[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 169 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.169 - ตอนที่ 169 โมเดิร์นเวพอนคอมพานี (1)


พวกเราเดินเข้าไปในร้านขายอาวุธแห่งหนึ่ง มันมีชื่อว่า [โมเดิร์นเวพอนคอมพานี-สาขาศูนย์การศึกษาหลวง (モルドレット武器商会・学園地区支店)]

 

สาเหตุที่เดินเข้าร้านนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ตัวร้านใหญ่มันใหญ่โตโดดเด่นเป็นสง่ากว่าร้านค้าอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ในละแวกนี้เท่านั้นเอง

 

ถ้าอยากจะได้อาวุธที่ดี ชั้นก็ต้องไปหาในเขตเมืองชั้นใน แต่ในตอนนี้คงทำแบบนั้นไม่ได้

 

ดังนั้นความหวังตอนนี้เลยมีแค่การหาดาบธรรมดามาเสริมพลังด้วยพลังเวทมนต์ของตนเองใช้งานแก้ขัดไปก่อน พอคิดได้ดังนี้แล้วชั้นก็เดินผ่านประตูไม้บานใหญ่เข้าไปข้างใน

 

ถายในร้านเต็มไปด้วยผู้คน มีตั้งแต่ชายบ้ากล้ามที่กำลังดูค้อนสงคราม ไปจนถึงกอบลิ้นที่กำลังดูมีดเล่มเล็ก หรือแม้แต่เอลฟ์ที่กำลังลำบากในการเลือกคฑาเวทมนต์ของตนอยู่

 

ชั้นมองเข้าไปในส่วนลึกของร้าน ที่ตรงนั้นมีโกเล็มหุ่นดีคนหนึ่งกำลังเหวียงดาบยักษ์อย่างเมามัน จนทำให้พนักงานต้องรีบเข้าไปหยุดเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะพังร้านลงไป

 

สรุปคือมันหนวกหูและวุ่นวายมากเลยละ แต่ก็เหมาะสมกับร้านที่นักผจญภัยมารวมตัวกันแล้วละนะ

 

ตอนนี้ชั้นต้องหาอาวุธมาแทน [แบล็ค บาลิสต้า・ เรพลิก้า] และดาบยาวด้วยงบที่มีอยู่นี้ก่อน

 

ตอนนี้ลิลี่กับฟิโอน่าแยกตัวไปดูไอเท็มเวทมนต์กับเครื่องประดับ คงจะดีนะถ้าพวกเธอหาของดี ๆ ให้กับตัวเองได้

 

โครโน่ “จะว่าไป ชั้นเองก็ยังไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นของดีหรือไม่ดีละนะ…”

 

หลังจากพึมพำแบบนั้น ชั้นก็เลยตรงไปที่หน้าเคาเตอร์ทันทีโดยไม่สนใจคฑาเวทกับดาบที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นวางทั้งสางข้าง

 

มุ่งหน้าไปถามคนขายเลยน่าจะดีกว่านะ

 

พนักงาน “ยินดีตอนรับ ! วันนี้คุณลูกค้ามามองหาสิ่งใดหรือครับ ?”

 

เป็นคนธรรมดา แถมยังดูเป็นมิตรและเป็นงานเป็นการกว่าคุณป้าเมื่อกี้

 

บนชุดพนักงานของเขา มีโลโกของบริษัทที่เป็นรูปหัวกะโหลกติดประทับเอาไว้อยู่

 

ไม่ว่าพวกเขาจะขายอาวุธที่อันตรายแค่ไหนก็ตามแต่ ทว่าโลโกแบบนั้นมันดูไม่ประหลาดเกินไปหน่อยหรือไง ?

 

แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาของชั้น ชั้นเลยรีบถามหาสิ่งที่ชั้นต้องการตอนนี้ออกไป

 

โครโน่ “คุณพอจะมีคฑาเวทที่เหมาสมกับเวทมนต์ดำหรือเปล่าครับ ?”

 

พนักงาน “อืม คุณลูกค้าใช้เวทมนต์ที่หายากน่าดูเลยนะครับ ต้องขอโทษด้วยครับ แต่ที่สาขาย่อยแห่งนี้มีเฉพาะอาวุธทั่วไปเท่านั้น สำหรับกรณีนี้ต้องสั่งทำพิเศษที่สาขาหลักเอาครับ แต่ด้วยระดับแรงค์ที่คุณมีตอนนี้ ผมคงต้องขอเสียมารยาทบอกว่าเป็นการยากที่จะสั่งได้ครับ”

 

ก็ถูกอย่างที่เขาพูด งั้นก็ช่วยไม่ได้แฮะ

 

ถึงฟิโอน่าจะมีความรู้มากกว่าชั้น แต่ด้วยความที่เธอไม่ได้ใช้เวทมนต์ดำ ทำให้เธอไม่สามรถช่วยอะไรชั้นตอนนี้ได้

 

คงต้องกลับไปใช้เวทมนต์ดำโดยไม่พึ่งไม้คฑาเหมือนสมัยก่อนแล้วละ บางที ชั้นควรจะต้องสามารถล้มมอนสเตอร์ระดับซาลามันเด้อให้ได้โดยไม่ต้องพึ่งของอย่างนั้นด้วย

 

โครโน่ “ถ้าอย่างงั้นก็เอาเป็นดาบยาว 10 เล่มแทนละกันครับ สามารถหาในวงงบไม่เกิน 100,000 คลันได้หรือเปล่าครับ ?”

 

ชั้นแจ้งงบประมาณที่ตัวเองมีออกไปให้เขารู้ แต่กลายเป็นว่าสิ่งนี้ กลับทำให้พนักงานร้านจ้องมองชั้นกลับมาด้วยแววตาที่ราวกับกำลังเวทนาบางอย่างอยู่แทน

 

พนักงาน “คุณลูกค้าครับ ถึงจะไม่ใช่ธุระของผม แต่ผมขอเรียนอนุญาตให้คำแนะนำว่าคุณควรจะเริ่มเช่นเดียวกับ [โกเฟอร์] คนอื่น ๆ นะครับ”

 

เอ้ ? อะไรนะ ? โกเฟอร์ ? มันคือเชี่ยอะไร ?

 

พนักงาน “มันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้วครับที่นักเรียนจอมเวทปีแรกแบบคุณถูกจอมเวทที่เก่ง ๆ กดดันมา แล้วกลายเป็น [โกเฟอร์] ของเขาไป จนทำให้อยากเปลี่ยนแนวทางของตัวเอง ผมก็พอเข้าใจความรู้สึกอยู่นะครับ ที่คุณถูกกดดันและโดนดูถูก---”

 

อ้า ชั้นเข้าใจแล้ว ชั้นถูกเข้าใจผิดอีกแล้วสินะ

 

ตอนแรกก็ลูกขุนนาง มาตอนนี้ชั้นกลายเป็นนักเรียนจอมเวทปีหนึ่งที่น่าสงสารไปเสียแล้วหรือเนี่ย

(*จากผู้แปล : โกเฟอร์ในที่นี้คือ “Gofer” ที่แปลว่าลูกจ้างที่คอยทำงานให้คนอื่นในสำนักงาน สรุปคือพนักงานเขาเข้าใจผิดว่าโครโน่มันโดนดูถูกแดกดันมาในฐานะจอมเวท สุดท้ายอยากจะเปลี่ยนแนวทางของตัวเองแบบนั้น)

 

การที่ชั้นซื้อชุดคลุมมาใส่เอาไว้ก่อนแบบนี้ หรือว่าจะเป้นการตัดสินใจที่ผิดพลาดกันนะ ?

 

โครโน่ “เออ คือพอจะใช้ดาบเป็นอยู่เหมือนกันครับ”

 

ชั้นไม่คิดที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดของเขา อีกอย่าง เขาคงไม่เชื่อคำพูดของชั้นด้วย

 

มันก็แน่ละ จะมีจอมเวทสักกี่คนที่มาถามหาดาบตั้งสิบเล่มแบบนี้

 

พนักงาน “ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่ด้วยงบของคุณลูกค้าแล้ว คงจะได้แต่ของระดับต่ำเท่านั้น ไม่ทราบว่าเลือกดาบชั้นดี 1 เล่มด้วยงบ 100,000 คลัน จะไม่ดีกว่าหรือครับ ?”

 

ชั้นคิดว่าไม่เป็นไร ด้วยการเสริมพลังเวทของชั้น ชั้นคิดว่าดาบระดับต่ำก็น่าจะเพียงพอต่อการต่อกรมอนสเตอร์ระดับต่ำแล้ว

 

อีกอย่างชั้นยังมีพร้าต้องสาป---

 

โครโน่ “อ๊ะ !”

 

ชั้นลืมไปเลย

 

ชั้นลืมไปเลยว่าตัวเองใช้พวกอาวุธต้องคำสาปได้ แถมปกติแล้ว อาวุธต้องคำสาปมักจะมีราคาถูกด้วย

 

ชั้นสามารถหาอาวุธชั้นดีได้จากงบเพียง 100,000 คลัน แน่นอน

 

โครโน่ “ขอโทษด้วยครับ ไม่ทราบว่ามีอาวุธต้องคำสาปอยู่หรือเปล่าครับ ?”

 

ชั้นพยายามที่จะถามหาอาวุธต้องคำสาป แต่ทว่า

 

พนักงาน “อาวุธต้องคำสาปอย่างงั้นหรือครับ ?”

 

คราวนี้เขามองชั้นด้วยดวงตาที่รู้สึกเวทนาลงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 

พนักงาน “ผมเข้าใจดีที่คุณรู้สึกผิดหวังกับชีวิตของตัวเอง ผมขออนุญาตเตือนด้วยความหวังดี แต่คุณไม่ควรจะมาจบชีวิตตัวเองอย่างนั้นนะครับ”

 

กลายเป็นฝ่ายชั้นที่ถูกตัดเตือนแทนซะงั้น

 

ก็ได้ ! ชั้นยอมแล้ว ! ไม่เคยคิดว่าก่อนเลยว่าไอสถานะแรงค์ต่ำแบบนี้มันจะสร้างปัญหาให้กับตัวชั้นเองได้มากถึงนี้ !....

 

ในตอนที่ชั้นกำลังคิดหาทางแถเพื่อให้เขายอมหยิบอาวุธต้องคำสาปออกมาให้ชั้นดูตอนนั้นเอง

 

… “โอ้ยยย ลุง ! ข้ามาแล้ว”

 

ก็มีเสียงของชายอีกคนหนึ่งดังขึ้น

 

พนักงาน “อ้า ท่านจอร์จ (ジョート) นี่เอง ยินดีต้อนรับครับ !”

 

พนักงานตรงหน้าทำเป็นลืมชั้นไปทันที แล้วหันไปต้อนรับคนที่ถูกเรียกว่าจอน์จด้วยความสุภาพเกินกว่าที่ควร

 

ชายที่ชื่อว่าจอร์เป็นเผ่ามนุษย์แมวและดูท่าทางจะเป็นนักดาบเหมือนกับนีโน่คนนั้น

 

แต่ชายคนนี้แตกต่างไปจากนีโน่ที่เขาดูมีความเป็นคนเมืองมากกว่า และยังดูเป็นคนที่มีความมั่นใจตัวเองสูงอีกด้วย

 

เขาจ้องมองมาที่พนักงานราวกับมองคนที่มีฐานะต่ำกว่าตัวเอง

 

ที่คอของเขา แผ่นเหล็กสีเงินกำลังส่องประกาย เขาคงเป็นนักผจญภัยแรงค์ 3 สินะ

 

พอมารู้ว่าคนที่มีแรงค์สูงกว่าได้รับการปฏิบัติดีกว่าแบบนี้ต่อหน้าแล้ว ชั้นก็รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหรนัก

 

พนักงาน “เดียวกรุณารอสักครู่นะครับ เดียวกระผมจะไปหยิบออกมาให้ครับ”

 

คุณลุงคนนั้นรีบวิ่งไปที่หลังร้านอย่างรวดเร็ว คงจะไปหยิบดาบที่เขาสั่งเอาไว้ออกมาให้ละมั้ง ?

 

ในระหว่างที่ชั้นยืนอยู่อย่างเงียบ ๆ ตอนนั้น มนุษย์แมวก็บิดแขนของตัวเองไปมาแล้วหันมาจ้องทางชั้นทีหนึ่งระหว่างที่ยืนรอดาบของเขาเอง

 

จอร์จ “....หึ”

 

เขาพ่นลมหายใจออกมาก่อนที่จะเบนหน้าหันไปทางอื่นแทน

 

เออ ถึงจะมีแรงค์สูงกว่า แต่การที่ดูถูกคนอื่นขนาดนี้เนี่ย ชั้นว่ามันแย่มากเลยละ ขนาดนีโน่ที่ตอนเจอชั้นครั้งแรก ถึงเขาจะเปิดฉากด้วยการทะเลาะกับชั้น แต่เขายังดีกว่าและซื่อสัตย์กับตัวเองกว่าแกเยอะเลยละ

 

แต่ด้วยการที่ภาพของเขาไปทับซ้อนกับนีโน่ อดีตเพื่อนของชั้น ชั้นก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่เอาคนแบบนี้ไปทับซ้อนกับนีโน่ได้

 

แต่ชั้นก็ไม่ได้มีจุดเดือดต่ำถึงขนาดที่จะโมโหกับเรื่องแค่นี้ได้ อีกอย่าง ชั้นเองก็คงไม่มีโอกาศได้พบกับเพื่อนคนที่ว่าอีกต่อไปแล้วด้วย

 

ในตอนนั้น ลุงพนักงานร้านก็เดินกลับมาพร้อมกับดาบขนาดใหญ่ที่ถูกห่อเอาไว้ด้วยผ้าอย่างมิดชิด

 

พนักงาน “นี่ครับ ขอเรียนเชิญท่านได้รับชมครับ”

 

พนักงานคนนั้นยื่นดาบไปให้กับจอร์จ

 

เขารับดาบเอาไว้แล้วแกะห่อผ้าออกมาดู

 

จอร์จ “โอ้ นี่มัน----”

 

ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ตัวดาบด้วยความสนใจ

 

แต่ชั้นนี่แหละที่สนใจและแปลกใจยิ่งกว่าตัวเขาเสียอีก นั่นก็เพราะดาบเล่มนั้นมันคือ---

 

พนักงาน “ใช่แล้วครับ มันเพิ่มถูกส่งมาเมื่อวานนี้เองครับท่าน [ดาบคมเขี้ยวแห่งการกลืนกิน (牙剣-悪食)] เล่มนี้”

 

ดาบเล่มขนาดมหึมาที่มีรูปร่างเหมือนกับเอาเขี้ยวของอสูรร้ายมาทำเป็นตัวใบดาบได้ปรากฏสู่สายตาของชั้น แถมตัวใบดาบเล่มนั้นยังเต็มไปด้วยรอยแผลจำนวนมาก และดูท่าจะมีอายุใช้งานพอสมควร ไม่ผิดแน่ มันคือดาบเล่มโปรดของแวลคันคนนั้น

 

จอร์จ “ของแท้นี่ ?”

 

พนักงาน “ตาแหลมจริง ๆ นะครับ ถูกต้องแล้วครับ พวกเราพึ่งประเมินมันเสร็จเมื่อวานนี้สด ๆ ร้อน ๆ เลยครับ หรือถ้าหากต้องการใบรับรองอย่างเป้นทางการ ทางเราก็ยินดีที่เตรียมออกให้เดียวนี้เลยครับ”

 

จอร์จยิ้มออกมาอย่างดีใจ

 

พนักงาน “มันเป็นดาบคมเขี้ยวไม่ผิดแน่ครับ ถึงจะเป็นของมือสองแต่มันก็เป็นของดีที่ควรจะอยู่ในสาขาใหญ่ครับ แต่เนื่องจากผมเห็นว่ามันเหมาะสมที่จะมาอยู่ในมือผู้ใช่งานดี ๆ ผมเลยนำดึงมันมาที่สาขานี้เพื่อคุณโดยเฉพาะเลยครับ”

 

จอร์จ “เยี่ยม ! คราวนี้แหละ ข้าจะได้ก้าวไปสู่แรงค์ 4 ได้เสียที ด้วยดาบเล่มนี้ ข้าต้องทำได้แน่”

 

ด้วยทักษะการค้าของลุงคนนี้ ดูท่าจอร์จจะติดเบ็ดของเขาไปเสียแล้ว

 

จอร์จ “มันมีความสามารถพิเศษคือ [กลืนกินพลังเวท] ครับ ถึงจะไม่มีการเสริมพลังเวทอย่างสายฟ้า ทำให้แข็งขึ้น คมขึ้น อะไรแบบนั้น แต่ด้วยวัตถุดิบพิเศษของมันเอง ก็นับว่าเป็นของชั้นยอดแล้วละครับ ! ต่อให้มันไม่ได้ถูกเสริมพลังเวทมนต์ลงไป แค่ตัวดาบของมันก็มีความแข็งแกร่งกับความคมมากพอแล้วละครับ นอกจากนี้ หากมันได้ดูดกลืนพลังเวทลงไป มันก็จะสามารถฟื้นฟูความเสียหายได้เองด้วยครับ ทำให้มันไม่เคยสูญเสียความคมเลย มันคือดาบที่สร้างจากวัตถุดิบของมอนสเตอร์แรงค์ 5 [อสูรแห่งความกระหาย เคออส-อีดเตอร์ (カオスイーター)] ผมขอรับรองคุณภาพว่ามันไม่แพ้ดาบเวทมนต์เล่มไหน ๆ เลยละครับ”

 

จอร์จ “เออ ข้าว่ามันเบาและเหมาะมือกับข้ามาก นำหนักเองก็กำลังดีเยี่ยม ถึงมันจะใหญ่โตจนเป็นปัญหาสำหรับข้าไปบ้าง แต่ข้าคิดว่าใช้งานมันได้แน่ !!”

 

พนักงาน “อย่างท่านจอร์จทำได้อยู่แล้วละครับ !”

 

ลุงพนักงานเห็นด้วยกับเขา

 

จอร์จ “แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าของก่อนหน้านี้ละ ? แกรู้จากการตรวจสอบแล้วใช่หรือเปล่า ?”

 

พนักงาน “ใช่ครับ เจ้าของคนก่อนเป็นเผ่าแวร์วูฟ และดูท่าจะเป็นพวกทหารผ่านศึกที่มากประสบการณ์ด้วยครับ”

 

ใช่แล้วละ เป็นดาบของแวลคันจริง ๆ ด้วย

 

แต่ว่าดาบเล่มนั้นมันควรจะอยู่ที่ถนนหลักตรงนั้นไม่ใช่หรือไง---ออ ชั้นเข้าใจละ บางทีกองทัพของสปาด้าคงจะส่งคนไปเก็บกู้แล้วนำมันมาขายต่อให้กับทางบริษัทนี้สินะ

 

อาวุธของนักผจญภัย บางทีเองก็มีพวกของล้ำค่าปะปนมาด้วย พวกเขาคงไม่ปล่อยให้มันนอนอยู่เฉย ๆ บนถนนแบบนั้นหรอก

 

ทว่าภายในส่วนลึกของจิตใจชั้นกำลังรู้สึกว่ามันถูกอะไรบางอย่างก่อกวนอยู่ ชั้นรู้สึกไม่ชอบใจเลยที่เห็นอาวุธของแวลคันโดนนำมาขายต่อในสภาพแบบนี้เลย

 

จอร์จ “ฮืมม แต่เจ้านั่นก็พ่ายแพ้หรือตายไปแล้วใช่มั้ยละ ? ทั้งที่มีดาบชั้นดีขนาดนี้แท้ ๆ บางทีเจ้านั่นคงไม่ได้เก่งกาจอะไรนักหรอก”

 

ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไร พวกเขาก็กำลังทำการค้ากันอย่างถูกต้อง ต่อให้ไอระยำแมวบ้าตัวนี้ปากเสียแค่ไหน ชั้นก็ตัดสินใจแล้วว่าจะนิ่งเงียบต่อไป

 

แต่ชั้นเริ่มรู้สึกโกรธขึ้นเรื่อย ๆ ที่ไอบ้านี่มันปากเสียกับพรรคพวกที่ล่วงลับไปแล้วของชั้นแบบนี้

 

ชั้นพยายามที่จะหยุดตัวเองเอาไว้ แต่ในที่สุด ชั้นก็ทนไม่ไหวแล้ว ชั้นต้องพูดอะไรออกไป แต่ก่อนที่ชั้นจะได้เอยปากออกมาตอนนั้นเอง

 

…. “จอร์จ เร็วหน่อยสิ !”

 

จอร์จ “โอ้ย ขอโทษที ข้าจะรีบออกไปเดียวนี้แล้วละ !”

 

ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมา เธอคงจะเป็นสมาชิกในปาร์ตี้ของเขา จอร์จส่งดาบเล่มโตคืนให้กับพนักงานก่อนที่จะหันหลังกลับไป

 

จอร์จ “เก็บมันเอาไว้ให้ข้าซะ เดียวข้าจะค่อยกลับมาซื้อทีหลังด้วยเงินก้อนโตเอง”

 

พนักงานรีบตอบรับคำขอบคุณของเขา แล้วจอร์จก็เดินจากออกไปอย่างรวดเร็ว

 

โชคดีไปที่ชั้นไม่ได้ก่อเรื่องออกไปก่อนเมื่อกี้ แต่ความรู้สึกที่ชั้นมีตอนนี้ มันยังคงครุกรุ่นอยู่ภายในจิตใจอยู่


 

พนักงาน “ขอโทษที่ทำให้รอครับคุณลูกค้า”

 

ลุงหันมาขอโทษชั้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่จริงใจเลยสักนิด

 

บางทีตอนนี้เขาคงกำลังอารมณ์ดีมากที่ได้ทำสัญญาซื้อขายของราคาแพงไปแล้ว

 

โครโน่ “ชั้นจำได้ว่าขอดูอาวุธต้องสาปอยู่ไม่ใช่หรือไง”

 

ชั้นในตอนนี้ไม่ได้อารมณ์ดีอยู่เหมือนกับเขา ตอนนี้น้ำเสียงของชั้นเริ่มมีความไม่พอใจปนอยู่เล็กน้อยแล้ว

 

พนักงาน “ฮ่า ผมบอกแล้วไงว่าไม่แนะนำอาวุธแบบนั้น ผมคงเอามันออกมาให้ไม่ได้หรอกครับ นอกจากจะมี[นักผจญภัยที่เหมาะสมกับมัน] มาร้องขอผมถึงจะนำออกมามอบให้ได้ อีกอย่างพวกอาวุธต้องคำสาปเองก็มีราคาสูงกว่า 100,000 ครันด้วยครับ”

 

โครโน่ “แล้วมันมีราคาเท่าไหรครับ ?”

 

พนักงาน “1 ล้าน ครัน ครับ”

 

ชั้นเข้าใจละ

 

ตอนที่ชั้นซื้อ [เข็มกระดูกแห่งบาซิลิส] จากหมู่บ้านอิรุสก็คิดว่าราคามันถูกกว่าอาวุธประเภทอื่นเกือบครึ่งก็เลยนึกว่าจะเป็นแบบนั้นทุกร้าน แต่ดูท่าคงจะไม่ใช่แบบนั้นสินะ เพราะที่แห่งนี้เป็นร้านใหญ่ พวกเขาเลยไม่มีปัญหาต่อให้มันจะขายไม่ออกก็ตาม

 

ชั้นเองก็มีเงินไม่ถึง 1 ล้าน ครัน ด้วย---เดียวสิ ชั้นมีไม่ใช่หรือไง ของที่มีมูลค่าเทียบเท่า 1 ล้านนะ

 

โครโน่ “รับซื้ออาวุธหรือเปล่าที่นี่นะ ?”

 

พนักงาน “รับครับ คุณมีอะไรมานำเสนอหรือครับ ?”

 

เขาตอบรับว่ามี ชั้นเลยหยิบดาบสีเงินที่ส่องประกายออกมาจากเงาของตัวเองตรงหน้าของเขาให้ดู มันคือดาบ [มิธลิท] เล่มนั้น

 

โครโน่ “เล่มนี้พอจะมีมูลค่าถึง 1 ล้านหรือเปล่า ?”

 

พนักงาน “เหวอ---”

 

ดวงตาของลุงถลนออกมาด้วยความตกใจ เขามองสลับไปมาระหว่างดาบเล่มนั้นกับใบหน้าของชั้นอย่างงุนงง

 

เขาคิดว่าชั้นเป็นแค่ไอพวก [โกเฟอร์] หรือไม่ก็พวก [จอมเวทฝึกหัด] แบบนั้น แต่ด้วยสิ่งนี้ มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนตบหน้าแล้ว เขาคงไม่คิดว่าชั้นจะมีของมูลค่าสูงขนาดนี้อยู่ในมือได้

 

ถึงความจริงแล้วดาบเล่มนี้ชั้นจะขโมยมันมาจากคนอื่นก็เถอะ

 

โครโน่ “แล้ว ? ตกลงจะเอายังไง ? ถ้าหากมีเงินพอ ทีนี้ชั้นก็สามารถขอดูอาวุธต้องคำสาปได้แล้วสินะ ?”

 

พนักงาน “เออ อา ไม่ เออ แต่ คงต้องตรวจสอบ เออ…”

 

บางทีเขาคงรู้สึกว่าไม่อยากจะหยิบอาวุธต้องคำสาปออกมาหรืออะไรก็ไม่รู้ แต่เขาดูเหมือนจะสูญเสียอะไรบางอย่างไปแล้ว

 

ไม่สิ การที่เขาแสดงอาการลังเลแบบนี้ อาจจะเป็นโอกาศดีแล้วก็ได้ อย่างน้อยก็จะได้ขู่ขึ้นราคาดาบสูง ๆ แล้วโกยเงินออกไปหาซื้ออาวุธไปเลยดีกว่า

 

… “จอมเวทฝึกหัดคุงต้องการใช้อาวุธต้องคำสาปอย่างงั้นหรือครับ ?”

 

เป็นอีกครั้งที่อยู่ ๆ ก็มีเสียงของบุคคลที่สามดังขึ้นมา

 

เป็นใครอีกฟะคราวนี้ ! ชั้นคิดแบบนั้นก่อนที่จะหันกลับไปมอง

 

โครโน่ “...!?!”

 

มีเพทเจ้าแห่งความตายยืนอยู่ข้างหลังของชั้น

 

ชั้นนึกถึงคุณลุงโมขึ้นมาทันที เขาเป็นชายที่มีแต่กระดูก แต่ร่างกายของเขานั้นสูงกว่าชั้น ช่างเป็นเผ่าสเกเลตันที่ตัวใหญ่เสียจริง

 

เทพเจ้าแห่งความตาย ถึงชั้นจะเรียกออกไปแบบนั้น แต่เขากลับสวมชุดคลุมสีดำที่ประดับปกคลุมหนาไปด้วยทองคำ แถมไม้คฑายาวของเขาก็ยังมีสีสันสวยงามจากอัญมนีสีรุ้ง หรือว่าเขาจะเป็น [ลิช (lich)] อย่างงั้นหรือ

 

เขาดูเหมือนกับราชาคนตาย ปีศาจอันเดดระดับสูง [ลิช] เลยละ

 

ดวงตาที่กลวงโบ๋ของเขามีเปลวไฟสีม่วงส่องแสงออกมา สิ่งนั้นแสดงให้เห็นว่าเขายังมีชีวิตอยู่

 

ถึงจะตกใจไปบ้าง แต่ชั้นก็ไม่ได้แสดงท่าที่อะไรออกไป ชั้นจ้องไปที่ใบหน้าของเขาแล้วเริ่มถามเขากัลบไปว่าเป็นใครกัน แต่ก่อนที่จะทันได้ทำแบบนั้น

 

พนักงาน “โม-ท่าน [ประธานโมลเล็ด (モルドレット-会長)] !! ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือครับ !?!”

 

ลุงพนักงานขายก็ตอบคำถามให้กับชั้นไปแล้ว

 

ชายคนนี้เป็นประธานของบริษัทขายอาวุธแห่งนี้เองอย่างงั้นหรือเนี่ย

 

แล้วคนที่มีตำแหน่งสูงแบบนี้ทำไมถึงมาสนใจคนไม่มีอะไรและเป็นเพียงแค่จอมเวทฝึกหัดอย่างชั้นกันนะ ?.......




NEKOPOST.NET