[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 41 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.41 - ตอนที่ 41 มนุษย์และปีศาจ


เพลงสำหรับตอนนี้และตอนหน้า

https://www.youtube.com/watch?v=cqTRHblVB4Y

 

-----------------------------------------------------------------------

 

บทที่สาม ทัพกางเขน

ตอนที่ 41 มนุษย์และปีศาจ

 

 

ในทวีปแพนโดร่า นอกจากเอลฟ์, คนแคราะ, ก็อบลิ้น, ออร์ค, โกเลม และเผ่าต่างๆที่คล้ายกับมอนสเตอร์แล้วยังมีมนุษย์ร่วมอาศัยอยู่ด้วย 

ตามปกติแล้วตามสัญชาตญาณของมนุษย์นั้น พวกเขาจะถือว่าสิ่งที่แตกต่างจากตนคือมอนสเตอร์ อย่างเช่นพวกก็อบลิ้นเป็นต้น

แต่ประชาชนในทวีปแฟนโดร่านั้นนอกเหนือไปจากรูปร่างแล้ว ความสามารถในการเข้าใจ, ความฉลาด, และการมีเหตุผลคือสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า ในขณะที่ทวีปอาร์คซึ่งปกครองโดยมนุษย์ โดยเฉพาะพวกที่นับถือในศาสนาจักรด้วยแล้ว 「เป็นหรือไม่เป็นมนุษย์」นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ตั้งแต่แรก ต่อให้เป็นเผ่ามนุษย์เหมือนกันแต่พระเจ้าของพวกเขาที่นับถือก็มีแตกต่างกัน พวกเขาต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นพวกนอกรีตแล้วเริ่มเข่นฆ่ากันเอง หากพวกเขายอมรับความเชื่อที่แตกต่างกันได้ ความต่างของเผ่าพันธุ์ก็คงเป็นที่ยอมรับกันสำหรับทางศาสนจักรได้

และนั่นก็เป็นตอนที่คำว่า「ปีศาจ」ถือกำเนิดขึ้น คำกล่าวหาที่ตั้งให้แก่มอนสเตอร์และเผ่าที่ต่างจากตนเอง

สำหรับคนที่เชื่อในพระเจ้าของทางศาสนจักร「ปีศาจ」ไม่ต่างอะไรไปจากมอนสเตอร์และไม่เป็นปัญหาสำหรับการฆ่าพวกมันทิ้ง กลับเป็นความสุขซะอีกที่ได้ฆ่า「ศตรูของพระเจ้า」

ด้วยอุดมการณ์ลักษณะนี้ การรุกรานไดดารอสจึงเริ่มมาได้ครึ่งปีแล้ว

และเป็นครั้งแรกที่ประชาชนของสาธารณะรัฐซินแคลได้ต่อสู้กับปีศาจแห่งไดดารอส

ทว่าสงครามของอัศวินจำนวนแค่ 2,000 นายกับกองกำลังป้องกันตนเองของไดดารอสมันเป็นอะไรที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้ได้ พวกเขาเป็นอัศวินแค่ในนาม ภายในหัวของพวกเขาไม่ได้คิดอื่นใดนอกจากจะข้ามไปอีกฟากของกำแพงไดดารอสแล้วขนทองกลับมาให้มากที่สุดเท่านั้น พวกเขาดูถูกศตรูของเขา การโจมตีของพวกเขาไม่ได้ต่างอะไรไปจากกลุ่มโจรซักนิด

แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน

ด้วยอัครสาวกและอาร์คบิชอปเป็นผู้นำ มันมีสายโซ่สั่งการเชื่อมโยงไปยังเหล่าทหารอย่างเป็นระบบระเบียบ อีกทั้งคนเหล่านั้นไม่ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อเงินทอง แต่เพราะความเชื่อความศรัทธาที่จะมอบดินแดนแห่งนี้ให้กับพระเจ้าของเขา

และตอนนี้พลังที่แท้จริงของกองทัพสาธารณะรัฐซินแคลที่ควบคุมถึงครึ่งหนึ่งของทวีปอาร์ค กำลังแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ณ สนามรบแห่งนี้

ที่ท้องฟ้า อัครสาวกที่ 7 ลอร์ดซาริเอลและราชัญมังกรกราไวนอล์ได้เผชิญหน้าเข้าหากัน ในขณะที่ภาคพื้นดินเป็นการปะทะระหว่างกองทัพครูเสดเดอร์ 15,000 นายกับกองทัพไดดารอส 20,000 นาย

แม็กซ์เวล:”ーーรักษาแนวรบเอาไว้!!จงหยุดพวกมันเอาไว้ด้วยชีวิตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม จนกว่าองค์ท่านจะจัดการปีศาจมังกรตัวนั้นลงได้!!”

จับอาวุธที่อยู่ในมือแล้วมองดูท่านซาริเอลบนฟากฟ้า แม็กซ์เวลเข้าร่วมต่อสู้อยู่แนวหน้าของกองทัพ

「จัดรูปกระบวนทัพ」เป็นเทคนิคการต่อสู้ของมนุษย์ที่นำมาใช้เพื่อต่อกรณ์และเซอร์ไพรส์พวกปีศาจ

มนุษย์และปีศาจต่างก็ใช้ภาษาเดียวกัน และสู้โดยสวมชุดเกราะและดาบเหมือนกัน

ทว่าแนวทางการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายนั้นก็มีความต่างกันอยู่

ปีศาจมีพละกำลังและเวทย์มนต์ที่แข็งแกร่ง ด้วยที่แต่ละบุคคลมีจุดเด่นอันเป็นปัจเจคโดยเฉพาะ การร่วมทีมต่อสู้จึงเกิดเป็นกลุ่มเล็กๆ เพราะด้วยจำนวนทหารที่มากกว่า 100 นายขึ้นไปแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะสั่งการกองทัพที่ใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่สิ ต้องบอกว่าการต่อสู้เป็นกองกำลังขนาดใหญ่ด้วยกันนั้น ไม่ได้อยู่ในความคิดของพวกเขาแตกแรกเลยต่างหาก

นั่นจึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมกราไวนอล์แม้ว่าจะเป็นถึงชายผู้ที่สร้างประเทศขึ้นมานั้น ก็ไม่ได้สนใจที่จะสั่งการทหารทั้ง 20,000 นายเลยสักนิด แล้วเข้าต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งกับซาริเอลโดยทันที กราไวนอล์ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับมนุษย์เลยนอกว่าแค่ว่าพวกเขาได้มาเหยียบอยู่ในทวีปแพนโดร่านี้ ไม่ได้คิดว่าในหมู่มนุษย์จะไม่มีสิ่งที่ผิดปกติแบบนี้ออกมา

เขาคิดว่าเป็นปกติที่ผู้ที่แข็งแกร่งคือผู้ที่จะกลายเป็นราชา และในสงครามก็เป็นปกติที่ผู้บัญชาการจะต้องสู้กันหนึ่งต่อหนึ่งเพื่อหาผู้ชนะ

นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่สงสัยซาริเอลในการตอบรับการสู้ตัวต่อตัวนี้

แต่สำหรับมนุษย์ ผู้ที่แข็งแกร่งจะไม่ใช่ผู้ปกครองเสมอไป การสู้หนึ่งต่อหนึ่งก็เป็นอะไรที่ไม่ได้มากไปกว่าความบันเทิงธรรมดาเท่านั้น

ดังนั้นสำหรับผู้บัญชาการที่จำเป็นต้องควบคุมกองทัพแล้วดันออกไปเผชิญหน้ากับศตรูด้วยตนเอง จึงไม่ใช่ตรรกะของมนุษย์ที่พึ่งจะกระทำในสนามรบ เพราะว่าสงครามของมนุษย์ผู้ที่เป็นผู้บัญชาการนั้นจะไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด หากแต่เป็นคนที่มีความสามารถในการสั่งการต่างหาก

แน่นอนว่าบางครั้งก็มีคนที่มีความสามารถครบครันทั้งเรื่องบู๊และบุ๋น 

การที่ซาริเอลเป็นผู้บัญชาการของครูเสดเดอร์ เพราะเธอต้องเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้บัญชาการศตรูโดยตรง การที่เธอมอบหน้าที่สั่งการให้กับรองผู้บัญชาการไลท์โครมนั้น ถือเป็นกลยุทธ์ปกติของมนุษย์

แต่ทว่าเมือมองไปที่กองทัพของไดดารอสทั้ง 20,000 นายแล้ว คำสั่งกลับมีแค่หยาบๆเพียง โจมตี, ป้องกัน และถอยทัพออกมา

ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อราชาให้คำสั่งโจมตี พวกเขาก็โจมตีด้วยพลังทั้งหมดที่มีและคิดแค่โจมตี ทุกสิ่งที่พวกเขาทำมีแค่บุกเข้าปะทะตรงๆด้วยตัวเองโดยไม่ประสานงานกับคนอื่นใครเพียงแค่นั้น

เวลาที่พวกเขาจะถอยทัพนั้นก็มีแค่เวลาที่ราชาของเขาได้ตายลงไป หรือพวกเขาเริ่มเสียเปรียบเท่านั้น

พูดง่ายๆคือการต่อสู้ของปีศาจขึ้นอยู่กับพลังของปัจเจคแต่บุคคลเท่านั้นไม่เหมือนกับมนุษย์

ต่อให้ในโลกนี้มีเวทย์มนต์และผู้ที่แข็งแกร่งอย่างโดดเด่นเฉกเช่นซาริเอลอยู่

พื้นฐานการต่อสู้ก็ไม่ได้ต่างไปจากโลกใบเดิมที่คุโรโนะได้จากมา

มนุษย์นั้นอ่อนแอกว่าสัตว์แต่ด้วยความฉลาดและการประสานงานร่วมกัน พวกเขาจึงอยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร

ถึงวัฒนธรรมจะอยู่ระดับเดียวกับยุคกลาง แต่กลยุทธ์และชั้นเชิงได้ถูกหยิบมาใช้เช่นเดียวไม่ได้ต่างไปจากโลกเดิม 

ในการต่อสู้ที่มีกองทัพขนาดใหญ่เช่นนี้ หนึ่งในกลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการ「จัดรูปกระบวนทัพ」

นั่นเป็นเหตุผลที่ในสงครามครั้งนี้ กองทัพครูเสดเดอร์สามารถต้านทานการบุกโจมตีของกองกำลังปีศาจที่มีพละกำลังและจำนวนมากกว่าถึง 5,000 นายได้

…. : “ثلاثاء نار متقدة عصا الشعلة سبيرز بيرس -- การร่ายเสร็จสิ้น พร้อมโจมตี!“

…. : “ลงมือเลย!! 「หอกอัคคี・อีฟรีท・คริสซากิต้า! (火炎槍・イグニス・クリスサギタ)」”

กองกำลังจอมเวทย์ที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานยิงเวทย์มนต์ออกมาอย่างพร้อมเพรียง

แนวหน้ามีพลหอกตั้งแถวป้องกันกองกำลังจอมเวทย์เอาไว้อยู่เพื่อซื้อเวลาการร่ายเวทย์

กองทัพไดดารอสจมอยู่ภายใต้กองเพลิงของ「หอกอัคคี・อีฟรีท・คริสซากิต้า」แล้วฝนธนูก็ได้ร่วงโรยลงมาจบชีวิตพวกมัน

ถึงจะกองทัพไดดารอสบางส่วนที่มีพลังชีวิตที่น่าเหลือเชื่อรอดอยู่แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทลายแนวป้องกันครูเสดเดอร์ลงได้

กองทัพไดดารอสที่อยู่แนวหน้าต่างแปลกใจกับ「รูปกระบวนทัพสีเหลี่ยม」ของครูเสดเดอร์

ถ้าเป็นการต่อสู้ตะลุมบอนละก็ กองทัพไดดารอสไม่มีปัญหาใดๆในการรับมืออยู่แล้ว แต่กับต่อหน้ารูปกระบวนทัพที่เจอนี้ทำให้ความได้เปรียบในการเคลื่อนไหวของพวกเขาสูญเสียไป

กระบวนทัพสี่เหลี่ยมสร้างขึ้นจากกองกำลังหอก, กองกำลังธนู และกองกำลังจอมเวทย์

หอกที่แหลมคมและยาวถึง 6 เมตรเป็นอาวุธที่ใช้ต่อต้านเหล่าทหารม้า

มันถูกนำมาใช้กับทหารของไดดารอสที่มีพละกำลังราวเทียบเท่ากับพลทหารม้าได้เป็นอย่างดี

กองกำลังหอกที่ยืนเรียงหน้ากระดานอย่างหนาแน่นมีกองกำลังธนูยาวและธนูหน้าไม้พร้อมทั้งกองกำลังจอมเวทย์คอยโจมตีระยะไกลจากแนวหลัง

ถ้าโครโน่มาเห็นเขาต้องคิดว่ามันคล้ายกับการจัดกระบวนทัพของสเปนในสมัยก่อน ต่างกันก็แค่จอมเวทย์ถูกนำมาใช้แทนที่พลทหารปืนเท่านั้น

และในโลกนี้ที่มีเวทย์มนต์ เหล่าจอมเวทย์นอกจากใช้เพื่อโจมตีระยะไกลแล้ว พวกเขายังใช้เวทย์รักษา เวทย์เสริมพลัง เรียกได้ว่าเป็นกองกำลังสนับสนุนอเนกประสงค์ก็ว่าได้

แต่ต่อให้สถานะการณ์เป็นเช่นนี้ มันก็ยังคงเป็นสงครามตั้งรับของฝ่ายครูเสดเดอร์อยู่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

ต่อให้กองทัพปีศาจโจมตีอย่างไร้ระเบียบอยู่เช่นนี้ แต่ต่อหน้าพลังและจำนวนที่เหนือชั้น พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่หยุดกำลังของศตรูไว้ชั่วคราวเท่านั้น

ไลท์โครม:”ลอร์ดซาริเอล ได้โปรดมอบปาฏิหาริย์แก่พวกเราด้วย….”

อาร์คบิชอปและรองผู้บัญชาการแห่งกองทัพครูเสดเดอร์มองขึ้นไปบนฟ้าที่ซาริเอลสู้ตัดสินอย่างชี้เป็นชี้ตายกับราชัญแห่งมังกรอย่างเงียบๆ

ทั้งอาร์สและไลท์โครมต่างเคยอยู่ในพื้นที่ที่เหล่านอกรีตในสาธารณะรัฐซินแคลเคยอยู่และได้ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับ สุดท้ายทั้งเขาและอาร์สก็ได้เลื่อนขั้นเป็นพระคาร์ดินัล ส่วนเขาก็ได้เป็นระดับอาร์คบิชอปโดยทั้งที่ยังมีอายุน้อยอยู่

ประสบการณ์ที่เคยชนะพวกนอกกรีตของไลท์โครมได้แสดงออกมาเป็นที่ประจักรในสนามรบที่สู้กับกองทัพปีศาจนี้เช่นกัน แต่ต่อให้มีประสบการณ์มากแค่ไหน กำลังเพียง 15,000 นายนั้นไม่อาจเพียงพอต่อการได้รับชัยชนะได้

ดังนั้นแล้วหกทางเดียวที่จะชนะสงครามนี้ได้คือการซื้อเวลาให้ซาริเอลปราบราชัญมังกรกราไวนอล์ลงให้ได้

ตอนนี้ก็เป็นแค่การดิ้นรนของกองทัพครูเสดเดอร์ ไม่สิพวกเขากำลังเสียเปรียบ และคนเดียวที่จะกู้สถานการณ์นี้ให้พลิกกระดานได้ก็มีเพียงแค่ซาริเอล คนเพียงคนเดียวที่ต่อกรกับราชัญมังกรได้ อัครสาวกที่ 7 ลอร์ด ซาริเอล

กองทัพครูเสดเดอร์จะได้รับชัยชนะอย่างทรงเกียรติ์หรือพ่ายแพ้อย่างอัปยศ ชะตากรรมของพวกเขาทั้งหมดขึ้นอยู่กับเด็กสาวสีขาวตัวเล็กๆนามว่า ซาริเอล




NEKOPOST.NET