[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 64 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.64 - ตอนที่ 64 น้ำพุแห่งแสง (2)


บทที่ห้า อิรุสลุกไหม้

ตอนที่ 64 น้ำพุแห่งแสง (2)

 

 

*ตอนนี้อธิบายจากมุมมองของโครวุสเป็นหลัก

 

 

กลับไปก่อนหน้านี้ซักเล็กน้อย

 

ทหารจอมเวท : “พวกมันหยุดโจมตีไปแล้วครับ”

 

โครวุส : “.....เหมือนจะเป็นแบบนั้น”

 

ทีมที่สองที่นำโดยโครวุสได้มุ่งหน้ามายังสวนแห่งแฟรี่เพื่อตามหาน้ำพุแห่งแสง แล้วก้เป็นไปอย่างที่ได้คาดการไว้ พวกเขาได้เข้าปะทะกับพวกแฟรี่มาแล้ว

 

การต่อสู้มีมาจนถึงเมื่อกี้ ต่างฝ่ายต่างยิงเวทมนต์เข้าหากัน เสียงระเบิดและแสงสว่างบาดตาได้ทำให้ป่าแห่งนี้ถึงกับสั่นสะเทือน

 

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง อยู่ๆพวกแฟรี่ก็กลับเข้าไปภายในป่าลึก

 

พวกแฟรี่ต่างหันหลังให้กับพวกเขา แต่ความเร็วของพวกแฟรี่นั้นเป็นอะไรที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจตามทันได้

 

ทหารจอมเวท : “หรือว่าอาจจะเป็นกับดัก?”

 

โครวุส : “มันยากที่พวกแฟรี่จะวางกับดักกันเป็น มันต้องเป็นการเตรียมบุกโจมตีอีกทีโดยการกลับไปตั้งหลักมากกว่า”

 

ถึงแม้โครวุสจะไม่มีประสบการณ์ต่อสู้กับแฟรี่เลยสักครั้ง แต่เขาก็พอมีความรู้เกี่ยวกับพวกแฟรี่อยู่บ้าง

 

ด้วยความรู้ที่อัดแน่นภายในหัวของเขา ด้วยสถานการณ์ตอนนี้เขาเลยคาดเดาพฤติกรรมของพวกมัน

 

โครวุส : “ยิ่งพวกเราเข้าไปลึกเท่าไหร ความหนาแน่นของพลังเวทมนต์ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นซึ่งมันทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นพวกมันน่าจะรอดักโจมตีพวกเราอยู่ข้างในมากกว่า มันยากที่จะคิดว่าพวกมันรู้จักการวางกัับดักหรือใช้การลอบโจมตี แต่พวกเราก็จะยังคงทำตามแผนเดิม ห้ามลดการระวังตัวเด็ดขาดและระวังโดยรอบด้วย”

 

ทหารจอมเวท : “”รับทราบครับ!””    

 

เหล่าทหารหาญต่างตอบรับคำสั่งของโครวุส

 

พวกเขาคือกองพลทหารจอมเวทจำนวนมากและกองพลทหารเลวจำนวนเล็กน้อยที่ได้ถูกคัดเลือกมาจากกองกำลังหลักของเคอร์วอง

 

แม้ว่าในป่าที่รกชันจะไม่เหมาะกับการเคลื่อนพล แต่ภายใต้การนำของโครวุสพวกเขาก็สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระเบียบและยังได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจากการปะทะกับแฟรี่ที่ผ่านมา

 

แน่นอนว่าหลังจากนี้การโจมตีราวห่าฝนจากเวทมนต์ของแฟรี่คงจะรุนแรงมากขึ้นซึ่งแม้แต่พวกเขาก็คงไม่อาจหลีกเลี่ยงความเสียหายได้

 

แต่ก็ไม่มีใครแสดงความหวาดกลัวออกมาเลยสักคนเดียว พวกเขาค่อยๆเข้าใกล้ใจกลางของน้ำพุแห่งแสงอย่างเงียบๆและระมัดระวัง

 

และตอนที่พวกเขากำลังเคลื่อนพล แสงสว่างบาดตาก็ส่องแสงเจิดจ้าออกมาจากภายในป่าลึก และเสียงระเบิดดังกึกก้องก็ดังสะท้อนไปทั่ว ทำให้เหล่าทหารทั้งหลายรู้สึกตึงเครียดไปตามๆกัน

 

แต่สุดท้ายก็ไม่มีสัญญาณของการโจมตีใดๆเข้ามาหาพวกเขา

 

ในขณะที่กำลังตกอยู่ในความสงสัย พวกเขาก็ได้ผ่านพื้นที่ของป่าทึบมาสู่น้ำพุแห่งแสง

 

ทหาร : “โอ้อ้ นี้มันน้ำพุแห่งแสงนี่!”

 

โครวุส : “อือ ไม่ต้องสงสัยเลย”

 

ตรงหน้าของพวกเขาคือทิวทัศที่ดูลึกลับแปลกประหลาดจนพวกต้องกลืนน้ำลายลงคอไป

 

น้ำพุมีบ่อเป็นรูปทรงกลมและมีน้ำที่ใสสะอาดซึ่งโปร่งไร้สีจนมองทะลุได้

 

รอบๆบ่อเต็มไปด้วยดอกไม้ที่บานหลากสีอย่างสวยงามโดยไม่มีต้นไม้แทรกมาให้เห็นขัดสายตา

 

มันเป็นที่อยู่อาศัยของแฟรี่ตามตำนานอย่างแน่นอน

 

แต่ที่สำคัญกว่าทิวทัศน์นี้คือน้ำพุและน้ำในทะเลสาปตรงนั้นคือน้ำศักดิ์สิทธิ์ สำหรับโบสแล้วมันคือบ่อทองคำดีๆนี่เอง

 

มันเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากสำหรับพวกเขา

 

โครวุส : “...แปลก”

 

แต่แทนที่จะโล่งใจเพราะได้เจอน้ำพุแล้ว โครวุสกลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจมากกว่า

 

มันแปลก แม้แต่จอมเวทที่อยู่ข้างๆเขาก็รุ้สึกแบบนั้นเช่นกัน

 

โครวุส : “พวกเราไม่ถูกโจมตีด้วย”

 

หรือว่าพวกเราจะถูกล้อมเอาไว้แล้วโดยที่ไม่รู้ตัวงั้นเราะ? แม้จะสงสัยแต่พวกเขาก้ไม่รู้สึกถึงศตรูที่อยู่รอบๆนี้เลย

 

พวกแฟรี่หายไปไหนกันน่ะ?

 

ทหาร : “จะให้พวกผมทำอะไรดีครับ?”

 

โครวุส : “อืม งั้นสำรวจรอบๆดูก่อนสิ---”

 

จังหวะที่โครวุสพูด ณ ตรงใจกลางน้ำพุก็เริ่มส่องประกายสีแดงออกมา

 

จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีนี้ พวกเขาต่างเตรียมตัวประจำต่ำแหน่งพร้อมที่จะเข้าปะทะและตั้งสมาธิไปที่สิ่งนั้น

 

แสงสีแดงค่อยๆสว่างขึ้นสู่ผิวน้ำ

 

พลังเวทที่สัมผัสได้ค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นจนแม้แต่โครวุสก็รับรู้สึกได้

 

ระลอกคลื่นที่กระจายออกและแสงที่ส่องประกาย ในที่สุดสิ่งนั้นก็ปรากฏขึ้นมา

 

“”””ชะ ช่างงดงาม””””

 

ทุกคน ณ ที่แห่งนี้ต่างพร้อมใจกันพูดโดยมิได้นัดหมาย

 

คนที่ปรากฏขึ้นมาจากทะเลสาปนั้นมีรูปร่างที่งดงามมาก

 

เป็นหญิงสาววัยรุ่นผมยาวสีบลอนด์และมีดวงตาสีเขียวมรกต

 

ปีกสองคู่ที่อยู่กลางหลังมี 7 สี ทุกครั้งที่ปีกนั้นได้กระพือก็จะเกิดคลื่นพลังเวทมนต์จำนวนมหาศาลขึ้นมา

 

อีกทั้งร่างกายที่ขาวเปล่งประกายถูกตัดด้วยเสื้อผ้าสีดำเลยทำให้เธอนั้นยิ่งดูโดดเด่นและงดงามยิ่งขึ้นไปอีก

 

และที่กลางอกของเธอก็มีอัญมณีสีแดงที่ส่องประกายเงางามอยุ่

 

ทหาร : “ท่านเทพธิดา”

 

ไม่อาจหาคำพูดใดๆที่ชัดเจนไปกว่านี้มาเปรียบเปรยได้แล้ว

 

การปรากฏตัวของเทพธิดาเป็นสิ่งหนึ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในวัฒนธรรมบนทวีปอาร์ค

 

นักเดินทางที่หลงทาง ผู้กล้าที่ตามหาดาบศักดิ์สิทธิ์เพื่อปราบจอมมาร พี่ชายและน้องสาวผู้ถูกทอดทิ้งโดยพ่อแม่ของเขา ตำนานเรื่องราวต่างๆเหล่านี้พวกตัวเอกมักจะต้องพบกับเทพธิดาอยู่เสมอ

 

และรูปร่างของเทพธิดาทุกเรื่องมักจะอธิบายตรงกันอยู่เสมอคือมีความงามที่มิอาจหาใครเปรียบเทียบได้

 

และตอนนี้พวกเขาก็ได้คิดว่าหญิงสาวที่ปรากฏตรงหน้าคือบุคคลเดียวกับที่ปรากฏตามเรื่องเล่าในตำนานของพวกเขา

 

เทพธิดา(?) : “ครูเสดเดอร์--”

 

เทพธิดาพูดกับพวกเขาเหล่าทหารกล้าที่กำลังตกตะลึง มันเป็นน้ำเสียงที่บริสุทธิ์เสียดแทงไปถึงหัวใจของพวกเขา แต่ทว่าหลังจากนั้นก็

 

เทพธิดา(ยัน) : “พวกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความโลภ หุหุหุ พวกนายต้องเป็นหนูทดลองที่ดีแน่ๆ”

 

ต่างจากเรื่องราวตามตำนานของพวกเขา เทพธิดาคนนี้ไม่ได้มีความเมตตาใดเลยซักนิด

 

เทพยัน : “จงตายโดยไม่ต้องเหลือเศษซากซะเถอะ”

 

ประโยคที่เธอกล่าวออกมามีแค่ให้พวกเขาไปตายซะเท่านั้น

 

โครวุส :ทหารทุกนาย จัดกระบวนตั้งรับ!!!”

 

โครวุสตะโกนสั่งขณะที่ชูดาบขึ้น

 

เขารู้สึกถึงพลังเวทและความกระหายเลือดออกมาจากตัวของเธอคนนี้

 

เทพธิดา(ยัน) : “หุหุหุ ช้าไปแล้วจ๊ะ”

 

แสงสีขาวสองดวงได้สว่างวาบขึ้นมา

 

*ตู้ม!!*

 

แสงที่สว่างขึ้นได้พุ่งผ่านโครวุสไปและเกิดเลือดสาดกระเซ็นออกมาจากข้างหลังของเขา

 

โครวุส : “อะไ---”

 

พอเขาหันหลับไปดู ทหารนักเวทสองคนที่กำลังร่างเวทป้องกันตามคำสั่งของเขาทั้งสองคนได้กลายเป็นร่างไร้หัว คฑาของพวกเขาโชกไปด้วยเลือด

 

ขณะที่เขากำลังตกตะลึงอยู่นั้น รายที่สาม รายที่สี่ ทีละคนสองคนที่ทหารจอมเวทโดนแสงสีขาวทะลวงหัวจนกลายเป็นศพไร้หัวทันที

 

ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้กองกำลังของเขา1/3ก็ได้กลายเป็นศพไปแล้ว

 

เขาไม่เคยเห็นใครใช้เวทที่รุนแรงขนาดนี้ได้โดยไม่ต้องร่ายมาก่อนเลยในชีวิต

 

ถึงแม้เขาจะยังหนุ่มแต่โครวุสก็มีประสบการณ์และความสามารถ แต่การโจมตีของเธอคนนี้ได้อยู่เหนือสามัญสำนึกของเขาไปซะแล้ว

 

สามัญสำนึกที่ว่าเวลาใช้เวทต้องร่ายมนต์หรือการเตรียมการก่อนได้ถูกพังทลายลงด้วยเวทไร้ร่ายที่สามารถฆ่าคนได้อย่างง่ายๆและต่อเนื่อง

 

ถ้าจอมเวททั้งหมดสามารถใช้เวทได้แบบนี้ทุกคนละก็ นักดาบหรือทหารเลวก็คงไม่เป้นที่ต้องการอีกต่อไป

 

เทพธิดา(ยัน) : “อ่อนแอ มนุษย์นี่อ่อนแอจริงๆ”

 

ขณะที่หญิงสาวว่าแบบนั้นบาเรียของพวกเขาก็เริ่มทำงานรอบตัวโครวุสและลูกน้องของเขา

 

มันคือเวทป้องกัน「กำแพงศักดิ์สิทธิ์・ลักซ์・วอร์ดีเฟ้นด์」「กำแพงวารี・อควา・วอร์ดีเฟ้นด์」และ「กำแพงดิน・เทล่า・วอร์ดีเฟ้นด์ 」ที่ร่ายประสานร่วมกันเป็นเวทย์ป้องกันระดับสาม

 

ด้วยการประสานกันของทั้งสามธาตุ พวกมันจะช่วยสนับสนุนธาตุที่เป็นจุดอ่อนต่อกันและกันอีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้สูงขึ้นไปอีกสามเท่าด้วย

 

เหนือไปกว่านั้นทหารของโครวุสได้เสริมพลังป้องกันด้วยเวทมนต์ที่จะทำให้การป้องกันทางกายภาพสูงขึ้นด้วย

 

ในเมื่อศตรูสามารถใช้เวทระดัยที่ฆ่าคนได้โดยทันที พลังป้องกันตอนนี้คือสิ่งจำเป็นสูงสุด

 

แต่ช่วงเวลาสั้นๆตั้งแต่เริ่มร่ายเวทมาจนเวททำงานนั้น กลุ่มของเขาก็ได้ตายลงไปถึงหนึ่งในสามแล้ว

 

ขณะที่กำลังคิดหาหนทางถอยทัพอยู่นั้น โครวุสก็คิดถึงแนวทางที่เขาควรทำต่อจากนี้

 

โครวุส : “(ด้วยพลังป้องกันระดับนี้คงไม่น่าจะตายทันทีที่ถูกโจมตีแล้วละ แต่ปัญหาคือพวกเรายังมีกำลังพอที่จะไปฆ่าเธอได้อีกหรือ ไม่สิ มอนสเตอร์ในร่างของหญิงสาวคนนี้…. เพราะดันเสียจอมเวทไปเยอะแท้ๆมันเลยยากแบบนี้ซะได้)”

 

ถ้าหากเธอใช้เวทโจมตีระดับสูงแบบนี้ได้ก็แปลว่าเธอต้องใช้เวทป้องกันระดับสูงได้เช่นกัน และเพื่อทำลายเวทป้องกันระดับก็ต้องใช้เวทมนต์เท่านั้น

 

และตอนนี้กำลังโจมตีที่เหลืออยู่ก็น้อยลงไปอย่างมาก

 

เทพธิดา(ยัน) : “โฮ่ นี่นายกำลังคิดที่จะล้มฉันคนนี้อยู่งั้นเราะ?”

 

แต่โครวุสไม่ได้รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรโง่ๆอยู่ หรือบางทีเขาแค่อาจจะไม่อยากยอมรับความจริงก็เป็นได้

 

“ไม่อาจเข้าใจได้แม้แต่ความต่างของพลัง นายนี่มันต่ำยิ่งกว่าพวกสัตว์ทั่วไปซะอีก--”

เทพธิดา(ยัน) :

หญิงสาวเริ่มท่องมนต์คาถาแห่งความตาย

 

เทพธิดา(ยัน) : "「تألق نجوم تحطم يهلك」."

 

ขนาดไม่ต้องร่ายมนต์เธอยังสามารถใช้เวทระดับฆ่าคนได้ภายในครั้งเดียว ถ้าหากเธอใช้คู่กับการร่ายเวทด้วยแล้วละก็ ระดับความรุนแรงของมันคงไม่อาจมีใครคาดถึงได้แน่

 

โครวุส :เข้าขัดขวางและหยุดการร่ายเดียวนี่!!”

 

ด้วยคำสั่งของโครวุส จอมเวทและพลธนูต่างเริ่มที่จะโจมตีเธอ

 

เทพธิดา(ยัน) : “---หุหุหุ อย่างที่บอก ช้า ไป แล้ว”

 

ก่อนที่ธนูและเวทมนต์จะพุ่งเข้าถูกตัวของเธอ หญิงสาวก็ได้ร่ายมนต์เสร็จแล้ว มันพุ่งเข้าหาศตรูของเธอส่วนกับการโจมตีของเหล่าทหาร ส่วนการโจมตีของเหล่าจอมเวทกับพลธนูนั้นเธอก็แค่ใช้บาเรียป้องกันก็เอาอยู่แล้ว

 

หญิงสาวแค่ยืนมองศรแสงที่พุ่งไปหาศตรูที่อยุ่ตรงหน้าของเธอเท่านั้น

 

และเมื่อการโจมตีสงบลง หญิงสาวก็เปิดปากเพื่อจบการต่อสุ้ที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้มาตั้งแต่แรกแล้ว

 

เทพธิดา(ยัน) : “บ้ายบายพวกมนุษย์ จงตายและเสียใจซะที่มาขัดขวางเส้นทางของ’พวกฉัน’ “

 

หญิงสาวชูแขนขวาขึ้นมาและเหนือร่างของทหารเหล่านั้นมีวงเวทที่ถูกวาดด้วยแสงปรากฏอยู่

 

มันเป็นวงเวทที่พวกเขาแม้แต่จอมเวทในกลุมของพวกเขาก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต

 

พวกเขาไม่รู้ว่ามันคือเวทมนต์ที่มีระดับเดียวกับที่เธอใช้ใส่ซาริเอล เป็นเวทที่มีระดับพลังเทียบเท่ากับลมหายใจมังกร

 

เทพธิดา(ยัน) : “---ดาราร่วงโรย・เมเทโอ・สไตรค์ (星墜・メテオ・ストライク)”

(tn : ขอบคุณเสนอชื่อท่าโดยคุณ Whiteherb )

 

หญิงสาวเหวี่ยงแขนขวาลงมา

 

จากแหวนวงเวทมนต์ได้ปรากฏก้อนมวลอุกกาบาตเจ็ดสีขนาดยักษ์ร่วงหล่นลงมาโดยมีเป้าหมายไปที่กลุ่มของทหารที่นอนกองอยู่กับพื้น

(tn : ยังกะใช้เวทเมเทโอใส่มอนเลเวล 1 555+)

 

พลังป้องกันที่พวกเขาคิดว่าไม่มีทางถูกทำลายได้---

 

พวกเขาคิดแบบนั้นจริงๆ ใช่แล้วคิดแบบนั้นจริงๆนะ แต่ตอนนี้ไม่มีใครคิดที่จะต่อต้านอีกแล้ว

 

เหล่าทหาร+โครวุส : “อ้าา โอ้ พระเจ้า..”

 

พวกเขาทำได้เพียงแค่อวยพรให้กับพระเจ้า ให้กับเหล่าชีวิตที่ไม่อาจมีชีวิตได้อีกต่อไป

 

ความโลภ ความหวัง ความเจ็บปวด ทุกอย่างได้ถูกกลืนลงไปกับแสงทั้งเจ็ดสีที่ร่วงหล่นลงมา

 

*บรึ้มมมม!!!*

 

ลบล้างจนหมดจดไม่เหลือแม้แต่ซากจริงๆ

 

เทพธิดา(ยัน) : “อือ ตรงเป้าเผง~♪”

 

เธอยิ้มกว้างออกมา เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือผิดปาบใดๆกับการฆ่าคนเหล่านั้นทิ้งไป

 

เธอเพียงแค่ยิ้มออกมาอย่างที่แฟรี่ควรจะเป้น รอยยิ้มที่ชวยน่าหลงไหล

 

เทพธิดา(ยัน) : “เอาละ ฉันเป็นห่วงโครโน่อยู่ซะด้วยสิ ไปช่วยเขาดีกว่า ดูเหมือนว่าจะสายเกินไปแล้วสำหรับหมู่บ้านอิรุส แต่ช่างมันเถอะ มันช่วยไม่ได้แล้วนี่เนvะ”

 

หลังจากได้สร้างหลุมกว้างและลึกได้ราว 50 เมตร หญิงสาวก็ได้ไปจากน้ำพุแห่งแสงเพื่อไปพบกับชายที่เธอรักยิ่งกว่าสิ่งใดๆ

 

ーーーーーーーーーーーーーー

 

ติดตามแฟนเพจผู้แปลได้ที่ "Diamos" ..ในเนโกะจะลงวันละตอน ส่วนในเพจจะลงตอนใหม่เรื่อย ๆ ครับ ^^

อีกอย่างคือผู้แปลลองแต่งนิยายเอง เกี่ยวกับสาวยันนี่ล่ะครับ ถ้าสนใจลองเข้าไปอ่านได้ที่ "ยินดีต้อนรับสู่ต่างโลก"




NEKOPOST.NET