[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 198 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.198 - ตอนที่ 198 เผชิญหน้ากับความสิ้นหวังสีชาด


หลังจากที่ทิ้งวิลฮาร์ทและวิ่งหนีมาได้สักพัก พวกเด็กนักเรียนทั้ง 4 ก็หยุดพักเหนื่อยในที่สุด

 

พวกเขาต่างหอบหายใจอย่างหนัก

 

… “ฮ่าาา..ฮ่าาาา...นั่นมัน … น่ากลัวชะมัด”

 

… “ถูกล้อมเอาไว้ตอนไหนก็ไม่รู้ อันตรายชะมัด”

 

… “แต่ทิ้งองค์ชายเอาไว้แบบนั้นจะไม่เป็นปัญหาเอาทีหลังหรือไง ?”

 

… “มีซิเรียจังอยู่ทั้งคน ไอหมอนั่นไม่เป็นไรหรอก ไอสัตว์ประหลาดน่าเกลียดพวกนั้นเดียวก็ลงไปคุยกับรากมะม่วงแล้วละ”

 

พวกเขาต่างหัวเราะกันออกมา บางทีอาจเป้นเพราะพวกเขาคิดว่าตัวเองปลอดภัยกันแล้ว

 

พวกเขาไม่รู้สึกผิดอะไรเลยที่ทิ้งสมาชิกเอาไว้คนหนึ่งอยู่เบื้องหลังแบบนั้น

 

ยังไงซะ พวกเขาก็รอดตายมาได้แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะดีใจขนาดนี้กัน

 

… “จะทำยังไงกันต่อดี ?”

 

หนึ่งในนักเรียนกลุ่มนั้นตั้งคำถามขึ้นมา

 

สถานที่ตรงนี้ไม่ได้แตกต่างไปจากที่ตั้งแคมป์เท่าไหรนัก เพราะพวกเขาวิ่งเลียบริมแม่น้ำมา

 

พวกเขาวิ่งขึ้นมาที่ต้นแม่น้ำกัน

 

เพราะการวิ่งเลียบแม่น้ำขึ้นมานั้นมีสิ่งกีดขวางน้อยกว่าการวิ่งเข้าไปในป่ารกชัน พวกเขาจึงคิดว่ามันคงจะดีกว่า เพราะมันทำให้พวกเขาวิ่งง่ายขึ้น

 

… “อ้า ชั้นติดดาบมาด้วย คงน่าจะใช้งานได้อยู่ละนะ”

 

ถึงจะรีบวิ่งออกมา แต่พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะพกอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานมาด้วย

 

… “นั่นสินะ เอางี้ กลับบ้านกันเถอะ”

 

… “โอ้ย แต่เราเหนื่อยแล้วนะ ใช้ [เหยียบนภา] ไปตั้งเยอะนะเมื่อกี้”

 

ถึงพวกเขาจะเป็นจอมขี้ขลาด แต่พวกเขาก็หาใช่พวกไร้ความสามารถ พวกเขาต่างก็เรียนรู้ทั้งทักษะและเวทมนต์ขั้นต่ำกันมาแล้ว

 

พวกเขาสามารถใช้ [ศรอัคคี] ได้ และยังใช้ [Slash] ได้ แต่ถ้าถามว่าพวกเขาใช้ในการต่อสู้จริงได้มั้ย คำตอบก็คงเป็น [ไม่]

 

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงต้องมาอยู่ระดับชั้นเดียวกับวิลฮาร์ทเช่นนี้

 

… “พวกเราเองก็วิ่งมาไกลน่าดูเลยนะ มองไม่เห็นแคมป์เลย”

 

… “พวกเราเผ่นมาไกล 1 km ได้ละมั้ง ?”

 

พวกเขาทั้ง 4 คนใช้ [เหยียบนภา] วิ่งหนีมาด้วยความรวดเร็วกัน มันคือทักษะการเครื่อนไหวอันรวดเร็วที่ทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วกว่ามนุษย์ปกติ

 

เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้พวกเขาวิ่งฝ่าทั้งฝูงมาได้

 

ถึงแม้จะมีหินโสโครกเต็มไปหมดบริเวณแม่น้ำ แต่มันก็ไม่ได้ถือว่าเป้นสิ่งกีดขวางเท่ากับพุ่งไม้ที่อยู่ตามป่า

 

พวกเขาจึงใช้ [เหยียบนภา] วิ่งมากันได้อย่างปลอดภัยเช่นนี้ แต่ก็ทำให้พวกเขาเหนื่อยหอบจนหมดสภาพเช่นกัน

 

เรียกได้ว่ายังเป็นลูกเจียบที่ไม่อาจต่อสู้จริงได้

 

… “น่า คิดว่าน่าจะปลอดภัยแล้วละมั้ง ? กลับกันเถอะ”

 

… “ไม่ ไม่ บางทีพวกเขาคงยังต่อสู้กันอยู่ รออีกสักพักเถอะ”

 

พวกเขาไม่รู้ว่าที่แคมป์ตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นไร นอกจากคาดเดาว่าการต่อสู้จะจบลงเมื่อไหรเท่านั้น

 

… “เออ ถ้าหากองค์ชายตายละก็...พวกเราจะไม่ชิบหายกันเอาหรือไง ?”

 

… “ถ้าเขาตาย งั้นชั้นจะจ้างซิเรียจังแทนเอง”

 

… “ไม่ ไม่ ชั้นต่างหากที่จะจ้างเธอ”

 

ตอนนี้พวกเขาต่างกำลังอยู่ในอารมณ์เถียงกันแล้วว่าใครที่ตจะได้จ้างซิเรีย เมดสาวผู้งดงามไปไว้ใช้งานอยู่ข้างกายของตน

 

แล้วในตอนนั้น มันก็เกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา มันรวดเร็ว และว่องไวเกินกว่าที่พวกเขาจะทันรู้ตัวได้

 

… “ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ  --- อ๊ะ ?”

 

อยู่ ๆ ชายคนหนึ่งในกลุ่มของที่กำลังหัวเราะอยู่ก็สังเหตุเห็นอะไรบางอย่าง

 

… “นั่นมันอะไรนะ ?”

 

… “เออ.. ?”

 

พวกที่เหลือทั้งสามคนต่างหันไปจ้องมองทิศทางที่ชายคนนั้นยืนจ้องตัวแข็งอยู่

 

แล้วพวกเขาก็ได้พบกับ---

 

มันคืออสูรที่มีความสูงกว่า 6 เมตร และพวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าเจ้านี้มันยืนมองดูพวกเขาอย่างเงียบ ๆ มานานแค่ไหนแล้ว

 

มันมีขนสีดำสนิดทั้งตัวจนยากแก่การมองเห็นในที่มืด แต่ยังดีที่มันมีขนสีแดงเพลิงอยู่ตรงบริวเณช่วงหน้าอกเป็นจุดสังเกตุแทน

 

หูที่ยาวของมันส่ายไปมาราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่บนหัวของมัน

 

… “นั่น มอนสเตอร์ใช่มั้ย ?”

 

… “เชี่ย ใหญ่ชิบ...ดูอันตรายชะมัด ?”

 

ด้วยหูของมัน ทำให้พวกเขารู้ว่ามันน่าจะเป็นพวกปันปันที่เจอเมื่อกี้

 

แต่ด้วยลักษณะอื่นนอกเหนื่อจากหูของมัน จึงทำให้มันดูแตกต่างออกไปมาก

 

แขนของมันหนาและใหญ่พอ ๆ กับลำต้นของต้นไม้ อีกทั้งยังมีกล้ามเนื้อที่เห้นได้เด่นชัดภายใต้ขนที่ฟูของมันเอง

 

มันดูเหมือนกับสิงโตผสมกับหมาป่า

 

ดวงตาของมันมีสีแดงชวนดูน่ากลัวราวกับมารร้ายที่กำลังจ้องเอาชีวิตพวกเขา

 

… “ฮะ ฮะ ฮะ ดูแล้วไม่น่าจะชนะได้เลยเนาะพวกเรา ?”

 

… “อืม ถูกของนาย พวกเราไม่ไหวหรอก”

 

… “ช่าย ช่าย งั้นหนีเถอะนะ”

 

… “เห็นด้วย !”

 

แล้วทั้งสีก็เผ่นอย่างว่องจนหายไปราวกับสายลม

 

แต่ทว่า

 

--*กร๊อบ*

 

เสียงอะไรบางอย่างที่ถูกหักได้ดังขึ้นก้องอยู่ในหูของเด็กนักเรียนที่เหลืออีกสามคน

 

ใช่ เหลืออีกสามคน

 

… “เอ้ ...เออ ?”

 

ดวงตาสีแดงนั้นได้หายไปจากริมแม่น้ำแล้ว

 

รวมถึงเด็กนักเรียนคนหนึ่งด้วย เขาที่ควรจะยืนอยู่ข้าง ๆ พวกเขากำลังมีต้นไม้สีดำต้นหนึ่งทับร่างของเขาเอาไว้

 

ไม่สิ มันไม่ใช่ต้นไม้ แต่เป้นแขนของอสูรตนนั้นต่างหาก

 

.. “เอ้ เออ … นี่มัน ?”

 

พวกเขามองไปยังอสูรตนนั้น แล้วมันก็หายไปอีกครั้ง เหลือเป็นเพียงแค่ร่างเงาทิ้งเอาไว้เท่านั้น

 

แล้วเหยื่อผู้โชคร้ายรายต่อไปก็…

 

… “อ้า แว้กกกกกกกก !??!!?”

 

อสูรตนนั้นก็เคลื่อนที่เข้ามาข้างพวกเขาในทันที

 

แล้วพวกเขาก็ได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเขา

 

ร่างของเพื่อนเขาถูกมันบี้แบนตั้งแต่จากหัวลงมาจนกลายเป็นเนื้อบดชั้นยอดจมกองเลือดอยู่ตรงพื้นดินตรงนั้น

 

… “แว้กกกกกกกกกก !!”

 

พวกเขาวิ่งหนีสุดชีวิตไปพร้อมกันกรี๊ดร้องออกมา เจ้าอสูรตนนี้คือฝันร้าย เป้นฝันร้ายของพวกเขา พวกเขาต้องหนีมันให้พ้น

 

แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหนื่อยหรือเคลื่อนไหวโดยไม่คิดให้ดี พวกเขาคนหนึ่งก็สะดุดเท้าตัวเองล้มลงไป  

 

ส่วนอีกคนทำให้เพียงแค่กระโดดสร้างระยะห่างไกลออกไปธรรมดาเท่านั้น

 

มีเพียงแค่คนเดียวที่สามารถใช้ [เหยียบนภา] ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

แต่กลายเป็นว่าคนที่ทำได้สำเร็จนั้น กลับต้องหยุดลงอยู่กลางอากาศไปเสียก่อน

 

“อึ๊กกกก~~!?!”

 

เขาที่ทะยานขึ้นไปในอากาศได้ถูกอสูรตัวนั้นจับขาเอาไว้ด้วยแขนอันใหญ่โตของมัน

 

แขนข้างขวาของมันส่องประกายอัญมณีสีแดงออกมา

 

นักเรียนที่เหลืออีกสองคนทำได้แต่มองดูเพื่อนเขาถูกอสูรตัวนั้นจับตัวไปเท่านั้น

 

แล้วก็---

 

*กร๊วมม*

 

นักเรียนที่ถูกจับไปนั้น ถูกเจ้าอสูรร้ายตัวนั้นจับกินทั้งเป็น นั่นคือสิ่งที่พวกนักเรียนคิดกัน

 

แต่มันไม่ใช่

 

คนที่ถูกกัดอยู่ในปากนั้นกำลังถูกคำสาปของอสูรร้ายอยู่

 

เลือดสีแดงของเขาได้ไหลลงมาอย่างช้า ๆ และเจ็บปวดทรมานอยู่ภายในปากของมัน

 

เป้นคำสาปที่ทำให้ร่างกายของเขากลายสภาพเป็นน้ำดื่มสีแดงอันโอชะให้กับมัน

 

… “อุ ว้ากกกกกกกก เจี้ยกกกกก อ๊ากกกกกกกก !”

 

เพื่อที่ยังหัวเราะบ้าบอกับพวกเขาในไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ได้กลายเป้นเครื่องดื่มสีแดงสดไปแล้ว

 

ต่อหน้าต่อตาของพวกเขาเอง

 

นี่คือฝันร้าย ของแบบนี้คือฝันร้าย !

 

ภาพอันโหดร้ายนี้เป้นสิ่งที่พวกขุนนางไม่อาจรับไหวได้

 

คนหนึ่งกลัวจนไม่อาจขยับตัวได้ ส่วนอีกคนนั้นก็วิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว

 

“แว้กกกกกกกก”

 

เขาสับขาวิ่ง วิ่ง วิ่ง

 

เยี่ยม ชั้นทำได้ เขาคิดเช่นนั้นและวิ่งต่อไป

 

เจ้าอสูรหันไปมองทางคนที่วิ่งหนีทีหนึ่ง ก่อนที่จะหันกลับไปสนใจเหยื่อตรงหน้าที่ขลาดกลัวและร้องไห้จนวิ่งหนีไปได้ไม่ได้แทน

 

เจ้าอสูรที่รีดเลือดออกมาจนหมดร่างแล้ว มันก็โยนเศษกระดูกและเศษซากที่แห้งเหือดในปากของมันทิ้งไป

 

เสียงเดินของเจ้าอสูรนั้นเข้าใกล้ร่างของเด็กนักเรียนที่ขลาดกลัว

 

แล้วขาของเขาก็ถูกหักบดขยี้ไป

 

“อ๊ากกกกก !! ได้ ได้โปรด หยุดที ---”

 

มันไม่สนใจและโจมตีเด็กตรงหน้าต่อไป

 

คราวนี้มันเล็งไปที่หัวไหลของเขา

 

แม้ว่าเขาจะฝึกฝนร่างกายมาระดับหนึ่ง แต่ด้วยกรงเล็บอันแหลมคมของมัน มันก้เหมือนกับเต้าหู้เท่านั้น เพียงแค่นิ้วของมันก็เพียงพอที่จะแยกร่างของเขาออกมาได้แล้ว

 

เสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บปวดได้ดังก้องไปทั่วป่า

 

และอาจเป็นเพราะการตอบรับของเหยื่อดีกว่าที่คาด เจ้าอสูรร้ายจึงยิ้มอย่างพอใจออกมาให้เห็น

 

มันบรรจงกรีดร่างของเหยื่อให้โหยหวนออกไป สำหรับมัน ก็เหมือนกับเป้นการเล่นเปียนโนนั่นเอง

 

แล้วเสียงนั้นก็หยุดลงในที่สุด

 

นั่นก็เพราะเขาถูกผ่าออกไปจนถึงเครื่องในของเขาแล้วนั่นเอง

 

ต่อหน้าของเล่นที่พังไปแล้ว มันก็หมดความสนใจลง และโยนร่างนั้นทิ้งไปโดยไม่คิดจะกิน

 

มันมองหาของเล่นชิ้นใหม่ที่กำลังวิ่งหนีไปเมื่อกี้แทน

 

“ฮ่า...ฮ่า… ช่วย ช่วยด้วย ช่วยด้วยยยยยย !!”

 

เขาวิ่งหนีต่อไปบนพื้นที่ย่ำแย่ตรงริมแม่น้ำ

 

เจ้าอสูรถีบพื้นทีหนึ่ง มันส่งร่างสีดำของตัวเองลอยขึ้นฟ้าไปหาเขา

 

เป็นแค่การกระโดดธรรมดาเท่านั้น แต่พลังของมันน่าเหลือเชื่อจนทำให้เป็นว่ามันกำลังบินอยู่ได้

 

แล้วระยะห่างของเด็กนักเรียนคนนั้นกับเจ้าอสูรก็เหลือเพียงแค่ 0 ในทันที

 

เขารีบชักดาบมิธริทออกมา ดาบเล่มนั้นได้ส่องประกายแสงสีเงินสว่างเจิดจ้าท่ามกลางความมืดิดแห่งนี้

 

… “ไอปีศาจ ข้า ข้าจะฆ่าแก ข้าจะฆ่าแก ไอปีศาจจจจจจจ !!”

 

พอได้เห็นดาบที่งดงามกำอยู่ในมือของตัวเอง ไฟแห่งการต่อสู้ในตัวเขาก็เริ่มถูกจุดให้ติดขึ้นมาอีกครั้ง

 

แล้วในเวลาต่อมา แขนอันทรงพลังของเจ้าอสูรก็หวดลงไปที่ร่างของเขาแล้ว

 

โดยที่ยังไม่ทันได้เหวี่ยงลงซักดาบ เขาก็เกือบถูกบี้แบนลงไปแล้ว

 

อาจเป็นโชคดีของเขา ที่ดาบมิธริทรับมือเอาไว้ได้ทัน

 

เจ้าอสูรร้ายนั้นมีบาดแผลออกมาเล็กน้อยที่ฝ่ามือของมัน

 

… “ฮ่า ฮ่า …. มัน มันได้ผล ! มันได้ผลลลล !!”

 

อสูรตนนั้นดูที่บาดแผลขนาดเล็กของตนเอง

 

แล้วมันก็--

 

*โกร้วววววววววว !!*

 

คำรามออกมาอย่างโกรธแค้นทันที

 

อัญมณีสีชาดที่ติดอยู่แขนของมันได้ขยายตัวขึ้นมา

 

แล้วเด็กชายคนนั้นก็มีเลือดออกมาทางหูและจมูกจนตายลงทันที

 

หลังจากที่เขาตายไปแล้ว อสูร้ายตนนั้นก็เหวี่ยงหมัดลงไปไม่หยุดต่อหน้าเหยื่อของมัน

 

มันชกลงไปอย่างต่อเนื่อง

 

หมัดแรกของมันทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน

 

หมัดต่อมาทำให้ศพของเขาแทบจะเลือนหายไป

 

แล้วก็หมัดต่อไป หมัดต่อไป มันลงหมัดจนกระทั้งร่างของเขาหายไปไม่เหลือแม้แต่เลือดสักหยดเดียว

 

แล้วค่ำคืนอันสงบก็ได้กลับมาเยือนอีกครั้ง เป็นค่ำคืนที่มีแต่เพียงเสียงของแม่น้ำได้ไหลผ่านเท่านั้น

 

แต่แล้วหูของมันก็จับอะไรบางอย่างได้

 

วิล “เราปล่อยพวกเขาแบบนี้ไปไม่ได้หรอกนะ”

 

ไม่ต้องสงสัยว่านั้นเป็นเสียงของมนุษย์

 

เจ้าอสูรร้ายที่ได้ยินเสียงนั้นกรีดหัวเราะออกมาด้วยความยินดี

 

สิ่งที่มนุษย์กลุ่มนั้นพอจะทำได้ ก็คงมีเพียงแค่ภาวนาให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปให้ได้เท่านั้น




NEKOPOST.NET