[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 61 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.61 - ตอนที่ 61 อิรุสลุกไหม้ (3)


บทที่ห้า อิรุสลุกไหม้

ตอนที่ 61 อิรุสลุกไหม้ (3)

 

 

นีโน่ ไม่สิ นักผจญภัยทุกคนของหมู่บ้านอิรุสที่เหลืออยู่ในกิลต่างไม่อาจเข้าใจได้กับภาพตรงหน้าที่เกิดขึ้นสู่สายตาของพวกเขาได้

 

จังหวะที่ชายบนหลังม้าได้สั่งการ พวกมันทุกคนก็หยิบอาวุธขึ้นมาโจมตี

 

ไม่มีการฟัง ไม่การขอความเมตตา เหล่าทหารชุดขาวได้โจมตีด้วยเวทมนต์เปลวเพลิงและห่าฝนธนูใส่พวกเขา

 

ลูกธนูที่เสียบทะลุร่างของพวกเขาทำให้ล้มลง และจังหวะนั้นเองที่ลูกศรอัคคี・อีฟรีท・ซากิต้า (火矢・イグニス・サギタ)ก็ถูกยิงเข้ามาซ้ำเพื่อเผ่าร่างของพวกเขาให้เป็นเถ้าถ่าน

 

และหนึ่งในนั้นก็มีบุคคลอันที่รักยิ่งของนีโน่ บุคคลที่เขาพึ่งได้พูดคุยกันไปเมื่อกี้ “เนียวโก๊ะ”

 

คนที่เป็นพนักงานต้อนรับของกิลที่ร่าเริงตลอดเวลา เธอคนที่แสนน่ารักคนนั้นไม่อาจพบเห็นได้อีกต่อไปในสถานที่แห่งนี้

 

นีโน่:”อ้า อะーーー”

 

เศร้า เสียใจ โกรธแค้น ความรู้สึกที่หลากหลายต่างรุมเร้าเข้ามาจนแน่นอก ไม่มีใครในที่แห่งนี้จะสรรหาคำพูดใดๆออกไปได้

 

ทุกคนในกิล:ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!”

 

จะมีก็แค่เสียงที่โกรธแค้นอย่างรุนแรงเท่านั้น

 

ตอนนี้นักผจญภัยที่เหลือต่างได้รู้กันแล้วว่าศตรูของพวกเขาไม่มีความเมตตาและจะไม่มีการเจรจาใดๆ พวกเขารู้แล้วว่าศตรูของเขามาเพียงแค่เพื่อกำจัดพวกเขาทั้งหมดทุกคนที่นี่

 

และพวกเขาก็กำลังจะถูกฆ่าโดยศตรูที่เป็นเหมือนปีศาจนั้น

 

แต่อย่างน้อย

 

ทุกคนในกิล:”(แค่มัน)”

 

คนที่สั่งการให้โจมตีใส่คนไร้ทางสู้ที่ยอมจำนนแล้ว

 

ทุกคนในกิล:”(ขอแค่มันคนเดียวเท่านั้น)”

 

”“””””ตรูจะฆ่ามันเองงงง!!””””””

 

นักผจญภัยต่างระเบิดความโกรธและความบ้าคลั่ง พวกเขาต่างหยิบอาวุธและกระโดดออกจากที่กำบังไปข้างนอก

 

โดยไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรต่อไปหรือเกิดอะไรขึ้นต่อ แม้ว่าจะต้องตายอย่างน้อยพวกเขาก็ได้สาบานจากหัวใจว่าต้องฆ่าผู้บัญชาการปีศาจคนนั้นให้ได้

 

และแล้วเวลาก็ล่วงเลยมาถึงรุ่งสาง

 

แสงยามเช้าสาดส่องมายังหมู่บ้านอิลรุสที่เต็มไปด้วยควันโขมง

 

ภายใต้กลุ่มควันมีภาพวาดของนรกปรากฏขึ้น กองภูเขาศพได้ถูกสร้างขึ้นมาภายในคืนเดียวในเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้

 

กองภูเขาศพนี้ได้แสดงให้เห็นว่าที่หมู่บ้านนี้ไม่มีใครรอดชีวิตเหลือแม้แต่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว

 

ตอนนี้กองทหารกำลังค้นหาสิงของมีค่าและปีศาจที่อาจยังรอดชีวิตหลบซ่อนตัวอยู่ภายในหมู่บ้านจนถึงตอนนี้

 

สถานการณ์เหล่านี้ได้สะท้อนในสายตาของพรีสเคอร์วอง  ชายที่เป็นผู้บัญชาการกองกำลังนี้ และเขากำลังอยู่ในห้องที่สุดแสนจะสบายชั้นบนของที่ทำการกิลนักผจญภัย

 

เคอร์วอง :”แล้วนายมีเรื่องอะไรที่ต้องการจะแจ้งงั้นรึ?”

 

โครวุส:”ครับ ใกล้หมู่บ้านนี้มีสถานที่ที่เรียกว่าสวนของแฟรี่ปรากฏอยู่ครับ”

 

เคอร์วอง :”แฟรี่งั้นรึ?...แล้ว”

 

โครวุส:”เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ครับ ที่แห่งนั้นมีความเป้นไปได้สูงว่าอาจจะมีบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์อยู่ครับ”

 

น้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นไอเท็มที่ทางศาสนจักรนิยมใช้และเป็นที่ต้องการกันมาก

 

น้ำที่มีพลังของพระเจ้าสะสมอยู่ พูดง่ายๆคือเป็นน้ำที่มีพลังเวทมนต์ขาวสะสมอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง

 

ปกติแล้วน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้จะถูกนำมาใช้เพื่อให้พลังเวทมนต์ขาวเพิ่มพลังไปได้อีกระดับหนึ่ง และดูเหมือนว่าที่นี่จะมีของที่ว่านั้นอยู่ซะด้วย

(tn : สรุปที่เคอร์วอง แม่งดูเทพเพราะใช้ไอเท็มเพิ่มพลังตัวเอง...)

 

ในทวีปอาร์คสถานที่ที่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์ผุดขึ้นมาจะถือว่ามีความสำคัญมาก

 

เวทมนต์ขาวคือพลังของพระเจ้า และสถานที่ที่มีสิ่งนี้เกิดขึ้นก็แสดงว่าได้มีพลังของพระเจ้าสำแดงเดช ณ ที่แห่งนั้นด้วย พูดง่ายๆคือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

 

แต่นั่นเป็นแค่เหตุผลทางความเชื่อเท่านั้น หากสามารถเก็บสะสมน้ำศักดิ์สิทธิ์มาเป็นจำนวนมากได้ ก็จะทำให้ได้รับผลประโยชน์มากมายกลับมา

 

มีหลายพิธีกรรมที่ต้องใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ และหากนำไปใช้คู่กับเวทมนต์ขาวก็จะได้รับผลเสริมที่ตามมาหลากหลายมากขึ้นด้วย

 

สำหรับจอมเวทที่เชื่อและนับถือ พวกเขาเหล่านั้นต้องก็ต้องใช้น้ำตัวนี้

 

แต่สถานที่ที่จะเป็นแหล่งกำเนิดน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้นั้นมีน้อยพอๆกับทองคำ

 

เคอร์วอง ที่เข้ามาแสวงหาความสำเร็จในทวีปแพนโดร่านี้ เขาไม่มีความจำเป้นใดๆที่จะต้องปล่อยสิ่งนั้นให้ผ่านตาเขาไปเฉยๆเป้นแน่

 

โครวุส:”ดูเหมือนว่ามันจะมีสถานที่ที่เรียกว่าน้ำพุแห่งแสงอยู่ด้วยครับซึ่งอยู่ลึกเข้าไปภายในป่านั้น และยังดูเหมือนว่ายังเป็นพื้นที่ที่ไม่อนุญาติให้เผ่าอื่นๆนอกจากเผ่าแฟรี่เข้าไปได้ครับ”

 

เคอร์วอง :”หืม งั้นก็ไม่ต้องสงสัยแล้วสินะ”

 

สถานที่ที่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่มักจะมีแฟรี่อาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน นั่นเป้นตำนานที่แม้แต่เด็กๆในทวีปอาร์คก็รู้กันเป็นอย่างดี

 

และนั่นก็ไม่ใช่ตำนานแต่เป้นความจริง เคอร์วอง เขารู้เรื่องนั้นจากการอ่านตำรามาแล้ว

 

โครวุส:”พวกเราควรรีบส่งทหารไปเพื่อควบคุมรักษามันเอาไว้ครับ”

 

เคอร์วอง :”โครวุสเราขอมอบภารกิจนี้ให้เจ้าเป็นคนจัดการ จงไปนำมันกลับมาด้วยทีมค้นหาจากกองกำลังซะ”

 

โครวุส:”ขอบคุณมากครับ แต่ผมคงต้องพาจอมเวทไปเกือบหมดด้วย จะเป็นอะไรมั้ยครับ?”

 

เคอร์วอง :”ได้แน่นอน ดาบไม่สามารถใช้กับแฟรี่ได้ด้วยสิ ตราบเท่าที่มีทหารอยู่ที่นี่มันก็เพียงพอแล้ว เราไม่สนหรอกว่าเจ้าจะเอาจอมเวททั้งหมดไปใช้ สิ่งนั้นสำคัญต่อพวกเรามาก”

 

โครวุส:”ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะควบคุมสถานที่แห่งนั้นให้ได้ครับ”

 

พวกเขาทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าต้องเกิดการปะทะกับพวกแฟรี่แน่

 

ที่สาธารณะรัฐเองนอกจากปีศาจแล้ว ความรู้สึกของพวกเขาที่มีต่อแฟรี่เองก็ไม่ได้ต่างกันแม้ว่าพวกเธอเหล่านั้นจะดูน่ารักอยู่ก็ตาม แต่พวกแฟรี่นั้นมีพลังเวทสูงมากเมื่อเทียบกับมนุษย์

 

ถ้าหากประมาทละก็จะต้องถูกโจมตีด้วยเวทมนต์ธาตุต่างๆจนแหลกเป็นชิ้นๆแน่

 

แต่พวกเขาได้เตรียมจอมเวทฝึกหัดมาเป็นจำนวนมาก เป็นกองทัพขนาดใหญ่ที่ทำให้มนุษย์ไม่มีทางแพ้ให้กับแฟรี่ที่ไม่เคยแม้แต่คิดจะต่อสู้พวกนั้นได้แน่

 

และเคอร์วอง ก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าเพียงแค่จำนวนที่มีตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว

 

เคอร์วอง :”แล้วเจ้าได้ยินข่าวนี้มาจากไหนกันーー”

 

โครวุส:”ชายที่ชื่อว่าคิสชู เขาอยู่ร้ายขายอุปกรณ์ไอเท็มของหมู่บ้านนี้ครับ”

 

เคอร์วอง :”อ้า แล้วได้จัดการเขาไปแล้วใช่ไหม?”

 

โครวุส:”....แต่เขาเป็นมนุษย์นะครับ จะไม่เป้นอะไรหรือครับ?”

 

เคอร์วอง :”ไม่มีใครอยากจ่ายเงินให้กับชายวัยกลางคนหรอกใช่ไหม? เขาหมดประโยชน์แล้ว นอกจากนี้เราไม่อาจปล่อยพวกนอกรีตที่อยู่ร่วมกับพวกคนแคระให้มีชีวิตรอดไปได้หรอก มันช่างน่าสะอิดสะเอียนซะจริง”

 

โครวุส:”เป็นอย่างที่พูดครับ”

 

เคอร์วอง :”งั้นเดียวเราจะมอบคำสั่งให้คนอื่นไปจัดการกับชายคนนั้นและครอบครัวของเขาซะ ส่วนนายก็ควรไปเริ่มดำเนินการเข้าควบคุมน้ำศักดิ์สิทธิ์ซะนะ”

 

โครวุสรับคำสั่งนั้นแล้วเดินออกไปจากห้อง เคอร์วอง มองออกไปที่หน้าต่างอีกครั้งแล้วยิ่มออกมา

 

ข้างใต้ตรงลานกลางหมู่บ้าน กางเขนไม้ขนาดเท่าคนได้ถูกตั้งขึ้น

 

บนกางเขนนั้นพวกปีศาจหน้าโง่ที่ต่อต้านพระเจ้า “นีโน่” และศพพวกนักผจญภัยหมู่บ้านอิลรุสคนอื่นๆต่างถูกตรึงบนกางเขนเป็นดั่งคำเตือนให้แก่ผู้ที่มาพบเห็น

 

ส่วนภูเขาศพบางส่วนก็ถูกนำไปเผา บางส่วนถูกนำไปฝัง พวกศพเหล่านี้อย่างน้อยก็ยังดีกว่าพวกคนที่ถูกโดนนำไปตรึงกางเขนตรงนั้น

 

มันเป็นภาพวาดของนรกอย่างแท้จริง แต่สำหรับเคอร์วอง มันคือก้าวแรกที่ส่องสว่างของอนาคตของเขา

 

การปราบปรามหมู่บ้านอิลรุสแม้ว่าจะมีทหารบางส่วนถูกฆ่าไปบ้างแต่ทุกอย่างก็สำเร็จไปได้ด้วยดี มากไปกว่านั้นยังค้นพบน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นกำไรอีกด้วย

 

ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีแบบนี้ เขาเชื่อว่าเขาต้องได้รับพรมาจากพระเจ้าแน่ๆ

 

ยิ้ม เขายิ้มจนแก้มแทบจะปริออก

 

เคอร์วอง ที่กำลังพอใจกับผลลัพธ์ ได้หยิบสัญลักษณ์กางเขนที่ห้อยคออยู่มาอธิษฐานต่อพระเจ้าของเขา

 

เคอร์วอง :”ขอให้ความศรัทธาของข้าพระองค์ส่งไปถึงดินแดนสวรรค์ด้วยเถิดーー”

 

 




NEKOPOST.NET