[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 52 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.52 - ตอนที่ 52 ความกลัวที่หวนกลับ


บทที่สี่ ลางสังหรณ์แห่งความพินาศ

ตอนที่ 52 ความกลัวที่หวนกลับ

 

 

วันที่ 12 เดือนตะวันใหม่(新陽の月)

 

ท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงบ่งบอกว่าอีกไม่นานก็จะเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลากลางคืนแล้ว

 

ขณะที่กำลังคิดแบบนั้นอยู่ ชั้นก็รีบเดินไปตามถนนสายหลัก

 

เป้าหมายข้างหน้าคือเมืองไดดารอสไม่ใช่หมู่บ้านอิรุส

 

คุโรโนะ:”ชั้นคิดว่าจะถึงก่อนพระอาทิตย์ตกดินซะอีก แต่นี่มันไกลกว่าที่คิดเยอะเลย”

 

ชั้นรู้สึกไม่ดีกับลิลี่ที่นำเธอมาด้วย ตอนนี้เธอกำลังซ่อนอยู่ภายในชุดคลุมเกาะตรงแถวๆคอของชั้น

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามชั้น ก็อยากจะรู้ให้ได้ว่าสถานการณ์ที่เมืองไดดารอสตอนนี้เป็นยังไง

 

ชั้นมุ่งหน้าสู่เมืองไดดารอสโดยไม่สนใจคำสั่งปิดถนนที่ได้ประกาศเอาไว้

 

แย่ที่สุดก็คงแค่ถูกทหารไดดารอสพบแล้วจับโยนเข้าคุกแค่นั้น

 

ส่วนเหตุผลที่พลักดันชั้นให้เสี่ยงไปไดดารอส คือความรู้สึกไม่สบายใจที่คอยรบกวนจิตใจชั้นอยู่

 

ข่าวลือเหล่านั้นมันแปลกเกินไปชั้นรู้สึกว่าไม่อาจเมินมันไปได้

 

ถ้าไดดารอสได้แพ้ให้กับกองทัพมนุษย์ไปแล้วจริงๆ ทั้งทวีปแพนโดร่าต้องตกอยู่ในไฟของสงครามแน่

 

ถ้าเป็นคนทั่วไปคงจะต้องหัวเราะกับความคิดนี้แน่ๆ แต่ชั้นรู้ดีว่าการบุกรุกทวีปมันหมายความว่ายังไง ประวัติศาสตร์ที่โลกเดิมของชั้นได้สอนชั้นเอาไว้

 

อีกทั้งกองทัพในชุดกางเขน ชั้นก็รู้จักด้วย ใช่ผ่านทางร่างกายของชั้น โดยตรงเลยล่ะ

 

ในโลกนี้ที่มีเวทมนต์และตัวชั้นที่ถูกอัญเชิญมาเพื่อนำไปทดลองต่างๆนาๆโดยไอเลวพวกนั้น

 

ถ้าไอพวกเลวนั้นนำกองกำลังจำนวนมากบุกเข้ามาได้ ทวีปแพนโดร่าต้องตกอยู่ในอันตรายแน่

 

ชีวิตที่สงบสุขของชั้นที่สร้างขึ้นในหมู่บ้านอิรุสกำลังตกอยู่ในอันตราย

 

ชั้นที่หนีจากไอเลวชุดกางเขนพวกนั้นมาที่ทวีปแพนโดร่านี้ ต่อให้พวกมันไม่ตามตัวชั้นกลับไป การทดลองของพวกมันก็ยังดำเนินต่อไปอยู่สิน่ะ

 

เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น, วิถีชีวิตของชั้นเองและทวีปแพนโดร่านี้ ชั้นเลยมาหาข้อสรุปที่เมืองไดดารอสแห่งนี้

 

ชั้นรู้สึกไม่ดีกับลิลี่ที่เหตุผลกว่าครึ่งในการมาที่นี้เป็นเรื่องส่วนตัวของชั้นทั้งหมด

 

แน่นอนว่าชั้นพยายามจะส่งเธอกลับไปที่หมู่บ้านอิรุสตอนที่ออกมาจากหมู่บ้านอันเคิล แต่ลิลี่ก็ไม่ยอมฟังชั้น เลย เพราะลิลี่รู้สึกว่าชั้นกำลังจะไปที่อันตรายมากๆ ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะตามชั้นมา

 

ชั้นตัดสินใจแล้วว่าเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย ชั้นจะให้ลิลี่หนีไปซะ

 

คุโรโนะ:”ーーตรงโน้นคือไดดารอสงั้นรึ?”

 

แม้ว่ารอบข้างจะเริ่มมืดแล้ว แต่ดวงตาที่ดัดแปลงมาก็สามารถมองเห็นแนวกำแพงปราสาทของเมืองไดดารอสได้จากระยะไกล

 

ชั้นเลยเดินเลี่ยงออกจากถนนหลักแล้วตัดเข้าไปในป่า ชั้นคงถูกพบแน่นอนหากยังคงใช้เส้นถนนหลัก ดังนั้นคงจะดีกว่าหากค่อยๆแอบเข้าไป

 

หมู่บ้านเรียวที่ชั้นเดินผ่านเองก็ถูกปิดประตูหมู่บ้านไว้อย่างแน่นหนาและเงียบเชียบ

 

แล้วที่เมืองไดดารอสตอนนี้มีสภาพเป็นยังไงบ้างน่ะ?

 

จากตรงนี้ชั้นไม่เห็นเลยว่ามีร่องรอยของการต่อสู้หรือกำแพงที่ถูกทำลาย

 

ไม่ใช่ว่าเกิดสงครามครั้งใหญ่ขึ้นงั้นเราะ?หรือว่าจุดที่กำแพงเสียหายจะอยู่อีกฝากกัน?

 

ชั้นรีบมุ่งผ่านป่าด้วยความคิดที่สับสน

 

คุโรโนะ:”ใหญ่ชิบーー”

 

และแล้วชั้นก็มาถึงกำแพงเมืองไดดารอส แนวกำแพงที่ตั้งตระหง่าอยู่ตรงหน้าชั้นราวกับเป็นหน้าผาที่สูงชัน

 

ชั้นหยุดตรงแนวป่าระหว่างกำแพงกับป่า มันเป็นพื้นที่โล่งที่ไม่มีอะไรให้ชั้นหลบซ่อนตัวได้เลย

 

ถ้ามีต้นไม้หรือพุ่มไม้ให้หลบได้บ้างก็ดี แต่มันเป็นแนวคิดปกติที่จะไม่มีอะไรเลยข้างหน้าของกำแพงเมืองล่ะนะ ปัญหาคือจะแอบเข้าไปยังไงไม่ให้พวกมันรู้ตัวนี่สิ

 

พบมาคิดดูตอนแอบลอบเข้าเรื่อที่เมืองท่าก็มีการป้องกันเบาบางด้วยมันเลยทำได้ง่ายๆซะด้วยสิ

 

ชั้นคิดว่ามันคงไม่ได้ง่ายเหมือนครั้งที่แล้วแต่ว่า....

 

คุโรโนะ:”ไม่เห็นยามสักคนเลย”

 

จากตรงนี้ชั้นไม่เห็นมีทหารเลยสักคนตามแนวกำแพง

 

กำแพงที่สูงราวสามสิบเมตรไม่มีใครยืนประจำการอยู่ข้างบนเลยสักคน แน่นอนตามแนวกำแพงข้างล่างก็ไม่มี

บางทีพวกเขาอาจจะลาดตระเวนอยู่ มันคงไม่สามารถที่จะวางกำลังเฝ้าตลอดเวลาได้ละมั้ง

ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่มีปัญหาที่จะข้ามกำแพงนี้ แค่ปีนกำแพงสูง 30 เมตร ไว้เสริมพลังเวทมนต์ดำเข้าร่างกายเอาก็เป็นเรื่องง่ายๆแล้ว

 

ปัญหาตอนนี้คือ

 

คุโรโนะ:”บาเรียงั้นรึ พึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย”

 

ไม่เหมือนกับโล่ของชั้น บาเรียเป็นเวทที่ปกคลุมเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์และทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีหยุด

 

มันจะคอยป้องกันการโจมตีจากภายนอกและเฝ้าระวังผู้บุกรุกด้วยระบบหลายๆอย่างที่มี

 

รูปแบบบาเรียที่ชั้นรู้จักก็มีแค่「 นิ้วแห่งอิฟริส ( イフリートの親指)」ที่สามารถสร้าง「ยาไล่แมลง」โดยสร้างบาเรียไฟในการกั้นแมลงไม่ให้เข้ามา

 

กับบาเรียที่พึ่งรู้จักซึ่งอยู่ตรงหน้าเมืองไดดารอสนี้ ซึ่งมันไม่ได้ส่องแสงอีกทั้งยังไม่มีสีด้วย

 

มันโปร่งใสและรู้สึกได้ถึงพลังเวทที่แข็งแกร่งส่งแรงกดดันออกมา จนชั้นที่อยู่ห่างมาถึง 500 เมตรรู้สึกได้

 

ความต่างของความสามารถ「ยาไล่แมลง」กับสิ่งนี้นั้นมันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว

 

อาจเพราะมีบาเรียที่แข็งแกร่งขนาดนี้แล้วก็ได้ เลยไม่มีการจัดเวรยามเอาไว้เลยสินะ

 

เวทที่ใช้สร้างบาเรียนี้คือเวทมนต์ขาว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เวทมนต์ดำที่มีความเข้ากันกับเวทมนต์ขาวที่เลวร้ายแบบนั้นผ่าเข้าไปตรงๆได้

 

แต่อย่างไรก็ตามชั้นไม่ได้อยู่คนเดียว ชั้นยังมีคู่หูที่พึ่งพาได้อยู่!

 

คุโรโนะ:”ลิลี่ เธอสามารถเปิดรูบนบาเรียนั้นได้ไหม?”

 

ลิลี่:”อืออーーสบายมาก!”

 

เวทมนต์ขาวของซาริเอลและเวทแสงของลิลี่ต่างมีพื้นฐานที่แตกต่างกันอยู่

 

เวทมนต์แสงเองก็เป็นของที่เป็นคู่กันกับเวทมนต์ดำเหมือนเวทมนต์แสง อีกทั้งยังถือเป็นหนึ่งในเวทมนต์สีต่างๆด้วย

 

แต่เวททั้งสองก็ยังมีความแตกต่างอยู่

 

ถ้าลิลี่ที่มีความเข้ากันกับเวทดีอีกทั้งยังเชี่ยวชาญการควบคุมพลังเวทจะต้องสามารถเปิดรูบนบาเรียได้แน่

 

คุโรโนะ:”เอาล่ะ งั้นไปล่ะนะーー”

 

ชั้นจับลิลี่ให้มั่นแล้ววิ่งระยะ 500 เมตรด้วยความเร็วสูงสุด เสื้อคลุมสีดำที่เป็นจุดเด่นแบบนี้อาจถูกพบได้ พระเจ้าได้โปรดช่วยลูกช้างด้วยอย่าให้ใครเห็นทีเถิด

 

ชั้นไม่รู้ว่าเพราะพระเจ้าได้ยินคำขอพรของชั้นหรืออย่างไร แต่ชั้นก็มาถึงกำแพงได้อย่างปลอดภัย

 

แล้วก็จริงอย่างที่คิด มันไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้แต่ก็รู้สึกได้ บาเรียเมื่อกี้ตอนนี้มายื่นอยู่ตรงหน้าชั้นแล้ว

 

มันอาจจะเป็นบาเรียประเภทที่ไว้ป้องกันการโจมตีทางกายภาพก็เป็นได้ หรืออาจจะสร้างกระแสไฟฟ้าช็อตใส่คนที่ไปแตะต้องมัน

 

มันเป็นความคิดที่แย่มากหากจะลองไปสัมผัสมันดู ต่อให้ชั้นรู้ว่าการปล่อยให้ลิลี่ไปสัมผัสอะไรที่ดูอันตรายแบบนี้มันช่างโครตเลวเลย แต่ตอนนี้ชั้นคงทำอะไรไม่ได้นอกจากเชื่อในพลังของเธอ

 

คุโรโนะ:”ฝากด้วยนะ”

 

ลิลี่:”อืม!”

 

ลิลี่สัมผัสกับบาเรียด้วยมือทั้งสองของเธอ

 

จากจุดที่สัมผัสได้เกิดคลื่นกระจายเป็นวงออกมาเหมือนกับเวลาที่โยนหินลงนํ้า

 

ลิลี่:”อึ อืออออーー”

 

ปีกเจ็ดสีของลิลี่ทั้งสองข้างกระพือไปมา ร่างกายสีขาวของเธอส่องสว่างวูบวาบ

 

ชั้นรู้สึกว่าลิลี่กำลังพยายามอย่างหนักในการเปิดโพรงบาเรีย แต่แสงสว่างเล็กๆนี้คงปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้

 

มันไม่เกี่ยวว่าไม่มีทหารเฝ้าอยู่ตรงนี้ แต่ในเวลายามวิกาลแบบนี้แสงสว่างของลิลี่สามารถเห็นได้ไกลถึง 100

เมตรเลยล่ะ

 

ตอนนี้สิ่งที่ชั้นช่วยเธอได้ก็มีแค่พยายามเอาผ้าคลุมของชั้นบังแสงเอาไว้ มันเป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นมาก แต่ชั้นก็รออย่างเงียบๆจนกว่าจะทำสำเร็จ

 

เวลาผ่านมานานเท่าไหรแล้วน่ะ?บางทีอาจจะแค่สามนาที แต่ด้วยความรู้สึกที่เป็นกังวลทำให้ราวกับว่าผ่านมานานแสนนานแล้ว และแล้วในที่สุดลิลี่ก็พูดขึ้นมา

 

ลิลี่:”เปิดแล้ว!”

 

ไม่ใช่บอกว่าเจ็บ(あっ痛い)แต่เป็นเปิดแล้ว (開いた)

(tn : มุขแบบว่า....)

 

เมื่อมองไปตรงหน้าของลิลี่ มันมีแสงวาดเป็นทรงกลมลอยอยู่กลางอากาศ

 

มันกว้างพอที่ชั้นจะลอดผ่านเข้าไปได้ และเมื่อชั้นผ่านมันเข้ามาชั้นก็ไม่รู้สึกถึงแรงต้านใดๆ

 

ดูเหมือนว่าเธอจะประสบความสำเร็จในการเจาะบาเรีย

 

คุโรโนะ:”ทำได้ดีมาก ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ชั้นเอง”

 

ชั้นลูบหัวลิลี่ขณะที่เธอกำลังดีใจราวกับลูกสุนัข อยากจะลูบเธอแบบนี้ต่อไปจังแต่มันไม่ใช่เวลาจะมาทำแบบนี้ตอนนี้

 

ชั้นนำลิลี่มาซ่อนในฮูดของเสื้อคลุมอีกครั้งแล้วกระโดดลอดผ่านวงกลมเข้าไป

 

คุโรโนะ:”ผ่าเข้าไปทีเดียวเลย”

 

เมื่อเทียบกับตอนที่ชั้นปีนกำแพงของเมืองท่าเมื่อตอนนั้น ทักษะของชั้นตอนนี้เพิ่มขึ้นเยอะเลยล่ะ

 

ชั้นเคยพิชิตยอดเขาที่สูงถึง 100 เมตรด้วยการปีนหน้าผามาแล้วตอนไปบุกรังการูด้าครั้งนั้น

 

ถ้าชั้นใช้เวทมนต์ทักษะปีนเขา กะอีแค่กำแพงหินสูง 30 เมตรแค่นี้นะจิบๆ

 

ต้องมาดเท่ต่อหน้าลิลี่ที่ทำงานอย่างหนักในการเปิดรูบนบาเรียให้เห็นซะหน่อย ชั้นเตรียมปลดปล่อยเวทมนต์ออกมาขณะที่กำลังตั้งท่า

 

คุโรโนะ:”「 ปลดปล่อยแองเคอร์ (アンカー射出)」” (tn : แองเคอร์ ( Anchor) คือสมอเรือครับ)

 

มีลวดสีดำติดหัวฉมวกพุ่งออกจากฝ่ามือไปยึดเข้าที่ผนังกำแพงบนสุด เสร็จแล้วชั้นจึงนำลวดสีดำมาพันเข้าที่ข้อมือแล้วเริ่มปีนกำแพงขึ้นไป

 

ลิลี่:”ลุยเลย”

 

หลังจากฟังลิลี่ตอบรับ ชั้นก็ค่อยๆหดระยะลวดเข้าไปเรื่อยๆ

 

ขณะที่กำลังดึงตัวเองด้วยลวดสีดำ ชั้นก็ตรงดิ่งเป็นแนวตั้งขึ้นมาตามแนวกำแพง

 

「 แองเคอร์ (アンカー)」เป็นลวดติดหัวตะขอหรือฉมวกที่มักพบเห็นได้ทั่วไปตามเกมส์แนวต่อสู้มันอาจเรียกว่า「Hook shot」หรือ 「Grappling beam」หรือบางทีก็ใช้ลวดในการห้อยโหนเคลื่อนไหวทางระนาบตั้งเหมือนอย่าง「ทาซาน」

 

เวทมนต์ดำของชั้นสามารถก่อร่างเป็นสิ่งของอย่างลูกปืนหรือสิ่งอื่นๆ อีกทั้งยังควบคุมได้ด้วยถ้าหากสร้างภาพในหัวได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการสร้างลวดที่ยืดหดได้ก็เป็นเรื่องง่ายๆ

 

ด้วยการใช้「 แองเคอร์」ปีนกำแพง 30 เมตรก็เหมือนกับการวิ่งอยู่บนพื้นราบนั่นล่ะ

 

ภายในเวลาไม่กี่วินาทีต่อมา ชั้นก็มาถึงทางเดินด้านบนกำแพง

 

คุโรโนะ:”ไม่มีใคร….เลย?”

 

ที่ข้างบนทางเดินนี้ไม่มีแม้แต่เงาของคนอยู่เลย

 

ขณะที่เป็นจุดเด่นอยู่บนยอดสุดของกำแพงนั้น ชั้นก็ลองมองเข้าไปในเมืองไดดารอส

 

ข้างใต้นั้นมีถนน, บ้านเรือนและร้านค้ามากมาย มันใหญ่ขนาดที่ว่าสามารถบรรจุหมู่บ้านอิรุสลงไปได้หลายๆหมู่บ้านเลยทีเดียว

 

และกำแพงนี้ก็ปิดล้อมบ้านเรือนเหล่านั้นเอาไว้ทั้งหมด มันเป็นเมืองที่ใหญ่จริงๆ

 

ถ้าเป็นคนปกติก็คงเป็นเวลาที่พวกเขาจะเข้านอนกันแล้ว แต่ที่นี้จะมีแสงสว่างส่องลอดตามหน้าต่างของบ้านบ้าง แสงจากตะเกียงที่แขวนไว้บ้าง แสงสีแดงได้สาดส่องไปทั่วของพื้นที่พักอาศัยนี้

 

และตำแหน่งที่ส่องสว่างที่สุดก็คือปราสาทไดดารอส ปราสาทถูกปกคลุมไปด้วยกำแพงสูงจนไม่เห็นแม้แต่พื้นชั้นแรกของปราสาท

 

แม้ว่าจะตกกลางคืนแล้ว แต่ภายในตัวเมืองที่ยิ่งใหญ่นี้ก็ยังคงสว่างไสวอยู่

 

มั่นช่างยิ่งใหญ่ตระกาลตาเสียจริงๆ

 

แต่เมื่อชั้นได้เห็นธงที่พริ้วไหวอยู่ตรงปราสาท ชั้นก็ถึงกับต้องกลืนนํ้าลายลงไป

 

คุโรโนะ:”นั่นมัน...สัญลักษณ์กางเขน…”

 

ธงนั้นไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของไดดารอสที่ควรจะเป็นสีดำเข้มเหมือนผิวของกราไวนอล์ แต่เป็นสัญลักษณ์กางเขนที่ชั้นเกลียดชัง

 

คุโรโนะ:”มันเป็นเรื่องโกหกทุกอย่าง...ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่ากองทัพมนุษย์ พวกมัน…”

 

พอลองมองเข้าไปในเมืองดีๆ ธงที่คล้ายๆกันหลากหลายขนาดได้ถูกปักเอาไว้เต็มไปหมด

 

เป็นฉากที่สามารถอธิบายได้ว่าไดดารอสได้ตกเป็นของกองทัพครูเสดเดอร์แล้ว

 

คุโรโนะ:”เชี่ย แม่งเอ้ยยーー”

 

เลวร้ายที่สุดนี่มันฝันร้ายชัดๆ กรณีที่เลวร้ายที่สุดดันเกิดขึ้นจริงซะงั้น

 

ชั้นรู้ว่าสัญลักษณ์กางเขนของที่นี้ไม่ใช่เป็นสัญลักษณ์ของลัทธิหรือความเชื่อ แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของสาธารณะรัฐซินแคล

 

ความรู้สึกแย่ๆค่อยๆแพร่กระจายภายในหัวใจของชั้น

 

ไอพวกเลว ไอพวกชั่วช้า ไอเชี่ยเหล่านั้นได้มาถึงที่ทวีปแพนโดร่าด้วยกองกำลังขนาดมหาศาลแล้ว

 

ความจริงที่ว่าพวกชั่วนั้นยึดครองไดดารอสไปได้ นั่นหมายความว่าไม่มีกองทัพไหนที่จะหยุดมันลงได้อีกแล้ว

 

ประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างไดดารอสยังถูกยึดครองภายในพริบตาอย่างง่ายดายแบบนี้ ไอสัตว์นรกพวกนั้นคิดที่จะพิชิตทวีปแพนโดร่าทั้งหมดนี้และกำลังจะเป็นจริงในไม่ช้า

 

ชั้นจะทำยังไงดี?ควรต่อสู้?หรือว่าหนี?

 

คุโรโนะ:”ไอเชี่ยย….”

 

ราชันย์มังกรที่แข็งแกร่งกว่าชั้นยังถูกปราบลงแม้ว่าเขาจะนำกองทัพไปด้วยตนเอง พวกมันเป็นศตรูที่ชั้นไม่อาจสู้ได้

 

ต่อให้เป็นที่ต่างโลกซึ่งมีเวทมนต์ กำลังของคนเพียงคนเดียวก็ไม่อาจเอาชนะคนทั้งประเทศได้หรอก ดังนั้นชั้นควรจะหนีสิน่ะ?แต่ที่ไหนกันล่ะ? มันจะมีสักที่ไหมที่ไอสัตว์นรกพวกนี้จะไม่ตามมาถึง?

 

ไอเชี่ย แม่งเอ้ย คิดมากเท่าไหรก็ไม่มีความคิดดีๆออกมาเลยโว้ยย

 

ไม่ว่าจะคิดยังไง ชั้นก็เห็นแต่ภาพของไอเลวนรกพวกนั้นตามล่าพร้อมกับกางเขนที่ถืออยู่ในมือ

 

ชั้นควรทำยังไงดีฟะ

 

ลิลี่:”โครโน่!”

 

คุโรโนะ:”ーー!?”

 

ลิลี่กระโดดเกาะที่หน้าอกของชั้นแล้วกอดแน่น

 

ลิลี่:ไม่เป็นไรนะ ลิลี่จะปกป้องโครโน่เอง ต่อให้มีคนไม่ดีเข้ามาก็จะปกป้องให้ดูเอง”

 

ต่อให้ชั้นไม่ได้กล่าวคำพูดใดๆออกมา ลิลี่ที่สามารถอ่านความรู้สึกได้ ได้รับรู้ความรู้สึกของชั้น แล้วกล่าวคำพูดที่ได้กระตุ้นให้ชั้นรู้สึกตัวได้ขึ้นมา

 

คุโรโนะ:”....”

 

ชั้นกอดลิลี่ที่กำลังกอดชั้นอยู่

 

ความรู้สึกอบอุ่นที่ผ่านทางมือและหน้าอก ทำให้ชั้นตั้งสติและลบล้างความรู้สึกที่ไม่สบายใจนั้นออกไปได้

 

อ้า บ้าจริง ชั้นแสดงด้านแย่ๆออกมาให้ลิลี่เห็นจนได้

 

คุโรโนะ:”ลิลี่ ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

 

ใช่แล้ว ตอนนี้ชั้นไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว และก็ไม่สามารถคิดแค่เรื่องของตัวเองเหมือนเดิมได้อีกแล้ว

อย่างที่ลิลี่พูด เธอจะปกป้องชั้น ชั้นเองก็ต้องปกป้องเธอเช่นกัน

 

ชั้นจะไม่ยอมให้พวกสารเลวนั้นมาแย่งชิงชีวิตที่สงบสุขของชั้นไปอีกครั้งเด็ดขาด

 

คุโรโนะ:”ที่นี่อันตราย ไปกันเถอะ”

 

ลิลี่:”อือ”

 

ด้วยการที่พวกมันปกปิดการกระจายข้อมูลข่าวสาร ทำให้ไม่มีหมู่บ้านไหนเลยที่ได้ล่วงรู้ความจริงนี้

 

ถ้าชั้นไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ไอพวกสารเลวต้องโจมตีหมู่บ้านที่อยู่ในอนาเขตของไดดารอสแน่

 

มันเป็นไปไม่ได้ที่ชั้นจะต่อต้านพวกมัน แต่อย่างน้อยชั้นยังหนีออกไปจากที่นี้ได้

 

ถ้าหนีภายในประเทศไดดารอสไม่เวิร์คละก็ ไว้ค่อยหนีไปประเทศอื่นเอาก็ได้ แต่ปัญหาคือสาธารณะรัฐซินแคลจะยอมให้ชั้นเข้าประเทศหรือเปล่านี่สิ

 

ถ้าพวกเขาไม่ยอมสงสัยคงต้องแอบลักลอบเข้าประเทศไปละนะ

 

ก่อนอื่นชั้นต้องไปแจ้งให้ทุกคนและหมู่บ้านรอบๆรู้ซะก่อน ไม่สิพวกเขาคงจะไม่ฟังชั้นที่เป็นแค่นักผจญภัยแรงค์หนึ่งหรอก ชั้นต้องไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านอิรุสก่อนสิ

 

ชั้นเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในใจอีกครั้งเมื่อคิดว่าจะต้องทำอะไรหลังจากนี้

 

และในตอนที่ชั้นกำลังจะใช้แองเคอร์เพื่อปีนกำแพงลงไปตอนนั้นเอง

 

...:”ーーมาทำอะไรที่นี่?”

 

เสียงนี้มัน!.... ประสาทสัมผัสที่หกของชั้นได้แจ้งเตือนถึงภัยอันตรายขึ้น!!!

 

นํ้าเสียงที่เย็นเฉียบของสาวงามตัวเล็กๆ

 

ก่อนที่จะคิดได้ว่าเป็นเสียงที่คุ้นเคย ใบหน้าหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจของชั้น

 

และเมื่อชั้นหันหน้ากลับไปมอง สาวที่อยู่ตรงนั้นก็ไม่ได้ต่างจากภาพที่ชั้นคิดเอาไว้

 

สาวงามที่มีผมยาวสีแพลทินัม, นัยตาสีแดงสดใสและสวมเสื้อคลุมสีขาวที่ปักสัญลักษณ์กางเขนเอาไว้

 

หญิงสาวที่แสดงพลังที่เหนือกว่าให้ชั้นได้เห็น หญิงสาวที่เป็นต้นเหตุของความกลัวที่หลอกหลอนชั้นเอาไว้…

 

เธอคนนั้นก็คือ

 

คุโรโนะ:”....ซาริเอล”

 

บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดที่ชั้นได้รู้จัก ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าชั้น อัครสาวกที่ 7 ลอร์ด ซาริเอล

 

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー

結界(けっかい)=อุปสรรค์(ที่ขวางกัน้ ไว้), บาเรีย

虫除け(むしよけ)=ยาไล่แมลง, ไล่แมลง, 除け=ยกเว้น

 




NEKOPOST.NET