[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.2 - ตอนที่ 2 ฟังคำสั่ง


    บทที่หนึ่ง: ห้องวิจัยสีขาว

 ตอนที่ 2 ฟังคำสั่ง

 

 

「……ยังมีชีวิตอยู่」

 

 ชั้นพึมพำกับตัวเองภายในสติที่เลือนราง

 เมื่อตื่นขึ้นมา ชั้นก็ยังนอนอยู่บนพื้นแข็ง ๆ เหมือนเดิม

 ไม่นานนัก ความทรงจำก่อนหน้าที่จะสลบไปก็ถาโถมกลับเข้ามา

 

「อั่ก...... 」

 

 ชั้นรู้สึกอยากจะอาเจียนแต่ก็ยั้งเอาไว้

 

 ด้วยสถานะอัมพาตที่ไม่มีผลแล้ว ชั้นก็สามารถส่งเสียงครางแบบนี้ออกมาได้

 แล้วจะด้วยยังไงก็ตาม ก็สามารถขยับร่างได้แล้วเหมือนกัน

 

 พอเอามือทาบไปบนหัว สัมผัสถึงของแข็ง ๆ ก็แล่นเข้ามาสู่ปลายนิ้ว

 ไม่ต้องสงสัยเลย ไอ้แหวนเวรพ่นเข็มนั่น ตอนนี้ติดอยู่ที่หัวชั้นโดยสมบูรณ์

 

「เวรเอ้ย......นี่มันแย่ที่สุด.... 」

 

 ถึงแม้มันจะไม่ทรมาน แต่การที่จู่ ๆ ได้รับการปฏิบัติที่คล้ายกับการทรมานแบบนั้น จะใครก็ตามก็คงจะสบถออกมาซักครั้งสองครั้งล่ะ

 แต่ ด้วยเหตุนี้เอง ชั้นก็ได้รับความอิสระของร่างกายกลับคืนมา ก่อนอื่น ต้องยืนยันสถานการณ์ที่ชั้นกำลังเผชิญอยู่นี้ก่อน

 

 ตอนนี้ชั้นอยู่ในห้องว่างเปล่าแบบเดิมที่ถูกขังเอาไว้ แต่มันไม่มีแท่นตรงกลางอีกแล้ว

 เอาจริงดิ มันไม่มีอะไรเลยนอกจากกำแพง ขนาดเพดานเองก็ยังเป็นสีขาว

 

 ข้างหน้าห้อง มีประตูสีขาวคล้าย ๆ กัน แต่ชั้นล่ะสงสัยว่ามันจะปลดล็อคอยู่รึเปล่า

 ล้อกันเล่นรึไงนี่ ไม่มีแม้กระทั่งหน้าต่างอะไรเลย ชักจะเริ่มรู้สึกหดหู่ซะแล้ว หืม? เดี๋ยวนะ ถ้าไม่มีหน้าต่าง ก็หมายความว่านี่ชั้นอยู่ชั้นใต้ดินงั้นรึ?

 

 ก็นะ ถ้ามันจะทำหน้าที่เป็นห้องคุมขัง ก็ถือเป็นการจัดการที่มีเหตุผล

 

 ชุดของชั้นเองก็กลายเป็นแบบคล้าย ๆ ของคนสวมหน้ากากพวกนั้น คือขาวทั้งหมด

 

 แต่ว่ามันไม่มีผ้าคลุมหรือหน้ากากอะไร มันดูค่อนข้างจะคล้าย ๆ กับชุดคลุมง่าย ๆ

 จะว่าไปแล้ว ชั้นเองก็ยังใส่กางเกงในอยู่

 

 นี่เป็นเครื่องแบบนักโทษรึไงนะ? ไม่สิ ยังไม่แน่นอนว่าชั้นนั้นอยู่ในคุก แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าจะดูยังไง ชั้นว่าชั้นไม่ได้อยู่ในประเทศญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้ว

 

 พวกนั้นคุยกันด้วยภาษาต่างชาติแปลก ๆ ขนาดชุดพวกนี้ยังแปลกเลย

 ทุกวันนี้ขนาดผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนายังสวมเสื้อผ้าสไตล์ยุโรป

 เสื้อผ้าที่ทำขึ้นจากมือเปล่าพวกนี้มันไม่ปกติแน่ ๆ ล่ะ

 

 ไม่สิ เดี๋ยวนะ ถ้าพวกนั้นเป็นพวกลัทธิปิศาจที่อันตรายมากล่ะ

 งั้นภาษาปริศนาเหล่านั้นที่ถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยจูนิเบียวอายจนวิ่งหนี อาจจะเป็นภาษาดั้งเดิมของพวกนั้นก็ได้

 ชุดพวกนี้ก็อาจจะเป็นชุดแฮนด์เมดคอสเพลย์บางอย่างที่มีความหมายลึกซึ้งอยู่เบื้องหลัง

 ถ้าคิดแบบนั้น มันก็ไม่จำเป็นที่ชั้นจะไปอยู่ในประเทศที่ห่างไกล แต่อาจจะอยู่ในสถานที่บางอย่างของลัทธิที่ซ่อนลึกในหุบเขาของญี่ปุ่น

 

 แต่ทำไมชั้นถึงถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยนะ.........

 

 สำหรับตอนนี้ ความจริงที่ว่าชั้นยังมีชีวิตอยู่และอวัยวะครบ 32 นั้น แปลว่าชั้นคงจะไม่ถูกฆ่าในเร็ว ๆ นี้หรอก

 เดี๋ยวนะ ถึงแม้ชั้นจะไม่ตาย จากนี้ไปชั้นจะถูกคุมไปทรมานกับไอ้สิ่งเหมือนกับแหวนนั่นเหรอ?

 แบบนั้นคงจะเลวร้ายถึงที่สุด ถ้าจะเป็นแบบนั้น ชั้นเองก็อาจจะกัดลิ้นตัวเองและตายอย่างสงบแทนดีกว่า

 ชั้นไม่ยอมรับสถานการณ์ที่ตัวเองจะถูกฆ่าและร้องขอชีวิตอย่างเด็ดขาด

 

 ยังไงซะ ไม่ว่าที่นี่คือต่างประเทศที่ไหนซักที่ หรือว่าญี่ปุ่น ชั้นต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่

 คงจะดีที่สุดถ้าจะทิ้งระยะห่างออกจากพวกคนอันตรายเหล่านี้ที่สามารถเอาของอย่างเครื่องทรมาน มาใส่หัวคนอื่นอย่างเลือดเย็นเท่าที่จะทำได้

 ถึงชั้นจะพูดอย่างนั้น แต่ตอนนี้เท่าที่ชั้นทำได้ทั้งหมดก็มีเพียงแค่สำรวจว่า ประตูข้างหน้านั้นมันล็อคหรือไม่

 

 พอชั้นลุกขึ้นยืนและเดินเข้าหาประตู ด้วยเสียง *ครืด* ประตูก็เริ่มเปิดออก

 

「..... 」

 

 ประตูอัตโนมัติรึ? เป็นไปไม่ได้น่า ถ้างั้นก็แปลว่ามีคนจากอีกฝั่งเปิดประตู

 

 และคนที่เปิดประตูเอง ก็เป็นไปตามที่คาด เหล่าชายที่สวมหน้ากากเหมือนเดิม

 

أوه، كنت مستيقظا بالفعل، كنت تتوقع من هيئة التنين الأسود قوي

 

 เหมือนอย่างเคย ชั้นไม่เข้าใจอะไรซักอย่างที่ชายสวมหน้ากากกำลังพูดด้วยภาษาถิ่นของเขา

 พอได้ยินอีกครั้ง มันก็ให้ความรู้สึกคล้าย ๆ กับภาษาอังกฤษอยู่ แต่.........ไม่สิ

 ก่อนหน้านั้นชั้นต้องเพ่งความสนใจไปที่การเคลื่อนไหวของพวกเค้าก่อน

 

 ชั้นตั้งการ์ด แต่เจ้าคนสวมหน้ากากดูเหมือนจะกังวลกับอะไรก็ตามที่อยู่ข้างหลังของเค้ามากกว่าจะเป็นชั้น

 ดูเหมือนจะมีคนสวมหน้ากากอยู่ข้างหลังเค้าเองเหมือนกัน

 ชายสวมหน้ากาก 2 คนเข้ามาภายในห้องและชั้นก็ถอยหลังเข้าหากำแพง พยายามจะทิ้งระยะจากพวกเค้า

 

 จากนั้นก็มีอีกคนเข้ามา หรือที่ชั้นคิด แต่ก็กลายเป็นว่าชั้นไม่สามารถละสายตาไปจากใบหน้าของหมอนี่ได้เลย

 นั่นก็เพราะเค้าไม่ได้สวมหน้ากากและเผยให้เห็นถึงใบหน้าเปล่า ๆ

 

 จากที่ตระหนักได้ว่าเค้าไม่ใช่คนญี่ปุ่นเพียงแค่ชายตามอง

 เค้าเป็นผู้อาวุโสผิวสีขาวที่มีใบหน้าคมประณีต ผมของเค้าซ่อนอยู่ภายใต้ฮู๊ดแต่ก็น่าจะเป็นสีขาว และตาของเค้าเป็นสีฟ้า อายุของเค้านี่เกิน 60 ไปได้ง่าย ๆ เลย แล้วเค้าเองก็มีเคราสีขาวที่ดูภาคภูมิใจด้วยปิดท้าย

 

 หรือว่าผู้อาวุโสคนนี้จะเป็นหัวหน้าเหล่าชายสวมหน้ากากพวกนั้นกัน? เดี๋ยวนะ

 พวกเค้าคงไม่ได้เรียกผู้อาวุโสคนนี้ว่าพระเจ้าที่มีชีวิตอยู่หรืออะไรทำนองนั้นหรอกใช่มั้ย?

 

 พอชั้นส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยไป ไอ้แก่ (มันทำให้ชั้นเผชิญกับเรื่องลำเค็ญขนาดนั้นชั้นก็เลยจะเรียกมันว่าไอ้แก่)

 มันก็มองมาที่ชั้นด้วยสายตามีพิรุธ

 

 ทันใดนั้นเอง ชั้นก็ถูกจู่โจมไปด้วยอาการปวดหัวอย่างมหาศาล

 

「อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!! 」

 

 ถ้าจะให้หัวแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ก็คงจะต้องราว ๆ นี้ ไม่สิ ชั้นคิดว่ามันอาจจะแตกออกไปจริง ๆ

 

 ความเจ็บปวดถึงขั้นทำให้คิดว่ากำลังจะตาย แต่สิ่งที่กำลังมอบความเจ็บปวดนี้ให้ชั้นคือ ‘ความตั้งใจ’ ของใครบางคนที่คอยส่งเสียงกังวานอยู่ภายในหัวของชั้น

 

 เจ็บ——ปวด——ทรมาน——ตาย——

 

 ภายในหัวของชั้น ความคิดต่าง ๆ นา ๆ เริ่มอาละวาดไปของมันเอง

 

 สาเหตุของความเจ็บปวดนี้ โดยไม่ต้องสงสัยเลย มันคือความคิดเหล่านี้ และชั้นก็เข้าใจด้วยว่า แหล่งที่มาของมันก็คือไอ้แก่ที่ยืนอยู่ข้างหน้าชั้นนี่ตามสัญชาติญาณ

 

 ตอนที่ชั้นล้มลงกับพื้นแข็ง ๆ ชั้นมองไปที่ไอ้แก่ด้วยแววตาที่มีน้ำตารื้น

 ไม่ใช่สายตาแห่งความโกรธ แต่ใสซื่ออย่างกับร้องขอชีวิตด้วยสภาพที่ไม่น่าดู

 

 ——อย่าขัดขืน———ฟังคำสั่ง

 

 ก่อนจะสลบ ความเจ็บปวดก็หยุดลง ทันใดนั้นเองชั้นก็ตระหนักได้ว่าไม่อาจขัดขืนไอ้แก่นี่ได้

 ไม่สิ ไม่อาจขัดขืนเหล่าคนสวมหน้ากากทุกคนได้เลย หรือก็คือชั้นถูกบังคับให้เป็นแบบนั้น

 

 ——ยืน

 

 ความรู้สึกปวดหัวยังคงหลงเหลืออยู่ ชั้นไม่สามารถยืนขึ้นได้ในทันทีตอนที่ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัว

 

 ——ยืน

 

 อีกครั้ง อาการปวดหัวค่อย ๆ กลับมา ชั้นบังคับตัวเองและค่อย ๆ ยืนขึ้นอย่างไม่คงที่

 มันรู้สึกแย่ยิ่งกว่าการอาเจียน แต่ก็ยังดีกว่าถูกอาการปวดหัวจู่โจมอีกครั้ง

 

 ด้วยการหายใจแบบหยาบ ๆ ชั้นก็ยืนขึ้นเผชิญหน้ากับไอ้แก่

 

القيود تشغل غرامة

 

 ไอ้แก่ เหมือนกับพวกสวมหน้ากาก พูดในภาษาที่ชั้นไม่เข้าใจ

 

「..... 」

 

 ชั้นก็แค่ยืนอยู่อย่างนั้นไม่อาจตอบสนองอะไรได้

 

 ไอ้แก่สามารถส่งความคิดมายังชั้นได้ แต่มันก็เป็นแค่ภาพคลุมเครือที่ไม่อาจพูดเป็นคำได้

 

 ชั้นไม่อาจเข้าใจเจตนาได้

 

 แต่จะว่าก็ว่า ชั้นก็ไม่คิดว่าจะสามารถสื่อสารกับพวกมันได้อย่างราบรื่นถึงจะคุยกันได้

 

 ——เดิน

 

 ตามที่ความคิดนั้นถูกส่งมา ไอ้แก่ก็หันหลังกลับและเริ่มเดิน

 

 ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้เลย พร้อมกับก้าวเดินกระโผลกกระเผลก  ที่ชั้นทำได้ทั้งหมดมีเพียงเดินตามหลังตราสัญลักษณ์รูปกางเขนเท่านั้น

 

 พอชั้นก้าวผ่านประตู ก็มองเห็นอุโมงค์ยาวไปในความมืด

 ราวกับว่าเป็นลางร้ายที่ได้ทำนาย เปรียบเทียบกับนรกที่กำลังรออยู่ในอนาคต มันอาจจะดีกว่าถ้าจะฆ่าตัวตายเอาซะตั้งแต่ตอนนี้

 

 




NEKOPOST.NET