NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.175 - ตอนที่ 175 อิฟริทปรากฏกาย !?


เอ็ดดี้ (エディ) นักเรียนชั้นปีที่ 2 หลักสูตรอัศวินของโรงเรียนหลวงสปาด้า ตอนนี้เขาคนนั้นกำลังเดินเล่นอยู่บริเวณทางตอนใต้ของภูเขากาลาฮอลไปพร้อมกับพวกเพื่อน ๆ ของเขา

 

เอ็ดดี้ “---แล้วเอลิน่าก็พูดออกมาแบบนั้นละ”

 

… “เธอพูดแบบนั้นจริง ๆ ดิ?”

 

เอ็ดดี้ “ใช่แล้วละ เธอบอกกับกูว่าจะรอกูจนกว่าถึงวันที่กูสามารถไปรับภารกิจที่กิลนักผจญภัยสาขาหลักได้ ! แสดงว่ากูมีความหวังแล้วสินะ”

 

… “ล้อเล่นน่า ! แล้วอีกกี่ชาติวะกว่าแกจะทำได้ถึงจุดนั้น”

 

เอ็ดดี้ “อย่าพูดแบบนั้นสิฟะ !”

 

ปาร์ตี้ของนักเรียนทั้ง 4 คนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส แม้ว่าตลอดช่วงปลายปีที่ผ่านมา พวกเขาจะต้องเหนื่อยไปกับการเดินแถบเทือกเขากาลาฮอลก็ตาม

 

พวกเขายังเป็นนักผจญภัยแรงค์ 1 เท่านั้น ไม่สิ ในฐานะที่กำลังจะเป็นอัศวินในอนาคต พวกเขาจำเป็นที่จะต้องแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้วพวกเขาจะมาเหนื่อยกับเรื่องแค่นี้ไม่ได้


 

… “ถ้าหากทำภารกิจนี้สำเร็จ ก็จะได้เป็นแรงค์ 2 ซะที พวกเอ็งว่างั้นมะ”

 

เอ็ดดี้ “แล้วพวกเราทั้งหมดก็จะได้เข้าใกล้คุณผู้หญิงเอลิน่าไปอีกขั้นหนึ่งสินะ อ้า--”

 

ใช่แล้ว ! เพื่อน ๆ ของเขาต่างขานรับเอ็ดดี้เป็นเสียงเดียวกัน

 

ความงดงามของเอลฟ์ ความงดงามของเอลิน่า เป็นที่พูดคุยกันในหมู่นักเรียนอัศวินมาก เรียกว่าเป็นไอดอลของพวกเขาก็ว่าได้

 

เธอเปรียบได้ดั่งดอกไม้งามที่สุภาพและอ่อนโยน แถมยังอ่อนโยนกับทุก ๆ คนไม่เว้นแม้แต่นักเรียน แล้วจะไม่ให้เธอคนนั้นเป็นที่นิยมได้ยังไงกัน

 

เพราะฉะนั้น พวกเพื่อนของพวกเขาเลยไม่ค่อยถือสาความคิดของเอ็ดดี้จริงจังนัก ว่าเขาจะสามารถข้ามแม่น้ำและอุปสรรคต่าง ๆ ไปสู่หัวใจของเอลิน่าได้สำเร็จตามที่เขาพูด

 

เอ็ดดี้ “กูจะทำให้พวกมึงเห็นเอง ว่ากูเป็นชายที่สามารถก้าวข้ามไปสู่กิลสาขาหลักได้”

 

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร การที่เขาคิดจะพัฒนาตัวเองแล้วตั้งเป้าหมายที่ใหญ่โตกว่าเดิม มันก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

 

ต่อให้คนมักจะพูดกันว่า “รักแรกมักจะไม่สมหวัง” แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

 

… “แต่อย่าประมาทนะเอ็ดดี้ ต่อให้เป็นแค่แด๊กเก้อ แรปเตอร์ แต่บางทีพวกมันก็รวมฝูงใหญ่น่าดูเลยนะ”

 

นักเรียนที่มาจากสาขาเวทมนต์พูดเตือนเขา

 

เอ็ดดี้ “ก็จริงของแก พวกแม่งดูเพิ่มจำนวนเยอะชิบหาย”

 

… “เพราะงั้นเอ็งอย่าเผลอกระโดดลงไปกลางดงรังของมันซะละ”

 

ข้อมูลของมอนสเตอร์ปกติจะถูกแจ้งให้ทราบตั้งแต่ตอนที่รับภารกิจมา

 

แต่ต่อให้มีข้อมูลละเอียดแค่ไหน สภาพความเป็นจริงก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา

 

ข้อมูลนั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการช่วยต่อกรกับมอนสเตอร์ อย่างเช่นถ้ารู้ว่ากำลังจะไปเจอกับฝูงแมลงพิษ อย่างน้อยก็จะได้เตรียมยาแก้พิษจำนวนมากเพื่อมาด้วย

 

ภารกิจที่เขารับมาคือภารกิจปราบปรามแด๊กเก้อ แรปเตอร์ 5 ตัว ความอันตรายของมันคืออัตราการขยายพันธ์ของพวกมันที่รวดเร็ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคงจะต้องเจอฝูงใหญ่แน่

 

ต่อให้พวกเขาคิดว่ามีความสามารถระดับนักผนจญภัยแรงค์ 2 แล้วก็ตาม พวกเขาก็ไม่คิดที่จะประมาทให้ศัตรูที่กำลังจะไปเจอ

 

… “---โฮ้ย”

 

ในตอนนั้น นักเรียนอัศวินอีกคนที่เดินอยู่แนวหน้าไปพร้อมกับเอ็ดดี้ก็หยุดเดิน

 

พวกเขาจับสัญญาณอะไรบางอย่างได้ ตอนนี้พวกเขาเข้าโหมดเตรียมพร้อมต่อสู้แล้ว

 

เอ็ดดี้ “มีอะไรวะ ?”

 

… “ไม่ได้กลิ่นเหม็นไหม้หรือไงวะ ?”

 

จริงดิ ? เขาถามเพื่อนกลับไป แล้วในตอนนั้นเอง กลิ่นเหม็นไหม้ก็มากับลมที่พัดผ่านแมกไม้จากป่าตรงหน้า

 

… “หรือว่าจะมีการต่อสู้ใกล้ ๆ นี้ ?”

 

เอ็ดดี้ “ไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรเลยนี่ คงจะจบไปแล้วม้าง ?”

 

รอบตัวพวกเขามีแต่สีเขียวของป่าไม้ เสียงเสียดสีกันของใบไม้ และเสียงร้องของแมลงกับนกที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้

 

เอ็ดดี้ “หรือว่า คงไม่ใช่ว่าเปิดไฟป่าหรอกนะ ?”

 

... “ไม่หรอก ถ้าเป็นกรณีแบบนั้นคงเห็นควันลอยโขมงไปแล้ว ต้องเกิดการต่อสู้ใกล้ ๆ นี้แน่นอน

 

คงเป็นผู้ใช้เวทมนต์ไฟที่กำลังต่อสู้อยู่ พวกเขาต่างกำลังคิดแบบนั้นเหมือนกัน

 

เอ็ดดี้ “ก็ดูไม่เห็นผิดปกติอะไรนี่ ไปกันเถอะ”

 

แล้วเอ็ดดี้ก็นำพวกเขาเข้าไปในป่าลึกพร้อมกับความระมัดระวังที่มากขึ้นกว่าเดิม

 

……………………

 

แล้วในที่สุดพวกเขาก็พบว่าความปกตินั้น มันผิดปกติเป็นอย่างมาก

 

เอ็ดดี้ “...นะ นี่มันบ้าอะไรเนี่ย….”

 

หลังจากเดินมาได้สักพัก พวกเขาก็พบว่านอกจากกลิ่นของต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกเผาทำลายไป ยังมีกลิ่นของเนื้อสัตว์ที่ถูกย่างลอยปะปนมาด้วย

 

… “นี่มันโคตรสุดยอดดดดดด…. !! ทั้งรังแม่งถูกเผาทิ้งไปหมดเลยไม่ใช่หรือไงวะ”

 

พอผ่านมาได้สักพัก พวกเขาก็พบว่ารังของแรปเตอร์ถูกเผาจนเหี้ยน ศพของแม่และลูกตัวน้อยแรปเตอร์ต่างนอนเกลือนให้เห็นอยู่เต็มไปหมด

 

ความจริงพวกเขาเองก็กะว่าจะมาทำลายรังของพวกมันทิ้งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว การที่รังของพวกมันถูกทำลายลงไป เลยทำให้พวกเขาไม่ต้องเหนื่อยแรงใด ๆ

 

แต่ทว่าพวกเขากลับไม่พบต้นเหตุของไฟนรกที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้เลยว่าเกิดจากใคร

 

ไม่มีเงาของผู้ใช้เวทมนต์ไฟอยู่ ณ ที่แห่งนี้

 

แล้วพอพวกเขาสำรวจดูให้ดีอีกครั้ง พวกเขาก็พบว่ามีร่องรอยของเวทมนต์ไฟเผาทำลายราวกับพายุที่พัดผ่านรังของพวกมัน

 

… “นี่มัน ต้องเป็นจอมเวทที่เก่งกาจแน่นอน ถึงทำอะไรแบบนี้ได้”

 

เอดดี้ “แม่งเอ้ย หรือว่าเป็นนักผจญภัยคนอื่นที่มาชิงตัดหน้าไปก่อนพวกเรานะ”

 

หรือไม่ก็อาจจะเป็นอสูรอิฟริทที่มีพลังเพลิงอันร้อนแรงปรากฏตัวก็เป็นได้

 

นั่นก็เพราะ ต่อให้เป็นนักผจญภัย พวกเขาก็ไม่น่าจะทำอะไรที่ดูป่าเถื่อนขนาดนี้ลงไปได้ ด้วยรูปการที่โจมตีเป็นวงกว้างอย่างไม่สนอะไรแบบนี้ น่าจะเป็นฝีมือของมอนสเตอร์ที่ทรงพลังมากกว่า

 

เอดดี้ “ไม่หรอก เป็นฝีมือของนักผจญภัยแน่นอน”

 

แกรู้ได้ไงวะ ? จอมเวทในทีมถามเอดดี้กลับไป เขาชี้ไปที่ซากของแรปเตอร์แทนคำตอบ

 

เอดดี้ “กรงเล็บของมันถูกตัดทิ้งไป นั่นนะ เป็นหลักฐานในการปราบพวกมันยังไงละ”

 

พอพวกเขาตรวจสอบอีกที ก็เป็นตามอย่างที่เอ็ดดี้ว่า กรงเล็บขวาของพวกมันถูกตัดทิ้งทั้งหมดเลย

 

… “แม่งบ้าไปแล้ว เยอะไปแล้วมั้งแบบนี้”

 

เอ็ดดี้ “ทำได้ถึงขนาดนี้คงเป็นฝีมือนักผจญภัยแรงค์ 4 แล้วละ”

 

… “แล้วนักผจญภัยแรงค์ 4 จะมารับงานทำลายรังของแรปเตอร์กันทำไมฟะ ?”

 

... “แถมยังใช้วิธีโจมตีวงกว้างอีก ไม่เข้าใจแม่งจริง ๆ”

 

แล้วในที่สุดพวกเขาก็ใจเย็นลงได้ในที่สุด เพราะสรุปได้แล้วว่าน่าจะเป็นฝีมือของนักผจญภัยระดับสูง

 

ยังไงซะพวกนักผจญภัยก็ไม่เหมือนกับอัศวิน แล้วในจำนวนที่มีอยู่ก็อาจจะมีสักคนที่พร้อมจะทำลายสิ่งต่าง ๆ โดยรอบโดยไม่คิดถึงผลกระทบที่จะตามมา

 

ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงพากันเดินออกไป เพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ นั่นเอง

 

………………

 

ในวันนั้น พวกนักเรียนกลุ่มนี้ไม่ได้พบกับมอนสเตอร์ที่ชื่อว่าแรปเตอร์เลยสักตัวเดียว

 

จะว่าโชคร้ายหรือ ? ก็ไม่น่าจะใช่

 

เอ็ดดี้ “นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย...อย่าบอกนะว่าแรปเตอร์ถูกกวาดล้างไปทั้งหมดแล้วนะ ?”

 

นั่นก็เพราะตลอดทางที่ผ่านมา รังทั้งหมด 5 รังที่เขาพบ ต่างอยู่ในสภาพเดียวกันเหมือนกันหมด

 

ไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่หมาป่าลมเองก็มีสภาพเดียวกันด้วย

 

มอนสเตอร์แรงค์ 1 แรปเตอร์กับหมาป่าลม รังของพวกมันทั้งหมดถูกกวาดล้างไปหมดเลย

 

ส่วนมอนสเตอร์ชนิดอื่นที่เจอ ก็ดูเหมือนว่าจะวิ่งหนีบางอย่างที่อันตรายออกมากันอยู่

 

สุดท้ายเลยจบลงที่พวกเขาเจอแต่มอนสเตอร์ระดับล่างเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

 

… “เมื่อกี้ใครพูดว่าเป็นเรื่องปกติฟะ ?”

 

เอ็ดดี้ “ไม่หรอก ไม่สิ ปกติแล้วจอมเวทที่เก่งกาจจะมาตามล่ามอนสเตอร์แรงค์ 1 เพื่ออะไรฟะ ?”

 

พวกเขามาถึงอีกรังที่มีสภาพไม่ต่างจากก่อนหน้านี้อีกแล้ว นี่ก็เป็นรังที่ 15 เข้าไปแล้ว

 

… “ทำไงดีฟะ แบบนี้ก็ทำภารกิจไม่ได้กันพอดีสิ”

 

… “ดูท่าจะไม่ใช่งานง่ายแล้วแฮะ”

 

… “หรือว่าจะเป็นการตัดกำลังใจพวกหน้าใหม่กันนะ ?”

 

ถ้าหากพวกที่มีแรงค์สูงมาทำภารกิจแรงค์ต่ำละก็ มันก็จะมีสภาพอย่างที่เห็นนี่แหละ พวกเขาสามารถจบมันลงได้อย่างง่ายดายเลยละ

 

ถึงทางกิลจะให้แรปเตอร์เป็นภารกิจที่ทำได้ตลอด 24 ชม. แต่ถ้าไม่มีเป้าหมายให้พวกเขาปราบ แล้วจะทำสำเร็จได้อย่างไรกัน ?

 

ถ้าหากมอนสเตอร์ในพื้นที่ไม่เหลืออีกแล้ว ภารกิจนี้ก็คงถูกยกเลิกไปแน่นอน

 

บางทีคงต้องรอให้ผ่านไปถึงครึ่งปี กว่าที่มอนสเตอร์ชนิดเดิมจะกลับมาขยายพันธ์ได้มากตามอย่างเดิม

 

แต่ด้วยปัญหาเรื่องระยะเวลาของภารกิจ เลยทำให้พวกเขาไม่สามารถรอนานถึงครึ่งปีได้

 

เอ็ดดี้ “ใจเย็นน่า ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปหาที่อื่นก็ได้”

 

... “แต่ว่าถ้าไปบ้าอิฟริทนั้นไปที่เดียวกับพวกเราละก็---”

 

เอ็ดดี้ “เห้ย อย่าพูดปักธงไปมากกว่านี้สิฟะ”

 

เอ็ดดี้รีบหยุดเพื่อนของเขาเอาไว้ก่อนที่จะพูดอะไรออกไป

 

เอ็ดดี้ “เอาเถอะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน”

 

ในที่สุด กล่มของพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะกลับออกไปกัน

 

พร้อมกับคำอวยพรจากใจว่า “ได้โปรดอย่าให้ภารกิจนี้ของพวกเราล้มเหลวเลยนะ !”




NEKOPOST.NET