[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 167 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.167 - ตอนที่ 167 บททดสอบ


หลังจากที่ได้พูดคุยกับพนักงานเอลฟ์ต้อนรับแสนสวยและมีมนุษย์สัมพันธ์ดีคนหนึ่งเสร็จ ชั้นก็เดินกลับออกมาที่ลานข้างนอกกิลอีกครั้ง

 

ลิลี่กับฟิโอน่าไปทำธุระเกี่ยวกับการซื้อของใช้จำเป็นในช่วงระหว่างที่ทำธุระอยู่ภายในกิลเมื่อกี้

 

พอมาคิดดูแล้ว ตั้งแต่ที่พวกเราตั้งปาร์ตี้ [เอเลเมนต์มาสเตอร์] ขึ้นมา ก็ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนชื่อกับทางสำนักงานกิลเลยสักครั้ง

 

เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้คงต้องมาลงทะเบียนด้วยกันทั้งหมดอีกครั้ง ทว่าระหว่างที่คิดแบบนี้อยู่ ชั้นก็ยังไม่เห็นสมาชิกคนสำคัญที่ออกไปซื้อของกลับมากันสักที

 

ขนาดแค่ไปหาซื้อโพชั่นเพียงอย่างเดียวแท้ ๆ พวกผู้หญิงนี่เวลาช้อปปิ้งแต่ละทีต้องใช้เวลานานกันขนาดนี้เลยอย่างงั้นหรือเนี่ย ?

 

เพราะดูท่าว่าจะต้องรออีกนาน ชั้นเลยนั่งลงที่ม้านั่งแล้วมองไปทางอนุสาวรีย์จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ที่อยู่ตรงหน้าฆ่าเวลาเล่นไปก่อน

 

โครโน่ “บททดสอบ อืม..…”

 

ชั้นคิดถึงบททดสอบที่เทพเจ้ามอบให้ชั้นพร้อมกับเอามือจับที่ลูกตาสีแดงของตนเอง

 

ในตอนนี้ชั้นได้พบกับสิ่งที่ดูคาดว่าจะเป็นบททดสอบที่ว่านั้นแล้ว

 

ตอนที่ชั้นเปิดดูรายชื่อของมอนสเตอร์แรงค์ 4 ขึ้นไปเพื่อจะหาทางทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นตอนนั้น ชั้นก็พบกับมัน

 

เพราะเป็นเมืองใหญ่อย่างสปาด้า ข้อมูลของมอนสเตอร์ที่ทางกิลบันทึกเอาไว้เลยมีจำนวนมาก ไม่เหมือนกับกิลที่หมู่บ้านอิรุส

 

ถึงทางกิลจะไม่ยินยอมให้นักผจญภัยแรงค์ 1 ไปเผชิญกับมัน แต่ทำยังกับว่าชั้นจะสนใจกฏเกณอะไรแบบนั้น

 

เพราะสุดท้ายแล้วชั้นก็ได้พบกับบททดสอบ มันปรากฏอยู่บนรายชื่อของมอนสเตอร์ที่ชั้นเปิดดูเมื่อกี้เอง

 

บนรายชื่อของมอนสเตอร์นั้น มีบางรายชื่อชั้นมองเห็นเป็นแสงสีแดงเน้นออกมาจนเด่นชัด

 

ตอนแรกก็คิดว่าเป็นเพราะหนังสื่อมันถูกเขียนขึ้นมาแบบนั้น แต่พอสังเกตุดูดี ๆ แล้ว มีแค่ชั้นคนเดียวเท่านั้นที่เห็นตัวอักษรสีแดงเพียงคนเดียว

 

เพราะชั้นถือหนังสือไปถามนักผจญภัยคนอื่นด้วยตัวเองเลยว่า “ตรงนี้เขียนเป็นอักษรสีแดงใช่หรือเปล่า ?”

 

นอกจากนี้ชั้นยังลองปิดตาซ้ายแล้วมองด้วยตาขวาเพียงอย่างเดียว ชั้นก็พบว่าตัวอักษรที่เคยเห็นเป็นสีแดง มันกลับไปเป็นสีดำตามเดิม

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่ชั้นเห็นเป็นสีแดงแบบนั้นเพราะดวงตาซ้ายข้างนี้

 

พอมานึกย้อนกลับไปดู มิอะเองก็ดูเหมือนจะพูดอะไรทำนองนี้อยู่เหมือนกัน

 

มิอะ “ในอนาคต ดวงตาข้างนั้นจะบอกนายเอง”

 

พูดง่าย ๆ คือดวงตาข้างนี้กำลังจะบองอะไรบางอย่างกับชั้นอยู่

 

แต่ว่าการที่เธอเล่นดึงดวงตาของตัวเองมาให้ชั้นแบบนี้ พอคิดดูแล้วมันก็ออกจะเกินไปหน่อยนะ

 

ถ้าเป็นไปได้ อย่างน้อยช่วยแสดงปาฏิหาริย์ด้วยวิธีที่สยองน้อยกว่านี้จะไม่ได้หรือไงกันนะเด็กคนนั้น

 

ในตอนที่ชั้นกำลังคิดอะไรเสียมารยาทอยู่ตอนนั้นเอง

 

มิอะ “ฮืม ? งือออ ทำไมนายถึงต้องว่าชั้นหยาบคายแบบนั้นด้วยละ ทั้งที่ช่วยรักษาให้แท้ ๆ”

 

โครโน่ “...ฮะ ?”

 

ชั้นรีบดึงมือลงมาแล้วมองไปยังใบหน้าของเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

โครโน่ “นั่นเธอหรือมิอะ ?”

 

ถึงคราวนี้เธอจะมาด้วยรูปร่างที่แตกต่างไปจากเดิม แต่ผมสั้นสีดำและดวงตาสีแดงเข้มอีกทั้งมีใบหน้าที่งดงามน่ารักแบบนั้น คงเป็นจอมมารมิอะคนนั้นที่อ้างว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าไม่ผิดแน่

 

ตอนนี้มันมีดวงตาสีแดงดวงใหม่อยู่บนดวงตาซ้ายของเธอที่ควักมาให้ชั้นเมื่อตอนนั้น

 

วันนี้เธอสวมชุดคลุมสีดำที่เป็นชุดนักเรียนของสปาด้าแห่งนี้

 

ที่มือของเธอกำลังถือผลไม้ที่สดใหม่หวานน่าทานอยู่ภายในมือ

 

แต่ถึงจะมีชุดคลุมของโรงเรียนสวมทับเอาไว้อยู่ก็ตาม ข้างในเสื้อตัวนั้นก็ยังมองเห็นชุดสีดำที่มีคอปกแข็งสวมเอาไว้อยู่ข้างใน

 

มิอะ “ใช่แล้ว [พวกเรา] คือราชาแห่งจักรวรรดิเอลโรด มิอะเอลโรด !! ล้อเล่นนะ”

 

ด้วยรูปรักของเธอ ทำให้การกระทำเมื่อสักครู่มันดูน่ารักน่ากอดมากเลยละ

(tn : ไอหมี !!)

 

ต่อให้เธอแสดงปาฏิหาริย์ออกมาแล้วตะโกนว่า [ชั้นคือเทพเจ้า !] อะไรแบบนั้น แต่สำหรับชั้นแล้ว เธอก็คือเด็กน้อยจอมเวทปริศนาแค่นั่นเองแหละ

 

โครโน่ “พอดีเลย ชั้นมีอะไรอยากจะถามหน่อย”

 

ชั้นทำเป็นไม่สนใจรูปลักษณ์ของเธอแล้วเริ่มต้นตั้งคำถามออกไป

 

มิอะ “มีอะไรก็ว่ามา ถ้าหากไม่ขัดต่อกฏของเทพเจ้า ชั้นยินดีตอบให้ทุกอย่าง”

 

เธอส่งยิ้มมาให้ชั้น พร้อมกับนั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน แถมยังนั่งแนบชิดจนแทบจะแนบเนื้อกันแล้วด้วย

 

โครโน่ “ชื่อสีแดงที่ดวงตาซ้ายของชั้นมองเห็นคือบททดสอบของชั้นใช่มั้ย ?”

 

มิอะ “ถูกต้องแล้ว ดูท่าจะเป็นแบบนั้นแหละ แต่การเอาชนะทุกสิ่งไม่ใช่หนทางเดียวของคำตอบที่จะไปถึงได้”

 

โครโน่ “หมายความว่ายังไง ?”

 

“ยังคงบอกตอนนี้ไม่ได้” มิอะว่าแบบนั้นก่อนที่จะยัดผลไม้เข้าปากเล็ก ๆ ของเธอไป

 

ชื่อสีแดงที่ชั้นเห็น มันเป็นชื่อของมอนสเตอร์แรงค์ 4 ขึ้นไปทั้งหมดเลย ก็เหมาะสมที่จะเป็นบททดสอบอยู่หรอกนะ

 

หรือบางที มันอาจจะมีคำตอบใหม่ให้กับชั้นในช่วงระหว่างที่ต่อสู้อยู่ก็เป็นได้

 

พอได้คำถามใหม่ ชั้นเลยรีบโยนคำถามไปให้เธอระหว่างที่เธอกำลังกินผลไม้อย่างออกรสว่า “อร่อยยย ~♪” อยู่ข้าง ๆ ชั้นแบบนั้น

 

โครโน่ “งั้นขออีกคำถาม มิอะ เธอใช่จักพรรดิที่ถูกจารึกลงบนอนุสาวรีย์นั้นหรือใช่เปล่า ?”

 

ที่จารึกตรงนั้น ไม่เพียงแต่คำว่าจักรพรรดิเท่านั้นที่ปรากฏอยู่ แต่ยังมีคำอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นแล้ว จากข้อมูลที่อ่านบนจารึกนั้น จึงไม่อาจใช้ยืนยันความจริงได้ทั้งหมด

 

มิอะ “ชั้นคงยืนยันอะไรไม่ได้”

 

โครโน่ “แล้วถ้าหากชั้นผ่านบททดสอบแล้ว จะได้รู้ความจริงมั้ย ?”

 

เธอเผยรอยยิ้มออกมา “นั่นสินะ” เธอพึมพำออกมาเช่นนั้น

 

ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมให้คำตอบชั้นตรง ๆ สักเรื่องเลยแฮะ

 

สุดท้ายชั้นก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเทพเจ้าที่มอบพรให้กับชั้นมีชื่อจริงว่าอะไรนอกจากจะไปที่โบสถ์เสียก่อน ดูท่าตอนนี้คงต้องเชื่อไปก่อนว่ามิอะคนนี้เป็นเทพเจ้าของชั้นสินะ

 

มิอะ “ขอโทษด้วยนะ คงไม่อาจบอกข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องราวของยุคโบราณให้ฟังได้ --”

 

โครโน่ “เป็นเพราะกฏอย่างงั้นสินะ ?”

 

มิอะ “เทพเจ้าสีดำทุกคน ก็คือคนที่เคยอาศัยอยู่ในโลกใบนี้ ดังนั้นแล้วคนที่ได้รับพรคุ้มครองและสามารถสื่อสารกับเทพเจ้าได้ ก็มักอยากจะรู้ถึงเทคโนโลยีและข้อมูลของยุคโบราณที่สูญหายไปด้วยกันทั้งนั้น เพื่อปกปิดข้อมูลเหล่านั้น พวกเราจึงพูดออกไปไม่ได้”

 

สรุปคือเวทมนต์โบราณหรือเทคโนโลยี่ในช่วงยุคที่สูญหายไป ล้วนแต่ไม่อาจถูกกูคืนกลับมาได้สินะ

 

ของยุคโบราณที่สูญหายไปนั้นมักถูกขุดค้นพบตามโบราณสถาน หรือไม่ก็ดันเจี้ยนต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วทุกมุมของโลกใบนี้

 

แล้วถ้าหากสมการเวทมนต์โบราณเหล่านั้นถูกแก้ออกมาได้ มันก็จะถูกนำไปใช้ร่วมกับเวทมนต์ยุคใหม่ และเวทมนต์โบราณทั้งหลายก็อาจจะถูกปลุกให้คืนชีพกลับมาอีกครั้ง

 

มิอะ “ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ชั้นจึงไม่อาจบอกข้อมูลอะไรออกไปได้”

 

โครโน่ “งั้น ดวงตาซ้ายของชั้นนี้มันมีแอบซ่อนระบบการทำงานอะไรแปลก ๆ เอาไว้หรือเปล่า ?”

 

ชั้นละกลัวใจเธอมากว่าอยู่ ๆ ดวงตาซ้ายของชั้นจะสามารถยิงแสงเลเซอร์ออกมาได้

 

มิอะ “ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่เป็นไรหรอก มันไม่สร้างปัญหาอะไรให้กับนายแน่นอน”

 

“ก็แค่ดวงตานั้นสามารถอ่านบรรยากาศโดยรอบได้ดีเท่านั้นเอง” เธอว่าแบบนั้น

 

หรือว่ามิอะจะเป็นคนที่อ่านบรรยากาศของผู้คนได้เก่งมากด้วยการใช้ดวงตาคู่นี้ ?

 

มิอะ “เดียวชั้นจะต้องกลับไปละ ยังมีคำถามอะไรอีกมั้ย ?”

 

ทำไมชั้นรู้สึกว่าไม่ได้คำตอบอะไรเพิ่มขึ้นสักนิดกันฟะ

 

โครโน่ “อ้า จริงสิ ยังมีอีกเรื่อง

 

มิอะ “อะไร ?”

 

ชั้นตัดสินใจที่จะถามคำถามนี้ออกไป มันคาใจชั้นตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกับเธอแล้วละ

 

โครโน่ “ตกลงเธอเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ ?”

 

ในตอนนั้นเอง มิอะก็เปลี่ยนท่าทีไปจนดูโหดเหี้ยมขึ้นมาทันที

 

มิอะ “ก็เห็นอยู่ไม่ใช่หรือไง !”

 

เธอกรีดร้องออกมาแล้วเดินจากไปด้วยอารมณ์โกรธ

 

แล้วร่างของเธอก็กลืนหายไปกับฝูงชน

 

โครโน่ “แล้วตกลงเป็นเพศอะไรกันแน่เนี่ย…..”

 

……………………………………….

 

ถึงการสนทนากับมิอะจะไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มขึ้นมาเลย แต่ก็เป็นการฆ่าเวลาที่ดี

 

แล้วในที่สุดสาว ๆ ทั้งสองคนที่ออกไปซื้อของก็กลับมาได้ซะที

 

ตอนนี้ตอนเที่ยงแล้ว พวกเราเลยออกไปหาอะไรทานกันต่อ

 

โครโน่ “คนเยอะชะมัด”

 

เพราะเป็นเวลาเที่ยงแบบนี้ ผู้คนเลยยิ่งคับคั่งมากกว่าเดิม

 

ลานกว้างแห่งนี้เต็มไปด้วยฝูงชนที่แน่นขนัดจนแทบจะก้าวเดินไม่ได้แล้ว

 

ฟิโอน่า “สมกับที่เป็น [ศูนย์การศึกษาหลวง] มีนักเรียนเยอะจริง ๆ นะคะเนี่ย”

 

ถูกอย่างที่ฟิโอน่าพูด ชั้นเห็นแต่คนสวมชุดนัดเรียนเดินกันให้ทั่วเลย

 

ถึงบางคนดูเหมือนพวกที่มีตัวเลขเข้าสู่วัยกลางคนไปแล้ว แต่ส่วนมากก็ยังเป็นคนหนุ่มประมาณรุ่นเดียวกับชั้นนี่แหละ

 

พอเห็นแบบนี้แล้ว ชั้นก็เริ่มคิดถึงชีวิตสมัยเรียนอีกครั้ง

 

ความจริงตอนนี้ชั้นน่าจะอยู่ระดับมัถยมปลายปีที่สองแล้วด้วย

 

แต่ตอนนี้ชั้นคงไปโรงเรียนไม่ได้อีกแล้วละ เพราะตอนนี้ชั้นมีอาชีพเป็นนักผจญภัยไปแล้ว อีกอย่าง ตอนนี้ก็เท่ากับว่าชั้นโดดเรียนออกมากลางคันไปแล้วด้วย

 

ลิลี่ “โครโน่อยากไปโรงเรียนอย่างงั้นเหรอ ?”

 

ฮืม ? นี่ชั้นถูกอ่านออกง่ายขนาดนี้เลยหรือเนี่ย ?

 

โครโน่ “ใช่แล้วละ คงจะโกหกหากบอกว่าชั้นไม่อยากไป แต่ตอนนี้คงไม่ใช่เวลามาทำแบบนั้นได้”

 

ฟิโอน่า “ไม่หรอกค่ะ เป็นความคิดที่ดีที่จะไปโรงเรียนนะคะ”

 

เป็นฟิโอน่าที่เอยปากออกมาเช่นนั้น ทั้งที่เธอไม่ค่อยมีความทรงจำดี ๆ กับสถานที่เรียกว่า [โรงเรียน] แต่เธอก็ยังเอยปากออกมาเช่นนั้น

 

โครโน่ “มันจะดีหรือ ?”

 

เป้าหมายหลักคือการเพิ่มพลังตัวเองเพื่อปราบอัครสาวก และเป้าหมายระยะสั้นตอนนี้ก็คือการเพิ่มอันดับแรงค์ของตัวเองเพื่อที่จะสามารถรับงานต่อสู้มอนสเตอร์ระดับสูงได้

 

ในอีกทางหนึ่ง มันก็ไม่เลวนักหากระหว่างนี้จะเรียนรู้ถึงภาษาและวัฒนธรรมของโลกใบนี้ไปพร้อมกัน

 

ฟิโอน่า “โฮ่ จริงสิค่ะ ที่โรงเรียนในโลกของโครโน่สอนแต่วิชาการทั้งนั้น แต่ของที่โลกใบนี้ ที่สปาด้าแห่งนี้ เขามีสอนเวทมนต์และทักษะการต่อสู้ด้วยนะคะ มีทุกอย่างที่นักผจญภัยควรเรียนรู้เอาไว้เลยละคะ”

 

เป็นแบบนี้นี่เอง สมกับเป็นโรงเรียนของต่างโลกเสียจริง

 

พอมาคิดย้อนกลับไป ดูเหมือนพวกนักเรียนเองก็ยังมารับภารกิจจากกิลไปด้วยเลยไม่ใช่หรือไง ? บางที พวกเขาคงถูกฝึกสอนเพื่อให้กลายเป็นนักผจญภัยนี่แหละนะ

 

โครโน่ “เข้าใจแล้วละ มีสถานที่อย่างการฝึกสอนนักผจญภัยอยู่ด้วยสินะ”

 

ฟิโอน่า “นอกจากนี้ ที่ประเทศนี้ยังเน้นไปที่การ [ทักษะเพื่อการต่อสู้] ด้วยละคะ อย่างเวทมนต์หรือทักษะที่มีสอนก็จะเน้นไปทางนั้นทั้งหมด จะว่าไป ก็เหมือนกับโรงเรียนของสาธารณรัฐเลยละคะ”

 

ถ้าให้เดาจากที่ฟิโอน่าสรุปให้ฟัง มันก็เหมือนกับมหาลัยนั่นแหละ เพราะนอกจากการฝึกสอนแล้ว มันยังมีศูนย์วิจัยและวิชาเกี่ยวกับเทคโนโลยี่ปรากฏอยู่ด้วย

 

ตอนแรกชั้นก็นึกว่าพวกศูนย์วิจัยจะไปหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่กลางป่าเขาแล้วเต็มไปด้วยเวทมนต์แบบนั้น แต่ดูท่าจะเป้นเรื่องปกติที่จะมีตั้งอยู่ในเมืองใหญ่โตเช่นนี้

 

ฟิโอน่า “พอมาคิดดูแล้ว คุณโครโน่เองก็พึ่งมาเยือนโลกนี้ได้ไม่ถึงปีเลย ทำไมถึงไม่ลองเริ่มเข้าเรียนจากพื้นฐานก่อนดูละคะ”

 

โครโน่ “นั่นสินะ บางทีอาจเป็นความคิดที่ดีจริง ๆ ก็ได้”

 

ตอลดสามเดือนที่ชั้นได้พบกับลิลี่ ชั้นก็เจอแต่เรื่องหนัก ๆ มาตลอด เป็นช่วงเวลาที่พบแต่ความมืดมนและความเจ็บปวด บางที ชั้นคงพูดออกมาได้ไม่เต็มปากนักว่าได้เรีบนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้มามากพอแล้ว

 

ถึงจะไม่เป็นไรหากจะใช้ชีวิตเป็นนักผจญภัยแรงค์ 1 ตลอดชาติที่หมู่บ้านอิรุส แต่กับเมืองใหญ่อย่างสปาด้าเช่นนี้ ชั้นคงจะมาใช้ชีวิตแบบนั้นไม่ได้ ชั้นต้องไปยืนอยู่เหนือนักผจญภัยทุกคนให้ได้ เพื่อเอาชีวิตให้รอดในเมืองใหญ่เช่นนี้

 

เพราะฉะนั้นชั้นควรที่จะต้องเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างเอาไว้

 

โครโน่ “ถ้าอย่างงั้น ไว้พวกเรามาเริ่มเข้าเรียนหลังจากนี้กันเถอะ ?”

 

มันคงจะไม่ดีนัก หากยังทำเป้าหมายของวันนี้ไม่สำเร็จ อย่างน้อยก็ควรจะเป็นนักผจญภัยแรงค์ 2 ให้ได้เสียก่อน

 

โครโน่ “ถ้าหากชั้นเข้าเรียน แล้วพวกเธอสองคนจะทำอะไรช่วงนั้นกันละ ?”

 

พอมาคิดว่าชั้นเพียงคนเดียวจะได้ไปสนุกกับชีวิตภายในรั้วของสถานศึกษาแล้ว ชั้นก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังจมอยู่ในบ่โคลนแบบนั้น

 

สำหรับทั้งสองคนแล้ว บางทีพวกเธอคงไม่ชอบชีวิตแบบนั้น มันไม่เสมอไปหรอกนะที่ทั้งสองคนจะคิดเหมือนกับชั้น

 

ลิลี่ “ลิลี่จะไปโรงเรียนกับโครโน่ !”

 

ฟิโอน่า “ค่ะ ฉันก็ด้วยค่ะ !”

 

บางทีอย่างลิลี่คงต้องไปชั้นเรียนสำหรับเด็กประถมก่อน แต่พอมาคิดดูอีกที เธอคนนี้ก็มีอายุ 32 ปีแล้วไม่ใช่หรือไงกัน ? เรียกว่าเป็นป้าได้เลยนะเนี่ย บางทีคงไม่มีปัญหาหรอกมั้ง ?

 

ฟิโอน่า “ฉันด้วยค่ะ พอมาคิดว่าจะได้ใช่ชีวิตในโรงเรียนดี ๆ กับเขาบ้างสักครั้ง ฉันก็อยากที่จะเข้าเรียนอีกสักครั้งค่ะ”

 

เพราะความเหงาจากสมัยก่อนเลยทำให้ชั้นกังวลเรื่องของเธออยู่บ้าง แต่ในเมื่อเธอเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับชั้น งั้นก็ไม่เป็นไร

 

โครโน่ “ถ้าอย่างงั้น พวกเราไปโรงเรียนด้วยกันเถอะ !”

 

ฟิโอน่า “แต่ว่า ตอนนี้ฉันอยากกินข้าวกลางวันก่อนแล้วละคะ”

 

นั่นสินะ ระหว่างที่ยิ้มอย่างอารมณ์ดีอยู่ตอนนี้ พวกเราก็เดินมองหาร้านอาหารกันบนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนของสปาด้าแห่งนี้กันต่อ




NEKOPOST.NET