[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 174 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.174 - ตอนที่ 174 เมือกลื่น ๆ ของสไลม์ !?


… “แม่งเอ้ย ! อย่ามาล้อข้าเล่นนะเฟ้ย !!”

 

นักผจญภัยแรงค์ 2 [แซ็ก (ザック)] เขาเป็นชายกล้ามโตทั่วทั้งร่างดั่งที่เห็น และมีอาวุธคู่ใจคือขวานศึกอันน่าเกรงขาม

 

ตอนนี้ชายที่ว่ากำลังวิ่งหนีสไลม์อย่างเอาเป็นเอาตายอยู่

 

และเสียงที่ตะโกนอย่างโมโหนั้นก็ไม่อาจส่งไปถึงอีกคนที่วิ่งหันหลังให้กับเขาตรงหน้า ซึ่งได้วิ่งหนีไปไกลและไม่คิดจะวิ่งกลับมาหาเขาแล้ว

 

ต่อหน้าสไลม์ที่เป็นเพียงแค่มอนสเตอร์แรงค์ 1 เท่านั้น แต่ด้วยการโจมตีอย่างโง่ ๆ ของเขา ต่อให้เขาเป็นนักผจญภัยระดับแรงค์ 2 ก็คงไม่อาจที่จะล้มสไลม์ตรงหน้าได้

 

ดังนั้นเพื่อนของเขาจึงตัดสินใจที่จะวิ่งหนีไปโดยทิ้งแซ็กเอาไว้ตรงนี้เพียงคนเดียว

 

แซ็ก “เชี่ย เชี่ย เชี่ยยย !! อย่าตามมาสิว้อยยย !!”

 

เขาคิดย้อนกลับไปในอดีต ตอนวันที่ 13 ของเดือนตะวันใหม่ ในวันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นความเลวร้ายทั้งหมดทั้งมวลจนมาถึงตอนนี้

 

ในวันนั้นเขากำลังออกหาเงินในเขตเสื่อมโทรมของเมือง เขาเดินไปตามตรอกซอยเพื่อรีดไถเงินชาวบ้านมาใช้อยู่

 

แล้วในวันนั้นเขาก็พบกับถุงทองคำ มีเด็กสาวคนหนึ่งพกเงินมาสูงถึง 10,000 ครัน ในตอนนั้นเขาคิดว่าเป็นโชคดีของเขาแล้ว เขาอวยพรขอบคุณต่อเทพเจ้าสีดำที่เขานับถือออกมาจากหัวใจของเขา

 

แล้วเขาก็ไล่ต้อนเด็กผู้หญิงคนนั้นเข้าไปในมุมอับของตรอกซอย

 

ในตอนนั้นภายในหัวของเขาคิดไปไกลแล้วว่าจะใช้เงินก้อนนี้ยังไงดีในยามค่ำคืนนั้น

 

เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องจับกดเด็กสาวตรงหน้าเลยสักนิด ในหัวของเขามีแต่เรื่องดื่มกินเท่านั้น

 

อีกอย่างเขาคิดว่าต่อให้เขาจับกดเด็กผู้หญิงคนนี้ สิ่งที่ตามมาก็คงมีแต่เสียงกรีดร้อง แล้วไอพวกไฮยีน่าตามตรอกซอยคงโผลหัวออกมากันให้พรึบ

 

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คงจะมีคนมาแย่งเงินที่ควรจะเป็นของเขาตอนนี้ไปเสียก่อน เขาไม่อยากที่จะเสียโอกาศได้เงิน 10,000 ครันนี้ไปเลย

 

ถ้าได้เงินก้อนนี้มา เขาจะไปสนุกกับสาวที่เป้นมืออาชีพกว่านี้ตามร้านยามค่ำได้ มันต้องสนุกกว่าเล่นกับเด็กสาวอยู่แล้ว

 

เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะแตะต้องเด็กสาวตรงหน้านอกจากกระเป๋าเงินของเธอเท่านั้น

 

แล้วผลลัพฑ์ก็คือ

 

โครโน่ “โอ้ย นั่นทำอะไรอยู่นะ”

 

เจ้าหมอนั่นก็ปรากฏตัว

 

มันเป้นนักผจญภัยแรงค์ 1 เท่านั้น

 

เพราะไอเจ้าหมอนั่น เขาเลยเสียโอกาศทำเงินไป แถมอาวุธสุดรักของเขาอย่างดาบยาวก็ยังถูกทำลายทิ้ง แล้วความจริงอย่างเรื่องที่เขาไม่อาจใช้เวทมนต์หรือทักษะต่อสู้ก็แตกต่อหน้าน้อง ๆ ของตัวเองอีก แถมระหว่างกลับบ้านก็ยังถูกหมาบ้าไล่กัด แล้วหลังจากนั้นเขาก็ซวยซ้ำซวยซ้อนมาตลอดเวลาเลย

 

และที่เลวร้ายที่สุดก็คือการที่น้อง ๆ ของเขารู้ว่าไอพี่ชายคนนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าแค่มีร่างกายใหญ่โตเท่านั้น

 

ตลอดมา แซ็กกำลังเป็นไปได้ดีในการปกครองแถบย่านเสื่อมโทรมด้วยรูปร่างที่น่าเกรงขามของเขา เขาเลือกที่จะข่มขู่พวกท่าทางอ่อนแอ แล้วเขาก็ทำแบบนี้เรื่อยมา

 

ในความจริง แซ็กเองก็เป็นนักผจญภัย แถมยังเป็นถึงแรงค์ 2 เสียด้วย ทั้งที่ไม่สามารถใช้เวทมนต์หรือทักษะต่อสู้ได้ แต่เขาก็ไต่เต้ามาถึงระดับนี้ได้ในที่สุด พลังกล้ามเนื้อของเขามีมากอย่างที่ตาเห็นนั่นแหละ ด้วยข่าวลือในย่านเสื่อมโทรมนี้ ทำให้เขามีอิทธิพลพอสมควร

 

แล้วเขาก็คิดว่าน่าจะพอรับมือกับชายที่ปรากฏตัวในวันนั้นได้ แต่ทว่าเจ้าหมอนั่นมันกลับพูดว่า

 

โครโน่ “ถ้าหากหยุดทำตัวแบบนี้ แล้วพยายามไปหาเงินด้วยการเป็นนักผจญภัยน่าจะเป็นการฉลาดกว่านะ”

 

ในตอนนั้นเขาไม่อาจเถียงกลับได้ เขาใจเย็นลงแล้วเริ่มคิดทบทวนอีกครั้ง

 

แล้วในที่สุดเขาก็กลับไปปัดฝุ่นแผ่นป้ายนักผจญภัยกับขวานอีกขึ้นมาใช้ครั้ง เป็นเวลา 1 ปีแล้วที่เขาไม่ได้ไปปรากฏตัวที่กิลเลย

 

เขารับภารกิจ แล้วตั้งปาร์ตี้ชั่วคราวที่หาได้จากในกิล แล้วมุ่งหน้าไปยัง [ป่าดงดิบ-ลาทีฟูเนียร์]

 

แล้วผลลัพฑ์ก็คือสภาพอันน่าอดสู่ในปัจจุบันนี้

 

แซ็ก “โอ้ย แฮก ….แฮก…. มึงหยุดตามกูซะทีจะได้มั้ย….”

 

เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเขาเองที่ดันบ้าเข้าไปฟันสไลม์โดยไม่ดูโดยรอบให้ดีก่อน

 

แล้วในตอนที่แซ็กพุ่งเข้าไปฟันสไลม์ กองทัพสีฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้นมาล้อมเขาเอาไว้

 

จำนวนของมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วต่อหน้าของเขา

 

แล้วก็มีเพียงแซ็กที่เป้นแนวหน้า สุดท้ายจึงมีแค่เขาที่อยู่ตำแหน่งเลวร้ายที่สุด พอพวกเขาทั้งหมดหนีไป เขาจึงถูกทิ้งเอาไว้เพียงคนเดียว พรรคพวกของเขาไม่สนใจใยดีเขาเลย

 

ต่อให้เป็นการกระทำปกติเพื่อเอาชีวิตรอดก็ตามเถอะ

 

ถ้าหากพวกเขาทั้งหมดเป็นผู้มากประสบการณ์ บางทีคงอาจจะช่วยหาทางหนีไปทั้งหมดทุกคนได้ แต่เพราะไม่ใช่กรณีแบบนั้น จึงออกมาเป็นอย่างที่เห็น

 

ต่อให้เป็นปาร์ตี้ แต่ก็เป็นปารืตี้ที่ตั้งเพียงชั่วคราว พอเห็นว่ามีอันตรายเข้า พวกเขาก็พร้อมใจที่จะหักธงปารืตี้ทิ้งไปทันที

 

แซ็ก “เจี้ยกกกก ย้ากกก อย่าเข้ามานะเฟ้ยยย !!”

 

ด้วยความที่เขาไม่มีทักษะต่อสู้ใด ๆ สิ่งที่ทำได้จึงมีแค่เหวียงขวานไปมาเท่านั้น

 

แต่ก็เป็นโชคดีของเขา อย่างน้อยก็มีสองตัวถูกเขาพันลงตรงไปที่แกนของมันได้พอดี

 

แซ็ก “เยี่ยม !”

 

ด้วยการเอาชนะสไลม์ไปได้บางส่วน เขาจึงใช้โอกาศนี้เผ่นออกมา

 

ถึงจะยังถูกล้อม แต่ทางด้านข้างของเขาก็มีจำนวนน้อยกว่าแล้ว เขาจึงตัดสินใจวิ่งออกมาทั้งอย่างงั้น

 

แม้จะดูเป็นแผนโง่ ๆ แต่เขาก็เลือกที่ทำ วิ่งผ่าพวกมันออกมาตรง ๆ

 

แซ็ก “ไอพวกสไลม์หน้าโง่ ! อย่ามาขวางข้านะเฟ้ยยยย !!”

 

ระยางจำนวนมากจากร่างกายของสไลม์พุ่งเข้ารัดแขนและขาของเขา

 

เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดทางผิวหนังที่โดนกรดของสไลม์แผดเผา แต่เขาก็ไม่หยุด เขายังคงพุ่งตัวต่อไป จนหนวดเมือกลื่น ๆ นั้นฉีกขาดออก

 

ข้าทำมันได้ ! ข้ารอดมาได้แล้ว !! --- ขณะที่เขาคิดแบบนั้น เขาก็เหวียงขวานลงไปยังสไลม์ตัวสุดท้ายที่ขวางหน้าของเขาอยู่

 

แล้วหลังจากนั้นเขาก็กระโดดข้ามท่อนไม้ที่ขวางอยู่ตรงหน้า แล้วสิ่งที่รอเขาอยู่ก็คือ

 

… ”อ้า….ช่วย ช่วยด้วย”

 

… “เร็ว ….ได้โปรด”

 

… “อะ อั๊ก---หายใจ...ไม่ออกแล้ว…”

 

พรรคพวกที่จัดตั้งชั่วคราวสามคนเมื่อกี้ที่ทิ้งเขาไปกำลังถูก--

 

*กรวมมม*

 

สไลม์ขนาดยักษ์จับกินอยู่

 

แซ็ก “ไสลม์ยักษ์….เป็นไปไม่ด้ายย ! เชี่ย เชี่ย เชี่ย แม่งมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย ?!”

 

ด้วยขนาดของมันที่ใหญ่โตกว่าปกติ และพลังที่สูงกว่าสไลม์ทั่วไป มันจึงถูกจัดให้เป็นมอนสเตอร์แรงค์ 3

 

ในแถบนี้มีแต่มอนสเตอร์แรงค์ 2 ปรากฏตัวเท่านั้น แต่การที่เขามาเจออะไรแบบนี้ พวกเขาคงจะโชคร้ายจริง ๆ เสียแล้วละ

 

อ้า...ข้าช่างโชคร้ายเสียจริง แซ็กคิดแบบนั้นขณะที่ดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

 

แซ็ก “...ฮี่ ฮี่ ฮี่ ฮะ ฮะ ฮะ… ข้ามัน...จบสิ้นแล้วละ…”

 

เขาไม่คิดที่จะหนีอีกแล้ว สไลม์ตรงหน้ายื่นสิ่งที่เหมือนกับแขนตรงมาหาเขา

 

เขาไม่มีทางสู้กับสไลม์ที่สามารถกินนักผจญภัยแรงค์ 2 ถึง 3 คนได้หรอก

 

… “ช่วย...ด้วย….”

 

เขามองดูร่างกายของทั้งสามค่อย ๆ ถูกย่อยหายไปต่อหน้า แซ็กคิดว่าต่อไปคงเป็นเขาเองที่ถูกทำแบบนั้น

 

ทว่าดูเหมือนว่ามันจะอิ่มแล้ว มันจึงไม่จับแซ็กเอาไว้

 

แต่มันปล่อยให้สไลม์ตัวจิ๋วจำนวนมากเข้ามารุมเขาแทน

 

แซ็ก “ข้า...ตาย ข้าตายแน่…”

 

เขาคิดขณะที่รู้สึกถึงหนวดจำนวนมากจับร่างของเขาเอาไว้ แซ็กยอมปล่อยให้พวกมันจับโดยที่ไม่คิดจะเหวียงขวานต่อต้านใด ๆ

 

แล้วตอนที่หนวดเหล่านั้นจับร่างของเขา ผิวที่คล้ำแดดของเขาก็เริ่มถูกหลอมละลาย

 

แซ็ก “ว้ากกกก ! หยุด ได้โปรด หยุดที !!!”

 

เขาร้องไห้ แซ็กพยายามดิ้นรนให้หลุดออกมาเท่าที่ทำได้

 

แซ้ก “หยุด ! ได้โปรดดดดดด !!”

 

ในขณะที่ดิ้นอยู่นั้น ขวานของเขาก็ฟันไปโดนแกนของสไลม์ได้บางตัวพอดี

 

แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่านี้ เพียงเขาคนเดียวก็ทำได้ดีที่สุดแค่ปราบลงไป 3 - 4 ตัวเท่านั้น

 

เขาไม่อาจหยุดคลื่นโจมตีของไลม์เหล่านั้นได้

 

แซ็ก “ว้ากกกกกกกกก---”

 

เขาดิ้นรนรุ่นแรงกว่าเดิม สไลม์ยักษ์ที่เห็นดังนั้นก้เข้าโอบล้อมพื้นที่เอาไว้เพื่อไม่ให้เขาหนีไปได้

 

แซ็ก “อ้า อ้า….”

 

พอเห็นว่าถูกสไลม์ยักษ์ปิดทางหนี เขาก็หมดกำลังใจที่จะสู้ต่อไปแล้ว

 

เขาทำได้แต่ร้องไห้ออกมาเท่านั้น

 

ในจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขากลัวที่จะตาย

 

แล้วในตอนนั้นเอง แสงสีขาวก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า

 

แซ็ก “...อ้า !?”

 

ขณะที่เขาคิดว่าแสงสว่างบาดตานั้นคืออะไร ความรู้สึกถึงละอองบางอย่างก้โปรยลงมาบนร่างของเขาราวกับฝน

 

แซ็ก “นี่มันอะไรกัน !?”

 

เขาสายหน้าไปมาเพื่อตรวจดูสถานะการณ์ทั้งหมดอีกครั้ง เขาลืมตาตื่นอีกครั้ง แล้วตรงหน้าของเขาก็ไม่มีเงาของสไลม์ยักษ์อีกต่อไป จะมีก็เพียงแต่สารเหลว ๆ สีเขียวนองอยู่บนพื้นขนาดประมาณ 2 เมตรเท่านั้น

 

และแกนของสไลม์ที่เป้นสีแดงนั้นก็แตกกระจายหล่นไปทั่วบริเวณแห่งนี้

 

เขาสงสัย สงสัยเป็นอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้น

 

… “อือออ --!”

 

แล้วในตอนนั้นก็มีแสงสว่างดวงหนึ่งที่เจิดจ้าอยู่บนฟ้า ค่อย ๆ จางหายไป

 

แซ็ก “ดะ เด็กคนนั้นคือใครกัน ?”

 

สิ่งนั้นคือแสงที่ส่องสว่างเป็นร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

 

แซ็ก “ไม่สิ...เธอคือ...หรือว่าเป็นแฟรี่ ?”

 

ผมสีบลอนด์ดวงตาสีเขียวมรกต และยังมีปีกสีรุ้งที่งดงามบนหลังของเธอ เธอคือแฟรี่แน่นอน

 

ลิลี่ “อือ-อื่อ!!”

 

แต่ทว่าคำถามของแซ็กกลับไม่ได้ถูกตอบ แฟรี่คนนี้ไม่ยอมตอมคำถามของเขา

 

เธอยิงบอลแสงจำนวนมากเข้าไปทางป่าตรงหน้าแทน

 

แซ็ก “เฮ้ย !?”

 

แล้วในเวลาต่อมาก็เกิดแสงสว่างขึ้นมาภายในป่าที่มืดมิดนั้น

 

ดวงตาของแซ็กไม่อาจทนรับแสงสว่างนั้นได้ เขาหลับตาลงพร้อมกับปิดหูของตนเองเนื่องจากเสียงระเบิดที่ดังก้องอย่างต่อเนื่อง

 

คลื่นความร้อนพุ่งเข้าปะทะใบหน้าของเขาเป็นระรอกอย่างต่อเนื่อง

 

แซ็ก “ฮิ ฮี่ฮี่---! นั่นมันอะไรก้านน มันบ้าอะไรก้านน ! มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาฟร้า !?”

 

ท่ามกลางคลื่นแห่งแสงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มนุษย์อย่างแซ็กก็ทำได้แค่ตะโกนออกมาเท่านั้น

 

แซ็ก “จะ จบแล้ว…. ?”

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหรก็ไม่รู้ ในที่สุดระเบิดแสงทั้งหมดก็สงบลง

 

เขาที่รู้สึกว่าภัยคุกคามทั้งหมดได้จบลงไปแล้ว เขาก้เงยหน้าขึ้นมาในที่สุด

 

แซ็ก “ฮะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ … ข้า...รอด รอดแล้ว…. ”

 

สิ่งที่เหลืออยู่ตรงหน้า ก็มีแต่เมือกของสไลม์ที่เกาะอยู่ตามลำต้นของต้นไม้เท่านั้น

 

กับเศษซากของวัตถุสีแดงจำนวนมากที่กองอยู่ภายในป่า

 

ตอนนี้กองทัพสไลม์ทั้งหมดกลายเป็นศพไปแล้ว

 

แซ็ก “ฮ่าฮ่าฮ่า...ข้ารอด ตรูรอดแล้วว้อยยยย !!”

 

ในวันนั้น แซ็กรู้สึกขอบคุณต่อเทพเจ้าสีดำของเขาอย่างสุดหัวใจ

 

………………………….

 

ในตอนนั้นมีเด็กสาวในชุดสีดำคนหนึ่งกำลังไล่เก็บของบางอย่างอยู่ภายในป่าเพียงคนเดียว

 

หากเธอไล่เก็บดอกไม้ ต่อให้เป็นชายที่หยาบคายอย่างแซ็กก็คงตกอยู่ในความหลงใหลที่มีต่อเธอได้ แต่สิ่งที่เด็กสาวคนนั้นกำลังเก็บอยู่กลับเป็นเศษสีแดงที่เป็นแกนของสไลม์แทน

 

แซ็ก “นี่ข้า...ทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย…”

 

โดยไม่รู้ตัว แซ็กก็ลงมือช่วยแฟรี่คนนั้นเก็บเศษซากสไลม์ไปด้วย

 

เขาไม่ได้รู้สึกขอบคุณต่อผู้ช่วยชีวิตที่เป็นแฟรี่คนนี้ แต่ต่อให้พวกเขาไม่ได้แนะนำตัวหรือพูดคุยอะไรกันออกมา เขาก็รู้สึกว่าการที่ได้ทำแบบนั้นมันช่วยเติมเต็มความกังวลใจบางอย่างภายในออกไปได้

 

แล้วอีกอย่าง พอเขาได้เริ่มลงมือทำ เขาก็รู้สึกว่าไม่สามารถหยุดมือตัวเองได้

 

แล้วพอรู้ตัวอีกที แกนสีแดงก็เต็มกระเป๋าของเขาแล้ว เขายื่นสิ่งนั้นให้กับแฟรี่ตัวน้อยตรงหน้า

 

ลิลี่ “คุณลุงค่ะ ขอบคุณค่ะ--”

 

เขาไม่รู้สึกว่ามันแย่เท่าไหรนักกับผลลัพฑ์ เพราะเขาได้เห็นรอยยิ้มที่ราวกับดอกทานตะวันอันสดใสของแฟรี่ผู้น่ารักคนนี้

 

แซ็ก “ไม่เป็นไร เธอเองก็ช่วยชั้นเอาไว้ ชั้น...ขอบคุณมาก”

 

เป็นเวลานานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้ การขอบคุณใครสักคนอย่างจริงใจเช่นนี้

 

ลิลี่ “ฮืม--?”

 

แฟรี่รับคำขอบคุณนั้น เธอทำสีหน้างุนงงราวกับนึกไม่ออกว่าคุณลุงตรงหน้ากำลังขอบคุณเรื่องอะไรอยู่

 

แต่แซ็กก็ไม่คิดว่าเด็กสาวคนนี้จะเข้าใจ แล้วเขาก็ไม่สนใจด้วย เขาคิดว่าเป็นแบบนี้แหละดีแล้ว

 

ลิลี่ “คุณลุง บ้ายบายน้า”

 

แล้วแฟรี่คนนั้นก็เปิดเวทมิติเพื่อเก็บกระเป๋าทั้งสองใบลงไป

 

เพื่อให้ได้จำนวนที่มากกว่านี้ เธอจึงมุ่งหน้าเข้าไปยังส่วนลึกของป่าอีก ในส่วนที่ถูกระบุว่าเป็นดันเจียนแห่งนั้น

 

แซ็กรู้สึกตกตะลึงในสิ่งที่เห็น เหตุการณ์นี้ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเห็นภาพหลอนอยู่

 

แต่ซากของสไลม์ที่กระจายไปทั่วก็เป็นของจริง ทำให้เขารับรู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดเขาไม่ได้ฝันไปแน่นอน

 

แซ็ก “แฟรี่นี่สุดยอกไปเลยนะเนี่ย….”

 

เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้ก็คือแฟรี่นั้นสุดยอดมาก แล้วแซ็กก้ได้เข้าใจถึงความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้ในที่สุด




NEKOPOST.NET