[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 73 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.73 - ตอนที่ 73 เริ่มต้นอพยพ (2)


บทที่หก สู่สปาด้า

ตอนที่ 73 เริ่มต้นอพยพ (2)

 

หมู่บ้านควอลนั้นเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งที่สำคัญระหว่างถนนตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ ดังนั้นหมู่บ้านนี้จึงมีขนาดใหญ่โตกว่าหมูบ้านอิรุส อีกทั้งบ้านของหวัหน้าหมู่บ้านนี้ยังใหญ่โตและสวยงามกว่าด้วย

 

มันเป็นอาคารสูงสามชั้นที่ชั้นแรกถูกใช้เป็นพื้นที่สาธารณะที่จะมานัดพบกับบุคคลทั่วไป และชั้นสองกับชั้นสามจะถูกใช้ในการอยู่อาศัยของหัวหน้าหมู่บ้าน

 

และตอนนี้ที่ชั้นแรกก็เต็มไปด้วยชาวบ้านที่ประสบปัญหากำลังยืนระที่จะพูดคุยปรึกษากับหัวหน้าหมู่บ้านนี้

 

ที่ใจกลางของห้องมีหัวหน้าทหารยามกับหัวหน้ากิลของหมู่บ้านควอลยืนอยู่

 

หัวหน้าทหารยาม : “กองทัพที่มีดีแต่จำนวนแบบนั้นไม่เป็นปัญหาเลยซักนิด! ไอพวกบ้านั้นวิ่งหนีทันทีที่เห็นทหารยามที่กล้าหาญของพวกเรา! พวกขี้ขลาดแบบนั้นไม่ใช่ปัญหาแม้ว่าพวกมันจะมากมากแค่ไหนก็ตาม!”

 

คนที่กำลังพูดจารุนแรงและหนักแน่นอยู่ตรงนั้นคือหัวหน้าทหารยามและยังเป็นลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ ชายคนนี้มีนามว่า 「นะคิมม์ุ (ナキム)」

 

หลังจากที่เขาได้รับรายงานจากทีมช่วยเหลือที่ส่งไปหมู่บ้านอิรุสว่าสามารถขับไล่ศตรูไปได้อย่างง่ายดาย เขาเลยตัดสินใจที่จะให้ปักหลักอยู่ในหมู่บ้านควอลแห่งนี้

 

ตลอดตอนช่วงเช้านี้ที่ได้เริ่มมีการอพยพ พวกเขาก็รู้แต่เพียงแค่ว่าศตรูของพวกเขาคือกองทัพเผ่ามนุษย์

 

และหัวหน้าหมู่บ้านควอลก็ได้เตรียมความพร้อมที่จะอพยพได้ทุกเมื่อหากถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา

 

แต่พอพวกเขาได้รู้ว่าทีมช่วยเหลือนั้นสามารถเอาชนะศตรูมาได้อย่างง่ายดาย และกองทัพศตรูนั้นเป็นแค่พวกขี้ขลาด ทำให้นะคิมม์ุตัดสินใจที่จะปักหลักแทน

 

ถึงแม้ชาวบ้านจะเตรียมตัวพร้อมอพยพเอาไว้แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ได้มีปัญหาที่จะละทิ้งบ้านเกิดและใช้ชีวิตอย่างผู้ลี้ภัยได้

 

นคิมม์เลยต่อต้านแนวคิดการอพยพ ตอนนี้เลยกำลังตะโกนเล่าเรื่องของทีมช่วยเหลือที่ได้รับชัยชนะมาอย่างง่ายดายให้ทุกคนฟังอยู่

 

แต่ความจริงนั้นทีมช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นพวกนักผจญภัยมากกว่าทหารยามที่ส่งไปเพียงน้อยนิด

 

จากสิ่งนี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่านคิมม์ไม่ได้ให้ความร่วมมือในส่วนของทีมช่วยเหลือมากนัก และนั่งรออยู่ในหมู่บ้านควอดเพื่อรอดูสถานการณ์ว่าจะเปลี่ยนไปในทิศทางใดแค่นั้น

 

นคิมม์ : “มันมีเหตุผลอะไรที่พวกเราต้องไปหนีพวกกลุ่มหัวขโมยด้วย?!”

 

นาฮาโดะ (ナハド) : “อืมมมมฮืมม…”

 

หัวหน้าหมู่บ้าน「นาฮาโดะ」นั่งด้วยใบหน้าที่ครุ่นคิด เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูกชายที่อยากให้อยู่ต่อสู้ในสงครามที่ยังไม่รู้ว่าจะได้รับชัยชนะมาแน่หรือเปล่าแบบนี้

 

แม้ว่าเขาจะยังดูหนุ่มเกินไปเมื่อเทียบกับชิโอเน่ที่เป็นเอลฟ์ แต่นาฮาโดะก็มีอายุได้ 60 ปีแล้ว เป็นมนุษย์ที่มีอายุมากพอสมควรอักทั้งยังมีประสบการณื เขาไม่อาจเลือกตัดสินใจที่ฟังดูบ้าบิ่นแบบนี้ได้

 

แต่ลูกชายของเขานคิมม์กลับมองว่าพ่อของเขานั้นได้เริ่มขี้ขลาดตามอายุที่มากขึ้นเท่านั้น

 

นาฮาโดะ : “ฮืมม แล้วหัวหน้ากิลมีความเห็นว่ายังไงบ้าง? หลังจากที่ได้ฟังรายงานแล้วคิดว่าจะมีภัยคุกคามจากกองทัพศตรูบ้างมั้ย?”

 

หัวหน้ากิล : “จากเพียงแค่รายงาน พวกมันมีจอมเวทสามคนและกองทัพทหารราบที่ถือหอกกับธนู กองทัพทหารมนุษย์จำนวนร้อยคนนั้นน่ากลัวอยู่ แต่พวกมันก็เป็นแค่มนุษย์ที่ไม่มีกำลังหรือเวทมนต์พิเศษอะไร และไม่มีใครที่ใช้ทักษะได้ พวกเราน่าจะรับมือได้หากพวกมันโจมตีพวกเราด้วยกำลังที่มากกว่าสองเท่าก็ตาม”

 

นาฮาโดะ : “ใช่แล้ว พวกเราได้จัดการจอมเวททั้งสามคนนั้น อีกทั้งกองทัพมนุษย์ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากพวกก็อบลิ้นเลยไม่ว่าจะมีจำนวนมากแค่ไหนก็ตาม”

 

จอมเวททั้งสามคนที่ว่านั้นคือคนที่ถูกโครโน่จัดการทิ้งเอาไว้ พวกทีมช่วยเหลือได้คาดเดาจากเสื้อผ้าว่าน่าจะเป็นจอมเวท

 

และการตายของพวกนั้นก็ไม่มีใครในทีมช่วยเหลือแน่ใจว่าใครเป็นคนจัดการ พวกเขาเลยคิดกันเองว่าเป็นฝีมือของพวกเขาเองนี่แหละ

 

นคิมม์ : “ในหมู่บ้านควอลมีนักผจญภัยและทหารยามจำนวนเยอะกว่าหมู่บ้านอิรุส พวกเราได้จัดการทหารของพวกมันไปกว่าหนึ่งร้อยคนด้วยทีมช่วยเหลือเท่านั้น และหมู่บ้านนี้ยังมีแนวกำแพงหินปกป้องไว้ ไม่มีทางที่พวกเราจะพ่ายแพ้แม้ว่าพวกมันจะขนกำลังมาเป็นพันคนก็ตาม!!”

 

ด้วยคำพูดที่มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมของเขาทำให้ผู้คนที่อยู่ที่นี่ได้เปลี่ยนใจจากการอพยพไปเป็นปักหลักอยู่ที่นี่ต่อไป

 

แม้แต่ชาวบ้านก็ยังเอนเอียงไปทางความคิดของเขา

 

ชาวบ้าน : “หัวหน้าหมู่บ้านครับ มีนักผจญภัยจากหมู่บ้านอิรุสชื่อว่าโครโน่อยากขอเข้าพบครับ”

 

มีชาวบ้านคนหนึ่งพูดกับหัวหน้าหมู่บ้าน

 

นาฮาโดะ : “ได้ยินมาว่านักผจญภัยที่หมู่บ้านอิรุสถูกฆ่าทิ้งไปหมดแล้วนี่?”

 

ชาวบ้าน : “ดูเหมือนว่าเขาจะไปทำภารกิจอื่นอยู่ เขาเคยมาที่หมู่บ้านควอลในช่วงเช้าแล้วพอได้ยินสถานการณ์ของหมู่บ้านอิรุสเขาก็รีบมุ่งหน้าไปที่นั้นทันทีครับ”

 

นาฮาโดะ : “โฮ่ ดูเหมือนว่าจะเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาเหมือนกัน แสดงว่าเขารอดกลับมาได้สินะ ดูเหมือนว่าทีมช่วยเหลือจะไปได้ทันเวลาพอดีสินะ”

 

เขารู้สึกคลายกังวลเมื่อได้ยินว่านักผจญภัยที่ไร้ชื่อเสียงคนนี้ยังรอดชีวิต

 

ชาวบ้าน : “แล้วจะให้พวกเราทำยังไงต่อดีครับ?”

 

นาฮาโดะ : “อืม ให้เขาเข้ามาได้ เราอยากได้ยินจากปากของคนที่ไปเห็นมากับตาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

 

เมื่อได้รับคำสั่ง ชาวบ้านคนนั้นก็ออกจากห้องไป

 

นาฮาโดะ : “ทุกคนดูเหมื่อนว่าจะมีนักผจญภัยจากอิรุสอยากที่จะพูดคุยอะไรสักหน่อย มาฟังว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั้นกันแน่ด้วยกันเถอะ”

 

ภายในห้องเกิดเสียงดังขึ้นมา แต่ก็ไม่มีใครที่คิดจะขัดเขาเช่นกัน

 

นาฮาโดะ : “นักผจญภัยจากหมู่บ้านอิรุส โครโน่ เข้ามาได้”

 

หลังสิ้นเสียงของหัวหน้าหมู่บ้านประตูก็ได้เปิดออก โครโน่ที่สวมชุดสีดำทั้งตัวก็เดินคู่เข้ามากับลิลี่

 

โครโน่ : “ต้องขออภัยที่เข้ามาขัดจังหวะนะครับ ผมคือโครโน่เป็นนักผจญภัยแรงค์หนึ่งจากหมู่บ้านอิรุสครับ”

 

นคิมม์ : “ฮึ แรงค์หนึ่ง? พวกหน้าใหม่งั้นเรอะ?”

 

ทั้งที่เป็นแค่การประชุมหมู่บ้าน แต่นคิมม์ก็แสดงอกับกิริยาราวกับว่าตัวเองเป็นพวกขุนนาง

 

โครโน่ที่ได้ยินน้ำเสียงที่พูดจาดูถูกถากถางนั้นก็หาได้แยแสไม่ เขาตัดบทสนทนาเข้าสู่ประเด็นหลักทันที

 

โครโน่ : “ขอเริ่มเล่าจากสิ่งที่ผมได้เห็นมากับตาที่เมืองไดดารอสก่อนนะครับ”

 

นาฮาโดะ : ”ไดดารอส? ไม่ใช่ว่าตอนนี้กำลังปิดเมืองอยู่หรอกหรือ?”

 

หัวหน้าหมู่บ้านถามขึ้นมา

 

โครโน่ : “ผมรู้สึกว่ามันผิดปกติเลยแอบลอบเข้าไปครับ”

 

นาฮาโดะ : ”เข้าใจละ เรื่องที่แอบลักลอบเข้าไปนั้นเราไม่ว่าอะไรหรอก แล้วไปเห็นอะไรในนั้นมาละ?”

 

โครโน่พูดออกมาพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ

 

โครโน่ : “ราชามังกรกราไวนอล์ได้สิ้นพระชนและเมืองไดดารอสก็ถูกยัดครองไปแล้วครับ”

 

นคิมม์ : “เป็นไปไม่ได้?!?”

 

นคิมม์ตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยความตกใจ ทุกคนในที่แห่งนี้ต่างตกใจรวมถึงตัวของหัวหน้าหมู่บ้านและหัวหน้ากิลเองก็ด้วย

 

นคิมม์ : “อย่ามาพูดไร้กาลเทศะแบบนี้นะ! แกเข้าใจมั้ยว่าตอนนี้กำลังอยู่ในสถานการณ์--”

 

นคิมม์ที่กำลังหยิบดาบของเขาเตรียมพร้อมที่จะหันไปทางโครโน่นั้นได้ถูกขัดจังหวะขึ้นมา

 

นาฮาโดะ : “ใจเย็นก่อนนคิมม์ ทุกคนก็ด้วย ก่อนอื่นมาฟังรายละเอียดจากเขาก่อนเถอะ”

 

หัวหน้าหมู่บ้านได้หยุดสถานการร์ที่เริ่มวุ่นวายให้สงบลงและให้โครโน่ได้เล่าต่อ

 

โครโน่ : “พวกที่ยึดหมู่เมืองไดดารอสคือกองทัพมนุษย์ที่มาจากทวีปอาร์คเรียกว่าครูเสดเดอร์ พวกมันคือพวกเดียวกับที่สร้างเมืองเวอร์จิเนียขึ้นมาครับ”

 

ห้วหน้าหมู่บ้านรู้ข้อมูลการมีอยู่ของเมืองเวอร์จิเนียอยู่แล้ว แต่เขาได้ยินมาว่าพวกนั้นไม่อาจเทียบได้กับกองทัพของไดดารอสและราชามังกรของพวกเขาได้เลย

 

โครโน่ : “อย่างได้ที่ได้บอกไว้ กองทัพไดดารอสเคยหยุดกองทัพมนุษย์ของเมืองเวอร์จิเนียเอาไว้ได้มาก่อน แต่เมื่อเดือนที่แล้ว กองทัพเสริมจำนวนมากได้มาถึง ผมก็ไม่รู้ว่าพวกมันมีจำนวนมากแค่ไหน แต่พวกกองทัพครูเสดเดอร์ก็สามารถเอาชนะกองทัพไดดารอสและฆ่าราชามังกรกราไวนอล์ลงได้ คำสั่งที่ให้ปิดถนนก็คงถูกส่งมาหลังจากที่พวกมันได้ยึดเมืองไดดารอสไปแล้วแน่นอนครับ”

 

นาฮาโดะ : “อืมมม จะให้เชื่อว่าเรื่องแบบนี้เป็นความจริงมันก็อาจจะทำใจเชื่อได้ยากอยู่นะ”

 

แม้ว่าพวกเขาไม่อาจที่จะหาเหตุผลมาปฏิเสธได้ แต่พวกเขาก็ไม่อาจที่จะเชื่อได้ง่ายๆเช่นกัน

 

โครโน่ : “แต่พวกกองทัพครูเสดเดอร์ได้บุกมาถึงหมู่บ้านอิรุสจริงๆนะครับ ตอนนั้นมันเป็นแค่ส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งของกองทัพพวกมันเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะสามารถขับไล่พวกมันกลับไปได้ครั้งหนึ่งแล้ว แต่เดียวพวกมันก็ต้องกลับมาอีกแน่นอน ถ้าไม่รีบอพยพตอนนี้แล้วละก็ จะไม่ทันการได้ ได้โปรดกรุณาทบทวนด้วยครับ”

 

โครโน่ขอร้องพวกเขาอย่างจริงจัง แต่ความจริงที่ว่าไดดารอสที่ถูกยึดและราชามังกรที่ตายไปแล้วนั้นเป็นอะไรที่ผู้คนของที่นี้ไม่อาจเชื่อได้ 

 

แม้แต่หัวหน้าหมู่บ้านเองก็ยังไม่อาจยอมรับความจริงนี้ได้ง่ายๆเช่นกัน

 

และแน่นอนว่าคนอย่างนคิมม์มีหรือที่จะยอมรับเรื่องเล่าจากนักผจญภัยระดับหนึ่งแบบนี้ได้

 

นคิมม์ : “มันโกหก มันเป็นเรื่องโกหกแน่นอน! ทุกอย่างที่เล่ามามันบ้าบอสิ้นดี ชายคนนี้มันบ้าไปแล้วเพราะบ้านเกิดของตัวเองถูกโจมตี!! ชายคนนี้มันคิดไปเองว่าพวกโจรแบบนั้นคือส่วนหนึ่งของกองทัพ!!”

 

แม้ว่าโครโน่จะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนบ้า แต่เขาก็ยังสงบและพยายามพูดความจริงต่อไป

 

โครโน่ : “ผมเห็นธงที่มีสัญลักษณ์รูปกางเขนติดอยู่ในเมืองและปราสาทของไดดารอสด้วยครับ”

 

นคิมม์ : “แกต้องตาฝาดไปแน่นอน! ราชามังกรตายงั้นเรอะ? ไดดารอสล่มสลายไปแล้วงั้นเรอะ? ไม่มีทางเป็นไปได้นอกจากจะมีราชาปีศาจคนเก่าปรากฏตัวขึ้นมาเท่านั้น!!!”

 

โครโน่ตอบกลับเขาด้วยเสียงที่ดังขึ้น

 

โครโน่ : ถ้าหากคุณไม่เชื่อละก็ งั้นลองสอบสวนทหารที่จับมาได้ดูสิครับ!”

 

นคิมม์ : “ฮึ ตลกล่ะ ช่างเป็นชายที่น่าสงสารเสียจริง แต่ก็ค่อยโล่งใจหน่อย พวกเราจะปกป้องหมู่บ้านแห่งนี้ แกนะไปนอนหลับตัวสั่นอยู่ที่กิลได้เลย”

 

ต่อหน้านคิมม์ที่กำลังขมขู่ดูถูกเขาอยู่ นอกจากที่จะโกรธแล้วโครโน่ก้เริ่มรู้สึงใจร้อนขึ้นมา

 

ถ้าหากพวกเขาไม่ยอมเชื่อ การอพยพไปสปาด้าก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้

 

และนอกจากนี้พวกเขายังคิดที่จะต่อสู้ด้วยกำลังที่ตัวเองมีอยู่แค่นี้เท่านั้น

 

ถึงแม้ว่าหมู่บ้านควอลจะมีชาวบ้าน ทหารยาม และนักผจญภัยมากกว่าหมู่บ้านอิรุส แต่ก็ไม่มีทางต้านทานกองทัพครูเสดเดอร์ที่มีนับพันได้หรอก

 

ถ้าหากพวกมันมาล้อมหมู่บ้านนี้ได้ ชาวบ้านทั้งหมดต้องถูกสังหารแน่นอน

 

โครโน่เริ่มมีเหงือไหลลงมาตามหน้าผากของเขา เขาจะต้องทำให้เกิดการอพยพให้ได้ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม

 

โครโน่ :เชื่อผมเถอะ! ทุกอย่างคือความจริง!! มันจะสายเกินไปถ้าหากไม่เริ่มอพยพตอนนี้กันนะครับ!!”

 

นคิมม์ : “หุบปากซะไอบ้า! พวกเราไม่มีเวลามาเล่นตลกกับแกแล้ว! โอ้ยใครก็ได้มาโยนมันออกไปที!!”

 

มันช่วยไม่ได้ที่ชาวบ้านไม่อาจตัดสินใจว่าใครถูกในเมื่อไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด

 

แม้แต่หัวหน้าหมู่บ้านก็ยังสงสัยในคำพูดของโครโน่

 

ในห้องตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ ราชามังกรตายแล้วงั้นเรอะ? แล้วไดดารอสจะเป็นยังไงต่อไป? ทั้งหมดคือเรื่องโกหก? เขาเป็นนักผจญภัยจริงๆหรือเปล่า?

 

และในทามกลางเสียงเอะอะก็มีคนๆหนึ่งพึมพำขึ้นมา

 

ลิลี่ : “ไอพวกหมูสกปรกที่ทำมาเป็นล้อเล่นกับโครโน่ ฉันจะฆ่ามันซะ”

 

ลิลี่ที่บ่นออกมาเบาๆนั้นไม่มีใครได้ยินแม้แต่กับตัวโครโน่เองก็ตาม

 

ในขณะที่โครโน่กำลังคิดหาวิธีเปลี่ยนใจพวกชาวบ้าน ลิลี่ก็ได้ดึงไปที่ชายเสื้อคลุมของเขา

 

โครโน่ :มีอะไรงั้นเรอะลิลี่ ตอนนี้กำลัง---”

 

ลิลี่ : “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”

 

ด้วยรอยยิ้มที่ลิลี่ส่งมาให้ โครโน่ได้รับรู้ถึงสติปัญญาที่กำลังสะท้อนอยู่ในดวงตาที่ส่องประกายของเธอ

 

โครโน่ : “ลิลี่--”

 

เขาเรียกเธออีกครั้ง แต่ลิลี่ก็ได้เดินออกมาและมุ่งตรงไปยังเก้าอี้ที่หัวหน้าหมู่บ้านและคนอื่นๆอยู่

 

ด้วยปีกสีรุ้งที่กระพือออก เธอได้บินไปร่อนลงตรงหน้าของหัวหน้าหมู่บ้าน

 

ลิลี่ : “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะหัวหน้าหมู่บ้านนาฮาโดะ”

 

หัวหน้าหมู่บ้านส่งเสียงออกมาอย่างตกใจเมื่อได้เห็นลิลี่

 

นาฮาโดะ : “คะ คุณลิลี่ ทำถึงมาอยู่ที่นี่…”

 

ลิลี่ : “หุ หุ หุ ดีใจด้วยที่ยังสบายดีอยู่ ดุเหมือนว่าตอนนี้ยาวิเศษจะไม่จำเป็นแล้วสินะ”

 

ในหัวของเขาได้มีภาพในอดีตเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา เป็นภาพของแฟรี่ตัวเล็กๆปรากฏอยู่ที่ข้างหมอนของเขาตอนที่เขากำลังล้มป่วยใกล้ตายอยู่

 

ในตอนนั้นเขาได้รับยาวิเศษจากลิลี่มาทานตลอดหนึ่งปีเต็มจนรอดชีวิตมาได้

 

ลิลี่ตอนนั้นยังดูไร้เดียงสาเป็นเด็กตามรูปลักษณ์ภายนอกของเธอและเธอก็ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเหมือนกับแฟรี่ตนอื่นๆ แต่ตอนนี้เธอได้พูดจาฉะฉานและสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ สิ่งเหล่านี้ทำให้หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป

 

ลิลี่ได้รู้สึกถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของหัวหน้าหมู่บ้าน

 

ลิลี่ : “อ้า นี่คือตัวตนที่แท้จริงของฉันเอง ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะคุณหัวหน้า”

 

นาฮาโดะ : “แล้วมีเรื่องอะไรงั้นเรอะ? ก็อย่างที่เธอเห็นพวกเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่สับสนวุ่นวายอยู่”

 

ลิลี่ : “ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจทุกอย่างดี และที่ฉันจะบอกคือ ทุกอย่างที่โครโน่พูดมาคือความจริง”

 

นาฮาโดะ : “ว่าไงนะ เรื่องจริงงั้นเรอะ?”

 

เมื่อเห็นว่าลิลี่ได้พูดออกมาอย่างจริงจัง หัวหน้าหมู่บ้านก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไป

 

ลิลี่ : “อือ ราชามังกรตายแล้ว เมืองไดดารอสก็ถูกยึด และคนที่ทำก็คือกองทัพมนุษย์ที่น่ากลัวที่เรียกครูเสดเดอร์ก็เป็นความจริง”

 

นาฮาโดะ : “มะ ไม่มีทาง...”

 

ลิลี่ : “คุณก็รู้ว่าแฟรี่ไม่พูดโกหก”

 

ตอนนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ

 

ทั้งพวกชาวบ้านแม้แต่ตัวของนคิมม์เอง ต่างก็เชื่อคำพูดของลิลี่ที่เป็นแฟรี่ เพราะแฟรี่นั้นจะไม่พูดโกหก

 

นั่นเพราะพวกแฟรี่พูดโกหกไม่เป็น ดังนั้นพวกเขาเลยเชื่อทันทีโดยไม่ต้องมีหลักฐานใดๆมายืนยัน

 

แต่ในความจริงนั้น ลิลี่จะเป็นลูกครึ่งแฟรี่อีกทั้งตอนนี้ยังมีสติปัญญาที่เฉียบคม เธอสามารถที่จะโกหกได้ง่ายๆถ้าเธอต้องการ แต่ทุกคนในที่นี้ต่างก็ไม่มีใครรู้ถึงความจริงข้อนี้

 

สุดท้ายแล้วเลยไม่มีใครสงสัยในคำพูดของลิลี่เลย

 

ลิลี่ : “ฉันไปไดดารอสพร้อมกับโครโน่ด้วยกัน และได้เห็นมาด้วยตาของตัวเอง ธงที่โบกสะบัดอยู่ในปราสาทอีกทั้งยังมีพวกมนุษย์ที่แข็งแกร่งราวกับมอนสเตอร์จนสามารถฆ่าราชามังกรได้”

 

นาฮาโดะ : “...ไม่นะ....ปะ เป็นไปได้ยังไง….”

 

ตอนนี้หัวหน้าหมู่บ้านกำลังรู้สึกเสียใจเมื่อได้รับรู้ความจริงที่อยู่ตรงหน้าจากลิลี่

 

ลิลี่ : “ฟังฉันนะ ประเทศที่ชื่อว่าไดดารอสนั้นได้ล่มสลายไปแล้ว ดินแดนนี้กำลังจะถูกปกครองด้วยครูเสดเดอร์ ถ้าหากยังไม่รีบหนีละก็ จะต้องพบจุดจบเช่นเดียวกับหมูบ้านอิรุส และเป็นไปไม่ได้ที่จะทำการเจรจากับพวกมัน มนุษย์พวกนั้นเชื่อในพระเจ้ากางเขนของพวกมัน พวกมันเชื่อว่าพวกเราคือปีศาจที่ต้องถูกกำจัดทั้งหมด มีทางเดียวที่จะรอดได้คือรีบอพยพไปยังสปาด้าซะ”

 

นคิมม์ : “ส สปาด้า?!?!”

 

คนที่ส่งเสียงดังขึ้นมาไม่ใช่หัวหน้าหมู่บ้านแต่เป็นนคิมม์

 

ประเทศทั้งสองต่างก็มองอีกฝ่ายเป็นศตรูต่อกัน นคิมม์เคยวาดฝันว่าจะเข้าร่วมกับกองทัพเมื่อถึงเวลาที่ต้องบุกโจมตีสปาด้า

 

การที่จะอพยพไปที่นั้นเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับได้แม้แต่กับตัวชาวบ้านเองก็ตาม

 

ลิลี่ : “ตั้งแต่เริ่มนายก็หนวกหูมาตลอดเลย ช่วยหุบปากหน่อยได้มั้ย!?”

 

เมื่อถูกมองลงมาราวกับเป็นขยะโดยสาวน้อยร่างเล็กอย่างลิลี่ นคิมม์ก็รู้สึกโกรธขึ้นมา

 

นคิมม์ : “โอ้อ้อ้อ้...นี่มัน ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกัน….”

 

เขาควรที่จะรู้สึกแบบนั้น แต่นคิมม์กลับรู้สึกมีความสุข เขาได้หลงใหลให้กับท่าทางที่เย็นชาของลิลี่

 

เวทมนต์ทำให้ต้องหลงใหลด้วยความสวยงามนั้นมีอยู่ในโลกใบนี้ เมื่อใช้งานในเวลาที่ถูกต้อง แต่กับนคิมม์นั้น เขาได้ถูกทำให้หลงใหลโดยเพียงแค่มองไปยังลิลี่เท่านั้น ราวกับสาวน้อยที่ตกหลุมรักจนไม่อาจจะเปล่งเสียงใดๆออกไปได้

 

ราวกับไม่สนใจการมีอยู่ของเขา ลิลี่มองกลับไปยังหัวหน้าหมู่บ้าน

 

ลิลี่ : “หัวหน้าหมู่บ้าน ฉันเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องยาก แต่มันไม่มีทางเลือกนอกจากยอมละทิ้งหมู่บ้านควอล แม้แต่พวกเราแฟรี่เองก็ได้ละทิ้งบ้านเกิดไปแล้ว--”

 

ลิลี่ได้นำอาติเฟค ลูกคริสตัลสีแดง・ควีน・แบรีย์ออกมาให้ดู

 

นาฮาโดะ : “เรื่องแบบนี้มัน ไม่จริง…”

 

ต่อหน้าพลังเวทที่เปล่งออกมาเข้มข้นนี้ แม้แต่ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเวทมนต์ก็ยังเข้าใจว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร

 

ลิลี่ : “ใช่แล้ว ลูกคริสตัลนี้คือสิ่งที่คอยปกป้องน้ำพุแห่งแสงเอาไว้ แต่ด้วยการบุกรุกของครูเสดเดอร์ พลังปกป้องของราชินีย์แฟรี่ก็ได้สูญเสียไป พวกฉันได้ต่อสู้อย่างหนัก แต่สุดท้ายน้ำพุแห่งแสงก็ไม่อาจกลับคืนมาได้อีกต่อไปแล้ว”

 

ด้วยคำพูดที่ฟังดูเศร้าสร้อยของลิลี่ หัวหน้าหมู่บ้านก็สามารถเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่หวงห้ามนั้น

 

ในขณะเดียวกัน โครโน่ที่พึ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรกก็ไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจมากเท่าใดนัก เพราะเขานั้นได้คาดเดาเอาไว้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ลิลี่ : “...ตอนนี้เข้าใจแล้วใช่ไหม? ว่าควรที่จะทำอะไรตอนนี้?”

 

หลังจากที่พูดออกไป ลิลี่ก็กลับไปอยู่ที่ข้างๆของโครโน่ในขณะที่จับแขนของเขาเอาไว้

 

นาฮาโดะ : “....มาหนีกันเถอะ ไปยังสปาด้า”

 

ด้วยเหตุผลดังนี้ ระฆังแห่งการอพยพก้ได้ดังขึ้นก้องกัลวาลไปทั่วหมู่บ้านควอลแห่งนี้

 

_______________________________________________________

Tn :

ปล. ลิลี่เธอเอารางวัลตุ๊กตาทองไปเลย

ปล. 2 ชื่อของสองตัวละครใหม่ นาฮาโดะ (ナハド) กับ นคิมม์ (ナキム) ผมรู้สึกว่าชื่อมันออกไปทางตะวันออกกลางซะส่วนใหญ่เลยแปลชื่อมาแบบนี้นะครับ ใครมีความเห็นยังไงแนะนำได้นะ




NEKOPOST.NET