[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 187 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.187 - ตอนที่ 187 เกี่ยวกับโรงเรียน


เพราะไหน ๆ ก็มาถึงโรงเรียนแล้ว ชั้นเลยให้ชิม่อนช่วยแนะนำเกี่ยวกับโรงแรียนแห่งนี้ชั้นไปด้วยเลย

 

เธอกำลังพาชั้นเดินทัวโรงเรียนต้องแต่จากทิศตะวันออกไปจนทิศตะวันตกที่กินพื้นที่มหาศาลแห่งนี้

 

แล้วมันก็ทำให้ชั้นรู้ว่าโรงเรียนแห่งนี้นอกจากจะมีประตูและกำแพงแยกต่างหากมาจากเมืองแล้ว มันยังร้านรวงและสิ่งอำนวยความสะดวกหลาย ๆ อย่างอยู่ข้างในอีกด้วย

 

มีทั้งร้านค้า ร้านขายอาวุธ และร้านอื่น ๆ อีกมากมายมาวางขายภายในโรงเรียนแห่งนี้

 

และสิ่งที่ทำให้ชั้นทึ่งยิ่งกว่าคือการที่มีโคลอสเซี่ยมตั้งอยู่ในโรงเรียนด้วย

 

มันเป็นโครอสเซี่ยมรูปแบบเดียวกับโรมบนโลกเดิมของชั้น แต่การที่มันมีแม้แต่อยู่ภายในโรงเรียน มันทำให้ชั้นทึ่งมาก

 

แต่เห็นว่ามันถูกใช้เพื่อฝึกฝนฝีมือและจัดงานเทศกาล เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นมากกว่าอย่างที่เห็น

 

ส่วนอาคารอื่น ๆ ที่แปลกตาก็มีพวกห้องสมุด ห้องพยาบาล แถมห้องที่ว่าก็อยู่ในอาคารที่ใหญ่มากด้วย

 

โครโน่ “สมกับเป็นโรงเรียนหลวงจริง ๆ”

 

ชั้นได้ยินจากชิม่อนว่าแต่เดิมนั้นมันยังไม่ใช่โรงเรียนหลวงแบบนี้ แต่เป็นสถานที่การศึกษาทางศาสนาต่างหาก

 

แม้ว่าจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าศาสนากางเขนของไปพวกบ้านั้น เพราะที่แห่งนี้มีความเชื่อที่หลากหลายและเทพเจ้าหลายองค์ แต่ที่แห่งนี้ชั้นก็ได้พบเห็นกับศาลเจ้าปรากฏให้เห็นอยู่เหมือนกัน

 

ในสมัยก่อนพวกเขาจะศึกษาพระเจ้าของตัวเองเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีโบราณของเทพเจ้าเหล่านั้น

 

แล้วในเวลาต่อมาก็ขยับขยายเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นโรงเรียนหลวงสปาด้าอย่างที่เห็น

 

ชิม่อน “ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนหลวงแห่งนี้ได้ทำการศึกษาเทคโนโลยีหลายอย่าง เช่น เทคโนโลยีทางวัตถุ เวทมนต์ ทักษะต่อสู้ รวมไปถึงเทคนิกทางวิศวกรรมด้วยครับ”

 

โรงเรียนหลวงสปาด้าคือศูนย์กลางอันเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้เยาว์รุ่นใหม่ที่มีอนาคตของประเทศแห่งนี้ เลยทำให้พวกเขายอมรับแม้แต่คนชนชั้นล่าง รวมไปถึงนักผจญภัยแรงค์ต่ำอย่างชิม่อนเข้ามาเรียนได้เช่นกัน

 

เรียกได้ว่าเป็นโรงเรียนที่ใจกว้างน่าดูเลยละ

 

แต่ใช่ว่าพวกลูกขุนนาจะต้องถูกจับเข้าเรียนในชั้นเดียวกันอย่างที่คิด พวกเขาต้องเรียนแยกหลักสูตรตามความสามารถของตนที่มี ไม่ว่าจะมาจากที่สูงแค่ไหนก็ตาม

 

ชิม่อน “แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ต้องระวังเอาไว้ให้ดี ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าเข้าใกล้พวกลูกขุนนางเลย ใครจะรู้ว่าเราจะเผลอไปเหยียบเท้าพวกเขาเมื่อไหร ยังไงก็ระวังพวกที่สวมชุดคลุมสีแดงด้วยนะครับ !”

 

แม้แต่ลูกขุนนางอย่างชิม่อนเองก็ยังพูดเตือนออกมาแบบนี้

 

นอกจะระบบเหล่านี้แล้ว ยังมีระบบเลื่อนชั้นตามความสามารถด้วย

 

พวกเขาจะไม่สามารถเลื่อนชั้นไปสู่หลักสูตรที่สูงกว่าได้ หากไม่สามารถผ่านการทดสอบต่าง ๆ ที่จัดทำเอาไว้ได้ ในทางกลับกัน หากคน ๆ นั้นมีผลลัพธ์ออกมาดี พวกเขาก็จะสามารถเลื่อนไปสู่ชั้นที่สูงกว่าได้ทันที

 

ชิม่อน “โดยพื้นฐานแล้ว ทางโรงเรียนคาดหวังว่าพวกนักเรียนจะสามารถใช้ได้ทั้งเวทมนต์และทักษะการต่อสู้”

 

โครโน่ “คนที่อ่อนแอก็จะได้คะแนนต่ำ แต่คนที่แข็งแกร่งก็จะได้คะแนนสูง ตามนี้สินะ”

 

ด้วยพื้นที่ฐานที่แตกต่างกันไปในแต่ละเผ่าพันธ์ุ การที่จะเก่งกาจทั้งสองอย่างไปพร้อมกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก

 

แน่นอนว่าเผ่ามนุษย์ก็ไม่ต่างกัน พวกเขามักจะแบ่งแยกหลักสูตรนักรบกับจอมเวทอย่างชัดเจน

 

ถึงพวกเขาจะเรียนทั้งสองอย่างพร้อมกัน แต่ก็อย่างที่ชิม่อนบอก ทั้งสองหลักสูตรนั้นแตกต่างกันอย่างสุดขั้วเลยละ

 

แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้น มันก็เป็นเรื่องดีที่จะเรียนทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน และคนที่ทำระดับนั้นได้ ก็จะกลายเป็นชนชั้นสูงได้

 

ชิม่อน “ต่อก็เป็นเรื่องของหลักสูตรอัศวินและพลเรือนนะครับ”

 

หลักสูตรอัศวินก็ตามชื่อเลย เป็นหลักสูตรที่เน้นไปการต่อสู้ ต้องรู้ทั้งเวทมนต์และทักษะการต่อสู้ พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่ได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก

 

และอัศวินนั้นก็แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ในอนาคตพวกเขาเหล่านั้นถ้าไม่ไปเป็นนักรบ ก็จะกลายเป็นจอมเวทผุ้เก่งกาจแทน

 

ซึ่งพอได้ฟังแบบนี้แล้ว ชั้นก็คิดว่ามันไม่ได้ต่างไปจากระบบสายสามัญกับสายวิทย์ที่มีในโลกของชั้นเลยสักนิด

 

ส่วนหลักสูตรพลเรือนนั้น จะมุ่งเน้นไปที่งานนั่งโต๊ะ ในอนาคตก็ไม่พ้นกลายเป็นพวกพนักงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทางภาครัฐมีนั่นแหละ

 

และภาคหลักสูตรพลเรือนนั้น ทำให้ชั้นรู้สึกว่ามันตรงกับหลักสูตรเรียนของประเทศมากกว่า

 

แน่นอนว่ามีการเรียนเวทมนต์เช่นกันในหลักสูตรนี้ แต่ก็แค่พื้นฐานที่เพียงพอต่อการทำให้พวกเขาใช้ไอเท็มเวทมนต์ได้เท่านั้นแหละ

 

ไอเท็มเวทมนต์ที่ว่าก็อย่างเช่นกิลการ์ดอะไรแบบนั้น

 

ใช่แล้ว นอกจากทำงานกับภาครัฐแล้ว ทางเลือกอื่นก้มีไปทำงานให้กับทางกิลนั่นแหละ

 

บางทีพนักงานเอลฟ์สุดสวยคนนั้นก็น่าจะมาจากหลักสูตรนี้เช่นกัน

 

ชิม่อน “แล้วผมก็อยู่ในหลักสูตรวิศวกรรมเวทมนต์ครับ”

 

มันเป็นสาขาที่ว่าด้วยการใช้หลักวิศกรรมในการผลิตสิ่งของต่าง ๆ

 

โดยเฉพาะกับพวกช่างตีเหล็ก พวกเขาจะนิยมการใช้ความรู้ทางสาขานี้ในการผลิตชุดเกราะและอาวุธออกมากัน

 

นอกจากอาวุธและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมอนสเตอรื ยังมีการเรียนวิธีผลิตเครื่องเรือนอีกด้วย

 

พอได้ยินแบบนี้แล้ว สำหรับชิม่อนที่อยากเรียนทางด้านการเล่นแร่แปรธาตุ ก็คงจะไม่แปลกนักที่จะมาเข้าสาขานี้

 

ชิม่อน “ถึงผมจะเป็นชนชั้นสูง แต่เพราะสภาพอย่างที่เห้น ผมจึงไม่ผ่านการฝึกฝนใช้ทักษะครับ”

 

ตั้ง 3 ปีที่เธอต้องทนอยู่ในสภาพนั้น ชิม่อนบอกผมแบบนั้นด้วยความรู้สึกที่กล้ำกลืนฝืนทนเป็นอย่างมาก

 

ชิม่อน “พี่เลียกดดันผมมากเพื่อที่จะให้ผมประสบความสำเร็จในฐานะชนชั้นสูง...แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ”

 

หุ หุ หุ ชิม่อนหัวเราะอย่างมืดมนออกมา

(tn : ชิม่อนร่างยัน !?)

 

ชิม่อน “ออ แล้วก็อีกหลักสูตรครับ หลักสูตรนักผจญภัย”

 

หลักสูตรนักผจญภัยนั้นจะเน้นภาคสนามมากกว่าหลักสูตรอื่น ๆ

 

ถ้าเทียบกับหลักสูตรอื่นที่ต้องเข้าเรียนบังคับ 1 ปี หลักสูตรนักผจญภัยนั้นจัดทำเพื่อนักผจญภัยโดยเฉพาะ พวกเขาอยากจะเข้าเรียนตอนไหนก็ได้ตามใจอยาก เรียกได้ว่ามีอิสระเต็มที่ในการเข้าเรียนก็ว่าได้

 

ชั้นเรียนของพวกเขาจะสั้น ๆ และจบลงอย่างรวดเร็ว บางทีก็เรียนกันแค่ช่วงเช้า ทำให้บางทีกว่าจะจบวิชาหนึ่งก็กินเวลาหลายเดือนเลยทีเดียว

 

หลักสูตรนี้เกิดขึ้นเพราะมีนักผจญภัยจำนวนมากมาเข้าเรียนที่โรงเรียนนั่นเอง

 

ชิม่อน “นักผจญภัยหน้าใหม่ส่วนใหญ่จะเข้าเรียนตรงเวลา และตั้งใจเรียนกันมากครับ เพราะพวกเขาบางคนมีการศึกษาต่ำแต่มีพลังกายที่ดี พวกเขาเลยอยากที่จะเรียนรู้วิธีการอ่านเขียนขั้นพื้นฐานให้ได้กันครับ”

 

โครโน่ “มิน่าถึงได้ดูเหมือนมีคนสูงอายุมาปะปนเรียนอยุ่ด้วยสินะ”

 

พวกคนประเภทนั้นจึงต้องใช้เวลาอิสระที่ไม่แน่นอนในการเข้าเรียนนั่นเอง

 

ซึ่งบางทีคงเหมาะกับชั้น ลิลี่ และฟิโอน่าเช่นกัน

 

แต่ตอนนี้ชั้นคงไม่ต้องเข้าเรียนวิชาจำพวกอย่างการตั้งแค้มป์ วิธีจัดการมอนสเตอร์อะไรแบบนั้นหรอก

 

ที่ชั้นอยากรู้นะคือวิธีการอ่าน, เขียน และประวัติศาสตร์มากกว่านะ

 

โครโน่ “อืม ชั้นอยากลองเข้าเรียนดูจัง”

 

ชิม่อน “โอ้ คุณพี่ชายไม่ใช่ว่าจบจากโรงเรียนทหารที่บ้านเกิดมาอย่างงั้นหรือครับ ?”

 

เดียวนะ ไอประวัติจูบิเนียวนั้นใครเป้นคนตั้งขึ้นมาฟะ นี่ชั้นเคยพูดอะไรแบบนั้นออกไปอย่างงั้นเนี่ย ?

 

ชิม่อน “ผมนึกว่าคุณพี่ชายมาจากโรงเรียนทหารซะอีก เพราะเห็นมีความรู้มากกว่าที่นักผจญภัยทั่วไปควรจะมีกัน แถมยังอ่านออกเขียนได้ รู้ยุทธวิธีการรบ และยังใช้เวทมนต์ดำได้อย่างสุดมากด้วยครับ”

 

ชิม่อน “ตอนนี้คุณพี่ชายยังเป็นจอมเวทฝึกหัดหรือเปล่าครับ ?”

 

โครโน่ “เปล่า ไม่ใช่”

 

ชิม่อน “...ถ้างั้นคุณพี่ชายไปเรียนเวทมนตืมาจากไหนกันละครับ ?”

 

ดวงตาของเธอจับจ้องมาที่ชั้น

 

เอาเถอะ ดูท่าคงจะไม่เป้นไรหรอกมั้งที่จะบอกความจริงกับชิม่อนไปนะ

 

โครโน่ “ก็...บางทีคงดีกว่าถ้าได้บอกเอาไว้นะ”

 

เรื่องแบบนี้ถ้าเล่าออกไป ผู้คนก็คงจะมองว่าชั้นเป็นคนบ้าคนหนึ่ง แต่กับชิม่อนที่เข้าใจเทคโนโลยีที่ชั้นสอนให้ บางทีถ้าหากเป็นเธอคนนี้ก็อาจจะเชื่อชั้นก็เป็นได้

 

โครโน่ “ชั้นจะเล่าให้ฟังเอง ไปตรงที่ไม่มีผู้คนเถอะ”

 

ชิม่อน “อ๊ะ อืม ครับ งั้นไปที่หลังคาด้วยกันดีไหมครับ ?”

 

ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเราไปยังอาคารหลักของโรงเรียน และมุ่งลอดเข้าไปยังประตูหลักนั้นด้วยกัน




NEKOPOST.NET