที่สปาด้า แต่เป็นหมู่บ้านอิรุสแทน
 
เหล่านักผจญภัยทั้งหมด 12 คนที่เดินทางมาด้วยกันซึ่งมีแวลคันรวมอยู่ในนั้นด้วย เขาได้เข้ามาถามชั้นบางอย่างในระหว่างที่เดินทางกันอยู่


 
แวลคัน : “พวกเราขนมาจำนวนมากขนาดนี้เพื่อแค่มาสำรวจในการสร้างแนวป้องกันด้านหลัง มีเหตุผลอะไรที่ต้องขนคนมามากขนาดนี้ด้วยงั้นเรอะ?”
 
โครโน่ : “ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้อธิบายเอาไว้ตอนแนะนำตัวเพราะมันไม่มีเวลานะ ชั้นอยากที่จะอธิบายจริงๆ แต่ก็นะอย่างที่เห็นสภาพของชั้นตอนนี้ คงไม่สะดวกที่จะอธิบายได้ ต้องขอด้วยจริงๆนะ”


 
พวกนักผจญภัยหัวเราะออกมาเล็กน้อย แต่ชั้นก็ทำเป็นไม่ใส่ใจ และเริ่มอธิบายออกไป


 
โครโน่ : “พวกเรามาที่นี่เพื่อมาเผาอาคารเก็บของและสเบียงทุกหลังที่อยู่ในหมู่บ้านอิรุสทิ้งนะ”
 
แวลคัน : “อะไรนะ?”


 
บางทีคำตอบของชั้นคงเป็นอะไรที่คาดไม่ถึง พวกเขาเลยจ้องมองมาทางชั้นด้วยสายตาที่เย็นชา


 
แวลคัน : “แกบ้าไปแล้วเรอะไง รู้ตัวมั้ยว่าแกพูดอะไรออกไปนะหา? มันไม่ใช่ว่าที่นั่นคือหมู่บ้านที่แกอยู่มาหรือไง? ทำไมถึงพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้ง่ายๆนะหา?”
 
โครโน่ : “ชั้นเข้าใจที่นายพูดออกมา แต่นี่คือแผนการที่จะใช้เพื่อหยุดและทำให้ศตรูของเราเคลื่อนทัพได้ช้าลงนะ ยังไงก็ช่วยเข้าใจชั้นด้วยเถอะ”


 
อย่างที่ชั้นคาดคิดเอาไว้ พวกนักผจญภัยนั้นมีดีแค่ต่อสู้กับมอนสเตอร์และเอาตัวรอดเท่านั้น แต่กับยุทวิธีทางการทหารหรือแผนการรบต่างๆนั้นพวกเขาต่างก็ไม่มีความรู้ด้านนี้กันเลยสักนิดเดียว
 
ขนาดคนที่มาจากดินแดนที่สงบสุขอย่างประเทศญี่ปุ่นแบบชั้นยังรู้อะไรแบบนี้อยู่บ้างเลย ถึงแม้ว่าชั้นจะเรียนรู้มาจากการอ่านนิยายก็เถอะนะ
 


โครโน่ : “มันเรียกว่ายุทธวิธีสกอชท์เอิร์ธนะ”
 
แวลคัน : “ยุทธวิธีสกอชท์เอิร์ธ?”


 
ดูเหมือนพวกเขาจะไม่เคยได้ยินมาก่อนจริงๆด้วยสินะ พวกเขามองมาทางชั้นด้วยสายตาที่งุนงงกันอยู่


 
โครโน่ : “ถ้าจะให้พูดง่ายๆก็ มันคือยุทวิธีเผาทำลายอาหารและสิ่งของอำนวยความสะดวกที่พวกศตรูอาจจะนำเอาไปใช้ได้ระหว่างที่พวกเราหลบหนีนะ”
 
แวลคัน : “…ฮ่าา”


 
ดูเหมือนว่าเวลคันจะใช้หัวไม่เป็นอย่างที่คาดเอาไว้ ในขณะที่นักผจญภัยคนอื่นๆดูจะเข้าใจกันแล้ว


 
โครโน่ : ถ้าหากศตรูพบสเบียงอาหารจำนวนมากที่นั้น มันก็หมายความว่าพวกมันก็จะมีอาหารเพียงพอต่อการเดินทาง และมันจะเป็นแหล่งพลังงานที่ทำให้พวกมันมีกำลังมาสู้กับพวกเราได้อย่างสบายๆไงละ เข้าใจไหม ?”
 
แวลคัน : “โอ้อ้ พูดง่ายๆคือพวกเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปมอบอาหารศตรูสินะ ใช่ไหม?”
 
โครโน่ : “ใช่แล้วละ ถ้าหากศตรูไม่สามารถหาสเบียงอาหารในท้องถิ่นเพิ่มได้ พวกมันก็ต้องเสียเวลาไปหาที่อื่นมา และนั่นจะทำให้พวกมันเคลื่อนทัพช้าลง ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการถ่วงเวลาพวกมันให้พวกเราอพยพไปยังสปาด้าได้ มันถือว่าเป็นการโจมตีทางอ้อมแบบหนึ่งเหมือนกัน”
 
แวลคัน : “ไม่มากก็น้อย แต่ตอนนี้ข้าก็เข้าใจความหมายของมันละ”


 
แวลคันทำสีหน้าเหมือนกับว่าเข้าใจเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น แต่พวกชั้นก็สนทนากันต่อไป


 
แวลคัน : “แต่มันจะไม่เป็นอะไรแน่นะ?  พวกชาวบ้านที่รอดเขายอมรับกันได้งั้นเรอะที่จะไปเผาทำลายอาหารที่พวกเขาอุตสาเก็บเกี่ยวกันมานะ?”
 
โครโน่ : “แวลคัน นายคิดถึงพวกชาวบ้านด้วยงั้นเรอะ? นายเป็นคนดีกว่าที่คิดไม่เข้ากับใบหน้านั้นเลยนะ”
 
แวลคัน : “หุบปากน่า! หน้าโหดแล้วมันจะทำไมกันละหา?!?”


 
ชั้นไม่รู้ว่าเขาเขินอยู่หรือโกรธกันแน่ แต่เขาก็หยอกล้อชั้นกลับมาตรงๆ


 
โครโน่ : “ทุกคนไม่ยอมรับความคิดนี้แน่นอนอยู่แล้ว ดังนั้นชั้นถึงได้รอให้ชาวบ้านอพยพออกไปจากหมู่บ้านควอลให้เสร็จก่อนไงละ”
 
แวลคัน : “นายตั้งใจที่จะไม่ถามพวกเขาเลยงั้นเรอะ?”
 
โครโน่ : “ชั้นจะขอให้หัวหน้าหมู่บ้านนาฮานช่วยเปลี่ยนใจพวกชาวบ้านเอง แต่ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือการหาแผนการที่จะมาช่วยชะลอการเคลื่อนทัพของพวกครูเสดเดอร์ ไม่ว่ามันจะเป็นแผนการที่ขัดใจต่อผู้คนมากแค่ไหนก็ตาม ชั้นก็จะลงมือทำมัน แม้ว่าชั้นจะถูกต่อว่าแค่ไหน ขอแค่พวกเราไปถึงสปาด้าได้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ชั้นจะรับมันทั้งหมดเอง ที่ชั้นมารับหน้าที่เป็นผู้นำก็เพราะเหตุผลนี้นี่แหละ”


 
ถ้าหากพวกนักผจญภัยตรงหน้านี้ไม่เห็นด้วยกับชั้นตอนนี้ แผนการนี้ก็คงล้มเหลวทันที
 
ถึงชันจะไม่แสดงสีหน้าออกไป แต่ตอนนี้ชั้นก็เป็นกังวลว่าพวกเขาจะยอมรับมันได้ด้วยคำพูดเพียงสองสามคำของชั้นมั้ยนะ
 
แต่ที่ข้างหน้าของชั้น ตรงที่ลิลี่นั่งอยู่ เธอหันมายิ้มให้ชั้นและบอกว่า “ไม่เป็นไรหรอก”


 
แวลคัน : “เอาเถอะ ยังไงพวกข้าก็ตัดสินใจให้นายมาเป็นผู้นำแล้ว ไม่มีใครตรงนี้จะมาบ่นอะไรหรอก แต่ถ้าหากนายพลาดท่าขึ้นมาละก็ ข้าก็จะเสียบขึ้นมาเป็นผู้นำแทนเอง จำเอาไว้ด้วยละ”
 


แวลคันเป็นคนดีจริงๆด้วย แม้ว่าจะมีหน้าตาแบบนั้นก็ตามทีเถอะ
 
ที่เขาพูดมานั้นชั้นได้ยินเป็นว่า “ต่อให้นายจะต้องโดนเล่นงานจนเละเทะไปก็ตาม ข้าก็พร้อมจะเป็นผู้นำต่อให้ทุกเมื่อเอง ดังนั้นอย่าได้เป็นห่วงเลย”  


 
โครโน่ : “ขอบคุณนะ เดียวชั้นจะบอกรายละเอียดที่ต้องทำให้ ฟังให้ดีนะ---”


 
……


 
ถึงชั้นจะขี่ม้ามาที่นี่ แต่คนอื่นๆก็ใช่ว่าจะขี่ม้ามาเหมือนกันทุกคน
 
ถึงชั้นจะไม่มีม้ามันก็ไม่มีปัญหา แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีวิธีเดินทางที่รวดเร็วแบบชั้นได้
 
ในต่างโลกนี้เทียบเท่าได้กับยุคของที่โลกเดิมของชั้น
 
คนที่จะมีม้าส่วนตัวใช้ได้นั้น ปกติแล้วมักจะเป็นนักผจญภัยแรงค์สามขึ้นไปเท่านั้น
 
และนักผจญภัยที่มาด้วยกันกับชั้นตรงนี้ก็มีทั้งหมดสิบสองคนหากไม่รวมชั้น ลิลี่ และคุณฟิโอน่า
 
ทุกคนใช้ม้าเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางคนเลือกที่จะขี่มอนสเตอร์อย่างแวลคันที่เลือกใช้ไบร์คอนและจอมเวทที่เป็นมนุษย์โครงกระดูกเลือกใช้กูลตัวใหญ่เป็นภาหนะแทน
 
อย่างพวกกูลนั้นไม่ได้จัดเป็นซากศพคนตาย แต่พวกมันจัดเป็นไฮยีน่ามอนสเตอร์ประเภทอันเดด
 
และมันก็ถูกขี่โดยคุณโครงกระดูกราวกับเป็นหมาตัวใหญ่ที่แสนรู้ตัวหนึ่ง
 
ปกติปาร์ตี้ของเขาจะใช้พวกมันในการขนของเวลาเดินทางเท่านั้น แต่ครั้งนี้ปารืตี้ของแวลคันได้เลือกที่จะเอามาใช้ในการขับขี่แทน
 
และแวลคันที่เลือกขี่ไบร์คอนตัวโปรดของเขานั้น ก็เพราะเขามีร่างกายใหญ่โตเกินกว่าที่จะขี่ม้าได้
 
ส่วนชั้นที่เลือกขี่ม้าแทนการเดินเท้า นั้นก็เพราะไม่มีเวลาเหลือมากแล้วเท่านั้นเอง


 
จากที่คาดการกองทัพมนุษย์คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อสะสมกำลังพลและบุกมาใหม่อีกครั้ง แต่นั้นก็เป็นแค่การคาดการเท่านั้น
 
ด้วยเวทมนต์เพิ่มความเร็ว หรือเวทมนต์เคลื่อนย้ายที่อาจจะมีอยู่ ชั้นนั้นไม่อาจคาดเดาได้เลยพวกมันจะใช้วิธีไหนในการเคลื่อนพล
 
ตราบเท่าที่ยังมีแนวโน้มที่ชั้นไม่อาจรู้ได้ชัดว่าสามารถทำได้หรือไม่อยู่  ดังนั้นแล้วพวกเราจึงควรรีบจัดการลงมือทำให้เร็วที่สุด
 
ดังนั้นพวกเราจึงต้องเผาอาหารทั้งหมดที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านอิรุสก่อนที่พวกครูเสดเดอร์จะมาถึง
 
ถ้าหากเป็นไปได้ ชั้นเองก็อยากจะเผาบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน อาคารกิล และอาคารหลังใหญ่ทั้งหมดไปด้วยเหมือนกัน
 
เพราะตอนนั้นพวกมันเลือกใช้อาคารกิลเป็นศูนย์สั่งการ


 
ทำลายอาคารที่พวกมันอาจจะนำไปใช้งานและเผาอาหารทั้งหมดทิ้งไป นั่นละคือยุทธวิธีสกอชท์เอิร์ธ


 
ฟิโอน่า : “คุณโครโน่เคยไปโรงเรียนของอัศวินหรืออะไรแบบนั้นมาก่อนหรือคะ?”
 
โครโน่ : “ไม่หรอก ชั้นไปแค่โรงเรียนธรรมดานะ ชั้นเองก็ไม่ได้เรียนในรายละเอียดของยุทธวิธีมา ที่ชั้นทำก็คือทำเท่าที่รู้มาแค่นั้น ชั้นเองยังสงสัยอยู่เลยว่ามันจะได้ผลแค่ไหนกัน”


 
ชั้นอธิบายออกไปในขณะที่กำลังเตรียมเผากองฟางและพืชพรรณต่างๆอยู่
 
คนที่ถามชั้นอยู่คือคุณฟิโอน่า แต่ดูเหมือนว่าคนอื่นๆเองก็จะได้ยินด้วยเช่นกัน


 
โครโน่ : “ยังไงซะนี่ก็ไม่ได้เป็น….ที่สมบูรณ์เท่าไหรนัก บางทีมันอาจจะไม่ได้ผลเลยก็ได้”
 
ฟิโอน่า : “จะเป็นอย่างงั้นหรือคะ? ไม่มีข้าวกินนี่เป็นเรื่องร้ายแรงมากๆสำหรับฉันเลยนะค่ะ ถ้าเป็นฉัน ฉันคงจะขยับตัวไม่ได้แน่เลย”


 
ก็มันคงจะมีแค่เธอเท่านั้นแหละ คนที่ลาออกจากเพียงเพราะอาหารไม่อร่อยแบบนั้นอะนะ


 
โครโน่ : “ปกติแล้วมันจะได้ผลลัพฑ์สมบูรณ์มากกว่านี้ถ้าหากเผาทั้งพื้นที่ไปเลย เผาบ้าน เผาป่าที่อยู่ข้างเคียงด้วย ยิ่งเป็นสถานที่ที่มีหิมะด้วยแล้ว มันสามารถทำให้ศตรูของเราขาดเชื้อเพลิงและอาหารจนหนาวตายได้เลยละ”
 
ฟิโอน่า : “เข้าใจละคะ ฉันเองก็เคยได้ยินตอนอยู่ที่สาธารณรัฐว่าในมีการยกเลิกรุกรานดินแดนอื่นในช่วงหน้าหนาวด้วยค่ะ”


 
มันก็เป็นเรื่องปกติที่โลกของชั้นด้วยละนะ


 
โครโน่ : “พวกเราเองก็ขาดกำลังคนด้วย ก็คงได้แต่ขอพรว่ามันจะได้ผลละนะ”


 
นี่คือของขวัญงานอำลาชิ้นสุดท้ายที่ชั้นมอบให้ มันคือน้ำมัน ชั้นราดน้ำมันที่เหลืออยู่ลงไปบนกองฟางนั้น  
 
ด้วยสิ่งนี้ ทุกอย่างก็เตรียมการเสร็จสมบูรณ์ ที่เหลือก็แค่จุดไฟเผามันเท่านั้นและโกดังทั้งหมดก็จะจมอยู่ใต้กองเพลิง
 
และในตอนที่ชั้นกำลังจะเริ่มลงมือ ลิลี่ก็มาดึงชายเสื้อคลุมของชั้น


 
โครโน่ : “อือ มีอะไรงั้นเรอะลิลี่?”


 
ชั้นคิดว่าเธอกำลังจะบอกห้ามชั้นที่กำลังจะเผาทำลายผลงานของชาวบ้านที่ทำงานกันอย่างหนักจนได้สเบียงอาหารนี้มา แต่เธอกลับส่งสายตาจริงจังกลับมาแทน


 
… : “โอ้ย โครโน่ ศัตรูกำลังมา!”
 


คนที่ตะโกนออกมาคือเอลฟ์สาวที่ถือธนู เธอเป็นหนึ่งในปาร์ตี้ของ [องค์หญิงนักล่าทั้งสาม (三猟姫)]
 
ถึงภายนอกจะดูเหมือนหญิงสาวอายุน้อย แต่เธอนั้นเป็นนักผจยภัยแรงค์สามมือดีคนหนึ่ง
 
เธอหยุดม้าเอาไว้ตรงหน้าผม และเริ่มรายงานสถานการณ์ให้ผมฟัง
 


เอลฟ์ : “คุณซู (スー) พบศตรูทั้งหมด 7 คนกำลังมาทางนี้จากถนนหลักนะ”
 


ซูเป็นนักผจญภัยฉายเดี่ยวแรงค์ 4 อาชีพขโมย
 
ถึงเธอจะดูเหมือนมนุษย์ แต่จริงๆแล้วนั้นเธอเป็นสไลม์ละ และตอนนี้เธอก็กำลังทำหน้าที่เฝ้าระวังศตรูเอาไว้อยู่ แถมยังดูเหมือนว่าจะเจอศตรูตามที่คาดการเอาไว้แล้วด้วย

 

โครโน่ : “แค่ 7 คน? ไม่มีมากกว่านี้แล้วหรือ?”

เอลฟ์ : “พวกมันมีแค่คนเดียวที่วิ่งมาตามถนนนะ”

 

สงสัยจะเป็นหน่วยสอดแนมแน่นอน

 

โครโน่ : “พวกมันคงส่งคนมาตรวจสอบที่นี้หลังจากที่หน่วยรบของมันพ่ายแพ้ไปตอนนั้นแน่”

 

พวกมันเป็นกองทัพมนุษย์ คงไม่ทำอะไรให้ตัวเองลำบากอย่างการแอบเดินทัพมาจากในป่าเพื่อลอบโจมตีหรอก

ด้วยจำนวนที่มากกว่า ชั้นคิดว่าพวกมันคงไม่เอาแผนลอบโจมตีมาใช้หรอก

 

เอลฟ์ : “จะให้พวกเราทำยังไงต่อ?”

 

ชั้นแทบจะไม่ต้องคิดเลยว่าจะทำยังไงต่อก่อนที่จะตอบกลับไป

 

โครโน่ : “ฆ่าพวกมันซะ อย่าให้มีใครสักคนรอดกลับไปได้เด็ดขาด!”

เอลฟ์ : “รับทราบ นี่ละที่พวกเราต้องการ!!”

 

เอลฟ์สาวยิ้มออกมา พร้อมกับไปบอกทุกคนให้เตรียมเข้าสู่สนามรบได้

 

____________________________________________

 


ปล.ชื่อปาร์ตี้เมจิกคอลลิลี่ก็ดีออก ทำไมไม่ใช้กันนะ  :)
ปล. 2 ตอนนี้อยู่กลางทะเลทรายแล้วครับ...(ฮา) น่าจะใช้เวลา 2-3 วันในการแปลต่อตอน สปีดคงช้าลงมากเพราะเน็ตมันหาได้เฉพาะจากหน้างานเท่านั้นครับ (ฮา)




NEKOPOST.NET