[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 183 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.183 - ตอนที่ 183 ไปโรงเรียนกันเถอะ


ในที่สุดก็เข้าสู่เดือนใหม่ วันนี้เป็นวันที่ 1 เดือนเพลิงสีชาด (紅炎の月) หรือก็คือเดือนสิงหาคมนั่นเอง

***

*จากผู้แปล ขอแจ้งเกี่ยวกับเดือนสักนิดนะครับ ช่วงตอนก่อน ๆ เกี่ยวกับเดือนตอนที่โครโน่อยู่สปาด้าแล้วผมแปลไปว่าเดือนตะวันใหม่อันนั้นผมแปลผิดนะครับ จริง ๆ มันเป็นเดือนเพลิงปฐมฤกษ์ครับ

เดือนในโลกของมารดำมีตามนี้ครับที่ปรากฏมาแล้ว

เดือนผลึกน้ำแข็ง (氷晶の月) เดือนกุมภาพันธ์

เดือนลมแห่งพฤกษา (緑風の月) เดือนเมษายน

เดือนพายุฝนฟ้าคะนอง (遠雷の月) เดือนพฤษภาคม

เดือนตะวันใหม่(新陽の月) เดือนมิถุนายน

เดือนเพลิงปฐมฤกษ์ (初火の月) เดือนกรกฎาคม

เดือนเพลิงสีชาด (紅炎の月) เดือนสิงหาคม

เดือนน้ำใส(清水の月) เดือน ??? (ยังไม่ปรากฏบอกว่าเป็นเดือนอะไร)

***

เดือนเพลิงสีชาดก็ตามชื่อเลย มันเป็นเดือนที่โคตรร้อน ร้อนของโคตรร้อน พระอาทิตย์ได้สุกส่องสว่าง เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของฤดูร้อนในโลกนี้เลย แล้วชั้นก็ยังบ้าเดินบนถนนร้อน ๆ ในชุดคลุมจอมเวทฝึกหัดที่หนาทึบอีกด้วย

 

จุดหมายปลายทางก็คือโรงเรียนรัฐสปาด้า มันเป็นโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแห่งนี้ แถมยังเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในทวีปแห่งนี้อีกด้วย

 

แต่ไม่ว่ามันจะเป็นที่นิยมมากแค่ไหนก็ตาม สำหรับชั้นที่พึ่งมาเยือนได้ไม่ถึงเดือนก็รู้จักแต่แค่ในนามอย่างเดียวเท่านั้น

 

ส่วนสาเหตุที่ทำไมชั้นถึงกำลังจะไปโรงเรียนนะหรือ นั่นก็เพราะตอนที่พวกเรากลับมาจากดันเจี้ยนหลังจากที่ทำภารกิจเสร็จเมื่อวานตอนนั้น…

 

(ย้อนอดีต)

 

โครโน่ “โชคดีแฮะที่รางวัลของวัวตัวนั้นดีเกินคาด เดียวพรุ่งนี้ไปหาอะไรกินกันเถอะ”

 

ฟิโอน่า “ค่ะ แน่นอนค่ะ”

 

เพราะรางวัลจากมิโนทอร์ซอมบี้ที่ลิลี่ฆ่าซ้ไแล้วซ้ไเล่าตัวนั้นให้ราคางามอย่างมาก พวกเราเลยตัดสินใจกันแบบนั้น

 

ระหว่างที่ชั้นมองไปทางฟิโอน่าระหว่างการสนทนานี้ พวกเราก็เดินเข้าไปที่โรงเตี้ยมด้วยกัน  

 

พนักงาน “ท่านโครโน่ค่ะ มีจดหมายถึงท่านค่ะ”

 

แล้วพอกลับเข้ามาถึงที่พัก ชั้นก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากพนักงานมนุษย์แมวเจ้าประจำคนเดิม

 

ชั้นตอบขอบคุณเธอก่อนที่จะแกะออกมาดูเนื้อหาข้างในนั้น

 

ฟิโอน่า “จากคุณชิม่อนหรือคะ ?”

 

โครโน่ “อือ”

 

ผู้ส่งคือชิม่อนคนนั้น

 

ฟิโอน่า “เขียนมาว่ายังไงคะ ?”

 

โครโน่ “ดูเหมือนทางฝั่งของเธอจะสงบลงแล้ว เธอเลยอยากคุยกับพวกเรานะ”

(tn : หากใครยังไม่ลืม โครโน่มันยังเรด้าพังอยู่นะครับ…)

 

ชั้นไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธ อีกอย่างชั้นอยากคุยกับชิม่อนด้วย

 

ชั้นมีคำถามเยอะแยะที่จะถามชิม่อนเลยละ

 

ดูเหมือนว่าชิม่อนจะต้องกลับเข้าไปเรียนเพราะเหตุผลหลาย ๆ อย่าง และต้องอยู่อาศัยอยู่ที่หอพักของโรงเรียน

 

เพราะฉะนั้นชืม่อนเลยบอกว่าจะเป็นการดีกว่าหากไปที่โรงเรียนเพื่อพบเธอ

 

ชิม่อนมีเขียนขอโทษมาด้วยที่ต้องทำให้พวกชั้นยุ่งยากแบบนี้ แต่ก็นั่นละ เพราะชั้นเป็นนักผจญภัยคงจะยากที่จะให้เธอมารออยู่ในโรงเตี้ยมหางแมวนี้เพื่อพบพวกชั้น

 

พวกชั้นจะกลับมาวันไหนตอนไหนตัวเองก็ยังเดาไม่ถูกเลย

 

อีกอย่างชั้นดีใจด้วยที่จะได้ไปสำรวจโรงเรียนแห่งนั้น

 

(กลับมาปัจจุบัน)

 

ตอนนี้ชั้นกำลังเดินอยู่คนเดียว

 

สาเหตุที่ชั้นมาคนเดียวก็เพราะว่า

 

ลิลี่ “พวกนายคงจะคุยง่ายกว่าหากไม่มีฉันอยู่ด้วยนะ จริงหรือเปล่า ?”

 

ลิลี่แสดงท่าทีแปลกและห่างเหินกว่าที่เคย

 

ชั้นไม่รู้ว่ามันมีอะไรหรือเปล่า แต่บางทีหากชิม่อนต้องการคุยเรื่องส่วนตัว การที่ให้ชั้นไปคนเดียวก็อาจจะเป็นความคิดที่ดีกว่าจริง ๆ ก็ได้

 

อีกอย่างเห็นว่าฟิโอน่ากับลิลี่จะไปทำธุระด้วยกันในวันนี้อีกด้วย

 

พวกเธอบอกว่าจะไปเตรียมของสำหรับทำภารกิจครั้งต่อไป วันนี้พวกเราก็เลยแยกกันออกไป

 

ระหว่างที่รู้สึกเหงาเพราะอยู่คนเดียว ชั้นก็เริ่มเห็นเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ

 

บางทีคงเริ่มจะใกล้ถึงตัวโรงเรียนแล้ว ชั้นไปดูป้ายบอกทางเพื่อที่จะเดินทางไปได้อย่างถูกต้อง

 

โครโน่ “โอ้ววว พระเจ้าช่วยกล้อยทอด ใหญ่ชิบหาย…”

 

โรงเรียนหลวงสปาด้า ชั้นมาถึงหน้าประตูของโรงเรียนที่ว่านั้นแล้ว

 

มันมีกำแพงล้อมเป็นของตัวเองแยกออกมา แถมยังได้รับการประดับตกแต่งสวยงามกว่ากำแพงเมืองทั้งสามชั้นรวมกันเสียอีก

 

และทางขวาของประตูยังมีรูปปั้นทหารเพศชายถือดาบ ส่วนทางซ้ายคืออัศวินหญิงถือหอก และที่ฐานของรูปปั้นก็มีธงของโรงเรียนปรากฏอยู่ บางทีรูปปั้นเหล่านี้คือตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของผู้กล้าในประเทศแห่งนี้ก็ได้ละมั้ง

 

ประตูบานคู่ขนาดมหึมาตรงหน้ามีขนาดหลายเมตร และข้างในนั้นก็มีโรงเรียนขนาดใหญ่ตั้งเอาไว้อยู่

 

ตรงกลางของโรงเรียนมีหอคอยสูงใหญ่ และรายรอบก็ยังมีอาคารที่สูงประมาณ 5 ชั้น กระจายตัวอยู่เป็นแกนสมมาตรเข้าไปที่หอคอยนั้น

 

มันเป็นมากกว่าโรงเรียน ชั้นรู้สึกว่ามันเป็นระดับมหาลัยมากกว่าแล้ว ไม่สิ มันเป็นอีกเมืองหนึ่งเลยก็ได้มั้งเนี่ย

 

ที่เมืองสปาด้าชั้นได้เห็นอาคารสถาปัตยกรรมมาก็มากมายแล้ว แต่กับโรงเรียนแห่งนี้ มันอลังการงานสร้างกว่ามาก เป็นครั้งแรกเลยที่ชั้นได้เห็นอาคารอลังการขนาดนี้ในเมืองนี้

 

ชั้นเริ่มรู้สึกว่าสักวันอยากไปเห็นพระราชวังที่อยู่ข้างหลังกำแพงชั้นในสุดบ้างเช่นกันขึ้นมาแล้ว

 

เอาละ ก่อนอื่นก็เข้าไปข้างในก่อนเถอะ

 

ถ้าหากชั้นยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูแบบนี้ต่อไป ก็คงกลายเป็นไอบ้านนอกหรือพวกงี่เง่าแน่นอน ตอนนี้ชั้นรู้สึกได้ถึงสายตาจากนักเรียนโดยรอบตัวแล้ว

 

แล้วในที่สุดชั้นก็เดินข้ามประตูนั้นเข้าไปข้างใน

 

……………

 

พอเข้ามาข้างในชั้นก็รู้เพิ่มอีกอย่างหนึ่งว่ามันใหญ่ยิ่งกว่าโรงเรียนไหน ๆ ในประเทศญี่ปุ่น

 

แล้วสถานที่แรกที่ชั้นตรงไปก็คือหอพักของชิม่อน

 

แต่ชั้นไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน เลยเข้าไปถามพวกนักเรียนดู

 

ก็อยากจะทำแบบนั้นอยู่หรอกแต่ว่า...จะว่าไงดี แค่นักเรียนหญิงคนแรกที่ชั้นเข้าไปทักก็กรีดร้องเมื่อเห็นใบหน้าของชั้นแล้ว

(tn: น่าสงสาร…)

 

บางทีชั้นคงมีแววตาดุร้ายไปหน่อย

 

เพราะเห็นว่าในทวีปแพนโดร่าผู้คนสามารถคุยกันได้ราบรื่นแม้แต่กับพวกเผ่าออร์คที่ใบหน้าดุร้าย ก็เลยคิดว่าคงจะไม่มีใครกลับชั้นที่เป็นแค่มนุษย์แน่นอน

 

แต่แล้วชั้นก็กลับได้รับการตอยรับเช่นนี้

 

นักเรียนสาวคนนั้นไม่ยอมมองดวงตาของชั้น แล้วมองแต่ช่วงล่างแทน เธอกำลังพยายามตอบคำถามของชั้นอยู่

 

...ยุงยากจริงแฮะ นอกจากหน้าตาที่ดูน่ากลัวไปหน่อยของชั้นแล้ว เพราะชั้นอยู่กับฟิโอน่าและลิลี่ทุกวัน ชั้นเลยลืมไปเลยว่าผู้หญิงทั่วไปที่อายุเท่า ๆ กับชั้นกลัวใบหน้าของชั้นมากขนาดไหนกัน

 

สุดท้ายชั้นก็เลยเผลอทำตัวอย่างธรรมชาติแล้วเข้าหาโดยลืมที่จะซ่อนแววตาดุร้ายของชั้นเอาไว้เสียก่อนจนได้

 

เอาจริง ๆ นะ ตอนที่ชั้นยังเป็นเด็กนักเรียนใสซื่อบริสุทธิผุดผ่อง กับแค่คุณชิราซากิชั้นก็ยังกลัวที่จะคุยด้วยเลย แต่เป็นเพราะฟิโอน่ากับลิลี่แท้ ๆ ชั้ยเลยมีภูมิเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก

 

ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือแย่ แต่คงหน้าเลี่ยงทำดวงตาปกติเวลาเข้าไปทักเด็กผู้หญิงคนอื่นแล้วละ

 

หรือความจริงชั้นควรไปถามจากนักเรียนชายน่าจะดีกว่านะ

 

ขณะที่คิดไปเรื่อย เด็กสาวคนนั้นชี้ทางให้ชั้นพร้อมกับยังคงกรีดร้องอยู่ ชั้นเลยรีบเดินออกไปทันที

 

และระหว่างที่เดินมาได้ 10 นาทีจากประตู ระหว่างที่ชั้นคิดว่าน่าจะเจอชิม่อนได้แล้วนั้น ชั้นก็รู้สึกเดจาวูขึ้นมา

 

มันเป็นความรู้สึกเช่นเดียวกับวันแรกที่ชั้นได้เจอชิม่อนที่ห้องทดลองของเธอตอนนั้น

 

เพราะตรงหน้าของชั้นตอนนี้มัน….

 

โครโน่ “อย่าบอกนะว่าเธออยู่ข้างในนั้น ?...”

 

มันเป็นอาคารสูงสองชั้นที่ดูอบอุ่นจวนจะพังลงมา มันให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นอาคารเรียนศิลปะเก่า ๆ แบบนั้น

 

ชั้นรู้ได้ทันทีเลยว่าข้างในนั้นต้องมีห้องทดลองของชิม่อนอยู่แน่นอน

 

ไม่สิ ชั้นสงสัยว่าบางทีคงเป็นห้องเก็บของขนาดใหญ่อีกแห่งก็ได้

 

ชั้นเตรียมใจที่จะเปิดประตูแล้ว ไม่ว่าข้างในจะเป็นอะไรชั้นก็จะไม่ตกใจ

 

ชั้นขอพรกับเทพเจ้า [มิอา] อยู่ภา่ยในใจว่าขอให้ไม่ใช่เป็นอาคารหลังนี้ที่ชิม่อนอาศัยอยู่

 

แล้วชั้นก็รู้ว่าทุกอย่างชั้นคาดเดาได้ถูกต้องจากข้อมูลที่อยู่ในจดหมายจากชิม่อน

 

โครโน่ “อ้า...ไม่ต้องสงสัยเลย มันคือที่นี่นั่นแหละ”

 

ระหว่างที่กำลังรู้สึกเวทนาชิม่อนที่ต้องมาอาศัยในสถานที่แบบนี้อีกแล้ว ชั้นคิดว่าเธอคนนี้เป็นนางเอกละครที่น่าสงสารจากไหนหรือไง ก่อนที่จะเผชิญหน้ากับโรงเก็บของขนาดใหญ่แห่งนี้




NEKOPOST.NET