[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 5 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.5 - ตอนที่ 5 หมายเลข 49


 บทที่หนึ่ง: ห้องวิจัยสีขาว

 ตอนที่ 5 หมายเลข 49

 

 

 เวลาก็ผ่านมาได้ซักพักใหญ่ ๆ แล้วนับตั้งแต่วันที่ชั้นใช้เวทมนต์ดำ

 

 จาก ’วันนั้น’ ที่ชั้นต้องเผชิญหน้ากับหุ่นเชิด 10 ตัวแล้วก็เอาตัวรอดมาได้แบบปางตายด้วยร่างกายที่ถูกดัดแปลง

 ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตชั้นนับแต่นั้นมา แน่ล่ะว่าในทางที่แย่ลง

 

 ถึงอย่างนั้น เวลานอนอันน้อยนิด ไม่ก็อาหารหรือซุปห่วย ๆ  หรือของเหลวแปลก ๆ อื่น ๆ ที่เอามาให้ชั้นเป็นอาหาร ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปเลยซักนิดเดียว

 

 แล้วหน้าที่หลักของชั้นที่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างและการดัดแปลงเวทมนต์นั้น ตอนนี้เปลี่ยนเป็นการฆ่ามอนสเตอร์ในแต่ละวันในชื่อของการทดสอบการเคลื่อนไหวแทน

 

 ชั้นเองก็มารู้ทีหลังว่า ‘ตุ๊กตา’ ที่ชั้นเผชิญหน้าด้วยเมื่อวันแรกนั้นเป็นโกเล็มประเภทหนึ่ง ดูเหมือนจะมีโกเล็มประเภทอื่น ๆ นอกจากที่ทำขึ้นมาจากดินกับหิน

 ก็นะ ช่วงนี้เองชั้นก็ได้เจอกับพวกนั้นอยู่เหมือนกัน

 

 จะยังไงก็เถอะ ชั้นถูกบังคับให้สู้กับมอนสเตอร์มากมายหลายแบบ

 

 โกเล็มที่ติดอาวุธหลากหลาย ฝูงก็อบลิน, ยักษ์ตาเดียว, มนุษย์หมาป่า, คิเมร่าสองหัว, มังกรที่มีรูปร่างคล้ายไดโนเสาร์, มังกรพ่นไฟตัวเป็น ๆ  และอื่น ๆ ....

 

 ชั้นเกือบจะถูกกินมากกว่าหนึ่งครั้ง แล้วยังมีรูขนาดใหญ่อยู่หน้าท้องด้วยครั้งหนึ่ง

 แขนขาก็ถูกฉีกออกเหมือนกัน ถึงอย่างนั้น ตราบใดที่ชั้นชนะ ไอ้พวกสวมหน้ากากก็จะช่วยรักษาให้เล็ก ๆ น้อย ๆ

 แล้วจะด้วยยังไงก็ตาม ชั้นก็สามารถอยู่รอดมาจนกระทั่งตอนนี้ได้

 

 แต่ชั้นก็ช่วยไม่ได้ที่คิดว่าถ้าหากพลาดแม้แต่ครั้งเดียว ที่พวกมันจะทำทั้งหมดก็แค่โยนศพชั้นทิ้ง

 

 ยังไงซะชั้นมันก็แค่หมายเลข 49 ไม่มีชื่อเลยด้วยซ้ำ ชั้นมันก็แค่ตัวทดลองตัวหนึ่ง

 ถ้าชั้นไม่สามารถให้ผลลัพธ์ได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปล่อยให้มีชีวิตอยู่

 

 ถึงอย่างนั้นชั้นก็ปฏิเสธที่จะยอมตาย

 

 แต่ละวันมันอาจจะแย่กว่าความตาย แต่ชั้นก็ยังไม่อยากตาย

 วันหนึ่ง ซักวันหนึ่งชั้นจะหนีออกไปจากที่นี่แน่นอน แล้วก็กลับไปใช้ชีวิตที่สงบสุขในอดีต

 ———แต่ตอนนี้มันก็ไม่ใช่อะไรนอกจากความฝันลม ๆ แล้ง ๆ

 ขนาดชั้นยังไม่แน่ใจตัวเองเลยว่าจะยังคงละเมอถึงความสุขแบบนี้ของตัวเองไปได้อีกนานเท่าไหร่

 ดีไม่ดีวันนี้ชั้นอาจจะตายก็ได้

 

 ตั้งแต่วันนั้น อีกเรื่องที่เปลี่ยนไปก็คือช่วงเวลาที่ชั้นมีสติอยู่นั้นค่อย ๆ ลดลง ๆ

 ตอนนี้ ถึงร่างชั้นจะตื่นอยู่ แต่ช่วงเวลาที่ชั้นไม่รู้สึกตัวนั้นมีมากกว่าเดิมซะอีก

 

 ช่วงที่เป็นแบบนั้น ชั้นก็รู้ตัวอยู่ว่าทำอะไรอยู่ แต่ความรู้สึกที่ว่ากำลังลงมือทำเองนั้น ไม่มีเลยซักนิด

 

 มันรู้สึกอย่างกับว่ากำลังควบคุมตัวละครในเกม แต่เพราะมันทำให้ชั้นไม่รู้สึกทรมานหรือเจ็บปวดอะไร

 มันก็เลยค่อนข้างจะสบายอยู่

 

 แต่ถ้ายังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ชั้นมั่นใจเลยว่าชั้นจะไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป

 จะไม่ใช่ คุโรโนะ มาโอะ แต่จะกลายเป็นเพียงหมายเลข 49 เท่านั้น

 ความจริงที่ว่าเรื่องนี้มันก็ไม่ได้ห่างไกลจากความเป็นจริงนัก มันจึงค่อนข้างน่ากลัว——

 

「หมายเลข 49 ออกมา」

 

 คำพูดที่ชั้นได้ฟังจนชิน

 

 พอรีบลุกขึ้น ชั้นก็เดินไปที่ประตู เอาล่ะ สงสัยจังว่าคราวนี้ชั้นจะต้องฆ่ามอนสเตอร์แบบไหนกัน......

 

 

 

 

 ชั้นเองก็เริ่มคุ้นเคยกับห้องโถงกลม ๆ นี่ด้วยเหมือนกัน แล้วก็เริ่มเรียกมันว่าลานประลอง

 

 ยังไงซะ สิ่งที่ชั้นทำอยู่นั้นมันก็คล้าย ๆ กันล่ะนะ

 

 และคู่ต่อสู่ของวันนี้ก็คือ—

 

「ไลท์โกเล็มแค่ตัวเดียว? 」(ライトゴーレム)

 

 อย่างกับว่าเป็นการต่อสู้อีกครั้งเหมือนวันแรก มันสวมหน้ากากกับชุดเกราะแล้วก็ไม่ติดอาวุธ

 

「ไม่ใช่สินะ...............รุ่นใหม่ งั้นรึ? 」

 

 โกเล็มปกติแล้วจะใช้อาวุธ ถึงจะไม่เคยมีซักตัวที่ใช้เวทมาจนกระทั่งตอนนี้

 แต่ชั้นก็สัมผัสถึงเวทมนต์มาจากมันได้อย่างชัดเจน

 

 ยิ่งกว่านั้น ธรรมชาติของเวทมนต์เองก็รู้สึกคุ้น ๆ  ผู้ใช้เวทมนต์ดำเหมือนกับชั้นรึ?

 

「.........」

 

 ดูเหมือนจะไม่มีคำอธิบายใด ๆ มาจากพวกสวมหน้ากากในครั้งนี้

 นั่นหมายความว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ก็ได้

 

「ลุยกันเลย」

 

 ชั้นไม่ได้พูดใส่ฝ่ายตรงข้ามนะ เป็นเพียงการพูดพึมพำเพื่อให้กำลังใจตัวเองขึ้นอีกครั้งในวันนี้

 

 ขอยิงเปิดก่อนล่ะ———

 

「กระสุนลูกปรายยย!!」(散弾)

 

 แค่บีบอัดพลังเวทเข้าด้วยกันแล้วก็ปั้นมันขึ้นเป็นรูปกระสุนแล้วยิงออกไปด้วยความเร็วสูง

 ถึงชั้นจะเรียกมันว่ากระสุนลูกปราย มันก็ไม่ใช่อะไรหรอกนอกจากทำกระสุนเล็ก ๆ ออกมามากมายแล้วยิงมันออกไปพร้อม ๆ กัน

 แต่มันกลับกลายเป็นบางอย่างคล้าย ๆ กับปืนลูกซองขึ้นมาซะจริง ๆ

 

 ตามนั้นแล้ว ด้วยการที่ไม่มีลำกล้องหรืออะไรทั้งนั้น มันก็ยิงออกมาจากอากาศเปล่า ๆ เลย

 แต่นี่มันก็คือเวทมนต์ล่ะนะ ถึงจะไม่มีปืนก็ยิงกระสุนได้

 

 แล้วก็ ภาพนั้นสำคัญเพื่อที่จะใช้เวทมนต์

 ดังนั้นแล้ว การตะโกนชื่อท่าออกมาจึงช่วยทำให้ภาพชัดเจนขึ้น

 แต่ว่ามอนสเตอร์ที่ใช้เวทมนต์ได้นั้นก็ไม่ได้ตะโกนออกมาตอนที่สู้กับชั้น

 

 ยิ่งกว่านั้น ที่สำคัญคือวิถีกระสุนของ 『กระสุนลูกปราย』 มันเป็นท่าโจมตีที่ใช้กระจายในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

 เพราะงั้นพลังทำลายของมันก็ค่อนข้างจะขาดอยู่แต่มันก็ยังทำให้บาดเจ็บถ้าโดนเข้าไปตรง ๆ

 

 ถ้าใช้กับพวกลูกกระจ๊อกอย่างก็อบลิน แค่นี้ก็สามารถจัดการได้แล้ว.........

 

 แต่ศัตรูนั้นไม่ได้โดนยิงอะไรเลย

 

「กะแล้วว่าใช้งานชิลด์อยู่สินะ…」

 

 แล้วที่แย่ยิ่งกว่านั้น มันกางชิลด์ขึ้นมาได้ดีกว่าชั้นอีก

 ด้วยการที่ใช้พลังเวทสร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อป้องกันการโจมตีของศัตรู ชั้นก็เลยเรียกมันว่าชิลด์

 ตอนที่ชั้นเห็นมอนสเตอร์ที่ไม่ได้มีร่างคล้ายมนุษย์ใช้ชิลด์อย่างนั้นได้

 ชั้นก็ตระหนักได้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องพื้นฐานเลย ที่จะต้องใช้ชิลด์ได้

 

 แน่นอนว่าชั้นเองก็สร้างชิลด์ดำขึ้นมาได้ด้วยพลังเวท แต่มันสามารถสร้างชิลด์ที่แข็งแกร่งขึ้นมาในทันทีแบบนั้น

 คิดว่าอย่างน้อยชิลด์มันก็ต้องมีแตกบ้างล่ะนะถ้าโดน 『กระสุนลูกปราย』 ของชั้นยิงเข้าไป แต่ให้ตายสิ

 มันไม่บาดเจ็บอะไรเลย

 

「——หืม」

 

 ชั้นกำลังจะใช้การโจมตีท่าถัดไปแต่ฝ่ายตรงข้ามนั้นเคลื่อนไหวก่อน

 

 โดยที่ไร้เสียง เวทเพลิงสีดำก็ถูกปล่อยออกมา

 

「โอ๊ว ของแบบนั้นก็ทำได้ด้วยเหรอฟะ」

 

 มันเป็นท่าโจมตีที่ชั้นยังไม่ได้ลองทำดู

 

 ประกายเพลิงดำปกคลุมรอบ ๆ ตัวชั้นอย่างท่วมท้นในทันที

 แต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามเป็นจอมเวทดำ ชั้นเองก็เหมือนกัน

 การต้านทานเวทมนต์ดำนั้นไม่ใช่คุณลักษณะของธาตุอื่น ๆ

 

「อ่อนว่ะ! 」

 

 ร่างชั้นปกคลุมไปด้วยไฟสีดำ มันก็ไม่ได้อ่อนอย่างที่ชั้นพูดหรอก แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้มีแผลไหม้ร้ายแรงอะไร

 

 ยังไงซะ เรื่องมันก็จะจบหลังจากที่ชั้นฆ่าฝ่ายตรงข้ามแล้ว

 ไฟจางหายไปโดยไม่ได้ทำความเสียหายอะไรเลยซักนิด—

 

「อ๊ะ!? 」

 

 จากด้านนอกเปลวเพลิง ก้อนสีดำสนิทก็พุ่งเข้ามา

 

 เพราะว่ามันเป็นเวทมนต์ดำเหมือนกัน ถึงชั้นจะเห็นมันช้าไป

 แต่ไม่ว่าจะด้วยยังไงก็ตาม ก็สามารถหลบมันได้พอดิบพอดี

 

「อันตราย ทว่ามันก็แค่การเบี่ยงเบนความสนใจสินะ——」

 

 ตัวตนที่แท้จริงของก้อนสีดำ ก็คือเวทลูกบอลเพลิงสีดำที่สร้างขึ้นมาจากการบีบอัดเพลิงพวกนั้นเข้าด้วยกัน

 

 ตอนที่มันพุ่งเข้ามาหาชั้น ชั้นก็รู้ได้ว่า ด้วยความหนาแน่นของพลังเวทขนาดนั้น

 ชั้นคงไม่รอดไปได้ด้วยแค่ความเจ็บปวดหรือบาดแผลไหม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าโดนเข้า

 แต่ถึงอย่างนั้น แค่นี้มันก็ยังไม่พอที่จะฆ่าชั้นหรอก

 

「แอนติ-มาเทเรียล(กระสุนต่อต้าน)!! 」

 

 ภาพของกระสุนที่มีพลังมากกว่าเดิมบีบอัดอยู่ภายใน 『กระสุนลูกปราย』นั่นก็คือ『แอนติ-มาเทเรียลไรเฟิล(ปืนไรเฟิลต่อต้าน)』(対物ライフル)

 

 มันคือปืนไรเฟิลทำลายล้างที่ไม่ได้มีไว้ใช้กับมนุษย์

 

 จินตนาการถึงพลังที่สามารถเปลี่ยนคน ๆ หนึ่งให้กลายเป็นเพียงก้อนเนื้อด้วยแค่นัดเดียว

 แล้วจากนั้นก็สร้างมันขึ้นมาด้วยพลังเวท ภาพนั้นต้องมีรายละเอียดและแม่นยำให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 ภายในสมองชั้นนั้นมีภาพที่เพื่อนโอตาคุบ้าปืนนั้นเคยโชว์ให้ชั้นดูอยู่ครั้งหนึ่ง

 และด้วยการตั้งท่ายิงปืนไรเฟิล ชั้นก็ยิงกระสุนดำที่ก่อตัวขึ้นมาพร้อมกับทำให้มันหมุนด้วยความเร็วสูง

 

*ซู่มมม*!!

 

 แทนที่จะเป็นดินปืน พลังเวทก็ระเบิดแล้วเสียงระเบิดก็ดังขึ้น

 ไม่ว่าจะทำนายการโจมตีสวนกลับของชั้นไว้แล้วหรือไม่ ฝ่ายตรงข้ามก็กางชิลด์ที่แข็งแกร่งเอาไว้แล้ว

 

 แต่คราวนี้กระสุนนั้นเน้นไปที่พลังทำลายล้าง อย่างที่คาด กระสุนของปืนไรเฟิลต่อต้านของชั้น

 ควงสว่านทะลุเข้าไปในชิลด์แต่ก็ไม่อาจทะลวงผ่านไปได้อย่างหมดจด

 ทันใดนั้น ชิลด์ก็เริ่มจะฟื้นฟูตัวเอง แต่—

 

「เอาไปอีกนัด!! 」

 

 ตั้งแต่แรกแล้วชั้นก็ไม่คิดว่ากระสุนนัดเดียวมันจะพอหรอก ด้วยเสียงระเบิดอีกครั้ง

 กระสุนก็ถูกปลดปล่อยออกไปเล็งไปที่จุดเดิมเป๊ะ

 ด้วยเสียง *โพล๊ะ* ชิลด์ก็แตกกระจายออก

 

 ชั้นยิงไปที่เดิมที่ชิลด์นั้นเปราะลงจากกระสุนนัดแรก ด้วยวิธีนี้ไม่มีทางที่ชิลด์จะไม่แตก

 การควบคุมระดับนี้ชั้นทำได้ตั้งแต่ตอนที่ทะลวงเกล็ดมังกรแล้ว

 

 แล้วทันทีที่ชิลด์แตก ช่วงเวลาแห่งโอกาสจะมาแน่นอน

 

 อย่างที่คิด เพราะแรงกระแทกจากชิลด์แตก ฝ่ายตรงข้ามก็เซไปนิดหน่อย

 

 ตอนนี้ ยิงกระสุนต่อต้านออกไปอีกนัดก็คงเพียงพอแล้ว แต่ด้วยระยะนี้

 มันจะมีประสิทธิภาพกว่าถ้าโจมตีมันเข้าไปตรง ๆ แทนที่จะสร้างกระสุนขึ้นมาอีกนัด

 

 ในสนามรบ การตัดสินใจที่รวดเร็วนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนที่ศัตรูมันจะลงมือทำอะไร ชั้นจะฆ่ามันก่อนซะ!

 

「ไพล์บังเก-----อร์!!」(パイルバンカー)

 

 เวทท่าแรกที่ชั้นเคยใช้ ท่าที่ทะลวงหลังของตุ๊กตาตัวนั้น นั่นคือ 『ไพล์ บังเกอร์』

 การใช้ก็ง่ายมากและความเร็วในการใช้เองก็ถือว่าเร็วที่สุด

 

 ก่อนที่มันจะกลับมาตั้งท่า ชั้นก็เล็งไปที่หน้าอก

 

 ด้วยพลังบีบอัดที่เหนือยิ่งกว่า 『กระสุนต่อต้าน』

 ต่อหน้าท่าไม้ตายเวทดำที่คั่งอยู่ในมือขวาของชั้น

 เกราะเหล็กที่ไม่มีเวทมนต์มันก็ต่างอะไรไปจากกระดาษ

 

 และพร้อม ๆ กับการไม่มีแรงเสียดทานใด ๆ เลย หมัดของชั้นก็ทะลวงเข้าไปที่หน้าอก

 

 ทันใดนั้น เลือดก็สาดกระเซ็นไปทั่ว

 

「เอ๋.........」

 

 เลือดสีแดงสาดไปทั่ววิสัยทัศน์ของชั้น

 

 ศัตรูของชั้นเป็นโกเล็ม ชั้นฆ่าพวกมันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 พวกมันไม่มีเลือดสีแดงในตัวมันนี่

 

 ตอนอัดพวกมัน พวกมันก็แค่กระจายออกเหมือนถ้วยชามนี่

 

 ถ้ายังงั้นแล้ว นี่มันเลือดใครกัน?

 

「............」

 

 ชั้นไม่มีบาดแผลใด ๆ เลยแม้แต่น้อย มันเป็นร่างกายชั้นเพราะงั้นชั้นจึงรู้ดีที่สุด

 

 แต่ขนาดตอนนี้ เลือดมันก็ยังคงทะลักออกมา

 

 ใช่แล้ว จากอกของโกเล็มที่ชั้นทะลวงด้วยหมัดกระสุน

 

「อ-อย่าบอกนะว่า.........」

 

 ชั้นเริ่มรู้สึกถึงลางไม่ดี

 

 ใจเย็นก่อน ไม่มีทางน่ะ ถ้ามันไม่ใช่โกเล็ม งั้นก็ต้องเป็นมอนสเตอร์บางอย่างที่มีร่างคล้ายมนุษย์

 ใช่แล้ว ยังไงซะ มอนสเตอร์มากมายก็มีเลือดสีแดงนี่นา

 เจ้านี่เองก็ต้องเป็นหนึ่งในนั้นด้วยเหมือนกัน

 

「.........」

 

 สมมติว่าเป็นอย่างนั้น ชั้นควรจะรีบกลับเข้าไปยังห้องคุมขังของตัวเอง

 

 แต่ กว่าที่ชั้นจะรู้ตัว ชั้นก็เอื้อมไปยังหน้ากากของเจ้านี่ ที่ยังมีเลือดทะลักออกมาจากหน้าอก

 

「.........ของแบบนั้น โกหกน่า」

 

 พอถอดหน้ากากออก สิ่งที่ปรากฏออกมาคือคนผมสีดำ ตาสีดำ เหมือนกับชั้น

 คนญี่ปุ่น

 

「ไม่จริงน่าาา!! 」

 

 ชั้นฆ่าเค้า? ฆ่าคน? จากบ้านเกิดของตัวเอง?

 

 ไม่นะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นนะ

 

 นี่มันมอสเตอร์นี่ ถ้าไม่ฆ่า ชั้นก็จะถูกฆ่าซะเอง

 ชั้นไม่รู้ ชั้นไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้ของตัวเองเป็นมนุษย์

 

 .........แต่ถ้าคิด ๆ ดู ไม่ใช่ว่านี่มันก็ควรจะเป็นไปตามที่ชั้นคาดไว้ไม่ใช่รึไง?

 

 ถ้าชั้นถูกเรียกว่าหมายเลข 49 ก็แปลว่าอีก 48 คนที่เหมือน ๆ กับชั้นก็น่าจะมีอยู่นี่

 ใช่แล้ว คน ๆ นี้จู่ ๆ คงถูกพามาที่นี่ ถูกดัดแปลง แล้วก็ถูก ‘สร้าง’ ขึ้นมาเหมือนกับชั้นเพื่อให้ใช้เวทมนต์ดำ

 

「ขอโทษ......」

 

 ไม่ว่าชั้นจะได้รับความทรมานขนาดไหน น้ำตา ที่หยุดไหลออกมาตั้งนานแล้ว

 ก็ไหลออกมาอีกครั้ง

 

 ชั้นร้องไห้กอดตัวเองลงอยู่ตรงนั้น

 

 ตามที่ชั้นพูดขอโทษขึ้นมาหนึ่งคำ กว่าที่ชั้นจะรู้ตัว จิตสำนึกของชั้นก็เริ่มจะจางหายไป

 

 ตั้งแต่วันนั้น สติสัมปชัญญะก็ไม่กลับมาเลยซักครั้ง

 

 ชั้นไม่ยอมที่จะเป็น ‘ฆาตกร’ คุโรโนะ มาโอะ อีกต่อไปแล้ว

 และกลายเป็นหมายเลข 49 ไปโดยสิ้นเชิง

 

----------------------------------------------------------------------------------------------

 

『ปืนไรเฟิลต่อต้าน』 Anti-Material rifle (対物ライフル)

 

『ไพล์ บังเกอร์』 (パイルバンカー) Pile Bunker คือเครื่องตอกที่เป็นอาวุธสงครามสมัยใหม่


「กระสุนลูกปราย」Buckshot (散弾) 

 

 




NEKOPOST.NET