[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 46 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.46 - ตอนที่ 46 ความลับของกล่องแอปเปิ้ล


บทที่สี่ ลางสังหรณ์แห่งความพินาศ

ตอนที่ 46 ความลับของกล่องแอปเปิ้ล

 

 

ชั้นสงสัยมาตลอดตั้งแต่ตอนที่ชั้นเริ่มใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านอิรุสในฐานะนักผจญภัย
 
สงสัยในวันที่ชั้นได้พบกับลิลี่เป็นครั้งแรก
 
ในวันนั้นเธอได้ราดน้ำเย็นๆใส่หน้าชั้นเพื่อปลุกให้ตื่นขึ้นมา แล้วชั้นก็พบว่าตัวเองได้มาอยู่กลางป่าซะอย่างงั้น หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่รู้กัน แต่ที่สำคัญคือในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นมันเกินอะไรขึ้น ทำไมชั้นถึงได้มาจบที่สวนแห่งแฟรี่กันนะ?
 
ชั้นแอบลักลอบเข้ามาภายในกล่องที่บรรจุเต็มไปด้วยแอบเปิลตั้งแต่เมืองท่าที่ทวีปอาร์ค กล่องที่ชั้นย่องเข้ามาหลบข้างในนั้นอยู่ปนกับสิ้นค้าชนิดอื่นๆที่อัดแน่นยัดเยียดอยู่บนเรือ และใช้เวลาราวหนึ่งอาทิตย์ในการล่องเรือมาที่นี้
 
ภายในกองสินค้าสิ่งที่ชั้นทำก็มีแค่กินกับนอนและพัฒนาเวทย์มนต์ของตัวเอง
 
สิ่งที่ได้พัฒนาช่วงนั้นก็มี 「บรรจุกระสุน(装填)」 กับ 「พื้นที่เงา(影空間)」
 
แต่ด้วยสภาพเรือที่โคลงเคลงไปมากับกล่องที่มีขนาดเล็กกระจิด มันทำให้แทบจะขยับตัวไม่ได้เลยมันไม่ใช่การเดินทางที่สะดวกเลยสักนิด
 
แต่ต้องขอบคุณร่างกายที่โดนดัดแปลงมานี้ ซึ่งมันสามารถอยู่รอดได้ถึงหนึ่งเดือนเต็มโดยไม่ต้องกินหรือดื่มน้ำใดๆ 
 
ชั้นไม่หิวเลยซักนิดแต่เพราะว่ามันว่างอีกทั้งความจริงที่ว่าตอนนี้ชั้นไม่ได้อยู่ในศูนย์วิจัยบ้าๆนั้นแล้วด้วย มันเลยทำให้ชั้นรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมตอนนั้นมันไม่ได้เลวร้ายอะไร
 
และความจำสุดท้ายที่ชั้นพอจะจำได้ตอนอยู่ในกล่องแอปเปิลคือช่วงวันที่ 7 หลังจากที่ออกเรือ
 
ตอนนั้นกำลังง่วงๆอยู่ ชั้นกำลังแช่ร่างกายตัวเองอยู่ในพื้นที่เงาจนจมมิดถึงคอเพื่อที่จะได้เหยียดขาหลับอย่างสบายๆภายในกล่องเล็กๆนี้ แต่เพราะในพื้นที่เงานั้นไม่มีอากาศเดียวชั้นจะขาดใจตายก่อนหากเอาตัวเองลงไปทั้งตัว
 
หากมีใครเปิดกล่องแล้วมองลงมาก็จะเห็นแต่หัวลอยแท้งเต้งอยู่บนเงาดำๆภายในกล่อง มันคงสยองน่าดูเลยล่ะ
 
แล้วก็มันยังไม่รู้สึกหนาวหรือร้อนภายในพื้นที่เงานี้ด้วย อีกทั้งเรือที่โคลงไปมาก็ไม่รู้สึกถึง นอกจากนั้นชั้นยังได้ลองเอาหูแนบลงไปในเงาฟังดู ก็พบว่ามันเงียบสงบเหมือนว่ามีฉนวนกันเสียงที่ไม่ยอมให้เสียงใดๆเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้
 
ตอนนี้พอมาลองคิดๆดูแล้ว น่าจะเป็นเพราะเล่นตัดขาดจากโลกภายนอกแบบนั้น มันเลยทำให้ชั้นไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับชั้นสินะ
 
แล้วกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่กลางป่าซะแล้ว
 
ดังนั้นด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่มันเลยนำทางให้ชั้นมาจบลงที่สถานที่แห่งนี้
 
ข้อย้อนกลับไปก่อนหน้านี้อีกสักนิด ตอนแรกชั้นคิดว่ามันน่าจะเป็นแบบนี้-เรือได้มาเทียบท่าอย่างปกติ สินค้าถูกขนลงมา แล้วก็ถูกขนส่งโดยรถลาก แล้วกลางทางก็ได้เกิดอุบัติเหตุตกหน้าผาลงมา
 
แต่เรือลำนั้นเป็นของทวีปอาร์ค ไม่สิ เป็นของสาธารณะรัฐซินแคลซึ่งเป็นประเทศของเผ่ามนุษย์
 
ดังนั้นท่าเรือที่เรือลำนั้นควรไปจอดคือเมืองที่สร้างขึ้นเพื่อการรุกรานทวีปแพนโดร่าอย่างเช่นเมืองเวอร์จิเนีย
 
แต่เมืองเวอร์จิเนียได้ถูกกดดันจากกองทัพไดดารอสอยู่ ดังนั้นแล้วพวกมนุษย์จะขนลังกล่องมายังที่นี้ได้ยังไงกัน
 
แล้วก็กล่องพวกนี้น่าจะเป็นเสบียงสำหรับเวอร์จิเนีย มันควรที่จะอยู่ในเวอร์จิเนียสิ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาไกลขนาดนี้เลย
 
ต่อให้มีคนที่สามารถขนมาได้จริงๆ มนุษย์ก็ไม่น่าจะได้รับอนุญาตให้ออกมาจากเวอร์จิเนียได้
 
แล้วมันยังมีจุดขัดแย้งอีกอย่างคือป่าแห่งแฟรี่นั้นอยู่ทางตะวันออกของเวอร์จิเนียซึ่งอยู่ไกลมาก
 
สรุปแล้วเจ้าของลังกล่องที่เป็นมนุษย์ไม่มีทางที่จะขนกล่องพวกนี้มายังสถานที่นี้ได้ แล้วใครกันนะที่เป็นคนขนมากัน?
 
มันเป็นคำถามโลกแตกที่สามารถทำให้คนๆหนึ่งคงไม่อาจหลับนอนได้ทั้งคืน 
 
แต่แล้วคำตอบนั้นก็กลับถูกเฉลยได้ง่ายอย่างเหลือเชื่อ
 
คุโรโนะ:”หรือจะเป็นเพราะปีศาจนกการูด้า(怪鳥ガルーダ) ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้?”
 
ณ เวลาปัจจุบัน เพื่อทำภาระกิจพิเศษชั้นจึงได้ลอบเข้าไปในรังของสัตว์ร้ายตัวนี้ด้วยกันกับลิลี่
 
ที่จุดสูงสุดของภูเขากาลาฮอลมีถ้ำขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ และภายในนั้นก็เป็นรังของการูด้า
 
ถ้ำนี้มันเกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือถูกพวกการูด้าขุดขึ้นมาชั้นไม่รู้หรอก แต่มันเป็นถ้ำที่มหัศจรรย์ที่มีความสูงของเพดานถ้ำถึง 10 เมตรได้
 
ภายในถ้ำขนาดยักษ์ มีแสงสะท้อนจากไอเท็มจำนวนมากที่กองสะสมอยู่โดยฝีมือของการูด้า 
 
พวกการูด้ามีนิสัยคล้ายๆกับพวกอีกาที่ชอบสะสมของ ชั้นพบว่ามันมีกล่องที่คล้ายๆกับกล่องใส่แอปเปิลที่ชั้นเคยลอบเข้าไปเมื่อตอนนั้นอยู่ด้วย
 
ในระยะสายตาของชั้น มันมีอยู่ทั้งหมดสองกล่องที่ยังสมบูรณ์อยู่และมีเศษไม้ที่แตกกระจายอยู่รอบๆด้วย
 
เมื่อเห็นแบบนั้นชั้นเลยได้ข้อสรุป
 
เจ้าการูด้าที่สามารถบินได้ไกลถึงทางตะวันออก มันคงจะไปพบเรือของสาธารณะรัฐตอนที่อยู่ในทะเลพอดี 
 
มันคงโจมตีเรือแล้วขโมยตู้ที่ใส่ลังกล่องแอปเปิลมา
 
หนึ่งในกล่องนั้นคงเป็นกล่องที่ชั้นได้แอบเข้าไปอยู่
 
พอมาคิดว่าชั้นที่ไม่ได้รู้ตัวอะไรเลยทั้งๆที่มีการโจมตีเกิดขึ้นนั้น พลังพื้นที่เงานี่บางที่มันก็น่ากลัวเหมือนกัน
(tn : พระเอกต่างโลกหลายเรื่องยังไม่มีใครกล้าเอาตัวเองยัดลงพื้นที่เก็บของแบบเอ็งเลยสักคนนะ 555+)
 
ชั้นคงบินไปด้วยกันกับการู้ดาขณะที่กำลังนอนอยู่
 
แล้วในที่สุดกล่องใบนั้นก็ร่วงลงมาอยู่ในสวนแฟรี่ที่ชั้นได้พบกับลิลี่
 
คุโรโนะ:”อ้าา รู้สึกว่าเหมือนได้เอาอะไรบางอย่างที่หนักอกออกไปเลย”
 
เดียวสิ!นี่ไม่ใช่เวลาจะมาโล่งใจกับเรื่องนี้นะ
 
พวกชั้นมาที่นี่เพื่อทำงานต่างหาก เอ้าทำงาน ทำงาน
 
คุโรโนะ:”ลิลี่ช่วยตรวจดูทางนั้นที ส่วนชั้นจะไปทางนี้เอง”
 
ลิลี่:”ค่าาาー”
 
ชั้นกับลิลี่เป็นคู่หูนักผจญภัยด้วยกัน
 
ช่วงแรกๆก็มีแค่ภาระกิจเก็บสมุนไพรทำยาด้วยกันและเธอก็คิดว่ามันทำเงินได้เพียงพอแล้ว แต่ตอนนี้เธอมักจะทำทุกภาระกิจด้วยกันกับชั้นตลอด และใช้ชีวิตด้วยการทำงานในฐานะนักผจญภัย
 
แม้ว่าชั้นไม่อยากจะให้ลิลี่มาทำงานเป็นนักผจญภัยที่เสียงชีวิตแบบนี้ แต่ตั้งแต่ที่ผ่านคืนพระจันทร์เต็มดวงมานั้น ลิลี่ในร่างของหญิงสาววัยรุ่นต้องการที่จะเป็นนักผจญภัยด้วยกันกับชั้น และยังดื้อไม่ยอมฟังชั้นอีกด้วย ตอนนี้พวกเราเลยจับคู่กันทำงานเป็นที่เรียบร้อย
 
ตอนนั้นชั้นแค่คุยกับเธอทั้งคืน จริงๆนะ
 
นอกจากเรื่องที่จะทำงานจับคู่กันแล้ว พวกชั้นยังได้ตัดสินใจเรื่องสำคัญอีกอย่างด้วย เรื่องนั้นก็คือーー
 
ลิลี่:”โครโน่~เจอแล้วล่ะ~”
 
คุโรโนะ:”โอ้ ยอดเลยลิลี่”
 
ลิลี่ยกดาบที่ถูกตกแต่งเต็มไปด้วยประกายอัญมณีที่แวววับ
 
แต่สมบัติชิ้นนั้นก็ถูกบดบังด้วยเสื้อผ้าที่ถูกสวมใส่โดยแฟรี่ตัวน้อย
 
ใช่แล้ว สิ่งสำคัญนั้นคือชั้นทำให้ลิลี่ใส่เสื้อได้ในที่สุด
 
ไม่ใช่เพราะชั้นนะที่ทำให้เธอต้องเปลือยตลอดเวลา มันเป็นธรรมชาติของพวกแฟรี่ต่างหาก แต่สำหรับลิลี่ที่เหมือนเด็กผู้หญิงเสื้อผ้าพวกนี้มันเป็นสิ่งที่จำเป็น
 
เสื้อวันพีชสีดำเข้ากันได้ดีกับแสงที่ส่องประกายอ่อนๆจากร่างของเธอ
 
ไม่สิ ชั้นคิดว่าลิลี่คงจะดูน่ารักในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยืนมากกว่านะ
 
ทว่าสำหรับนักผจญภัยแล้วเสื้อผ้าคือสิ่งสำคัญที่ใช้สำหรับปกป้องร่างกาย แต่สำหรับลิลี่ในชุดปัจจุบันนี้มันก็แค่ใส่เพื่อให้ดูน่ารักเท่านั้น
 
แต่แรก ลิลี่ที่โป้ตลอดเวลานั้นเธอจะปกป้องตัวเองด้วยเวทย์มนต์ที่แข็งแกร่งซึ่งเป็นสกิลพิเศษประจำตัวที่เรียกว่า「เกราะแฟรี่・โอราเคิลชีล(妖精結界・オラクル・シールド)  
 
และพวกแฟรี่ที่ส่องแสงออกมาตลอดเวลาตัวอื่นๆรวมถึงลิลี่ที่ส่องแสงตลอดเวลาด้วยเช่นกันตอนที่ชั้นได้พบ ตัวตนของแสงนั้นก็คือโอราเคิลชีลนั่นเอง
 
แต่สำหรับนักผจญภัยระดับต้น ชุดเกราะหรืออาวุธป้องกันก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ดี
 
ดังนั้นชั้นเลยหาของที่น่าจะเหมาะกับลิลี่ให้สวมใส่ไว้ซะหน่อย
 
ตอนนั้นเองที่ชั้นได้ไปถูกชะตากับ「ผ้ากํามะหยี่โบราณ」ผืนหนึ่งที่ขายโดยพ่อค้า สัมผัสและเนื้อผ้าของมันนั้นยอดเยี่ยมและเหนือกว่านั้นมันยังมีพลังเวทย์ป้องกันที่แข็งแกร่งไหลเวียนอยู่ในเนื้อผ้าด้วย มันเป็นไอเท็มเวทย์ระดับสูงอย่างไม่ต้องสงสัย
 
แต่พอพูดถึงราคาแล้วมันกลับแพงจนแม้แต่เงินที่ชั้นสะสมมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่พอจ่าย
(tn : จะเปย์ให้เมียต้องทำใจ)
 
มันก็ชัดเจนล่ะนะที่นักผจญหน้าใหม่อย่างชั้นจะมีตังจ่ายไหวได้
 
ปกติชั้นคงยอมแพ้ไปแล้ว แต่พ่อค้าคนนี้ได้ยื่นเงือนไขบางอย่างมาให้
 
พ่อค้า:”สมบัติที่เป็นดาบซึ่งได้ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นในตระกูลของผมมันได้ถูกขโมยไปโดยการูด้า”
 
เรื่องมันก็เป็นแบบนั้น
 
คำร้องได้ถูกส่งไปยังกิลแล้วแต่กลับไม่มีใครตอบรับทำเลยสักคน เพราะไม่มีใครอยากเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์แรงค์ 4 
 
เขาอยากได้รับดาบคืนเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้แต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่เขาจะทำได้มากไปกว่านี้แล้ว
 
แล้วก็ชั้นยังรู้สึกไม่ดีกับพ่อค้าผู้โชคร้ายคนนี้ ใช่แล้ว นี่ล่ะจะเป็นโอกาศของชั้น ถ้าสามารถทำภาระกิจนี้ได้สำเร็จ ชั้นก็จะได้รับ「ผ้ากํามะหยี่โบราณ」นี้เป็นผลตอบแทน
 
สุดท้ายชั้นเลยตกลงรับภาระกิจนี้มาทำภายใต้เงือนไข “ไม่มีการจ่ายล่วงหน้า ไม่มีการจ่ายเมื่อภาระกิจล้มเหลว และรางวัลจะมอบให้เมื่อทำภาระกิจเสร็จสิ้นเท่านั้น”
 
แม้ว่าเขาจะไม่เชื่อว่านักผจญภัยแรงค์ 1 อย่างชั้นจะทำได้ แต่เมื่อมองจากมุมมองของเขาก็พบว่าตัวเขาเองนั้นไม่ได้เสียหายอะไรเลย อีกทั้งยังไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใดๆเมื่อทำภาระกิจล้มเหลวด้วย เขาเลยไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธชั้น
 
คุโรโนะ:”ยังไงซะด้วยสิ่งนี้ภาระกิจก็เสร็จสมบูรณ์ล่ะ”
 
พวกชั้นถูกโจมตีจากมอนสเตอร์มาตลอดทางจนถึงถ้ำนี้ แต่เพราะลิลี่สามารถตรวจพบพวกมันได้เร็วกว่า พวกชั้นเลยมาสามารถมาถึงที่รังนี้โดยไม่ต้องเจอการูด้าสักตัว
 
จนถึงตอนนี้สิ่งที่ชั้นคิดว่าแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ได้เผชิญมานอกจากซาริเอลแล้วคือ「มังกรไฟซาลามานเดอร์ (火竜サラマンダー)」
 
แต่เมื่อเทียบกับตอนนี้ที่ชั้นนั้นมีอุปกรณ์ส่วมใสที่ดีขึ้นอีกทั้งยังควบคุมพลังได้ดีกว่าเดิมแล้วด้วย หากต้องสู้กันอีกสักครั้งชั้นคงบาดเจ็บหนักแต่เอาชนะได้แน่นอน
 
ส่วนการูด้าที่อยู่แรงค์ 4 หากต้องสู้กันแล้วล่ะก็ ต่อให้อยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย ชั้นก็สามารถเอาชนะมันได้แล้วตอนนี้ยังมีลิลี่คอยสนับสนุนให้อยู่อีกด้วย
 
แต่ภาระกิจนี้ไม่ได้ต้องการให้มาฆ่าการูด้า ดังนั้นชั้นเลยพยายามเลี่ยงการเผชิญหน้าเท่าที่เป็นไปได้
 
เหนือสิ่งอื่นใด ชั้นไม่อยากให้ลิลี่ได้รับบาดเจ็บ
 
คุโรโนะ:”เอาล่ะก่อนที่เจ้าของบ้านจะกลับมาーー”
 
ควรรีบกลับกันก่อน… จังหวะที่ชั้นจะได้พูดประโยคสุดท้ายออกไป ก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น
 
ที่ท้องฟ้านอกถ้ำ มีจุดสีดำๆกระจายตัวอยู่
 
และจุดสีดำๆพวกนั้นก็กำลังมุ่งตรงมาทางนี้  พวกมันมีรูปร่างเป็นนกที่ปกคลุมด้วยขนสีดำตั้งแต่หัวจรดหาง หากให้สรุปละก็ พวกมันเหมือนนกอินทรีย์เลย
 
ต่างกันแค่ตัวใหญ่กว่า….มาก
 
คุโรโนะ:”โอ้ เชี่ยล่ะ…...”
 
 แน่นอนว่าเงาดำๆนั้นคือการูด้า
 
และที่นี้คือรังของการูด้าซึ่งมีไข่ใบใหญ่กว่าขนาดตัวของลิลี่อยู่
 
จากมุมมองของการูด้า ำวหชั้นก็ไม่ต่างจากหัวขโมยที่จ้องจะเอาไข่ของมันไป
 
“เคียวววย์!!!”
 
ขณะที่กำลังปลดปล่อยความโมโห การูด้าก็ได้พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
 
เวรละ!นึกว่าจะจบเรื่องได้โดยที่ไม่ต้องเจอปัญหาซะแล้วสิ
 
คุโรโนะ:”เผ่น!”
 
ลิลี่:”อือ!”
 
ชั้นโยนดาบลงไปในพื้นที่เงาด้วยความเร็วเหนือเสียง ชั้นไม่อยากให้มันหล่นหายไประหว่างที่หนีหรอกนะ
 
ก่อนที่การูด้าจะมาถึงตรงนี้ ชั้นเกาะลิลี่แล้วกระโดดไปในอากาศจากปากถ้ำ
 
คุโรโนะ:”ฝากด้วยนะลิลี่!”
 
ชั้นจับมือที่นุ่มนิ้มของลิลี่และห้อยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศ
 
ลิลี่:”เออออーーーอือออ!”
 
ลิลี่เปล่งเสียงน่ารักๆเหมือทุกครั้งออกมา แล้วทั้งสองคนก็ค่อยๆลอยขึ้นมาทีละนิด
 
ลิลี่:”อือออ~~!”
 
ปีกที่ส่องแสงของลิลี่กระพืออย่างรวดเร็วกว่าทุกครั้ง
 
เธอสามารถบินได้โดยที่ยังจับชั้นเอาไว้อยู่ ปีกของลิลี่ไม่ได้มีไว้แค่โชว์นะเฟ้ย อ้านี่เป็นประสบการณ์ที่ดีเลยล่ะ
 
แต่ลิลี่ เด็กหญิงที่เป็นครึ่งแฟรี่นั้นไม่ได้มีความสามารถที่จะบินต่อเนื่องได้ทั้งวันเช่นเดียวกับที่เธอไม่สามารถบินด้วยความเร็วเต็มที่ติดต่อกัน
 
คุโรโนะ:”ลิลี่อีกนิดเดียวเท่านั้น!”
 
ลิลี่:”อืม!”
 
ต่อให้ไม่สามารถบินได้อย่างเต็มที่ ลิลี่ก็ยังคงบินต่อไปโดยจับชั้นเอาไว้มั่น
 
ไม่สิ มันค่อยๆตกลงมาอย่างช้าๆตางหาก แต่ชั้นเข้ารับรู้ได้ถึงความตั้งใจของเธอดี
 
พื้นหญ้าสีเขียวข้างล่างค่อยๆร่นระยะเข้ามาใกล้ๆ
 
ส่วนถ้ำการรูด้านั้นก็ค่อยๆห่างออกไป ดูเหมือนว่าพวกชั้นจะร่วงลงมาไกลเลยนะเนีย
 
เอาล่ะความสูงเท่านี้ มันน่าจะปลอดภัยแล้วล่ะ
 
คุโรโนะ:”ขอบคุณมากลิลี่ ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”
 
ลิลี่:”โครโน่ー”
 
ชั้นปล่อยมือลิลี่ให้ตัวเองร่วงลงมาอย่างอิสระ
 
ลิลี่จ้องมองชั้นที่ร่วงหลนอย่างเป็นห่วงแต่ชั้นก็เป็นห่วงเธอเช่นกัน
 
ในกรณีเลวร้ายสุดชั้นก็แค่แขนหักเท่านั้น
 
คุโรโนะ:”แต่ความสูงระดับนี้มันก็สูงไปนิดเหมือนกันนะ…”
 
พอร่วงมาได้สักครึ่งทางชั้นก็เริ่มเสียใจซะแล้ว และแล้วชั้นก็กระแทกเข้ากับยอดต้นไม้
 
คุโรโนะ:”โอ้วーー”
 
กิ่งไม้หักร่วงลงมาตามน้ำหนักของชั้นที่กระแทกเข้าไปจากบนลงล่างจนในที่สุดก็ลงจอดสู่พื้นอย่างงดงาม
 
คุโรโนะ:”อั๊ก!!”
 
ชั้นปรับท่าเขาขาลงพื้น แรงกระแทกได้ส่งผ่านจากเท้าสู่สมอง
 
คุโรโนะ:”ทะ ทำได้แล้ว…”
 
ชั้นทรุดลงไปกองกับพื้นดิน ชั้นไม่รู้สึกผิดปกติอะไรเลยต้องขอบคุณร่างกายนี้ที่ได้ถูกดัดแปลงเอาไว้จริงๆ
 
ลิลี่:”โครโน่~”
 
นั่นมันนางฟ้าตัวน้อยจากฟากฟ้า ไม่สิ เสียงของลิลี่ต่างหาก
 
ด้วยปีกที่ส่องสว่าง เธอพุ่งเข้ามาซบลงที่หน้าอกของชั้น
 
ลิลี่:”ไม่เป็นไรนะ?”
 
คุโรโนะ:”ชั้นไม่เป็นไร แล้วนี่การูด้าไม่ได้ตามมาใช่ไหม?”
 
ลิลี่:”อือ ไม่ได้ตามมา”
 
เยี่ยมไปเลย ตราบที่พวกชั้นไม่ได้ไปแตะต้องไข่ของมันพวกมันก็จะไม่ตามมา เป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้เลย
 
คุโรโนะ:”เอาล่ะภาระกิจก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว งั้นเรามารีบกลับไปดื่มชากันเถอะ”
 
ลิลี่:”อื่อ!”
 
ชั้นอุ้มลิลี่มานั่งที่แขนของชั้น แล้วลุกขึ้นยืนเดินออกจากภูเขากาลาฮอล
 
ท้องฟ้าดังก้องไปด้วยเสียงร้องของการูด้า พื้นดินที่สั่นไหวจากดอร์โทสที่ไม่รู้ว่ากำลังอาละวาดอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง
 
และแล้วเวลาอันสงบสุขก็ได้ผ่านพ้นไป เดือนพฤษภาคมได้เข้าสู่เดือนมิถุนายนอย่างรวดเร็ว มันคือฤดูร้อนของโลกนี้
 
เวลา ณ ปัจจุบันนี้คือวันที่ 4 เดือนตะวันใหม่(新陽の月) เวลาได้ผ่านมา 2 เดือนแล้วนับจากที่ชั้นได้พบกับลิลี่เมื่อตอนนั้น
 
_________________________________________________
 
逃げる(にげる)=หนี
 
 
จากผู้แปล
 
ตั้งแต่ฝึกแปลมา 20 กว่าตอนนี่อ่านภาษาอังกฤษได้ไวขึ้น(แบบสุดๆ) ::) ::)แต่ภาษาญี่ปุ่นนี่ยังห่วยเหมือนเดิม oIZ



NEKOPOST.NET