[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 190 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.190 - ตอนที่ 190 ผู้กล้ากับนางฟ้า


ภายในปราสาทไดดารอส

 

ที่เมืองหลวงแห่งนี้ ณ ปัจจุบันไม่ใช่เมืองของอมนุษย์อีกต่อไป หากแต่ได้กลายเป็นเมืองที่เป็นด้วยเผ่ามนุษย์จำนวนมาก

 

จากบนระเบียงของปราสาท มีคนสองคนกำลังยืนมองลงมายังเมืองที่กำลังเติบโตอย่างดำมืดนี้

 

คนสองคนนั้นไม่ใช่ผู้สืบสายเลือดเดียวกัน แต่เป็นผู้ร่วมงานที่รู้จักกันเป็นอย่างดี

 

คนหนึ่งคือเด็กสาวร่างเล็ก อัครสาวกที่ 7 ซาริเอล ส่วนอีกคนก็คือ อัครสาวกที่ 2 อาเบล ทั้งคนต่างเป็นผู้ที่ได้รับพรคุ้มครองจากเทพเจ้าสีขาวเหมือนกัน

 

การต้อนรับที่อบอุ่นนั้นได้ถูกเตรียมการเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย เพราะมีจดหมายแจ้งมาจากทางโปบเอาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว

 

และใบหน้าของอาเบลในตอนนี้ก็กำลังถูกปกปิดเอาไว้อยู่

 

อัครสาวกที่ 2 อาเบลเป็นฝ่ายที่เริ่มบทสนทนาก่อน

 

อาเบล “ได้ยินมาจากท่านมิซาแล้ว ดูท่าจะลำบากพอดูเลยนะครับ”

 

ถึงน้ำเสียงของเขาจะฟังดูเย็นชา แต่เขาก็มีความหมายตามอย่างที่กล่าวจริง ๆ ไม่ได้เป็นการเสแสร้งแต่อย่างใด

 

ซาริเอล “ไม่หรอกค่ะ”

 

ซาริเอลจ้องมองเขากลับไปด้วยดวงตาสีแดงฉาน

 

ส่วนอาเบลนั้นจ้องกลับด้วยดวงตาสีดำและสีน้ำเงินที่เหมือนกับท้องฟ้ายามเช้าและกลางคืนที่มืดมิดคู่นั้น

 

อาเบล “สิ่งที่เธอคนนั้นได้ลงมือทำไป ถือว่าเป็นการก้าวก่ายเกินหน้าที่และอำนาจที่ได้รับมา ผมได้ [เตือน] เธอไปให้แล้วครับ”

 

คนที่จะเตือนอัครสาวกได้นั้น ก็คงจะมีแต่อัครสาวกด้วยกันเองเท่านั้น

 

สำหรับซาริเอลแล้วนั้น เธอไม่อาจรู้ได้เลยว่าการตักเตือนของ [ผู้กล้าสีขาว] คืออะไร

 

อีกอย่างเธอเองก็ยังไม่เคยถุกตัดเตือนเลยสักครั้งด้วย เพราะเธอได้ทำหน้าที่ของเธอให้กับทางโบสถ์เป็นอย่างดีตลอดเวลาที่ผ่านมานี้

 

อาเบล “ความจริงก็ไม่อยากหาปัญหาเพิ่มหรอกนะ แต่เมื่อดูจากนิสัยของเธอแล้ว มันก็เลยต้องเหนือยและลำบากเช่นนี้นี่แหละ”

 

ถึงอาเบลจะมาดนิ่งและเยือกเย็นเหมือนซาริเอล แต่เขาก็ยังมีอารมณ์และความรู้สึกแสดงออกมาให้เห็นอยู่

 

อาเบล “คิดว่าเธอคงรู้อยู่แล้ว นางมิซานั้นคิดว่าเธอเป็นคุ่แข่ง เพราะแบบนั้นเลยเป็นปัญหากับเธอพอสมควรเลย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ผมก็อยากให้เธอเป้นเพื่อที่ดีต่อกัน ในฐานะอัครสาวกนะ”

 

ซาริเอล “ค่ะ”

 

สำหรับซาริเอลแล้ว เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับมิซาเลย

 

เธอไม่รู้สึกดี หรือไม่ดีกับผู้หญิงที่ชื่อว่ามิซาเลยสักนิด

 

อาเบล “...หรือบางที อาจจะไม่ต้องแนะนำเธอก็ได้มั้ง”

 

ซาริเอล “ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกค่ะ ขอบคุณที่ให้คำแนะนำนะคะ ท่านเซอร์ อาเบล”

 

บางทีอาจเป้นเพราะเขาจับความรู้สึกของเธอได้ เขาเลยพูดออกมาเช่นนั้น

 

อาเบล “อีกปัญหาหนึ่ง ไอซ์ เองก็มาที่นี่ด้วยใช่หรือเปล่าครับ ?”

 

ซาริเอล “ใช่ค่ะ เธอมาที่ปราสาทแห่งนี้เมื่อตอนวันที่ 15 ของเดือนที่แล้วเองค่ะ”

 

ข้อมูลนี้ ควรจะเป็นข้อมูลใหม่สำหรับเขา

 

แต่อาเบลก้หาได้แปลกใจไม่

 

อาเบล “เธอคงจะผ่านการป้องกันทั้งหมดเข้ามาเพื่อที่จะ [เยื่ยม] เธอสินะ”

 

อาเบลพูดราวกับว่าได้เห็นด้วยตาของตนเอง บางทีเขาเองก็คงอาจจะเคยได้รับประสบการณ์เดียวกันนี้มาแล้วเช่นกัน

 

ซาริเอลสงสัยว่าไอซ์คนนั้นสามารถลอบผ่านการป้องกันของเมืองหลวงของอลิเซียนเข้าไปได้เช่นไร แต่อย่างว่า ไอซ์นั้นเป้นผู้ที่ถูกชื่นชอบจากพระเจ้ามาก บางทีการป้องกันใด ๆ ในโลกใบนี้ คงไม่พอมือของเธอคนนั้นหรอก

 

อาเบล “แล้วเธอขออะไรไป ?”

 

ซาริเอล “เธอขอให้ตั้งกิลที่ไดดารอสค่ะ”

 

บุกเข้ามาเพื่อขอเรื่องที่ปกติแบบนั้นเนี่ยนะ ฮึ อาเบลพึมพำเช่นนั้นเบา ๆ

 

แต่ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ว่าไอซ์คนนั้นพยายามที่จะเข้ามาลวนลามจูบกับซาริเอลด้วย

 

อาเบล “แล้วเธอได้เปิดกิลไปหรือยังละ ?”

 

ซาริเอล “ค่ะ แต่ตอนนี้ยังมีแค่ภารกิจอยู่แค่รอบ ๆ เมืองไดดารอสเท่านั้น ในเวลาอันใกล้นี้ ฉันคิดว่าคงจะกระจายไปยังทั้งประเทศแล้วละคะ”

 

พวกทหารรับจ้างตอนนี้ต่างถูกรับสมัครเข้ามาร่วมกับกองทัพ เพื่อใช้เตรียมการบุกครั้งใหม่อยู่กัน แต่ในเวลานี้พวกเขานั้นไม่มีอะไรทำกัน นอกจากนั่งนอนอยู่ในประเทศไดดารอสแห่งนี้

 

พวกเขามีอยู่สองทางเลือก อย่างแรกคือ อาศัยและตั้งรกรากอยู่ที่ทวีกแพนดดร่าไปเลย กับอย่างที่สองคือกลับไปยังทวีปของตนซะ แต่พวกเขาก็เลือกทางแรก เพราะที่ทวีปแห่งนี้ยังมีไฟสงครามให้เขาทำงานหลงเหลืออยู่

 

เพราะมีคนแบบนั้นอยู่เยอะ เลยกลายเป้นว่ามีจำนวนนักผจญภัยเหลืออยู่น้อยมาก

 

และแน่นอนว่าพอตั้งกิลนักผจญภัยแล้ว จำนวนของพวกเขาเลยมีเพิ่มขึ้นมาตาม

 

อาเบล “เข้าใจแล้ว ดีแล้วละที่ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบลื่น ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงสินะ ที่ทิ้งทุกอย่างให้เธอจัดการ”

 

ซาริเอล “ขอบคุณที่ชมค่ะ”

 

เพราะมีคนนิสัยอย่างมิซากับไอซ์ อัครสาวกอย่างซาริเอลเลยมีความสำคัญมาก

 

แต่พอมาคิดย้อนดูแล้ว คำชมของเขาเลยดูไม่ค่อยจริงใจเท่าไหรนัก เพราะดันมีนัยแอบแฝงแบบนั้น

 

อาเบล “เอาเถอะ งั้นขอเข้าประเด็นหลักเลยละกัน”

 

การที่สองคนนี้สามารถพูดกันได้อย่างเป็นธรรมชาตินั้นอยู่เพียงสองคนนั้น เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

 

แต่เป็นเพราะเนื้อหาต่อไปนี้เป็นความลับสุดยอด พวกเขาเลยไล่ผู้คนออกไปทั้งหมด เหลือเพียงแค่สองคนนี้เท่านั้น

 

อาเบล “สาเหตุหลักที่ผมมาที่ทวีปแพนโดร่า ไม่ได้ระบุเอาไว้ในจดหมาย แต่เดียวผมจะบอกให้ฟังเองครับ”

 

การที่เขาไม่ยอมระบุลงในจดหมายนั้น แสดงว่าเนื้อหานั้นไม่ต้องการให้ไลท์โครมล่วงรู้เช่นกัน  

 

และซาริเอลก้รู้ถึงนัยแอบแฝงที่เขากำลังจะสื่อเช่นกัน

 

อาเบล “ในวันที่ 13 ของเดือนเพลิงปฐมฤกษ หรือก็คือเดือนที่แล้วนั้น ผมได้รับคำพยากรณ์มาว่า [จอมมารกำลังจะถือกำเนิด] เพราะเช่นนั้น ผมถึงได้มาที่นี่ครับ”

 

พอเธอได้ยินเช่นนั้น ภาพของชายคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาอยู่ในหัวของเธอทันที

 

เขาเป้นชายที่มีดวงตาและผมสีดำ เป็นร่างทดลองหมายเลข 49 โครโน่ มาโอ คนนั้น

 

ทำไมต้องเป็นโครโน่กันนะ ? เธอไม่อาจรู้คำตอบได้

 

หรือว่าเป็นเพราะเขามีความใกล้เคียงกับชายที่จะขึ้นเป็นจอมมาร ? หรือเป็นเพราะสิ่งที่เขาได้ทำลงไปในหมู่บ้านอาลซัสจนได้รับฉายาว่า [มารร้าย] ?

 

อาเบล “ไม่แน่ใจว่าคำพยากรณ์นี้มีความหมายจริง ๆ ว่ายังไง แต่ผมคิดว่ามันน่าจะหมายถึงคนที่จะได้ปกครองทั้งทวีปแพนโดร่านั้น กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ผมเลยมาที่ทวีปนี้เพื่อตรวจสอบครับ”

 

คำพยากรณ์ของพระเจ้าสีขาวนั้นไม่ได้มอบมาพร้อมกับคำอธิบาย แต่เป็นงานของพระและผู้ศรัทธา ที่ต้องตีความของมันออกมา

 

แล้วมันก็ไม่มีอะไรยืนยันด้วยว่าความคิดของอาเบลถูกต้อง เพราะมันอาจเป็นไปได้หลาย ๆ กรณีด้วยกัน

 

อย่างหนึ่งเลย คิดว่าโครโน่คนนั้นจะได้ปกครองทั้งทวีปแพนโดร่าจริง ๆ อย่างงั้นหรือ ?

 

อาเบล “จากที่ทวีปอาร์คที่จากมานั้น ไม่พบคนที่น่าจะเป็นจอมมารได้เลย คิดว่าคงพึ่งเกิดมาเป็นเด็กทารกในโลกนี้เองละมั้งนะ”

 

คำพูดของเขาแฝงไปด้วยคำเตือนบางอย่าง ราวกับต้องการให้ซาริเอลรีดข้อมูลของโครโน่ออกมา

 

ซาริเอล “...ค่ะ”

 

แต่ก็ไม่มีชื่อหรือข้อมูลของโครโน่เล็ดลอดออกมาจากปากของซาริเอล

 

ในต้อนนั้นทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอยู่ช่วงหนึ่ง

 

อาเบล “ถ้าหากจอมมารปรากฏตัวละก็ บางทีคงจะเป้นท่านซาริเอลที่ได้พบคนแรก และจอมมารคนนั้นจะต้องมีตัวตนอยู่จริงแน่นอน เพราะคำพยากรณืนั้นไม่โกหก พวกเราจะทำงานร่วมกันที่แพนโดร่าแห่งนี้ คิดว่าการพิชิตทวีปแพนโดร่าคงเป็นเรื่องง่ายแน่นอน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด รบกวนปฏิบัติอย่างรอบคอบด้วยครับ”

 

ซาริเอล “ค่ะ”

 

หลังจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อย ก่อนที่อาเบลจะเดินออกจากห้องไป

 

ซาริเอล “โครโน่...มาโอ”

 

ภาพของจอมมารนั้น มีอยู่ว่า ...

 

ท่ามกลางท้องฟ้าที่ไร้แสง หมอกที่ปกคลุมหนาทึบ และปราสาทที่โดดเด่นตั้งตระหง่าอยู่ท่ามกลางราตรีนี้  

 

ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์อันสูงสุดภายในปราสาทแห่งนั้นก็คือจอมมาร

 

จอมมารตัวตนที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง และนั่งรอคอยให้ผู้กล้าปรากฏตัวขึ้นมาปราบเขาลง

 

นั่นคือภาพของจอมมารที่ถูกฝั่งลงหัวของเธอและผู้คนในอลิเซียน

 

หากเอาเรื่องแบบนี้ไปพูดให้พวกผู้ใหญ่ฟังกัน พวกเขาก็คงจะหัวเราะว่า “คนอย่างจอมมารนั้นจะมีจริง ๆ ด้วยหรือ ?”

 

แต่ตอนนี้ในหัวของเธอนั้นมีภาพของโครโน่ที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์อย่างชัดเจน เขากำลังบัญชาเหล่ากองทัพปีศาจของเขาให้กำจัดพวกครูเสดเดอร์ไปพร้อมกับเสียงหัวเราะอันโหดเหี้ยมอยู่

 

และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอกำลังรู้สึกว่าภาพของเธอนั้นช่างสมจริงผิดปกติยิ่งนัก




NEKOPOST.NET