[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 179 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.179 - บทที่ 12 ศูนย์การศึกษาหลวงสปาด้า ตอนที่ 179 ประธานนักเรียน


ดาร์คเอลฟ์ที่สวมชุดผ้าไหมดูหรูหรา เธอกำลังนั่งอยู่ในห้องทรงสี่เหลี่ยม ด้วยชุดผ้าไหมและผิวสีอันทรงเสน่ห์ของเธอ ทำให้เธอคนนี้ดูงดงามยิ่งนัก

 

ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังมีหน้าอกที่ใหญ่โต ก้นที่ได้รูปลูกท้อแสนอวบอัน เอวที่โค้งมนได้รูปเพรียวผอมบาง สรุปคือ เธอเป็นผู้หญิงที่ทรงเสน่ห์มาก ๆ คนหนึ่งเลยละ

 

ด้วยใบหน้าและผมที่มีสีเงินรวมถึงเครื่องประดับมิธริทสีเงินที่ผมของเธอ ทำให้เธอดูเหมือนกับเทพธิดาที่ลงมาโปรดอยู่บนโลกใบนี้

 

ดวงตาที่แหลมคมสีน้ำเงินของเธอดูสงบนิ่ง ดวงตาคู่นั้นกำลังจับจ้องไปที่เด็กชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าของเธอ

 

… “ชิม่อน นายคิดถูกแล้วละที่กลับมา ฉันดีใจนะที่นายยังปลอดภัยอยู่”

 

ชิม่อน “คะ ครับ… ขอโทษที่ทำให้ประธานเป็นห่วงนะครับ…”

 

ชิมอนกำลังตอบสาวสวยคนนี้อยู่ เธอคือประธานนักเรียนของโรงเรียนหลวงสปาด้า [โซเฟียร์-ซิเรียส-เพอร์เฟรสฟรู (ソフィア・シリウス・パーシファル)]​

 

ห้องที่พวกเขาอยู่ตอนนี้คือห้องของประธานนักเรียน มันเป็นสถานที่หรูหรา และตั้งอยู่ใจกลางของโรงเรียน ซึ่งอยู่ระดับเหนือน้ำทะเลที่สูงจนสามารถมองเห็นได้จากทั่วทั้งเมือง แม้ว่าจะมีกำแพงสูงขวางเอาไว้ก็ตาม มันหรูขนาดที่ว่า แม้แต่กระจกประดับในห้อง มันยังทำมาจากคริสตั้นที่สวยงามเลย

 

โซเฟียร์ “บอกแล้วไงว่าให้เรียกโซเฟียตั้งแต่สามเดือนที่แล้วนะ หรือว่าลืมฉันไปแล้ว ? ”

 

ชิม่อน “เปล่า…. เปล่าครับ”

 

ชิม่อนรู้สึกว่าเธอเหมือนกับอรสพิษที่กำลังจับจ้องเหยื่ออยู่

 

โซเฟียร์ “ความสัมผัสของพวกเรามันใช่อย่างงี้หรือ? เอาน่า อย่าได้เกรงใจหรือลังเลต่อไปอีกเลย”

 

ชิม่อนคิดอยู่ว่านักเรียนธรรมดาอย่างเขา จะไปมีความสัมผัสอะไรกันคนอย่างประธานได้ แต่เธอก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่ที่ได้พบกัน​ครั้ง​แรกแล้ว

 

ชิม่อน “คุณโซเฟียครับ…”

 

โซเฟียร์ “อืม… แบบนั้นก็ก็ได้ ค่อยดีขึ้นหน่อย”

 

เธอดูเหมือนยังไม่ค่อยพอใจนักที่เขายังใช้คำว่า [คุณ]​ นำหน้าชื่อเธอ

 

แต่ชิม่อนก็เหมือนกับโครโน่ กับรุ่นพี่ที่อายุและมีตำแหน่งสูงกว่า คงจะให้เรียกแบบสนิทสนมกันไม่ได้

 

ชิม่อน “ขอบคุณที่อนุญาตให้ผมกลับมาเรียนอีกครั้งนะครับ”

 

โซเฟียร์ “เรื่องปกติ ไม่ต้องขอบคุณหรอกนะ”

 

เขาโค้งให้เธอ แต่หัวใจของเขากำลังเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่

 

เพราะใจจริงแล้ว เขาไม่อยากกลับมาเข้าเรียนเลยสักนิดเดียว

 

โซเฟียร์ “ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนขอโทษนาย เพราะเป็นฉันเองที่ดันไปแนะนำให้ไปประเทศไดดารอสนะ”

 

เบื้องหลังที่ชิม่อนไปทำงานเป็นนักผจญภัยอยู่ที่หมู่บ้านอาลซัสก็เพราะเหตุนี้

 

ในตอนนั้นเขาที่กำลังทุกใจ เธอก็แนะนำมาว่า “หุ หุ หุ ถ้าไม่มีเงิน งั้นก็ลองไปรับภารกิจมาทำซะซิ ?” แบบนั้น ประกอบกับปัญหาทางบ้านของเขา ทำให้ชิม่อนตัดสินใจที่จะหนีให้ห่างออกจากทางครอบครัว และละทิ้งชื่อขุนนางของตนไป

 

เพราะแบบนั้น นามสกุล [บาเดีย] จึงไม่ถูกแสดงเอาไว้อยู่ในกิลการ์ดของเขา   

 

ด้วยสาเหตุหลาย ๆ อย่าง เขาเลยไม่มีเงิน ไม่สามารถที่จะร้องขอเงินจากทางบ้านมาใช้ได้ในขณะที่ยังอยู่ในโรงเรียนเมืองสามเดือนก่อน สุดท้าย เขาจึงตัดสินใจไปที่ประเทศไดดารอสเพื่อหาเงินแทน

 

ชิม่อน “ไม่หรอกครับ ผมต้องขอบคุณท่านประธานมากกว่า อีกอย่าง เป็นผมเองต่างหากที่อยากไปเป็นนักผจญภัยแล้วเลือกที่จะไปประเทศไดดารอสนะครับ”

 

แต่ทว่าในเวลานี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่อาจหนีไปจากสปาด้าได้อีกต่อไป

 

นั่นก็เพราะแรงกดดันจากทางตระกูล ไม่สิ จากพี่สาวของเขาเองนั่นแหละ

 

โซเฟียร์ “ไม่หรอก ไม่หรอก อยู่นี่แหละดีแล้ว พวกมนุษย์สวมเกราะพวกนั้นไม่อาจตีสปาด้าแตกได้หรอก”

 

ชิม่อนที่ได้ร่วมต่อสู้ที่อาลซัสนั้นรู้ดี ว่าต่อให้ยัยมอนสเตอร์ในคราบมนุษย์นั้นบุกมายังสปาด้า ราชาของพวกเขา [ เลโอนาร์ด] ก็สามารถที่จะเอาชนะศัตรูได้ทั้งหมดอยู่แล้ว

 

อย่างน้อยพวกเขาก็เชื่อแบบนั้นกัน

 

อีกทั้งตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ ทางฝั่งสปาด้าเองก็คาดการถึงเหตุการณ์ที่ทางประเทศไดดารอสจะบุกสปาด้า เลยทำให้มีการเตรียมรับมือป้องกันประเทศอยู่ตลอดเวลา

 

ไม่เหมือนกับพวกโง่ในประเทศอื่น ๆ ที่ไม่เคยคิดที่จะพร้อมรับกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนั้น ความพร้อมในการป้องกันประเทศมันต่างกันอยู่

 

โซเฟียร์ “แล้วจะเริ่มเข้าเรียนพรุ่งนี้เลยหรือเปล่า ?”

 

ตอนนี้เอกสารและการเตรียมการเข้าเรียนของชิม่อนพร้อมแล้ว

 

ถึงจะหายตัวไป 3 เดือน แต่เขาก็พร้อมที่จะกลับเข้ามาเรียนต่อได้

 

โซเฟียร์ “คราวนี้นายจะได้ห้องวิจัยอย่างที่เคยอยากได้มาตลอดด้วยนะ ?”

 

คราวนี้เธอยื่นเค้กชิ้นใหญ่มาเสนอเขา มันทำให้ชิม่อนหวันไหวไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ชิม่อน “เออ...เป็นห้องวิจัยแบบไหนหรือครับ ?”

 

เขาไม่เคยได้รับข้อเสนอดีแบบนี้มาก่อน ตลอดมาที่เขาได้เข้าเรียนในโรงเรียนนี้ เขาต้องใช้ห้องพักของตัวเองในการทดลอง และยื้มอุปกรณ์มาจากที่ต่าง ๆ เอา

 

ปกติแล้วมีแต่พวกสาขาวิศวเวทมนต์ หรือไม่ก็พวกนักเรียนเกรดดีเท่านั้น ที่จะมีห้องแบบนี้เอาไว้ใช้งาน

 

โซเฟียร์ “ไม่ใช่ฝีมือฉันหรอก เท่าที่ฉันได้ยินมา ที่หอพักเก่ามีห้องขนาดใหญ่อยู่ แล้วยัยนั่นก็จัดการเตรียมให้เธออย่างเรียบร้อยเลย”

 

ชิม่อน “พี่เลียเล่นงี้เลยเรอะ...ทำอะไรเอาแต่ใจอีกแล้ว…”

 

นี่คือพลังของตระกูลชิม่อน สพหรับเขา มันคือความฝันที่จะได้มีห้องวิจัยเป็นของตัวเอง แต่การที่พี่สาวมาลงทุนขนาดนี้ให้กับเขา มันก็เป็นการส่งข้อความให้กับเขาว่า จงพยายาม และมีผลงานให้เหมาะสมกับตระกูลที่ควรเป็นซะ แบบนั้น

 

โซเฟียร์ “ฉันก็หวังเหมือนกันนะว่านายจะสามารถใช้พื้นที่นั้น ทำอะไรใหม่ ๆ ให้กับโรงเรียนแห่งนี้ได้”

 

ชิม่อน “...ผมจะพยายามครับ…”

 

หลังจากร่ำลาเสร็ข ชิม่อนก็ลุกขึ้นจากโซฟาหนังไปที่ประตูบานคู่สีขาวเพื่อที่จะเดินออกจากห้องไป

 

โซเฟียร์ “รอเดียว”

 

ในตอนนั้น โซเฟียร์ก็เรียกเขาให้หยุดลงก่อนที่จะได้ทันด้าวเดินออกจากห้องไป เธอนำมือที่สวมถุงมือสีขาวสะอาดมาจับเอาไว้ที่หัวไหลของชิม่อน

 

ชิม่อน “เหวออออ….”

 

ร่างกายของเขารับรู้ได้ถึงแรงกดดันจากเธอ

 

ผุ้หญิงตรงหน้าเขานี้เป็นนักผจญภัยแรงค์ 5 ที่มีสมญานามว่า [วัลคิรี่แห่งพายุหิมะ] เพียงแค่เธอส่งแรงกดดันออกมา ก็เพียงพอที่จะหยุดร่างกายของชิม่อนเอาได้วได้แล้ว

 

ด้วยแรงกดดันที่ล้นหลามนี้ ทำให้ชิม่อนล้มไปกองอยู่กับพื้นทันที และไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวไปไหน

 

โซเฟียร์ “นายไม่คิดที่จะมาสานสัมพันธ์กับฉันอีกสักครั้งหรือ ?”

 

ในขณะที่ชิม่อนค่อย ๆ หันหลังหนี เธอก็ปล่อยเสน่ห์อันเย้ายวนของเธอออกไป

 

เมื่อเทียบกับพี่เลียของเขาแล้ว โซเฟียร์มีร่างกายที่ตัวเล็กกว่า แต่ถึงจะบอกว่าตัวเล็ก มันก็เป็นไปตามมาตรฐานความสูงของผู้หญิงทั่วไปละนะ

 

แน่นอนว่าเธอนั้นสูงกว่าชิม่อน

 

สำหรับชิม่อน การเผชิญหน้ากับความงามของเธอ มันยากพอ ๆ กับให้เขาไปลุยดันเจี้ยนแรงค์ 5 เลยละ

 

ผิวที่เรียบเนียนของเธอขยับเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขา กลิ่นตัวของเขาทำให้หัวใจของเขาเริ่มเต้นแรงและเร็วขึ้น

 

โซเฟียร์ “ถ้าเป็นฉันละก็ ฉันสามารถจัดห้องที่ดีกว่านี้ให้กับนายได้นะ ไม่สิ นายแทนไม่ต้องไปสนใจงานวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือคะแนนสำหรับที่ต้องใช้เรียนจบเลย ขอแค่นายอยู่ที่นี่….ข้างฉัน...เท่านั้น”

 

หน้าอกของชิมอนถูกนิ้วของเธอไต่ขึ้นมา ดวงตาที่ส่องประกายราวกับเป็นคริสตั้นสวยงามได้จับจ้องไปที่ดวงตาสีเขียวมรกตของชิม่อน

 

เหมือนกับตอนครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน เธอก็พูดเชิญชวนชิม่อนเช่นนี้เช่นกัน

 

โซเฟียร์ “นาย...ถ้าเป็นไปได้ เลิกสนใจเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ แล้วมาเป็นของฉันมันจะไม่ดีกว่าหรือไง ?”

 

ชิม่อน “ไม่ครับ...ผมไม่หยุดความคิดนั้นแน่…”

 

ชิม่อนไม่ยอมแพ้และไม่ยอมที่จะเลิกเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุแน่นอน ต่อให้ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของตระกูล เขาก็ไม่ยอมที่จะเลิกเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุแน่ อีกอย่าง เขายังไม่อยากกลายเป็นตุ๊กตาหรือของเล่นของผู้หญิงคนนี้ด้วย

 

ยังไงซะ เขาก็เป็นเพียงแค่ [เอลฟ์ผู้ด่างพร้อย] ที่ไม่มีพลังเวทมนต์เลย แล้วก็ไม่ได้หล่อหรือเท่เหมือนกับโครโน่ แล้วทำไมผู้หญิงถึงต้องมาสนใจเด็กผู้ชายที่อ่อนแอและผิดพลาดอย่างเขากันด้วย

(tn : เอ็งไม่รู้จักคำว่าโชตะซะแล้วชิม่อน)

 

เอฟล์ที่ไม่มีพลังเวทมนต์ สุดท้ายก็คงเป็นได้แค่สัตว์เลี้ยงของเธอเท่านั้น

 

ด้วยความที่เขาไม่คิดว่าจะได้รับความรักที่แท้จริง เขาจึงไม่อาจตอบรับคำขอของเธอได้

 

อีกอย่าง เขาก็รู้จักรักแท้ ได้รู้จักคนที่ยอมปกป้องเขาจนถึงแก่ชีวิตมาแล้ว เพราะฉะนั้น ไอความรักครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนั้นเขาคงไม่อาจยอมรับความรักที่มีเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้

 

โซเฟียร์ “หุ หุ หุ ก็ได้ ถ้านายเจอปัญหาอะไร หรือเจอการปกป้องเกินเหตุจากพี่สาวของนาย ก็มาหาฉันได้ทุกเมื่อเลยนะ”

 

ในที่สุดเธอก็ยอมที่จะปล่อยชิม่อนไป

 

ชิม่อน “ขอบคุณมากครับ”

 

เขารู้สึกเป็นหนี้โซเฟียร์อยู่ ที่เธอช่วยให้เขาหนีจากครอบครัว จากพี่สาวของเธอไปเมื่อสามเดือนที่แล้ว

 

แต่เขาก็ไม่คิดที่จะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของเธอเพื่อตอบแทนบุญคุณนั้น

 

เขารู้สึกสับสนระหว่างความกตัญญูที่ควรตอบแทนเธอกับความต้องการของตัวเอง เขาไม่กล้าเงยหน้าที่แดงแจ๋ไปแล้วขึ้นมาให้เธอเห็น แล้วรีบหนีออกจากห้องนี้ไปทันที




NEKOPOST.NET