[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 196 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.196 - ตอนที่ 196 เส้นผมต้องคำสาป (呪いの黒髪)


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแมนชั่นแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเมืองใหญ่

 

ภายในอาคารนั้นมีขุนนางกับเมดสาวคู่หนึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน

 

เมดคนนั้นมีผมที่นุ่มลื่นและมีความเงางาม เป็นเส้นผมที่สวยงามจนใครต่อใครต่างก็อิจฉาให้กับความงามของเส้นผมของเธอคนนั้น

 

แต่เป็นเพราะเธอไว้ผมยาวจนถึงข้อเท้าของเธอ จึงทำให้ในบางเวลามันก็ดูน่าขนลุกเช่นกัน

 

แต่เธอก็หาได้สนใจกับเส้นผมที่ยาวจนเกินไปของเธอเองไม่

 

อีกอย่าง เธอนั้นก็ยังเป็นเมด ในอีกความหนึ่ง เธอคือผู้คุ้มกันของเจ้านายของเธอในเวลาเดียวกันนั่นเอง

 

แล้วพลังเวทมนต์ของเธอก็เป็นรูปแบบที่ต้องใช้เส้นผมอันเงางานนั้นในการขับพลังใช้งาน ดังนั้นเธอจังไม่มีปัญหาอันใดกับผมที่ปล่อยจนยาวเช่นนี้

 

ส่วนสาเหตุที่เธอกลายเป็นแบบนี้ นั่นก็เพราะเธอคือผลพวงจากวิทยาการโบราณของกลุ่มนักลอบสังหาร ที่ถูกตัดต่อพันธุ์กรรมเข้ากับไฮดรา จนทำให้เธอสามารถใช้งานเส้นผมต่างอาวุธได้เช่นนี้

 

เส้นผมสีดำของเธอมีพลังของไฮดราอยู่ในตัวเอง มันสามารถแข็งราวกับเหล็กเพื่อใช้ป้องกัน หรือเป็นมือเท้าให้กับเธอเพื่อใช้โจมตีศัตรูก็ได้เช่นกัน

 

แต่ไม่ใช่เพียงเพราะความสามารถของเธอเพียงอย่างเดียว ที่ทำให้เธอถูกรับเลือกเป็นผู้คุ้มกันของลูกชายขุนนางที่อาศัยในบ้างหลังนี้

 

แต่นั่นเป็นเพราะ…

 

ขุนนาง “โอ้ เธอมีหน้าตาสวยไม่เลวเลยนี่ ถ้าจะให้เลือกผู้คุ้มกันตลอดเวลาละก็ ขอเอาผู้หญิงสวย ๆ แบบนี้ดีกว่าละนะ !”

 

นั่นก็เพราะเหตุผลเรื่องรสนิยมล้วน ๆ

 

ใช่แล้ว ลูกชายของขุนนางผู้นี้เป็นคนที่เจ้าชู้มาก

 

เขารักผู้หญิงยิ่งกว่าอาหารสามมื้อ ยิ่งกว่าเงินทอง ยิ่งกว่าเกียรติยศที่ได้รับมาจากองค์ราชา เขารักผู้หญิงยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

 

เขามีคนรักมากมาย ตั้งแต่ลูกของขุนนางไปจนถึงแม่บ้านเช่นนี้ เขาไม่สนฐานะอันดร หรือว่าจะเป็นแม่ม่าย ขอแค่เป็นผู้หญิงหน้าตาดี เขาก็พร้อมที่จะรับเข้าสู่อ้อมอกแล้ว

 

แม้ว่าเขาจะรู้ว่าผู้หญิงผมสีดำยาวสวยคนนี้จะมาจากกลุ่มของนักลอบสังหารชื่อดัง เขาก็ไม่ลังเลที่จะเลือกเธอเข้ามาเป็นผู้คุ้มกันเพียงเพราะแค่หน้าตาเท่านั้น

 

แถมเธอก็ยังเป็นคนที่เชื่อฟังมาก เพียงแค่คืนแรกที่จ้างเข้ามา เขาไม่ต้องกดดันเธอใด ๆ เลย เธอก็ยอมเชื่อฟังและว่าตามเขาอย่างง่าย ๆ แล้ว

 

แม้แต่เรื่องบนเตียง เธอก็ยังเชื่อฟังเป็นอย่างดีเช่นกัน

 

แต่ทว่าสำหรับเขาแล้ว การที่ผู้หญิงเชื่อฟังง่ายเกินไป มันไม่ค่อยสนุกเท่าไหรนัก และไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจด้วย

 

สิ่งที่เขาต้องการคือความรัก หาใช่การหลอกลวงไม่

 

ชายคนนั้นคิดว่าต้องทำให้แม่สาวคนนี้รักเขาจากหัวใจให้ได้

 

เขาใช้วิชามารทั้งหลายแหล่ที่ได้เรียนรู้มากจากการจีบสาวหลายต่อหลายคนในการเข้าหาเธอคนนี้

 

แต่ในช่วงระหว่างนั้น เขาก็ถูกโจมตีพอดี

 

และเป็นครั้งแรกของเมดสาวที่ถูกทดสอบในฐานะผู้คุ้มกัน เธอนั้นหน้านิ่งไร้อารมณ์ไปพร้อมกับปกป้องเจ้านายของเธอจากผู้ลอบสังหารคนนี้

 

เธอตัดคอของนักฆ่าทิ้งออกไปโดยไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสีหน้า

 

ภาพของเมดสาวที่ทำการสังหารชายฉกรรจ์โดยไม่หวาดกลัวใด ๆ นั้น ทำให้เขาได้รู้ว่าเมดสาวคนนี้คงต้องผ่านนรกอะไรมาก่อนแน่นอน

 

เขาจึงทำงานหนักขึ้นเพื่อที่จะให้เมดคนนี้ได้พบกับความสุขในชีวิตบ้าง

 

หลังจากนั้นเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไป

 

ชายคนนั้นได้พยายามมอบความรักให้กับเมดสาวโดยการโอบอุ้มร่างกายของเธอเอาไว้อย่างอ่อนโยน

 

ช่วงเวลาแห่งความสุขได้เกิดขึ้น เมดสาวเริ่มเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาจากส่วนลึกในจิตใจของเธอเอง

 

แล้ววันหนึ่ง ก็มีนักฆ่าหน้าใหม่ถูกส่งมาอีกครั้ง

 

และก็เป็นอีกครั้งที่เมดสาวสามารถฆ่าผู้บุกรุกรายนี้ได้สำเร็จ

 

แต่เป็นเพราะครั้งนี้เขาถูกลอบโจมตีจากมุมอับ ร่างของขุนนางหนุ่มได้ถูกลูกธนูทำร้าย และเกิดบาดแผลขึ้นมา

 

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมดสาวก็หาได้เปลี่ยนสีหน้าไม่ แต่พอเห็นขุนนางหนุ่มตรงหน้าบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย สีหน้าของเธอก็พลันเปลี่ยนไปทันที

 

แล้วหนุ่มขุนนางก็ได้รู้แล้วว่าทุกสิ่งที่เขาพยายามอย่างหนักเพื่อเธอคนนี้นั้นไม่ได้สูญเปล่า เขาสามารถละลายหัวใจเยือกแข็งของเธอได้ในที่สุดโดยไม่รู้ตัว

 

เขาจึงพยายามบุกทลายกำแพงหัวใจของเธอหนักยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมหลังจากเหตุการณ์นี้

 

และแล้วการลอบโจมตีครั้งที่สามก็ได้เกิดขึ้น

 

เมดสาว “นายท่าน...ดิฉัน...รู้สึกกลัว...กลัวี่จะเสียนายท่านไปค่ะ”

 

เป็นครั้งแรกที่เมดสาวพูดเช่นนั้นกับเจ้านายของเธอทั้งน้ำตา

 

ในที่สุดความพยายามของเขาก็ให้ผลลัพธ์ออกมาแล้ว

 

ตอนนี้เธอไม่ใช่สาวไร้อารมณ์อีกต่อไป แต่เป็นเด็กสาวที่กำลังตกอยู่ในห้วงของความรักอันบริสุทธิ์ต่างหาก

 

แต่ชีวิตก็ไม่ใช่จะง่ายเช่นนั้นเสมอไป

 

ขุนนาง “แย่ละ ผมต้องไปแต่งงานแล้วละ”

 

การแต่งงานของเขาได้ถูกตัดสินจากทางครอบครัวแล้ว

 

เขายังมีหน้าที่ของตระกูลที่ต้องสืบทอดต่อไป

 

หากเขายังไม่อยากให้ฐานะของตระกูลตกต่ำลง เขาก็ต้องเลิกยุ่งกับเมดของตัวเองและผู้หญิงทุกคนหลังจากนี้เป็นต้นไป

 

แถมคู่แต่งงานก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นระดับเจ้าหญิงของอณาจักรด้วย

 

เรียกได้ว่ามันจะได้มาทั้งพลังและฐานะที่ยิ่งใหญ่

 

แต่การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการแต่งเข้าตระกูลของเขาเอง มันคือการแต่งออกจากตระกูลไปทางฝั่งบ้านของผู้หญิง และเขานั้นก็ไม่มีพลังและอำนาจพอที่จะไปขัดได้

 

ถึงจะบอกว่าแต่งงาน แต่ก็เป็นเพียงแต่งงานทางการเมืองที่ยังเป็นเพียงแค่การหมั้นเท่านั้น  

 

แถมยังมีอีกคำสั่งมาจากเจ้าหญิงด้วย นั่นก็คือ

 

เจ้าหญิง “ไล่นั่งนั่นออกไปซะ”

 

เธอสั่งให้เขาไล่คนที่พยายามช่วยชีวิตเขามาได้ถึง 3 ครั้งให้ออกไปพ้นหูพ้นตาของเธอซะ

 

เขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี เพราะสำหรับเขา เมดสาวคนนี้คือตัวตนที่ไม่อาจหามาแทนที่ได้อีกต่อไปแล้ว

 

ขุนนาง “ผมขอโทษ ขอโทษจริง ๆ ครับ ความรักของพวกเราคือความจริง ผมรักคุณ และจะรักตลอดไปชั่วนิรันดร์---”

 

ขุนนางหนุ่มลาจากเธอด้วยคำพูดที่แสนหวานและโศกเศร้า

 

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังมีความเป็นหนุ่มเจ้าสำราจอยู่ เขาเคยทิ้งผู้หญิงมามากมายแล้ว ดังนั้นพอเวลาผ่าพ้นไป เดียวเขาก็คงจะลืมไปได้เอง

 

มันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรสำหรับตัวเขาหรอก

 

และครั้งนี้ก็เช่นกัน ความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างเจ้านายกับลูกจ้าง มันก็คงจะจบม่านลงเพียงเท่านี้นั่นละ

 

เขาคิดเช่นนั้น

 

เมด “นายท่าน...ฉัน...ฉันจะปกป้องนายท่านเอง ! นายท่านค่ะ !

 

ในตอนที่เมดสาวพูดออกมาเช่นนั้น ผมสีดำยาวของเธอก็พุ่งเข้ามามัดร่างของเขาเอาไว้

 

เมด “ฉันไม่รู้ว่ายัยเจ้าหญิงนั่นพูดอะไรกับนายท่านเอาไว้… แต่อย่างยัยนั่น...ไม่สิ ต้องเป็นแผนการร้ายของนักฆ่าที่จะแยกฉันออกจากนายท่านแน่ ๆ เลยค่ะ !”

 

ขุนนางหนุ่มรู้สึกว่าเมดของเขาเปลี่ยนไป เธอไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนกับลูกแมวน้อยที่เขาเคยเล่นสนุกด้วยเลยสักนิด

 

เมด “ครั้งนี้….ไม่เป็นไรค่ะ...ไม่มีใครจะมาแยกพวกเราจากกัน...ฉัน...ฉันจะปกป้องนายท่านเองค่ะ...จากนี้ และตลอดไป…”

 

เส้นผมของเธอเข้าห่อหุ้มร่างของขุนนางหนุ่มราวกับโลงศพสีดำ

 

แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ผู้คนอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในแมนชั่นหลังนี้ก็เริ่มรับรู้ถึงความผิดปกตินี้ พวกเขาทราบว่าเมดสาวได้บ้าคลั่งขึ้นมา และเข้าจู่โจมเจ้านายของตนเองไป

 

เพื่อที่จะปกป้องเจ้าบ้าน กองทัพส่วนตัวของขุนนางได้เข้าไปรุมทำร้ายเธอ

 

แต่ทว่า ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามโจมตีมากแค่ไหน เกราะเส้นผมนั้นก็ไม่ปริแตกออกมาให้เห็นเลยสักนิด

 

แถมเส้นผมนั้นยังขยายตัวออกจนกลายเป็นเหมือนกับกรงขังขนาดใหญ่

 

ไม่ว่าพวกเขาจะโจมตีแค่ไหน เส้นผมของเธอก็ไม่ขาด มันแข็งแกร่งจนเกินขีดความสามารถของเขาไปแล้ว

 

ถึงจะตัดออกมาได้ในบางครั้ง แต่มันก็ฟื้นตัวกลับมาเร็วเช่นกัน

 

เป็นเวลาหนึ่งเดือนที่พวกเขาไม่สามารถหาหนทางทำลายมันได้

 

ที่แมนชั่นแห่งนี้มีกรงขังสีดำปรากฏอยู่ข้างในเช่นเดียวกับเมื่อหนึ่งก่อนหน้านี้

 

เมดสาวไม่ยอมลดการป้องกันลงเลยสักครั้ง เธอได้ [ปกป้อง] เจ้านายของเธอตามอย่างที่ว่าจริง ๆ

 

ในที่สุดพลังของเธอก็ได้หมดลง

 

พวกทหารลองแกะเส้นผมที่ปกคลุมเข้าไปดูข้างในกรงขังสีดำนี้

 

และพวกเขาก็พบว่าภายในนั้นมีศพของขุนนางหนุ่มที่ถูกเส้นผมของเมดสาวรัดร่างเอาไว้อยู่ในสภาพกอดกันอย่างดูดดื่ม

 

สีหน้าสุดท้ายของขุนนางหนุ่มคือความสิ้นหวัง ส่วนของเมดสาวคือความอ่อนโยนที่กำลังปลอบใจขุนนางหนุ่มตรงหน้าของเธอตราบจนสิ้นลมหายใจไป

 

เธอได้ [ปกป้อง] เจ้านายของเธอตราบจนจนลมหายใจสุดท้ายหมดสิ้นไป

 

***Fin***

 

และนี่ก็คือเรื่องราวของเจ้าของเส้นผมต้องคำสาปนี้

 

แม้ว่าเจ้าของร่างจะตายไปแล้ว เส้นผมของเธอก็ยังไม่สูญเสียความเงางามไปเลย มันยังคงดูสวยงามตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

ไม่ว่ามันจะเป็นแค่ตำนานโกหกหรือไม่นั้น แต่ความจริงก็คือว่าเส้นผมเหล่านี้มีพลังเวทมนต์อาบไหลเวียนอยู่จริง ๆ

 

และเส้นผมเหล่านั้นก็ถูกถักขึ้นมาเป็นถุงมือคู่หนึ่ง

 

อาวุธ “ฉันจะปกป้องนายท่าน”

 

พอชั้นสวมมันลงไป ชั้นก็ได้ยินเสียงของผู้หญิง

 

เห็นว่าในวันรุ่งขึ้นที่ถุงมือนี้ถูกถักขึ้นมาเสร็จนั้น ช่างที่ทำถุงมือนี้ก็ถูกพบเป็นศพในสภาพที่ถูกเส้นผมสีดำรัดคอจนตาย

 

แถมหลังจากนั้น ไม่ว่าใครที่ใช้ถุงมือนี้ต่างก็ถูกฆ่าในลักษณะเดียวกันทั้งหมดเลย

 

หลังจากนั้นมันเลยถูกกล่าวขานว่าเป็น [โลงศพแห่งมนสะกดเส้นผมสีดำ ( 黒髪呪縛「棺」)] ที่ถูกผู้คนจนหวาดกลัวจนไม่มีใครกล้าใช้ในที่สุด

 

สรุปคือตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าเวลาจะล่วงเลยมานานแค่ไหน เธอก็ยังคงปกป้องเจ้านายของเธออยู่นั่นเอง

 

เป็นถุงมือต้องคำสาปจริง ๆ ด้วย แต่ว่า สำหรับชั้นแล้วมันรับมือง่ายมาก

 

โครโน่ “หนวกหูเฟ้ย ! หุบปากแล้วฟังชั้นซะ !”

 

เพียงแค่ตะคอกใส่กลับไปพร้อมกับยัดพลังเวทมนต์ดำของชั้นข่มขืนถุงมือกลับไป มันก็หุบปากเงียบทันทีเลย

 

ตอนนี้ชั้นรูปสึกว่าถุงมือกับมือของชั้นได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว

 

ไม่สิ ดูเหมือนจะยังมีข้อผิดพลาดอยู่ เพราะยังมีเสียงดังอยู่ในหัวว่า [นายท่านค่า~❤] แบบนั้นดังก้องอยู่

 

เอาเถอะ อาวุธต้องคำสาปก็เป็นแบบนี้อยู่ละ

 

ถุงมือนี้เวลาสวมมันแล้วชั้นรู้สึกดีมาก แถมมันยังถูกสร้างมาจากเส้นผมของหญิงสาวผู้งดงามที่ติดอยู่ในบ่วงรัก แถมยังมีชื่อน่ารัก ๆ อย่าง [โลงศพแห่งมนสะกดเส้นผมสีดำ ( 黒髪呪縛「棺」)] พ่วงติดมาด้วย

 

ถุงมือนี้เป็นของขวัญที่ลิลี่เอามาให้ชั้นเองแหละ

 

ไม่ต้องสงสัยว่ามันแพงแค่ไหน เพราะเธอซื้อมาจากร้านราคาแพงชิบหายจากร้าน  [โมเดิร์นเวพอนคอมพานี-สาขาหลัก]

 

ชั้นไม่รู้ว่าเธอเข้าไปซื้อในเขตของพวกขุนนางได้ยังไง ความลับของลิลี่นี่ยิ่งวันยิ่งชักจะซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ

 

เอาละ ตอนนี้มาพูดถึงเรื่องถุงมือดีกว่า

 

ถุงมือต้องสาปนี้นอกจากสวมใส่สบายแล้ว มันยังมีพลังแฝงอยู่ด้วย ชื่อต้องคำสาปไม่ใช่มาได้อย่างไม่มีเหตุผลหรอกนะ

 

โครโน่ “โอ้ นี่มันมีพลังยิ่งกว่า [หนวดสมอยึดจับ・แองเคอร์แฮน] อีกนะนี่”

 

เห็นโดยตรงจะเข้าใจง่ายกว่าอธิบายละนะ

 

ที่ป่าตรงตีนเขาทางเหนือของกาลาฮอลนี้ พวกเรากำลังมาล่าดอร์โทสกันอยู่

 

มอนสเตอร์ที่มีรูปร่างเหมือนกับช้างตัวใหญ่นี้กำลังถูกบางสิ่งจับรัดเอาไว้อยู่

 

สิ่งนั้นดูเหมือนลวดเหล็กสีดำอย่าง [แองเคอร์แฮน] ของชั้น แต่มันคือเส้นผมต่างหากที่กำลังมัดร่างของมันเอาไว้

 

ถุงมือนี้มีพลังในการเข้ารัดและขัดกวางการเคลื่อนไหวของศัตรูนั่นเอง

 

แถมนอกจากนี้มันยังมีพลังเวทมากพอที่จะเป็นเครื่องป้องกันได้ด้วย

 

เหตุผลที่ลิลี่มอบสิ่งนี้มาให้ ก็เพื่อเพิ่มพลังป้องกันนี่แหละ

 

เพราะชั้นเองก็ไม่ค่อยถนัดการใช้เวทมนต์ป้องกันเท่าไหรนัก การมีมันเลยช่วยชั้นได้มากทีเดียว

 

อย่างตอนคุบโรสกับไอซ์ ชั้นก็พึ่งได้แค่ [แองเคอร์แฮน] ในการเป็นลูกเล่นเวลาต่อสู้เท่านั้น

 

[โลงศพแห่งมนสะกดเส้นผมสีดำ] คู่นี้ไม่มีพลังในการต่อสู้ แต่มีพลังในการสนับสนุน เป็นอุปกรณ์ที่เป็นมากกว่าถุงมือธรรมดา

 

เรียกได้ว่าลิลี่เลือกของเก่งมาก ไม่เหมือนกับชุดปันปันไร้ค่าที่ชั้นซื้อมาให้เธอเลย

 

ด้วยสิ่งนี้ เลยทำให้ชั้นสามารถจับดอร์โทสกลับมาแบบเป็น ๆ ได้

 

โครโน่ “ชั้นจะง้างปากมันละนะ ช่วยยิงยาชาเข้าไปด้วย”

 

ลิลี่ “อือ !”

 

ฟิโอน่า “รับทราบค่ะ”

 

ชั้นง้างปากมันออกมาด้วย [แองเคอร์แฮน] รูปแบบใหม่จากถุงมือนี้

 

ลิลี่ “อืออ”

 

ฟิโอน่า “เอาละคะ”

 

ทั้งคู่ได้ยิงลูกบอลกลม ๆ เข้าไปข้างในปากของดอร์โทส

 

บอลลูกนี้คือยาชาที่มีฤทธิ์ทำให้มอนสเตอร์ด้านชาได้

 

มันจะไม่ได้ผลหากใช้จากภายนอก แต่ถ้ายัดเข้าปากอย่างที่เห็น มันก็จะออกฤทธิ์ได้เป็นอย่างดี

 

ฟิโอน่า “เอาละ งั้นฉันจะเริ่มเตรียมการจับมันละนะคะ”

 

โครโน่ “รีบ ๆ ด้วยละ ชั้นคิดว่าอีกเดียวมันคงจะตื่นแล้วละ”

 

การจับมอนสเอตร์นั้นยุ่งยาก เพราะต้องมีคนหนึ่งคอยดูว่ายาออกฤทธิ์ดีหรือยัง และต้องระวังไม่ให้ยาหมดฤทธิ์ก่อน แถมยังต้องมีคนคอยเฝ้าระวังอีกในการพามันลงไป

 

เป็นภารกิจที่วุ่นวายมาก เพราะมันไม่ใช่เพียงแค่ปราบให้ตาย แล้วแล่เฉพาะหลักฐานออกมาแบบนั้น

 

ดังนั้นภารกิจจับมอนสเตอร์จึงมีความยากกว่าภารกิจปกติมากนัก แม้ว่าจะเป็นมอนสเตอร์ที่เหมือนกันก็ตาม

 

โครโน่ “อย่าบอกนะว่าเธอเริ่มหิวแล้ว เพราะเห็นดอร์โทสนะ ใช่ไหม ?”

 

ฟิโอน่า “ใช่ค่ะ ก็ดอร์โทสมันอร่อยมากเลยนี่ค่ะ”

 

แล้วภารกิจการจับมอนสเตอร์ชิ้นแรกของพวกเราก็สำเร็จผ่านลุลวงไปได้ด้วยดี




NEKOPOST.NET