[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 197 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.197 - ตอนที่ 197 ค่ายถูกโจมตี


วันที่ 5 เดือนเพลิงสีชาด นี่ก็เป็นคืนที่ 2 แล้วที่พวกเราได้มาตั้งแคมป์อยู่ในป่าของภูเขากาลาฮอลทางตอนเหนือนี้กัน

 

วิล “ฮึ ในที่สุดเราก็ได้มาเฝ้ายามกะดึกเสียที”

 

วิลฮาร์ทได้ขอจากสมาชิกในกลุ่มไปแล้ว แต่ทว่า---

 

… “มะ ไม่ได้ครับ พวกเรามิอาจปล่อยให้ท่านวิลฮาร์ททำหน้าที่เช่นนั้นได้หรอกครับ---”

 

สมาชิกที่เป็นผู้ชายในกลุ่มของเขาพูดออกมาเช่นนั้นด้วยสีหน้ารำคาญ

 

วิล “วะ ฮะ ฮะ ฮะ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก มีเราอยู่เฝ้ายามทั้งคน ไม่มีทางที่มอนสเตอร์จะเฉียดเข้าใกล้พวกเราได้หรอกนะ นอนหลับให้สบายจนถึงพรุ่งนี้เช้าได้เลย !”

 

สมาชิกชายคนนั้นไม่อาจจะพูดออกได้ว่า เพราะเอ็งทำเสียงดังแบบนี้แหละ เดียวทุกคนรวมถึงมอนสเตอร์ก็ได้ตื่นขึ้นมากันพอดีหรอก

 

แต่ยังไงฐานะของวิลฮาร์ทก็คือเจ้าชายของอาณาจักรแห่งนี้

 

เพราะไม่มีใครคัดค้านเขา วิลจึงไม่ลังเลเลยที่จะรับทำหน้าที่นี้ไป

 

วิล “ไปนอนเสียเถอะนะ ให้คิดว่าเหมือนอยู่กับบ้านได้เลย”

 

เจ้าชายเฟ้อฝันและจอมหลงตัวเองคนนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางของประเทศในอนาคต ซึ่งขุนนางหลายคนเองก็มองว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น

 

แต่ยังไงซะ คนที่จะมีอำนาจมากกว่า ก็น่าจะเป็นพี่ชายของเขา ไอเซ็นฮาร์ท (アイゼンハルト)  

 

เนื่องจากวิลฮาร์ทไม่เก่งเรื่องการต่อสู้ เขาไม่อาจใช้ทักษะและเวทมนต์ได้ดีพอ เลยทำให้เขาไม่มีที่ยืนในประเทศแห่งนี้ ซึ่งยกย่องเชิดชูนักสู้เป็นใหญ่นั่นเอง

 

และไม่มีใครอยากเห็นวิลฮาร์ทขึ้นมาเป็นใหญ่หรือเก่งเกินหน้าพี่ชายของเขาเช่นกัน ไม่มีใครต้องการให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น

 

วิลฮาร์ทแทบจะไม่มีโอกาศขึ้นครองบัลลังก์ ดังนั้นในหมู่ขุนนางจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเขามากนัก เป็นเพียงแค่ตัวเลือกรองลงมาเท่านั้นเอง

 

… “เฮ้อ … เอางั้นก็ได้ครับท่าน”

 

องค์ชายลำดับที่ 2 ถูกเพื่อนร่วมชั้นของเขาทำเสียงไม่พอใจใส่ และพวกเขาทุกคนต่างก็เริ่มรำคาญวิลฮาร์ทกันแล้ว

 

วิล “วะ ฮะ ฮะ ฮะ ให้เป็นหน้าที่พวกเราได้เลย วะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ”

 

เสียงของเขาน่ารำคาญมากขึ้น

 

แต่ถึงจะรำคาญมากแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะเสียมารยาทกับเขาออกไป

 

และพวกเขารู้ดีว่าชายคนนี้นั้น ไม่คิดที่จะแก้ไขนิสัยจุดนี้ของตัวเองเลย นั่นจึงทำให้เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมาเช่นนี้ได้จนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีจนเกิดเหตุจริง ๆ

 

วิล “ฮะ ฮะ….”

 

แล้วพอเขาถูกทิ้งให้อยู่เพียงตัวคนเดียว เขาก็หุบปากตัวเองได้ในที่สุด

 

เหลือเพียงแค่กองไฟเล็ก ๆ ที่ส่งเสียงดังออกมาให้เขาได้ยินเท่านั้น

 

ที่ตั้งของแคมป์พวกเขาอยู่ตรงริมแม่น้ำขนาดเล็ก และไม่มีสิ่งกีดขวางโดยรอบ เลยทำให้ง่ายต่อการเฝ้ายาม

 

โดยรอบห่างออกไปประมาณหลายเมตรกว่า ถึงจะเป็นเขตของป่าที่หนาทึบ

 

และผู้คุ้มกันของเขา สุดยอดเมด [ซีเรีย] ก็กำลังแอบเฝ้ามองเขาจากในป่าที่มืดมิดนั้น

 

ถึงวิลฮาร์ทจะมีอายุได้ 17 ปี แล้วก็ตาม แต่เนื่องจากความสามารถในการต่อสู้ของเขา เขาจึงจำเป้นต้องมีผู้คุ้มกันติดตั้วตลอดเวลานั่นเอง

 

และแน่นอนว่าการที่มีผู้คุ้มกันคอยแทรกแทรงตลอดเวลาทั้งที่เป็นการฝึกนั้น มันไม่เป็นผลดีต่อวิลฮาร์ทเลยสักนิด

 

ดังนั้นเธอจึงต้องทำตัวเงียบ ๆ ราวกับว่าไม่ได้อยู่ที่แห่งนั้น แล้วเฝ้ามองเจ้านายของเธอต่อไป

 

วิล “...ฮืม ?”

 

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากป่าที่หนาทึบตรงหน้าของเขา

 

การเฝ้ายามนั้นต้องคอยพึงระวังตัวเสมอ และอยู่ให้ห่างจากแนวป่าเอาไว้ เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าพวกมอนสเตอร์จะปรากฏตัวมาจากส่วนไหนของพุ่มไม้ที่หนาทึบนั้น

 

การอยู่ในป่าทึบนั้นจะช่วยพวกมันในการอำพรางตนเป็นอย่างมาก

 

เขาหยิบ [ดาบศักดิ์สิทธิ์ ไวด์ชเล็ดอัตโต้] ที่ตุ้งชื่อเองเออเองออกมาถืออยู่ในมือ

 

วิล “นั่นใครนะ เรารู้ว่าเจ้าอยู่ตรงนั้นนะ”

 

แม้เขาจะรู้ตัวว่ามีใครบางคนอยู่ตรงนั้น แต่เขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าสิ่งนั้นเป็นอะไร

 

แถมเขายังไม่รู้ด้วยว่ามันมีจำนวนมากขนาดไหน วิลฮาร์ทไม่ได้มีประสาทสัมผัสทั้งหกเฉียบคมมากขนาดนั้น

 

เขาคิดว่าถ้าหากยังไม่แน่นอนว่าสิ่งนั้นเป็นอะไร ก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบปลุกสมาชิกของเขาที่นอนอยู่ให้ตื่นขึ้นมา

 

เพราะถ้าเพียงแค่สงสัยไปซะทุกเรื่อง เดียวก็ไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดี

 

วิล “ออกมานะ”

 

เสียงจากในป่าได้ดังขึ้นเรื่อย ๆ

 

เขาไม่รู้แล้วว่าเจ้านั่นมันวิ่งไปไหนแล้ว มันอยู่ตรงไหนเขาก็ไม่รู้แล้ว เขากำลังจินตนาการไปถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุดอยู่ในหัวของเขา

 

วิล “อะ ออกมาเถอะนะ…”

 

เขารู้สึกตึงเครียด น้ำเสียงของเขาอ่อนแอลง

 

ท่ามกลางความรู้สึกอันตึงเครียดที่ไม่รู้จักจบสิ้นในตอนนั้น

 

*จ่อม*

 

ก็มีเสียงของน้ำกระพือดังขึ้นมา

 

เขารู้ได้ทันทีว่ามีอะไรบางอย่างกำลังเดินอ้อมมาจากทางแม่น้ำ

 

เขารีบหันกลับไปมองตรงแม่น้ำ แล้วก็พบกับ…

 

วิล “นั่นมัน !?”

 

มันคือหมี 2 --- ไม่สิ มันคือมอนสเตอร์แรงค์ 1 ปันปันที่มีหูกระต่ายสีขาว 2 ตัวต่างหาก

 

พวกมันทั้ง 2 ตัวอยู่ห่างจากวิลฮาร์ทประมาณ 4 เมตรจากทางแม่น้ำ

 

เขารู้ได้ทันทีว่าพวกมันคงแอบลอบเข้ามาทางด้านหลังโดยการทิ้งอะไรบางอย่างอยู่ในป่าเพื่อล่อเขาเอาไว้

 

ปันปันทั้งสองตัวได้โยนอะไรบางอย่างเข้าใส่

 

สิ่งนั้นมีขนาดประมาณเท่าหัวของมนุษย์ แล้วสิ่งนั้นก็ร่วงหล่นมาลงบนกองไฟที่กำลังให้ความสว่างนี้

 

วิล “เฮ้ยยย เดี่ยวสิ !?”

 

กองไฟที่เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวได้ดับลงไปพร้อมกับเสียงของน้ำที่สาดกระจายออกมา

 

เขารู้สึกตื่นตกใจเป็นอย่างมาก

 

ดวงตาของเขาที่ถูกทำให้ดับมืดลงทันทีนั้น ไม่อาจจะปรับจอตาให้เข้ากับทัศนวิสัยของกลางคืนที่มืดมิดได้ทัน

 

มันต้องใช้เวลาอีกสักพัก กว่าเขาจะกลับมามองเห็นในคืนพระจันทร์เต็มดวงนี้ได้อีกครั้ง

 

แต่ศัตรูของเขาคงไม่รอนานขนาดนั้น

 

*โกร้ววว!!*

 

เจ้ามอนสเตอร์ทั้งสองบุกเข้ามาโจมตีเขาแล้ว

 

วิล “แว้กกกกกกกกก !?”  

 

และสิ่งที่วิลฮาร์ททำก็คือแกว่งดาบในมือข้างหน้าไปมาอย่างสุดแรงเกิดเท่านั้น

 

เขาไม่รู้สึกว่าดาบของเขาแทงหรือตัดถูกอะไรสักอย่าง มีเพียงแต่อากาศเท่านั้นที่เขาสัมผัสได้

 

ถ้าเป็นปกติ วิลฮาร์ทคงจะตายไปแล้ว ---

 

… “ضوء شمعة تضيء ثلاثاء――[คบเพลิง-ทอร์ช]”

 

แสงแสว่างก็ถูกจุดกลับมาอีกครั้ง

 

วิล “นั่นเธอเองหรือ ซิเรีย ?”

 

ซิเรีย “ใช่ค่ะ ท่านวิลค่ะ ซิเรียของท่านอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ”

 

สาวเมดสุดสวยที่มีผมสีเขียวมัดเป็นหางม้าน่ารักก็มาปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ เขาแล้ว

 

เวท [คบเพลิง-ทอร์ช] มันคือเวทมนต์ที่ใช้สร้างบอลไฟขนาดเล็กขึ้นมาลอยอยู่ในอากาศเพื่อใช้เป็นแสงสว่างในตอนกลางคืนเช่นนี้

 

แสงไฟนั้นทำให้พวกเขาเห็นปันปันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

วิล “เออ ทำไมจำนวนของพวกมันถึงได้…”

 

ซิเรีย “ไม่ใช่แค่จำนวนอย่างเดียวนะคะ พวกมันยังมีแผนการและระเบียบวินัยมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหัวหน้าฝูงของพวกมันจะต้องฉลาดและแข็งแกร่งเป็นพิเศษค่ะ”

 

ต่อให้เป็นมอนสเตอร์แรงค์ 1 แต่ถ้าขนมาทั้งฝูงโดยหัวหน้าที่แข็งแกร่งและฉลาด พวกมันก็จะถือว่ามีความยากเพิ่มไปอีกขั้นหนึ่งทันที

 

การที่ปันปันมีความฉลาดพอจะใช้ตัวล่อและดับแสงก่อนลอบเข้าโจมตีวิลฮาร์ทนั้น จึงทำให้พวกมันมีความสามารถเทียบเท่ากับมอนสเตอร์แรงค์ 2 ได้

 

ซิเรีย “พวกมันไม่ใช่ศัตรูที่ท่านวิลสู้ไหวหรอกนะคะ”

 

วิล “อึ๊ก…”

 

ความสามารถของวิลฮาร์ทนั้น เพียงพอแค่สู้กับกอบลิ้นแบบ 1 ต่อ 1 เท่านั้นเอง

 

วิล “ไม่สิ ตอนนี้พวกเราเองก็มีพรรคพวกที่วางใจได้ไม่ใช่หรือไง ? เฮ้ย ! ตื่นได้แล้วเหล่านักรบกาญกล้าทั้งหลาย ! เวลาแห่งการต่อสู้ได้มาถึงแล้ว !!”

 

ด้วยเสียงตะโกนของวิลฮาร์ท เลยทำให้สมาชิกที่เหลือลุกขึ้นมาจากเต้นของตัวเอง

 

.. “เหวอออ นี่มันไม่เลวร้ายไปหน่อยหรือไง ?”

 

.. “อย่ามาล้อกันเล่นนะเฟ้ย !”

 

.. “วิ่งสิ วิ่งสิ วิ่งงงงง !!”

 

.. “พวกมึงให้ว่องเลย ตามข้ามาทางนี้เลย !!”

 

พรรคพวกที่วางใจได้ทั้ง 4 คนของวิลฮาร์ทได้วิ่งหนีออกไปจากการต่อสู้

 

ไม่จำเป็นต้องไล่เหยื่อที่หนีเพราะมีของลำค่ากว่าอยู่ตรงหน้า พวกปันปันเลยปล่อยพวกเขาวิ่งหนีไปแต่โดยดี

 

วิล “เออ อืม พวกนาย…เดียวก่อนเซ่….”

 

วิลฮาร์ทคำรามออกมาเพื่อหยุดพวกเขา แต่ก็ไร้ผล เพราะทั้ง 4 หน่อนั้นได้วิ่งหายลับไปแล้ว

 

ซิเรีย “พวกเขาสามัคคีกันดีนะคะ”

 

วิล “พวก...พวกนาย ไอพวกขี้แพ้เอ้ย พวกเจ้าทั้งหมดไม่คู่ควรแก่การเป็นอัศวินของสปาด้า ! จงรู้ตัวเอาไว้ซะด้วยนะ !!”

 

วิลฮาร์ทตะโกนก้องไล่หลังพวกเขาไป

 

ซิเรีย “โชคร้ายหน่อยนะคะที่มาเจอปันปันระดับนี้ นี่คงเป็นวิชาเสริมชั้นยอดให้กับท่านวิลฮาร์ทได้เลยนะคะเนี่ย”

 

พวกปันปันเข้าล้อมวิลฮาร์ทกับซิเรียเอาไว้ แต่พวกมันไม่ได้บุกโจมตีทันที เพียงแค่สร้างระยะห่างรอดูท่าทีเท่านั้น

 

ท่ามกวางหงาดเหงือเย็น ๆ ที่ไหลลงมาบนใบหน้าของวิลฮาร์ท ซิเรียก็ยังคงยืนไร้สีหน้าเผชิญหน้ากับพวกมันต่อไป

 

ไม่รู้ว่าการต่อสู้จะเปิดฉากขึ้นเมื่อไหร พวกเขาจึงต้องระวังตัวเอาไว้ตลอดเวลาเช่นนี้

 

ท่ามกลางความเงียบ หัวหน้าของพวกปันปันก็ปรากฏตัวขึ้นที่อีกฟากของแม่น้ำ

 

วิล “อึ๊ก นั่นหัวหน้าของพวกมันหรือเนี่ย ?”

 

มันเป็นปันปันที่หัวใหญ่กว่าปกติ มันสูงเกือบ 3 เมตร และตาบอดหนึ่งข้าง เป็นหัวหน้าที่ดูโหดเหี้ยมใช้ได้เลยทีเดียว

 

เจ้าตัวหัวหน้านั้นจ้องมาทางซีเรีย

 

แล้วด้วยเหตุผลบางอย่าง เจ้านั่นก็คำรามออกมา แล้วพวกลูกน้องของมันก็รีบถอยห่างออกจากซีเรียทันที

 

แล้วพวกมันก็หันไปคว้าเอาของที่อยู่ในแค้มป์ไปทั้งหมดแทน

 

วิล “อ้า...อาหาร อาหารทั้งหมดมัน…”

 

ซิเรีย “การฝึกนอกสถานที่ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ และครั้งนี้มันก็ล้มเหลวเป้นเพราะท่านวิล ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ปล่อยให้พวกมันเอาไปเถอะนะคะ”

 

นอกจากอาหารแล้ว พวกมันยังขนไอเท็มที่ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไรไปอีกด้วย

 

พวกเขามองดูพวกมันขนทุกอย่างไป มีแค่ซิเรียที่คอยเฝ้าระวังเอาไว้เท่านั้น

 

และในตอนที่วิลคิดว่าทุกอย่างจะจบลงแล้ว

 

*โกร้วววววววววววววววว โกร้วววววววววววววววววววววววววววว !!

 

เสียงคำรามที่ดังก้องยิ่งกว่าเดิมก็ได้ดังขึ้นมา

 

วิล “โอ้ คะ คราวนี้อะไรอีกละเนี่ย !?”

 

วิลฮาร์ทกระโดดเกาะซิเรียเพราะความหวาดกลัว แม้แต่ปันปันที่กำลังทำงานขนของกันอยู่ก็หวาดกลัวด้วยเช่นกัน

 

พวกมันทำของที่ถืออยู่หล่นลงพื้นและยืนนิ่งราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้

 

*โกร้ววว---ววว !!*

 

หัวหน้าของพวกมันคำรามขึ้นมาอีกครั้ง แล้วพวกปันปันก็โยนของทุกอย่างทิ้งก่อนที่จะเผ่นหนีกันไปทั้งหมดอย่างรวดเร็วทันที

 

วิล “อะ เออ… ซิเรีย นี่มันไม่รู้สึกว่าผิดปกติและอันตรายไปหน่อยหรือ ?”

 

วิลฮาร์ทกลับมายืนบนพื้นอีกครั้ง และทำเป็นพูดเชิงติดตลกกับเธอ

 

แต่ซิเรียไม่ได้ขำไปด้วยกับมุขของเขา

 

ซิเรีย “ท่านวิลค่ะ รีบหนีเถอะค่ะ”

 

ซิเรียจับมือของวิฮาร์ทเอาไว้ ก่อนที่จะพาเขาวิ่งหนีไปทางเดียวกับที่พวกปันปันวิ่งไปกัน

 

พอได้เห็นซิเรียทำสีหน้าตึงเครียดขึ้นมา วิลฮาร์ทก็รู้ได้ทันทีว่าคราวนี้มีความอันตรายมากมายขนาดไหนรอเขาอยู่

 

เพราะมันคือมอนสเตอร์ที่สามารถทำให้ระดับซิเรียคนนี้ถึงกับเอยปากให้หนีออกมาได้

 

แต่เพราะเป็นเช่นนั้น วิลฮาร์ทถึงได้หยุดหนีกลางคัน

 

วิล “เดียวสิ ! แล้ว 4 คนนั้นละ จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันละ !?”

 

สมาชิกที่มากับเขาทั้ง 4 คนนั้น บางทีอาจจะถูกโจมตีก็เป็นได้

 

ถึงเขาจะเกลียดที่ทิ้งเขาไป แต่ก็ใช่ว่าจะเกลียดถึงขั้นอยากจะให้พวกเขาตาย

 

และการยิ้มตอบรับความไร้มารยาท แล้วให้อภัยกับสิ่งเล็กน้อยเหล่านั้น มันก็เป็นสิ่งที่ราชวงศ์ควรพึ่งกระทำไม่ใช่หรือยังไง ?

 

(tn : เอาจริง ๆ วิลฮาร์ทนี่ผมชอบมันนะ เป็นคนที่ห่วงและรักประชาชนตัวเองดี และน่าจะฉลาดตามเกมการเมืองชาวบ้านทันด้วย ถึงจะบ้าไปหน่อย แต่ก็ดูจะรู้ตัวและขีดจำกัดตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่เหมือนกัน)

 

วิล “เราปล่อยพวกเขาแบบนี้ไปไม่ได้หรอกนะ ดังนั้น ซิเรีย ได้โปรด ช่วยพวกเขาหน่อยได้หรือเปล่า ?”

 

เขาก้อมกราบเมดของเขาเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่เขาเคยขอร้องเธอให้ไปช่วย [นักรบคลั่งแห่งฝันร้ายสีดำ] ตอนนั้น

 

แต่คราวนี้คำตอบของเธอกลับ เป็น

 

ซิเรีย “ขอโทษด้วยค่ะท่านวิล ครั้งนี้ฉันขอเรียนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นค่ะ”

 

เป็นคำตอบที่ปฏิเสธอย่างชัดเจนออกมาจากปากของเธอ

 

และวิลฮาร์ทก็ไม่คิดจะพูดโง่ ๆ ออกไปอย่าง “กล้าขัดคำสั่งเจ้านายของเธออย่างงั้นหรือ” แบบนั้นด้วย

 

ชีวิตของเจ้าชายกับชีวิตของลูกขุนนางเพียง 4 คนที่วิ่งหนีศัตรู สิ่งไหนมีค่ากว่าเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว

 

และวิลฮาร์ทก็เข้าใจความคิดของเธอ ถ้าเป็นสิ่งที่เกินกำลังและอันตรายไป มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

 

เขาทำได้เพียงแต่ปล่อยให้ซิเรียจูงมือของเขา และพาหนีออกไปเท่านั้น

 

หนีออกจากเจ้าของบัลลังก์แห่งภูเขากาลาฮอลแห่งนี้




NEKOPOST.NET