[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 173 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.173 - ตอนที่ 173 ภัยอันตรายของกองทัพปุกปุย !! หมีกระต่าย ปันปัน !!


หลังจากถูกเขย่าหัวมาตลอดทางด้วยรถม้ามังกร ในสุดชั้นก็มาถึงหมู่บ้านหมู่บ้าน [ดาเคีย(ダキア)] ที่อยู่ทางทิศเหนือสุดของประเทศสปาด้าแห่งนี้

 

มันเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดแนวเทือกเขากาลาฮอลทางทิศพอดี

 

ส่วนรถม้ามังกรที่พูดถึง ก็ตามชื่อมันเลย มันเป็นรถลากที่ใช้มังกรที่มีรูปร่างเหมือนม้าในการลากเลื่อนนั่นแทนม้าตามปกตินั่นแหละ

 

ต่อให้เป็นมังกร แต่ความเร็วก็ไม่ได้ต่างไปจากม้าเท่าไหรนัก และเวลาวิ่งเองก็ใช้ขาทั้งสองของมันในการถีบตัวกับถนนเพื่อพารถเลื่อนวิ่งออกไป ไม่ใช้ใช้วิธีการบินอย่างที่คิดกัน

 

เพราะมันมีแรงมากกว่าม้า แถมร่างกายของมันก็ใหญ่โตราวกับเป็นช้าง ที่ประเทศนี้มังกรจึงถูกใช้เป็นสัตว์ในการลากรถขนาดใหญ่แทนม้าไป

 

อีกเรื่อง วิธีใช้งานรถลากพวกนี้มันมีระบบเหมือนกับรถเมล์ประจำทางเลยละ

 

โครโน่ “เอาละ ได้เวลารีบทำงานแล้ว”

 

ชั้นลงตรงจุดที่ดูเหมือนกับป้ายรถเมล์ แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังภูเขากาลาฮอล

 

ตอนนี้ก็เข้าสู่ช่วงเวลาบ่ายแล้ว กว่าจะทำอะไรเสร็จทุกอย่างและออกจากภูเขา ก็คงมืดค่ำพอดี

 

ปกติคงไม่ดีเท่าไหรนักที่จะมุ่งหน้าไปที่ภูเขาในเวลาแบบนี้ แต่คงต้องขอบคุณร่างกายที่ถูกดัดแปลงมาอย่างไร้สาระนี้ เลยทำให้ชั้นสามารถเดินลุยต่อเนื่องได้อย่างไม่เหน็ดไม่เหนือยใด ๆ

 

คงจะกินเวลา 3 วันในการทำภารกิจอยู่บนเขา ชั้นไม่อยากจะเสียเวลาไปครึ่งวันไปกับการนอนเพื่อรอวันพรุ่งนี้เช้าหรอกนะ

 

ถ้าหากชั้นจัดการสิ่งที่เรียกว่า [ปันปัน] กับ [กอบลิ้น] ได้ครบ 5 ตัว ชั้นก็จะร่นเวลาที่อยู่ในภูเขาลงได้แล้ว

 

…………………………………...

 

เวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง

 

ที่ปลายเท้าของชั้น มีร่างของกิ้งก่าผิวสีน้ำเงินที่มีหัวถูกตัดขาดกระจุยออกมาจากร่างให้เห็นนอนกองอยู่

 

ร่างของมันใหญ่โตพอ ๆ กับจระเข้ยักษ์ แถมยังมีกรงเล็บยาวน่ากลัวด้วย

 

เจ้านี่มีชื่อเรียกว่า [มินะโต๊ะคะเกะ (ミナトカゲ)] มันเป็นมอนสเตอร์แรงค์ 1 มันมักอาศัยตามแหล่งน้ำ และเมื่อพิจารณาจากรูปร่างของมัน มันก็ดูน่าจะใช้เวทมนต์ธาตุได้ด้วย

 

ปกติแล้วน้ำไม่สามารถสร้างความเสียหายอันใดให้แก่คุณได้ ต่อให้ถูกราดเข้าใส่ นอกจากน้ำนั้นถูกอัดแน่นไปด้วยแรงดันมหาศาล จนเปรียบได้ดั่งเลเซอร์น้ำที่พร้อมจะตัดได้ทุกสิ่ง

 

แต่ด้วยแรงค์ของมันที่ถูกจัดอันดับเอาไว้ แรงพ่นน้ำของมันเลยทำไม่ได้แม้แต่จะทะลวงเหล็กกล้า

 

สิ่งที่มันพอจะทำได้ ก็แค่ผสมพิษลงไปในน้ำแล้วพ่นออกมาจากปากเท่านั้น

 

มันไม่มีพลังอะไรเลยถ้าหากไม่ไปสัมผัสมันก่อน แต่ที่ควรระวังก็คือ อาวุธอาจจะเสียหายจากพิษของมันได้

 

แต่ด้วยความที่มันเป็นสารเจือปนที่ไม่รุนแรง มันก็ทำพังได้แค่กับอาวุธระดับล่างเท่านั้นแหละ

 

พวกนักผจญภัยหน้าใหม่จึงมักจะกรีดร้องกัน เพราะต้องหาซื้ออาวุธใหม่ที่ถูกมันทำพังไปนั่นเอง

 

ทั้งหมดนี้มีอธิบายอยู่ในเอกสารมอนสเตอร์จากกิลเล่มนั้น

 

โครโน่ “ต่อให้ถูกพิษไปเยอะขนาดนี้ พร้าต้องสาปก็ยังไม่เป็นไรแฮะ”

 

ของเหลวมีพิษนั้นมันเกาะติดอยู่ตามมือของชั้นเพราะพึ่งไปผ่าหัวของมันออกมา

 

ก่อนที่มันจะได้พ่นพิษออกมา มันก็หัวขาดกระจุยไปด้วยพร้าต้องสาปของชั้นไปแล้ว

 

แต่เพื่อทดสอบพลังพิษของมัน ชั้นเลยทดลองเอาไปเปื้อนดู

 

ชั้นอยากรู้ว่าอาวุธระดับสูงจะมีสภาพเป้นเช่นไรหากต้องต่อกรกับพิษ แล้วชั้นก็พบว่าพร้าต้องคำสาปของชั้นสามารถทนได้สบาย

 

หรือว่าบางทีอาจเป็นเพราะคมดาบของมันคืนสภาพได้จากการดื่มเลือดของศัตรูก็ไม่รุ้ บางทีสำหรับดาบเล่มนี้ คงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงละมั้ง

 

ขนาดรูที่ยัยอัครสาวกที่ 8 ไอซ์เปิดเอาไว้ มันยังคืนกลับสภาพมาเป็นปกติได้เลย

 

โครโน่ “เอาเถอะ แยกส่วน แยกส่วน”

 

เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าปราบมินะโต๊ะคะเกะได้ ชั้นจึงต้องตัดส่วนที่เหมือนกับคริสตั้นขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนหลังของมันออกมา

 

เกล็ดกับเครื่องในและชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่เปรอะเปื้อนพิษไปแล้ว ยังคงสามารถเอาไปขายทำเงินได้ แต่ด้วยสถานะของชั้นในตอนนี้ คงจะหาสถานที่เอาลงไปขายได้ยากอยู่

 

มันเป็นความแตกต่างทางชนชั้นและประสบการณ์ของนักผจญภัยที่ชั้นมีตอนนี้ อืม...ชั้นสงเสียงครางออกมาเบา ๆ ขณะที่คิดหนทางกับเลาะคริสตั้นที่เหมือนกับเขาบนตัวของมันออกมา

 

แถมเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้ก็ยังไม่ใช่เป้าหมายของภารกิจปราบปรามครั้งนี้ด้วย

 

ชั้นคิดถึงปันปันกับกอบลิ้นว่าจะไปตามหาจากที่ไหนดี

 

โครโน่ “หรือว่าอาจจะไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้นก็เป็นได้”

 

ชั้นมองไปที่ซากของกิ้งก่ายักษ์ตรงหน้า เลือดของมันกำลังส่งกลิ่นโชยออกไปทั่วบริเวณนี้

 

แล้วในตอนนั้น ชั้นก็ได้ยินเสียงคำรามและเสียงอะไรบางสิ่งที่หนักกำลังเดินเข้ามาหา

 

ชั้นบอกได้เลยว่ามันมีจำนวนมาก และกำลังเข้าล้อมบริเวณนี้เอาไว้

 

มันไม่คิดจะเปิดช่องทางหนีให้ชั้น พวกมันมาหาชั้น งั้นชั้นก็ต้องต้อนรับมันหน่อยแล้วละ

 

มือขวาของชั้นถือพร้าต้องคำสาป [ฮาราซะ] ไปพร้อมกับสะสมกระสุนปีศาจเอาไว้

 

โครโน่ “มาเลย ชั้นจะเล่นกับพวกแกเอง”

 

แล้วพวกมันก็คำรามตอบชั้นกลับมาดังก้อง

 

“กร๊อกกก----กก !!”

 

ร่างเงาสีดำขนาดใหญ่กระโดดออกมาจากอีกฝั่งของแม่น้ำ

 

โครโน่ “นี่นะหรือคือปันปัน….”

 

รูปร่างของมัน ชั้นเข้าใจแล้วว่าทำไมมันถึงถูกเรียกว่า [หมีกระต่าย]

 

มันมีผมสีน้ำตาลบนหัว แต่มีขนฟู ๆ สีขาวดูนุ่มนิ่มขึ้นอยู่ตรงหน้าท้อง แขน และขา ด้วยสีขนโดยรวมของมัน ทำให้ชั้นนึกไปถึงหมีดำของทวีปเอเชียที่มักพบเห็นได้บ่อย ๆ

 

ดวงตาของมันมีสีแดงโต และหูของมันก็เป็นหูกระต่ายน่ารัก

 

ด้วยรูปร่างที่ผสมกลมกลืนของกระต่ายและหมีแบบนั้น มันคือปันปันไม่ผิดแน่

 

แต่ทว่าสิ่งที่ชั้นเริ่มรู้สึกเป้นห่วงตอนนี้ก็คือ

 

โครโน่ “อืม...ยังกับพวกชุดคอสเพลเลยแฮะ ถ้าหากข้างในเป็นคนส่วมชุดอยู่ จะทำยังไงดีนะ”

 

พวกมันมีอยู่ 4 ตัว หัวของมันใหญ่โตเกินตัวมาก แถมผิมสีน้ำตาลที่ว่ามันก็เหมือนกับพวกตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบรเลย

 

แล้วพวกมันก็ยังยืนสองขาอีก แขนทั้งสองของมันเบ่งกล้ามแล้วตีไปมาเพื่อแสดงถึงพลังที่มี แต่ว่ามันดุเหมือนกับกำลังตีกล่องมากกว่านะแบบนั้น

 

ด้วยรูปร่างแบบนี้ มันก็เหมือนกับพวกตุ๊กตามาสคอสตามสวนสนุกนั่นแหละ แถมยังมีชื่อว่าปันปันอีก เลยทำให้รู้สึกยังกับว่ามันหลุดมาจากการ์ตูนคอมมิคสักเรื่อง ไม่น่ากลัวเลยสักนิดเดียว

 

“กร๊อกกกกกก---!”

 

แต่แล้วมันก็เนรคุณความคาดหวังของชั้นที่ว่ามันดูบ้องแบ้วน่ารัก พวกมันพยายามที่จะขู่ชั้นราวกับว่าไปปลุกการจำศีลของมันขึ้นมา

 

ทุกครั้งที่มันคำราม ปันปันจำนวนมากก็เพิ่มขึ้นมาจากอีกฝั่งของแม่น้ำ

 

2, 3, 4 เออ นี่พวกมันมีชุดคอสเพลเยอะขนาดนี้เลยงั้นหรือ ?

 

และตัวสุดท้ายก็โผลออกมา มันมีขนาดสูงกว่า 3 เมตรและมีหัว ปันปัน ใหญ่กว่าชาวบ้านเขา

 

ดวงตาของมันมีรอยแผลเป็น ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันต้องเป็นตัวจ่าฝูงของพวกมัน

 

“กร๊อกกก !”

 

บอสของปันคำรามออกมา ปันตัวอื่น ๆ ที่อยู่โดยรอบก็พุ่งเข้าหาชั้นทันที

 

โครโน่ “กระสุนปีศาจ”

 

ชั้นยิงกระสุนออกไปโดยไม่ลังเล

 

เพราะไม่มีคฑาเวท พลังของัมนจึงมีค่าเทียบเท่ากับเวทมนต์ขั้นต้นที่อยู่ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ก็น่าจะเพียงพอกับมอนสเตอร์แรงคื 1 แล้วละ

 

ปันปันที่บุกเข้ามาหาชั้นถูกพายุกระสุนสีดำกลืนกินลงไป

 

แต่ต้องขอบคุณขนปุกปุยของมัน เลยทำให้มันมีพลังป้องกันสูงกว่าพวกกอบลิ้น แต่ก็เท่านั้น

 

มันไม่เพียงพอจะหยุดกระสุนปีศาจของชั้นได้

 

“กอ---!”

 

ปันปันที่พุ่งเข้าหา ถูกกระสุนเปาหัวขาดกระจุยออกไปอย่างรุนแรง

 

มี 3 ตัวตายทันที ส่วนอีก 4 ตัวบาดเจ็บหนัก

 

ยังมีอีก 6 ตัวยืนรอดูท่าทีอยู่รอบ ๆ  

 

บอสปันส่งเสียงออกมา จากนั้นตัวที่บาดเจ็บทั้ง 4 ก็เดินถอยกลับไป

 

ในขณะเดียวกัน เจ้าตัวหัวหน้าก็หยิบก้อนหินขึ้นมาจากอีกฝั่งของแม่น้ำ ไม่สิ หินขนาดใหญ่แบบนั้นะใช้เป้นเป็นกระสุนของเครื่องยิงหินได้เลยนะนั่น

 

โครโน่ “แกจะขว้างเจ้านั่นมางั้นเรอะ ?”

 

มันเขวี้ยงหินก้อนยักษ์ข้ามแม่น้ำเป็นเส้นตรงอย่างสวยงามมาด้วยความเร็วระดับ 200 kmph

 

ชั้นหลบการโจมตีนั้นโดยการกระโดดข้ามไปอีกฝั่งของแม่น้ำ

 

ตรงจุดที่ชั้นเคยยืนอยู่เกิดเสียงระเบิดขึ้นจากหินก้อนยักษ์ที่ตกลงไป ในขณะเดียวกัน ชั้นก็เห็นร่างของกิ้งก่ายักษ์ที่ชั้นฆ่าไปเมื่อกี้ถูกปันปันสองตัวแบกหนีออกไป

 

ประสานงานกันได้ดีราวกับเป็นครอบครัวเดียวกันเลยแฮะ

 

“กรู้วววววว ---!!”

 

บอสปันคำรามอีกครั้ง คราวนี้พวกมันทั้งหมดราว 10 กว่าตัวเริ่มหันหลังวิ่งหนีไป

 

โครโน่ “ขอโทษด้วยนะ แต่ชั้นยังต้องการชีวิตของพวกแกอีก 2 ตัวนะ”

 

ชั้นปล่อยพวกมันไปไม่ได้ เพราะชั้นพึ่งจะจัดการไปเพียงแค่ 3 ตัวเท่านั้น

 

ชั้นต้องการอีก 2 ตัวเพื่อที่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ

 

ขณะที่รู้สึกผิดอย่างที่ไม่เคยเกิดกับพวกครูเสดเดอร์ ชั้นก็ใช้ทักษะดาบปีศาจพุ่งตามล่าพวกปันปันที่หนีเข้าป่าไป

 

………………………………..

 

พอรู้ตัวอีกทีก็มืดค่ำแล้ว

 

ชั้นโยนร่างของปันปันทั้งหมด 5 ตัวลงไปในพื้นที่เงาของตัวเอง

 

เนื้อกับขนของปันปันนั้นเป้นที่ต้องการของตลาด ราคาของมันจึงมีมูลค่าพอสมควร

 

ส่วนหลักฐานการปราบมันนั้น ใช้ส่วนที่เป็นหูกระต่ายของมันก็พอ

 

โครโน่ “แต่ก็เป็นศัตรูที่น่ากลัวกว่ากอบลิ้นอยู่เหมือนกันนะเนี่ย”

 

ชั้นคิดถึงวันที่ตัวเองได้พบกับลิลี่ วันนั้นพวกเราไปล่ากอบลิ้นที่ฆ่าให้ตายเท่าไหร ก็ไม่หมดไม่สิ้น แถมยังวิ่งออกมาโง่ ๆ ให้ฆ่าอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

แต่กับบอสปัน มันเรียนรู้ได้ทันทีจากการโจมตีแรกว่าสู้ไม่ได้ มันก็สั่งให้พรรคพวกหนีทันที

 

แถมยังขโมยกิ้งก่ายักษ์ของชั้นไปได้อีกด้วย

 

ช่วยไม่ได้แฮะ แต่ว่าพวกมันก็ฉลาดกว่าพวกกอบลิ้นจริง ๆ แม้ว่าจะมีรูปร่างหน้าตางี่เง่าก็ตาม

 

ถ้าหากพวกมันฉลาดพอใช้ไอเท็มหรืออาวุธได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคงมีความยากระดับแรงค์ 2 แน่

 

โครโน่ “มีมอนสเตอร์หลากหลายประเภทเลยแฮะ อืม”

 

ขณะที่ชั้นจมอยู่ในความคิดอีกครั้ง ชั้นก็ก้าวเดินต่อไปในความมืดและเงียบสงัดของถนนภูเขากาลาฮอลเพื่อตามหากอบลิ้นที่เป็นเป้าหมายต่อไป




NEKOPOST.NET