[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 60 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.60 - ตอนที่ 60 อิรุสลุกไหม้ (2)


บทที่ห้า อิรุสลุกไหม้

ตอนที่ 60 อิรุสลุกไหม้ (2)

 

ประตูทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่จำนวนมากอย่างไม่เคยเห้นมาก่อนนับตั้งแต่ได้ก่อตั้งหมู่บ้านอิรุสขึ้นมา

 

ต่อหน้ากองทัพครูเสดเดอร์จำนวนมาก ทหารยามหมู่บ้านที่มีน้อยกว่า 50 คนจึงไม่อาจทำอะไรได้

 

หลังจากที่ประตูได้พังทลายลงมาก็ยังผ่านมาได้ไม่นานนัก และยังคงมีชาวบ้านบางส่วนที่นั่งกุมมือราวกับขอวิ่งวอนอะไรบางอย่าง

 

คนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ตอนนี้คือหัวหน้าหมู่บ้านชิโอเน่, กรินท์กับลูกชายของเขาเครเดล และทหารยามที่กำลังต่อสู้อยู่เพื่อปกป้องพวกพ้องในซอกมุมอับสายตาตามที่ต่างๆของหมู่บ้าน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่อาจช่วยหยุดยั้งครูเสดเดอร์ที่กำลังทยอยเข้ามาในหมู่บ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และครูเสดเดอร์บางส่วนก็มุ่งตรงไปยังศูนย์กลางของหมู่บ้านได้สำเร็จแล้ว

 

ทั้งหมู่บ้านได้ตกอยู่ในกองเพลิงทั้งหมดแล้ว และไม่มีใครสักคนที่ต่อสู้อยู่ตรงนี้รู้ตัวเลยสักนิด

 

โครวุส:”โอ้ย จะใช้เวลาอีกนานไหมกับปีศาจตัวนั้นเนี่ย?”

 

ทหารครูเสดเดอร์:”ーーฮา กระผมต้องขอโทษด้วยครับ”

 

ตรงหน้าทหารที่ตอบโครวุสกลับมามีก็อบลิ้นตัวหนึ่งถูกฟันไปที่หัวไหลพร้อมกับชุดหนังของเขาจนล้มลง

 

โครวุสที่ยืนอยู่แนวหน้าพยายามลดการสูญเสียของกองทัพตนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

หากพบว่ามีทหารคนไหนได้รับบาดเจ็บหรือล้มลง เขาก็จะให้สับเปลี่ยนกับแนวหลังทันที ด้วยวิธีการนี้จะสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงไปได้เป็นจำนวนมากแม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับปีศาจที่แข็งแกร่งกว่าก็ตาม

 

แน่นอนว่าในทางกลับกันมันก็เป็นการกดดันพวกศตรู ในที่นี้ก็คือเหล่าทหารยามประจำหมู่บ้าน พวกเขาต่างรู้สึกว่าไม่ว่าจะโจมตีไปเท่าไหรก็ไม่ได้ผลเลยสักนิด แถมศตรูของพวกเขาก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลยด้วย

 

ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปอีกสักสิบนาทีละก็ พวกเขาทั้งหมดต้องถูกฆ่าทิ้งทั้งหมดแน่

 

เคอร์วอง:”พอได้ล่ะ”

 

แต่เคอร์วองไม่อยากให้เสียเวลานานไปกว่านี้ เขาจึงให้สัญญาณมือแก่เหล่าทหารของเขา

 

เคอร์วอง:”ทุกคนถอยทัพ”

 

จังหวะที่เคอร์วองได้สั่งการออกไป ทหารทุกคนต่างก็รีบถอยร่นลงมา ส่วนทหารยามหมู่บ้านต่างก็กู่ร้องด้วยความยินดี

 

ถึ่งแม้ว่าเคอร์วองจะเป็นคนที่พูดจาอวดดีและขี้โอ่ แต่เขาก็เป็นชายที่ตั้งใจจะกำจัดปีศาจให้หมดไปในนามของพระเจ้าอย่างตั้งใจจริง

 

เอลฟ์, ลิซาร์ดแมน และมนุษย์สัตว์ต่างรู้สึกต่อต้านในความคดของเคอร์วองว่าพวกเขานั้นมีอะไรที่แตกต่างจากมนุษย์งั้นรึ?แล้วอะไรกันคือบาปที่ว่ากัน?

 

แต่สุดท้ายความเชื่อก็คือความเชื่อ เป็นความเชื่อที่เผ่าพันธ์ุอื่นๆทั้งหมดที่นอกเหนือจากมนุษย์นั้นไม่มีค่าอะไรเลยนอกจากกลุ่มก้อนของความผิดปาบต่อหน้าพระเจ้าสีขาวเท่านั้น

 

เคอร์วอง:”محامية مبكرة سريعة وعيه كلمة ーー「เพิ่มพลังสมาธิ・คอนเซนส์・บูสต์ (集中強化・コンセス・ブースト)」 ”

 

เคอร์วอง:”كيكو هيروشي تلبية العديد من عناصر قوية ーー「เพิ่มพลังองค์ประกอบธาตุ・เอเลเมนต์・บูสต์ (属性強化・エレメント・ブースト)」”

 

เวทมนต์ที่เคอร์วองได้ใช้ไปคือเวทมนต์สายเสริมพลัง ผลจาก「เพิ่มพลังสมาธิ・คอนเซนส์・บูส」จะทำให้การร่ายเวทมนต์ได้เร็วขึ้นและพลังเวทมนต์จะถูกบีบอัดให้มีความเข้มข้นมากขึ้น ส่วน「เพิ่มพลังองค์ประกอบธาตุ・เอเลเม้น・บูส」จะทำให้เวทมนต์ธาตุอย่างเช่นธาตุแสงมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

 

เคอร์วอง:”  مشرق حريق يدمر الابيض انتشار النار (พระเพลิงสีขาวจงส่องประกายขึ้นเพื่อทำลายทุกสิ่ง)”

 

หลังจากใช้เวลาเพียงไม่ถึงวินาทีในการร่ายมนต์ เวท「โฮลี่ไลท์(聖なる光)」ก็ถูกปล่อยออกมา

 

เคอร์วอง:「ลำแสงปืนใหญ่・ลักซ์・ฟอร์สบลาสต์(大閃光砲・ルクス・フォースブラスト)!」

 

มันคือเวทมนต์「เวทมนต์โมเดิร์น (現代魔法・モデル)」ระดับสูงที่ใช้โจมตีระยะไกลโดยการยิงลำแสงพลังเวทมนต์สีหลักเจ็ดสีออกมา

 

เวทมนต์ระดับที่สามารถฆ่ามอนสเตอร์แร้งค์ 3 ลงได้อย่างง่ายดาย และด้วยผลจากการเสริมพลัง มันจึงกลายเป็นลำแสงที่ทรงพลังพร้อมจะบดขยี้เหล่าทหารกล้าของหมู่บ้านให้หมดสิ้นไป

 

ชิโอเน่:”منعت كيكو دوامات الرياح هيروشي الجماهير جدار كبير―― 「กำแพงวายุ・แอร์・วอร์ดีเฟนด์ (大風防壁・エール・ウォルデファン)」”

 

หัวหน้าหมู่บ้านใช้พลังเวทสร้างกำแพงลมขึ้นมาเป็นดั่งโล่ปกป้องทุกคนจากลำแสงมรณะ

 

แต่เธอรู้อยู่แล้วว่าการใช้เวทมนต์ระดับกลางมาป้องกันเวทระดับสูงแบบนี้นั้นเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งโล่วายุของเธอนั้นยังแพ้ทางเวทสำแสงที่เกิดจากการรวมพลังของทุกธาตุเข้าด้วยกันอีกด้วย

 

ผลลัพฑ์คือโล่เวทมนต์ของหัวหน้าหมู่บ้านและแนวป้องกันของทหารยามหมู่บ้านไม่อาจที่จะช่วยลดความเสียหายจากเวทมนต์ของเคอร์วองได้เลยสักนิด

 

““เคียกกก  อ๊ากกก กรีดดดด  อ้าาาาาาาา””

 

เคอร์วองได้หันหลังให้กับเสียงกรีดร้องของความตายโดยไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมา

 

เคอร์วอง:”โอ้ ดูเหมือนจะยังคงมีการต่อต้านอยู่อีกที่ด้วยนี่ใช่ไหม?”

 

หลังจากเผาเหล่าทหารยามของหมู่บ้านทั้งหมดจนเป็นเถ้าถ่านด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขาก็ได้ลืมใบหน้าที่ไร้ค่าของพวกมั้นทั้งหมด และเริ่มที่จะไปยังจุดที่เป้นปัญหาต่อไป

 

ทหารโดยรอบของเขาต่างดูดีใจปลื้มปิติที่พวกปีศาจทั้งหมดถูกกำจัดจนหมดสิ้น

 

เคอร์วอง:”โครวุสดูเหมือนว่าจะมีพวกนักผจญภัยไปรวมตัวกันที่กิลเพื่อป้องกันตัวเองอยู่ รีบไปกำจัดพวกมันซะ”

 

โครวุส:”ครับ!”

 

โครวุสตอบรับคำสั่งของเคอร์วอง จากนั้นเขาได้มองไปยังลิซาร์ดแมนที่เขาได้ต่อสู้กันอยู่จนถึงเมื่อกี้ เขาเป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มทหารเหล่านี้ที่คิดถึงการตายของพวกปีศาจ

 

โครวุส:”(ทำไมนักรบลิซาร์ดแมนคนนั้นถึงได้พยายามปกป้องลิซาร์ดแมนอีกคนกันนะ?หรือว่าพวกปีศาจเองก็ยอมเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องคนอื่นเป็นกันด้วยงั้นเรอะ?)”

 

ภาพร่างของนักรบผู้มอดไหม้ที่กำลังทับร่างอีกร่างหนึ่งลงไปกองด้วยกันนั้นได้ฝั่งลงไปในจิตใจของเขา แต่โครวุส ชายคนนี้ไม่มีทางรู้ได้เลยเลยว่าทั้งสองคนนั้นเขาเป้นพ่อลูกกัน

 

*****

 

นีโน่:”อย่ามาล้อเล่นกันนะเฟ้ย!ไม่มีทางยอมแพ้ให้พวกมันหรอก!”

 

เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธของนีโน่ดังขึ้นภายในโถงกิล

 

นักผจญภัย:”แกต่างหากที่เล่นตลก ดูรอบๆตัวก่อนสิฟะーー”

 

ตอนนี้ที่อาคารกิลได้ถูกล้อมโดยกองทัพครูเสดเดอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

นักผจญภัย:”ーーตอนนี้ให้ถูกจับโยนลงไปในรังของก็อบลิ้นยังจะดีกว่าเลย นี่พวกเราจะสู้พวกมันยังไงกันดีละเนีย?!”

 

นักผจญภัยอีกคนตะโกนขึ้นมา

 

ภายในกิลตอนนี้เต็มไปด้วยนักผจญภัยที่อยู่ในหมู่บ้านอิรุส พวกเขานั้นต่างมีความคิดที่แตกต่างกันอยู่

 

ตอนนี้มีแค่สองทางเลือกคือสู้จนตัวตายหรือไม่ก็ยอมให้พวกเขาบุกเข้ามาแล้วยอมจำนนซะ

 

นีโน่กับคนอื่นๆที่ได้สู้กับแนวหน้าของครูเสดเดอร์มาได้ถูกปราบลงด้วยจำนวนที่เหนือกว่าของศตรู และจำต้องถอยร่นเข้ามาตืดอยู่ในตึกกิลนี้

 

ยังดีที่พวกมันยังไม่บุกเข้ามาทำให้ยังพอมีเวลาปรึกษากันอยู่บ้าง

 

นักผจญภัย:”พวกมึงอะก็พูดได้สิว่าจะปกป้องจนตัวตายเพราะที่นี่เป็นหมู่บ้านของมึง แต่ไม่เหมือนกับพวกตรูหรอกนะ พวกตรูไม่มีความจำเป้นอะไรที่ต้องมาสละชีวิตให้กับหมู่บ้านนี้สักหน่อย!”

 

นีโน่:”พวกมึงพูดว่าอะไรนะ!!?”

 

เนียวโก๊ะ:”หยุด ได้โปรดหยุดเถอะคะ!!”

 

นีโน่ที่จับคอนักผจญภัยเผ่ามนุษย์ขึ้นมาได้ถูกเนียวโก๊ะหยุดเอาไว้ และดูเหมือนว่านักผจญภัยคนอื่นๆก็กำลังจะทำตามกันอยู่แล้วด้วย

 

นักผจญภัยเผ่ามนุษย์มองไปที่เนียวโก๊ะแล้วพูดขึ้นว่า

 

นักผจญภัยเผ่ามนุษย์:”โอ้แล้วก็หัวหน้ากิลเองก็ตายไปแล้วด้วยนี่ใช่ไหม?งั้นก็ไม่มีคำสั่งแล้วสิน่ะ งั้นพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องสู้แล้วนี่ แล้วก็ต่อให้เป็นคำสั่งจริงๆก็ตาม งั้นตรูขอจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 100 โกลเป็นค่ายกเลิกภารกิจก็แล้วกันนะ”

 

เนียวโก๊ะ:”อือ...ค...คะ….”

 

เนียวโก๊ะได้ไปที่บ้านของหัวหน้ากิลมาแล้วหลังจากที่นีโน่ได้แจ้งข่าวก่อนที่เสียงระฆังจะดังขึ้น

 

แต่ระหว่างทางที่นำหัวหน้ากิลมาก็ได้พบกับครูเสดเดอร์กลางทางซะก่อน สุดท้ายก็มีแค่เนียวโก๊ะที่ถือว่าว่องไวที่สุดในหมู่ของเผ่ามนุษย์สัตว์ที่สามรถรอดชีวิตกลับมาที่กิลได้

 

ถึงแม้ว่ามันจะเป้นสถานการณ์ที่ช่วยไม่ได้ แต่เนียวโก๊ะก็เสียใจอยู่ดีที่เธอทอดทิ้งหัวหน้ากิลกลับมา

 

นักผจญภัยเผ่ามนุษย์:”พวกมึงเข้าใจใช่ไหม?พวกตรูไม่มีเหตุผลที่จะต้องต่อสู้เลยสักนิด อย่ามาหยุดพวกตรูซะให้ยากเลย”

 

นีโน่:”.....ไอเชี่ย”

 

นีโน่เองก็เป็นนักผจญภัยเหมือนกัน เขาเลยเข้าใจความคิดของฝ่ายตรงข้าม

 

นีโน่:”งั้นก็ไปซะ ชั้นจะสู้อยู่ที่นี่เอง”

 

นักผจญภัยเผ่ามนุษย์:”ไม่ต้องบอกก็จะไปอยู่แล้ว”

 

นักผจญภัยเผ่ามนุษย์โยนดาบของตนลงบนโต๊ะเพื่อจะไปยอมจำนนต่อกองทัพครูเสดเดอร์

 

นักผจญภัยคนอื่นๆเกือบครึ่งหนึ่งของกิลต่างก็โยนอาวุธของตนทิ้งไปเช่นกัน

 

นีโน่:”เดียวก่อน”

 

นักผจญภัย:”อะไร ยังมีปัญหาอะไรอีก?”

 

นีโน่:“....พาเนียวโก๊ะไปด้วยสิ”

 

พอเนียวโก๊ะจะพูดอะไรออกมา เธอก็ถูกหยุดด้วยสายตาของนีโน่ที่จ้องมา

 

นีโน่:“มีแค่พวกเราที่ต้องต่อสู้และตายก็พอแล้ว”

 

เนียวโก๊ะ:”คุณนีโน่…”

 

นีโน่:”ถ้าเธอยอมแพ้พวกมันคงไม่ฆ่าเธอทิ้งหรอก แล้วก็อีกอย่างเรายังมีโครโน่อยู่ เดียวเขาก็ต้องมาช่วยเธอเอง”

 

(นี่มันใช่เวลาที่จะมาพูดถึงชื่อของชายคนอื่นไหมเนี่ย)ーอาเทน ที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังของนีโน่คิดแบบนั้น

 

แต่จริงอยู่ที่หากมีโครโน่อยู่ที่นี่ละก็ เขาคงจะต้องยืนหยัดต่อสู้ไปพร้อมกับพวกเราแน่

 

เนียวโก๊ะ:”จะ จริงๆเราะ งั้นพวกเราทั้งหมดมายอมแพ้กันเถอะคะーー”

 

นีโน่ยิ้มให้เนียวโก๊ะ มันเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเศร้าพร้อมบอกว่า

 

นีโน่:”อ้า ชั้นได้ฆ่าพวกมันไปสิบคนแล้ว พวกมันคงไม่ยอมปล่อยชั้นไปหรอก”

 

พอเธอมองไปที่แฮรี่กับอาเทน พวกเขาก็ยิ้มแบบเศร้าๆตอบกลับมา

 

เนียวโก๊ะ:”ตะ แต่ーー”

 

นีโน่:”เอาน่ารีบไปเตรียมตัวแล้วไปได้แล้ว เธอไม่รู้หรอกว่าพวกมันจะบุกเข้ามาเมื่อไหร!”

 

สถานการณ์ที่ยังสงบแบบนี้คงเป็นไปอีกไม่นานนัก ถ้าพวกมันที่อยู่ข้างนอกตัดสินใจเริ่มโจมตีแล้วละก็ โอกาศที่จะยอมแพ้ก็คงจะไม่มีอีกต่อไป

 

นีโน่:”แล้วพบกันใหม่นะ เนียวโก๊ะ”

 

เนียวโก๊ะ:”....คะ คุณนีโน่ ทุกๆคน …..ขอให้โชคดีในสงครามนะคะ”

 

พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลลงมา เนียวโก๊ะก็ลาจากออกมาพร้อมกับสมาชิกคนอื่นที่พร้อมจะยอมจำนนต่อกองทัพของศตรูของพวกเขา

 

และอีกเดียวนีโน่ก็จะได้รู้แล้วว่าการตัดสินใจครั้งนี้คือทางเลือกที่เลวร้ายที่สุด….

 

เคอร์วองได้เดินฝ่ากลุ่มของทหารชุดขาวมาที่ข้างหน้า

 

ตรงหน้าของเขาคืออาคารกิลขนาดใหญ่ของหมู่บ้านนี้

 

เคอร์วอง:”เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงยังไม่เริ่มโจมตีกันอีก?”

 

เคอร์วองถามหัวหน้ากองพลที่ยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าด้วยน้ำเสียงที่หยาบคาย

 

หัวหน้ากองพล:”ครับ ศตรูมีจอมเวทจำนวนหนึ่งที่สามารถใช้เวทมนต์ระดับกลางได้ และยังมีทหารที่มีทักษะสูงจำนวนมากด้วยครับ ดังนั้นการเข้าโจมตีด้วยแค่กำลังทหารของพวกเราจึงอันตรายมากครับーー”

 

เคอร์วอง:”ง่ายๆคือแกกลัวสินะ?”

 

จากการถูกต่อว่าจากเบื้องบนหัวหน้ากองพลก้มหน้าขอโทษพร้อมกับ

 

หัวหน้ากองพล:”ต้องขออภัยด้วยครับ”

 

เคอร์วอง:”เอาเถอะ ได้ยินมาว่าพวกปีศาจที่เป็นนักผจญภัยเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ พวกมันสามารถล้มมอนสเตอร์ได้ด้วยเพียงกลุ่มเล็กๆเท่านั้นเองด้วยนี่นะ”

 

เขามานึกถึงร่างของเอลฟ์และลิซาร์ดแมนที่พึ่งได้ช่วยปลดปล่อยจากบาปไปให้ เขารู้ว่าพวกปีศาจมีร่างกายที่แข็งแกร่งและยังเต็มไปด้วยพลังเวทมนต์ที่มากกว่าเผ่ามนุษย์

 

เคอร์วอง:“ก็นะชั้นเองก็ไม่ต้องการให้ทหารมาตายอย่างไร้ค่าด้วย ถือว่าทำได้ดีมากที่รอกำลังเสริมมาก่อนละนะ”

 

หัวหน้ากองพล:”ขอบพระคุณครับ”

 

หัวหน้ากองพลรู้สึกโล่งใจที่ในที่สุดเขาก็รอดจากการโดนพรีสโกรธ แต่ในเวลาต่อมาเขาก็พบว่าอยู่ๆเคอร์วองเขาก็เกิดโกรธขึ้นมาอีกครั้ง

 

เคอร์วอง:”นี่มันหมายความว่าไงกัน?”

 

ในสายตาของเขามีกลุ่มปีศาจและมนุษย์ที่ใส่ชุดเกราะแต่ไม่ได้ถืออาวุธและยกมือชูขึ้นฟ้ามารวมกันพร้อมกับพูดอะไรบางอย่างอยู่

 

พวกมันมายืนรวมกลุ่มกันตรงกลางระหว่างกลุ่มทหารครูเสดเดอร์และหน้าตึกกิล

 

เคอร์วองแม้จะถามออกมาแต่เขาก็รู้คำตอบอยู่แล้วว่าสิ่งนี้มันมีความหมายว่าอะไร

 

หัวหน้ากองพล:” ครับ พวกเขาออกมาจากกิลเพื่อขอยอมจำนนครับーー”

 

เคอร์วอง:”ไอโง่!แค่เห็นก็รู้แล้วเฟ้ย!!เราหมายถึงทำไมถึงยังไม่ได้ฆ่ามันทิ้งอีกต่างหาก?!”

 

หัวหน้ากองพล:”คะ คือ คือว่า...เพราะว่าในกลุ่มของพวกเขามีมนุษย์ปนอยู่ด้วยนะครับ”

 

เคอร์วอง:”ฆ่าซะ”

 

หัวหน้ากองพล:”ตะ แต่ทางศูนย์ใหญ่แจ้งว่าให้จับมนุษย์มาเป็นเชลย..”

 

เคอร์วอง:”เงียบซะ!พวกมันทั้งหมดคือปีศาจ!และพวกนอกรีตที่นี่ก็อาศัยอยู่ด้วยกันกับพวกปีศาจ!แค่การคงอยู่ของพวกมันก็ถือว่าเป็นการดูหมิ่นต่อพระเจ้าแล้ว!พวกมันต้องถูกจัดการเดียวนี้!!”

 

สำหรับเคอร์วองแค่มนุษย์อยู่ร่วมกับพวกมันก็ไม่อาจให้อภัยได้แล้ว

 

มนุษย์ที่อาศัยในทวีปแพนโดร่ากับทวีปอาร์คนั้น เขาได้เหมารวมไปแล้วว่าพวกมนุษย์เหล่านี้คือปีศาจประเภทหนึ่งเช่นกัน เหมือนกับชาวเอเชียกับชาวตะวันตกในโลกเดิมของโครโน่

 

แต่ความจริงแล้วมนุษย์ในโลกนี้นั้นไม่ว่าจะอยู่ทวีปไหนต่างก็มีหน้าตาเดียวกันทั้งหมด

 

ดังนั้นการที่มนุษย์ผู้ซึ่งถูกสร้างจากพระเจ้าได้มาอยู่ร่วมกับปีศาจพวกนี้ มันก็เป็นการรบกวนจิตใจของเคอร์วองมากพอดูแล้ว

 

ถ้าเอาตามที่หัวหน้ากองพลแจ้ง เขาต้องจับมนุษย์ทั้งหมดที่ยอมจำนนมาเป็นทาศหรือนักโทษสงคราม

 

แต่สำหรับเคอร์วองสิ่งที่สำคัญกว่าคำสั่งจากศูนย์ใหญ่คือการปฏิบัติตามค่ำสั่งสอนของพระเจ้าสีขาวของเขา และเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะลงมือฆ่าพวกปีศาจเหล่านี้

 

เคอร์วอง:”เตรียม เล็งーー”

 

เคอร์วองเริ่มออกคำสั่ง

 

ด้วยตำแหน่งที่สูงที่สุดในสถานที่แห่งนี้ ทหารทุกคนต่างรีบดำเนินตามคำสั่ง

 

พลธนูหยิบคันธนูขึ้นมา จอมเวทเตรียมร่ายมนต์คาถาโจมตี

 

ตอนนี้ตรงหน้ากองทัพครูเสดเดอร์ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ยอมจำนนต่างเริ่มสัมผัวได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและเริ่มรู้สึกถึงความกลัวที่แล่นผ่านร่างกาย

 

นักผจญภัย:”โอ โอ๊ะ!?โปรดรอก่อーー”

 

นักผจญภัยต่างได้กรีดร้องออกมาแต่เคอร์วองต้องการแค่ฆ่าพวกเขาเท่านั้น ฆ่าพวกคนและปีศาจที่ไร้ทางต่อสู้และจะไม่มีการรับฟังคำขอความเมตตาเด็ดขาด

 

เคอร์วอง:”โจมตี”

 

_________________________________

 

獣人(けものひと)=มนุษย์สัตว์

聖なる光(せいなる ひかん)=Holy light

 




NEKOPOST.NET