[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 70 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.70 - ตอนที่ 70 อัครสาวกทั้ง 4 (2)


บทที่หก สู่สปาด้า

ตอนที่ 70 อัครสาวกทั้ง 4 (2)

 

 

(Tn : พระคาร์ดินัลอาร์ส แก้เป็น อรุส (アルス) จากการแนะนำของหลายๆท่านในกลุ่มลึกลับ(ที่ไม่ลับ))

___________

 

ณ เวลายามค่ำคืน ที่ระเบียงปราสาทไดดารอสมีร่างเงาของคนสองคนยืนอยู่

 

… : “การประชุมเมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมาดูเหมือนจะร้อนแรงน่าดูเลยนี่ ลอร์ดซาริเอลถึงได้ดูสดใสกว่าทุกครั้งละน่ะ”

 

ขณะที่เขากำลังมองไปยังทิวทัศน์ยามค่ำของเมืองไดดารอสที่อยู่เบื้องล่าง อาร์คบิชอบ ไลท์โครม์ก็พูดขึ้นมา

 

ที่ข้างๆของเขามีน้องชายยืนอยู่  มาเรียเบลเป็นคนที่มีใบหน้าสวยงามราวกับผู้หญิงเช่นเดียวกับพี่ของเขา

 

พวกเขาทั้งสองคนต่างเป็นพี่น้องทางสายเลือดที่มาจากตระกูล ยุกนอซิส (ユグノーシス) ด้วยกันทั้งคู่

 

 มาเรียเบล : “หุ หุ หุ ถ้าเป็นงั้นจริงผมเองก็มีความสุขมากเลยละครับ”

 

มาเรียเบลปิดตาของเขาลงเพื่อคิดอะไรบางอย่างด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด พอเขามาอยู่กับพี่ชายเพียงคนเดียวแบบนี้ เขาก็กลับไปใช้น้ำเสียงและบุคลิคอย่างเป็นทางการเหมือนเดิม

 

มาเรียเบล : “ถ้าลอร์ดมิซาไม่อยู่ด้วยผมจะมีความสุขมากกว่านี้อีกครับ”

 

ไลท์โครม์ : “เธอเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นห่วงลอร์ดซาริเอลเหมือนกันนะ แม้ว่าเธอจะยกตัวเองเป็นคู่แข่งของเธอก็ตาม ฮุ ฮุ ฮุ เธอคนนั้นเองก็มีเสน่ห์ไม่เบานะ”

 

 บางที่อาจเป็นเพราะพวกเธอนั้นมีอายุและอยู่รุ่นเดียวกัน พวกเธอที่เป็นคู่แข่งกันโดยที่มิซาอ้างอยู่เพียงฝ่ายเดียวนั้น ไม่มีใครในอลีเซียนที่ไม่รู้เรื่องนี้

 

ไลท์โครม์ที่เคยพบปะกับอัครสาวกนั้นได้เคยเห็นมิซาตะโกนใส่ซาริเอลว่า “รอเดียวสิ ซาริเอล!!” แล้วหลังจากนั้นก็พยายามที่จะกัดกับเธอนั้นทำให้เขารู้ว่ามันไม่ใช่ข่าวลือ

 

มาเรียเบล : “ฮ่าฮ่าฮ่า มันช่างน่าเศร้าที่ผมต้องไปเป้นรุ่นน้องของยัยนิสัยเด็กแบบนั้นนะครับ นี่ถ้าหากพลังอัครสาวกของผมตื่นขึ้นมาได้เร็วกว่านี้ละก็---”

 

ลำดับตัวเลขของอัครสาวกนั้นเรียงตามลำดับการตื่นขึ้นและเข้ามาเป็นอัครสาวกของทางศาสนจักร

 

มิซานั้นเธอมีอายุมากกว่ามาเรียเบลจึงเป้นปกติที่พลังของเธอนั้นจะตื่นขึ้นมากก่อน

 

แต่ด้วยการพูดจาของเธอ ก็มักทำให้เขาสงสัยในความเป็นอัครสาวกของเธอ

 

ไลท์โครม์ : “เธอจะต้องเป็นอัครสาวกที่ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับอัครสาวกคนที่แล้ว และจากมุมมองของพี่ ลอร์ดมิซามีความรู้สึกและอากับกิริยาที่เหมาะสมกับวัยสาวอย่างเธอด้วย”

 

มาเรียเบล : “...อย่างนั้นหรือครับ”

 

ไลท์โครม์ : “ก็เป็นแบบนั้นแหละ”

 

ไลท์โครม์ยิ้มสื่อให้น้องเขารู้ว่าเขาหมายความตามนั้นจริงๆ ในขณะที่มาเรียเบลคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด

 

พี่น้องทั้งสองคนต่างยังคงพูดคุยกันต่อภายใต้ท้องฟ้าที่ส่องประกายไปด้วยดวงดาว

 

ไลท์โครม์ : “--แล้ว พระคาร์ดินัลอรุส ท่านว่าไงบ้าง?”

 

จังหวะที่ไลท์โครมถามถึงเรื่องนี้ มาเรียเบลก็พูดตอบด้วยน้ำเสียงที่ระมัดระวัง

 

มาเรียเบล : “อย่าได้สร้างปัญหาให้กับลูกน้องของเมอร์เซนเดสครับ“

 

ไลท์โครม์ : “อย่างงั้นเรอะ”

 

ไลท์โครม์ชายตามองไปที่เบื้องหลังของแนวกำแพงปราสาทแมืองไดดารอส

 

ลูกน้องของเมอร์เซนเดสก็คือพวกกำลังเสริมที่มาถึงหลังจากสงครามที่เนินเขาโกลด์รัน และตอนนี้กำลังปฏิบัติการควบคุมหมู่บ้านต่างๆที่อยู่ข้างนอกนั้น

 

ไลท์โครม์ : “ตอนแรกก็ได้เมืองเวอร์จิเนียมาครอง ต่อมาก็ยึดประเทศไดดารอส และยังได้จุดยุทธศาสตร์การค้าทางทะเลเมืองอีดอน (エイドン) ด้วยทั้งสามอย่างนี้ที่อยู่ในมือจองพวกเราแล้ว พี่ก็ไม่เห็นว่าจะต้องทำสงครามเพิ่มเพียงเพื่อขยายอนานิคมเลยสักนิด”

 

ถึงกองทัพครูเสดเดอร์จะชนะศึกที่เนินเขาโกลด์รันแลยยึดไดดารอสไว้ได้ แต่หากมีใครได้เห็นสถานการณ์ภายในของพวกเขา ก็จะรู้ว่ากองทัพส่วนใหญ่นั้นเป็นของพระคาร์ดินัลอรุส

 

เริ่มจากการแต่งตั้งให้ชายที่เป็นมือขวาของเขาขึ้นมาเป็นรองผู้บัญชาการกองทัพครูเสดเดอร์ อีกทั้งกองทัพทั้ง 15,000 คนนี้ต่างก็เป็นของพระคาร์ดินัลอรุสรวบรวมมาให้ จะมีก็แค่อังครสาวกลอร์ดซาริเอลที่ไม่รู้ว่าเธออยู่ฝ่ายไหนกันแน่

 

และสาเหตุที่กองกำลังของคนอื่นๆก็ไม่กล้าส่งมาในตอนแรกก็เพราะไม่มีใครอยากส่งคนมาตายในสงครามที่ไม่เห็นทางขนะได้แบบนั้น

 

แต่ตอนนี้กองทัพครูเสดเดอร์ที่ได้รับชัยชนะมา ดังนั้นเจ้าของกองทัพอย่างพระคาร์ดินัลอรุสก็เลยเหมือนกับว่าได้ครอบครองและมีสิทธิในดินแดนนี้เป็นของตนเอง

 

และจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญทั้งสามเมืองที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ต่างก็ตกอยู่ในการควบคุมของพระคาร์ดินัลอรุสเช่นกัน

 

แต่หลังจากสงครามที่เนินเขาโกลด์รัน กำลังเสริมที่ส่งมาจากสาธารณะรัฐซินแคลชุดใหม่นี้ ต่างเป็นกองทัพที่อยู่ในการควบคุมของทางโบสถ์หรือไม่ก็พวกขุนนางซะส่วนใหญ่

 

และหนึ่งในกองทัพที่มีอำนาจมากคือกองทัพของพระคาร์ดินัลเมอร์เซนเดส  ชายผู้ที่เป็นหนึ่งในสามของพระคาร์ดินัลทางศาสนจักร

 

ไลท์โครม์ : “คงจะเป็นปัญหาแน่หากส่วนหนึ่งของทวีปไม่ได้ตกอยู่ในการดูแลของพวกเขาเหล่านั้น”

 

พระคาร์ดินัลเมอร์เซนเดส ต่อมาก็เป็นพวกไฮยีน่าที่จะมารุมก้อนเค้กที่เรียกว่า [ทวีปแพนโดร่า] นี้ พวกเขาต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อควบคุมให้ทวีปแพนโดร่าตกอยู่ในการควบคุมของพวกเขา ดังนั้นแล้วไม่ช้าก็เร็ว การต่อต้านจากกลุ่มฝ่ายต่างๆต้องเกิดขึ้นแน่ และมันจะกลายเป็นการนองเลือดกันเองไปในที่สุด

 

อีกทั้งตอนนี้ทวีปแพนโดร่ากำลังเป็นจุดสนใจของพวกเขาอยู่ ดังนั้นโอกาศที่จะมีการส่งหน่วยลอบสังหาร, เกิดอุบัติเหตุเล็กๆน้อย, การใส่ความ จนในที่สุดก็เป็นการทำลายกันเองจากภายในกองทัพครูเสดเดอร์ ก็อาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

 

แต่หากเรายอมมอบหรือแบ่งส่วนของเค้กก้อนนี้ให้กับพวกเขาอย่างที่ไลท์โครม์คาดเอาไว้ มันก็จะไม่เกิดการนองเลือดหรือก่อจราจลเกิดขึ้น อย่างน้อยก็ในที่สาธารณะละนะ

 

แต่ตอนนี้ทางสาธารณะรัฐซินแคลได้ใช้วิธีใครมาก่อนได้ก่อน ดังนั้นพวกกำลังเสริมที่มาถึงจะต้องเกิดการสู้กันเองแน่นอน

 

พวกเขาไม่สนหรอกว่าจะไปที่ไหน, จะทำลาย หรือก่อความเสียหายทิ้งเอาไว้ ตราบเท่าที่กองทัพแต่ละฝ่ายไม่ยุ่งกันเอง เหตุการณ์แบบนั้นก็คงจะไม่เกิดขึ้นมา และตอนนี้ทางพระคาร์ดินัลอรุสก็ได้ครอบครองดินแดนมามากพอจนอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ชนะไปแล้วด้วย

 

ไลท์โครม์ : “มันจะเป็นแบบนี้ก็แค่ตอนนี้เท่านั้น จนกว่าจะถึงเวลาที่เขาจะประกาศคนที่เข้ามาควบคุมประเทศไดดารอสอย่างเป็นทางการนั่นแหละ”

 

มาเรียเบล : “ใช่ครับ อีกทั้งพวกเรายังพึ่งจะควบคุมได้แค่ส่วนหนึ่งของทวีปแพนโดร่าที่อยู่ทางทิศตะวันออกเท่านั้นด้วยครับ”

 

ทวีปแพนโดร่านั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล แม้ว่าพวกเขาจะได้ครอบครองจุดยุธศาสาตร์สำคัญไปแล้ว แต่หากพวกเขาไม่สามารถยึดส่วนอื่นๆมาเป็นของตนได้ ผลประโยชน์ที่พวกตนครอบครองเอาไว้ตอนนี้ก็คงจะต้องสูญเปล่าเป็นแน่

 

ไลท์โครม์ : “แต่คงต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่งก่อนที่พวกเราจะข้ามภูเขากาลาฮอลเพื่อบุกไปยังรัฐสปาด้าที่อยู่ใจกลางทวีปได้”

 

มาเรียเบล : “นั่นเลยเป็นเหตุผลที่พี่และคนอื่นๆต้องสะสมกำลังเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในขณะที่ยังมีเวลาอยู่สินะครับ”

 

ไลท์โครม์ : “พวกเราเองก็ไม่ได้สูญเสียทหารไปมากตอนศึกที่เนินเขาโกลด์รันด้วย คงใช้เวลาไม่นานหรอกที่จะรวบรวมกองทัพที่เราเชื่อใจได้”

 

มาเรียเบล : “ในทางตรงข้าม ถ้าหากพวกกองทัพขุนนางพวกนั้นเริ่มทำการบุกใจกลางทวีปก่อนละครับ?”

 

ไลท์โครม์ : “ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็คงช่วยไม่ได้ พวกเราคงทำได้แค่มองดูพวกเขาเท่านั้น แต่โอกาศที่พวกเขาจะปีนข้ามภูเขาลูกนั้นได้ก็คงมีแค่หนึ่งในหนึ่งพันเท่านั้น”

 

มันมีหลายเหตุผลที่ทำให้ไลท์โครม์พูดออกมาแบบนี้ด้วยรอยยิ้มได้

 

ประการแรกคือกองกำลังที่มีพลังสูงที่สุดในกองทัพอย่างอัครสาวกลอร์ดซาริเอล เธอจะไม่เข้าร่วมการต่อสู้ใดๆหลังจากนี้อีกแล้ว

 

หากให้อัครสาวกออกศึกก็จะสามารถนำชัยชนะมาให้ได้อย่างแน่นอน แต่หากพวกเขาต้องการที่จะครอบครองดินแดนเองงให้ได้นั้น ก็ต้องพึ่งพาแต่กองทัพของพวกเขาเองเท่านั้น ซึ่งยังไงก็มีขีดจำกัดอยู่หากพวกเขาไปเจอศตรูที่มีความแข็งแกร่งในระดับเดียวกันขึ้นมา

 

อีกทั้งพวกเขาไม่อาจขอความช่วยเหลือจากซาริเอลได้หากไม่ใช่ศึกที่ไม่อาจเอาชนะได้ หรือเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้นมา

 

แม้ว่าต่อให้เธอเป็นถึงผู้บัญชาการกองทัพแต่ถ้าหากเธอเคลื่อนไหวตาใจตัวเธอเองแล้วละก็ กฎเกณฑ์ต่างๆก็จะพังลงมาและนำไปสู่การล่มสลายของกองทัพครูเสดเดอร์

 

ถึงก้าวแรกในการพิชิตทวีปแพนโดร่าคือการยึดประเทศไดดารอส ซึ่งก็ได้สำเร็จลุล่วงไปแล้วนั้น ยังมีผู้คนอีกมากที่อยู่ข้างนอกนั้นต้องการให้พวกอัครสาวรวมถึงซาริเอลทำเพียงแค่ยืนสังเกตุการณ์ในการพิชิตทวีปแพนโดร่านี้เท่านั้น

 

และตัวของซาริเอลก็รู้ถึงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาเป็นอย่างดี เธอจะไม่เข้าไปแทรกแทรงกองทัพครูเสดเดอร์ในตอนนี้

 

มาเรียเบล : “ยังไงพวกกองทัพส่วนตัวของขุนนางกับทางศาสนจักรก็มีจำนวนจำกัด อีกทั้งพวกเขายังไม่ใช่พวกเดียวกันด้วยครับ การจับมือร่วมกันดำเนินการคงไม่มีทางเกิดขึ้นมาได้หรอกครับ”

 

ไลท์โครม์ : “ใช่แล้วละ แต่เหตุผลหลักที่พวกเขาไม่อาจข้ามภูเขาลูกนั้นได้คือสปาด้าต่างหาก”

 

มาเรียเบล : “สปาด้างั้นหรือครับ?”

 

ไลท์โครม : “มันคือชื่อของประเทศรัฐที่อยู่ติดกับดินแดนไดดารอส พวกสปาด้าได้วางกำลังป้องกันตามแนวเขตชายแดนตลอดแนวเขากาลาฮอลเอาไว้นะ”

 

มาเรียเบล : “พวกมันแข็งแกร่งมั้ยครับ?”

 

ไลท์โครม : “ขึ้นชื่อว่าเป็นกองทัพปีศาจก็ต้องแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่สปาด้ารู้จักกันในนามของเมืองแห่งกลาดิเอเตอร์ พวกทหารถือว่าเป็นชนชั้นสูงของที่นั้น แม้ว่าพวกมันจะเป็นปีศาจก็ตาม”

 

มาเรียเบล : “กลาดิเอเตอร์งั้นหรือครับ พวกปีศาจนี่มันป่าเถื่อนอยู่ทุกที่จริงๆ”

 

ไลท์โครม : “แต่พวกเราคงต้องขอบคุณสิ่งนี้ มันเลยทำให้นักรบส่วนใหญ่ไปรวมตัวกันที่สปาด้า ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังวางแผนที่จะเพิ่มกำลังป้องกันของตัวเอง ยังไงซะแนวภูเขานั้นก็นับว่าเป็นปราการธรรมชาติของสปาด้า สงครามครั้งนี้จะต้องเป็นสงครามที่ปะทะกับการป้องกันเต็มรูปแบบแน่นอน ดังนั้นพวกเราต้องเตรียมกองทัพให้ใหญ่กว่าเมื่อครั้งที่เรามีตอนศึกที่เนินเขาโกลด์รันตอนนั้น”

 

นับจากยึดไดดารอสมาได้ตอนนี้ก็ผ่านมาได้แล้วหนึ่งเดือน ไลท์โครมได้รวบรวมข้อมูลเพื่อเป้าหายต่อไปของกองทัพครูเสดเดอร์ มีเมืองไหนบ้างที่รวมอยู่ในประเทศรัฐนั้น นอกจากสปาด้าที่เป็นศูนย์กลางแล้ว เมืองอื่นๆเป็นแบบไหน เขาได้ทำการตรวจสอบมาแล้ว

 

และในข้อมูลที่ไลท์โครมรวบรวมมาได้นั้น เขาก็ไม่คิดที่จะแบ่งบันให้กับคนอื่นในกองทัพด้วย

 

มาเรียเบล : “ผมเข้าใจละครับ แต่ยังไงซะพวกเขาก็คงพยายามที่จะบุกไปสปาด้าแน่นอน”

 

ไลท์โครม : “ฮุ ฮุ ฮุ จนกว่าจะถึงเวลาที่พวกเขาต้องกลับมาร้องไห้ต่อหน้าลอร์ดซาริเอลหลังจากที่ไม่สามารถข้ามภูเขาลูกนั้นไปได้แล้ว พวกเรามาใช้เวลาว่างพักผ่อนกันในเมืองไดดารอสนี้เถอะ”

 

ด้วยความหวังที่ว่าพวกเขาจะได้รับความพ่ายแพ้กลับมาอย่างหมดรูปต่อพวกปีศาจชั้นต่ำที่พวกเขาดูถูก ไลท์โครมเลยไม่บอกข้อมูลความแข็งแกร่งที่แท้จริงของสปาด้าและคอยปกปิดข้อมูลเหล่านี้เอาไว้

 

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นกองทัพครูเสดเดอร์เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วนั้นพวกเขาก็ต่อสู้กันเองภายในเช่นกัน แม้แต่พระคาร์ดินัลอาร์สเองก็อยากให้กองทัพของคนอื่นบาดเจ็บล้มตายเช่นกัน

 

มาเรียเบล : “พี่ชายของผมช่างน่ารังเกียจเหมือนทุกครั้งเสียจริงๆ...”

 

เมื่อมองดูใบหน้าพี่ชายของเขาแล้ว มาเรียเบลก้พูดออกมาเช่นนั้น

 

………..

 

ขณะที่สองพี่น้องยุกนอซิสกำลังใช้เวลาร่วมกันอยู่ อัครสาวกที่ 11 ลอร์ดมิซา ก็กำลังเหยียดตัวนอนลงบนเตียงขนาดยักในชุดชั้นในของเธอ

 

ทั้งชุดคลุมรวมถึงชุดชั้นในของเธอ ต่างไม่มีชิ้นไหนเลยที่ดูเรียบร้อยในอย่างที่ควรจะเป็น เธอนั้นเลือกสวมใส่ตามแบบแฟชั่นนิยมอย่างที่เธอชอบ

 

เธอไม่ได้สวมใส่ชุดชั้นในสีขาวบริสุทธิ์ที่เตรียมโดยเหล่าแม่ชีเหมือนอย่างซาริเอล

 

แต่ยังไงก็ตามเธอก็เป็นถึงอัครสาวก พลังของเธอนั้นไม่มีใครกล้าปฏิเสธิลงได้

 

มิซา : “ฮิ ฮิ ฮิ…..ดูเหมือนว่านอกจากซาริเอลแล้วในหมู่ทหารครูเสดเดอร์ก็มีพวกที่ตาดีอยู่เหมือนกันนะ”

 

ในมือของเธอมีเอกสารรายงานอยู่ มันเป็นจดหมายที่ถูกฉีกขาดและโยนทิ้งเอาไว้อยู่

 

มิซา : “อุตสามาถึงทวีปแพนโดร่าแล้ว มันคงน่าเบื่อน่าดูถ้าหากมีเห็นหน้าซาริเอลแล้วก็กลับไปเลยทั้งๆแบบนั้น”

 

มิซายิ้มออกมาเหมือนกับเด็กๆ หลังจากนั้นเธอก็ม้วนกระดาษแล้วฉีกออกเป็นชิ้นๆโยนทิ้งออกไป

 

กระดาษเหล่านั้นได้ปลิวไปตามลมก่อนที่จะหายไปกับแสงที่ลุกขึ้นมาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน

 

มิซา : “ฉันไม่สนหรอกนะว่ามันจะเป็นปีศาจหรือคนต่างชาติ ในนามของอัครสาวกที่ 11 ลอร์ดมิซา จะตามไปลงโทษทุกคนที่มาต่อต้านพระเจ้าเอง!!”

 

ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่ามิซาหัวเราะดังก้องอยู่ในห้อง

 

เสียงนั้นดังจนลอดผ่านกำแพงไปถึงหูของอัครสาวกที่ 3 มิคาเอลที่นอนอยู่ห้องข้างๆ แต่ด้วยความที่เธอนั้นเต็มไปด้วยความรักราวกับมารดาของทุกคน เธอก็ยิ้มออกมาพร้อมกับฟังเสียงที่เต็มไปพลังของเพื่อนบ้านคนนี้

 

______________________________________________________________




NEKOPOST.NET