[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 166 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.166 - ตอนที่ 166 ชายผู้มี 40 แต้ม


ที่สปาด้าแห่งนี้มีกิลนักผจญภัยอยู่ทั้งหมดสองสาขา

 

สาขาแรกตั้งอยู่ที่ที่ฉันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้

 

ส่วนอีกสาขาจะต้องเดินผ่านกำแพงชั้นที่สองเข้าไปในส่วนกลางของเมือง เป็นศูนย์ใหญ่ของกิลนักผจญภัยของประเทศสปาด้าแห่งนี้

 

เฉพาะนักผขญภัยระดับที่สูงกว่าแรงค์ 4 ขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะเข้าไปใช้งานกิลแห่งนั้นได้

 

ส่วนนักผจญภัยที่แรงค์ต่ำกว่านั้น จะต้องมาใช้สถานที่อีกแห่งที่พวกเรามากันในวันนี้

 

สาขาย่อยแห่งนี้เป็นส่วหนึ่งของโรงเรียนการฝึกสอนเช่นกัน เพราะนอกจากจะมีกิลสำหรับนักผจญภัยแล้ว มันยังมีทั้งโรงเรียนฝึกสอน ห้องวิจัย โบสถ์ ห้องสมุด โรงตีอาวุธ เรียกมีทุกอย่างที่เตรียมพร้อมเอาไว้สำหรับนักเรียนและนักศึกษาทั้งด้านบุ๋นและด้านบู้อย่างครบครันเลยทีเดียว

 

เพราะเป็นสถานที่แบบนี้ จึงสามารถเห็นนักเรียนจำนวนมากเดินขวักไขว่กันไปทั่วเลยละ

 

แน่นอนว่านอกจากนักเรียนแล้วก็ยังมีคนส่วมเกราะและพวกจอมเวทเดินปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน

 

อัตราส่วนระหว่างนักเรียนกันนักผจญภัยคงอยู่ที่ประมาณ 3:7 ได้ แต่เป็นเพราะพวกนักเรียนต่างสวมใส่ชุดเครื่องแบบเดียวกัน พวกเขาเลยออกจะดูเด่นกว่าพวกนักผจญภัย

 

ถ้าเป็นนักผจญภัยทั่วไปหรือจากเมืองอื่น ๆ มาเห็นสภาพแบบนี้ พวกเขาก็คงจะแปลกใจที่นักเรียกกับคนป่าเถื่อนอย่างนักผจญภัยจะมาเดินบนถนนเดียวกันได้ แต่สำหรับเธอ พนักงานกิลสาวเอลฟ์ เอลิน่า (エリナ) มันเป็นภาพปกติที่เห็นผ่านทางหน้าต่างจนชินตาไปเสียแล้ว

 

เธอยังคงยิ้มต้อนรับนักผจญภัยอยู่ภายในอาคารแห่งนี้ดั่งเช่นทุกวันไม่เปลี่ยนแปลง

 

... “คุณเอลิน่า ถ้าภารกิจนี้เราทำเสร็จแล้ว รบกวนช่วยออกไปเที่ยวกับเราด้วยเถอะนะ !”

 

เอลิน่า “ฉันยังมีงานต้องทำอยู่ค่ะ ยังไม่สะดวกคุยเรื่องส่วนตัวตอนนี้ค่ะ”

 

เอลฟ์สุดสวยเอลิน่ายิ้มตัดบทคำเชิญของเด็กหนุ่มที่ดูน่าจะยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่เท่านั้น

 

เอลิน่าเป็นสาวงามเผ่าเอลฟ์ที่มีผมสีน้ำตาลลูกเกาลัดมัดผมอยู่ข้างหลังในลักษณะแบบ [ชิคนอน] อย่างคนกรีกโบราณ มีดวงตาสีครามที่สดใส โดยรวมแล้วเธอเป็นคนที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับคุณพี่สาวที่น่าหลงไหลนับถือแบบนั้น

 

เอลิน่า “แต่ถ้าหากคุณสามารถไต่เต้าถึงระดับที่ไปรับภารกิจจากศูนย์ใหญ่ได้แล้วละก็ ฉันจะลองเก็บไปพิจารณาดูให้ค่ะ”

 

… “จริง ๆ นะ! ดีละ ผมจะพยายามทำให้ดู !!”

 

ปกติแล้วการที่จะไต่ขึ้นไปให้ถึงแรงค์ 4 ได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ด้วยเสนห์ของเธอ ทำให้เด็กหนุ่ม ไม่สิ ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็ไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอแบบนี้ได้ แถมยังจะมีกำลังใจที่จะทำภารกิจมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ

 

ขณะที่เธอจ้องมองกลุ่มเด็กนักเรียนวิ่งออกไปเพื่อทำภารกิจ เธอก็พึมพำขึ้นมาว่า

 

เอลิน่า “อืม~ 45 แต้ม”

 

พร้อมกับถอนหายใจหลังจากที่พูดออกไปแล้ว

 

เอลิน่า “(รูปร่างหน้าตาแบบนั้น อายุ แล้วก็ครอบครัวของเขา บางทีน่าจะได้สัก 50 แต้มอยู่ แต่เพราะนิสัยแบบนั้น คงให้ได้แค่ 45 แต้มเท่านั้นเองแหละ)”

 

การให้คะแนนผู้ชายเช่นนี้เป็นงานอดิเรกของเธอที่ทำประจำทุกวัน

 

เอลิน่า “(เด็กคนนี้นไม่ได้เรื่องเลยสักนิด เฮ้อ.. อยากไปทำที่สาขาใหญ่ชะมัด อย่างน้อยจะได้เจอผู้ชายดี ๆ บ้างละน้า”

 

แต่ตอนนี้เธอก็ทำได้แค่รอและฝันไปก่อนเท่านั้น ตอนนี้เธอยังทำงานอยู่ในส่วนของสังคมชนชั้นล่างอยู่ ที่ทำได้ก็แค่เก็บความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ แล้วทำงานต่อไปเท่านั้น

 

เธอจบมาจากสถาบันการศึกษาของภาครัฐ [ศูนย์การศึกษาหลวง สปาด้า] ด้วยคะแนนที่ยอดเยี่ยม เลยทำให้เธอสามารถมาทำงานที่กิลนักผจญภัยได้

 

แถมเพราะพ่อแม่ของเธอมาจากชนชั้นกลางที่อยู่ในส่วนของเมืองชั้นใน ทำให้เอลิน่าคนนี้มีภูมิประวัติที่ยอดเยี่ยมเกินกว่าใคร ๆ อีกด้วย

 

ดังนั้น ถ้าหากเธอยังทำหน้าที่ได้อย่างไร้ข้อผิดพลาดอยู่แบบนี้ต่อไปอีกสัก 3 ปี เธอก็จะสามารถเลื่อนขั้นไปอยู่ที่ศูนย์ใหญ่ได้อย่างแน่นอน

 

เพราะฉะนั้น กับคนที่มีอนาคตดีอย่างเอลิน่าคนนี้ ก็ย่อมที่อยากจะมีผู้ชายดี ๆ มาครอบครองเอาไว้สักคนให้เหมาะสมกับฐานะทางสังคมของเธอเอง

 

แต่ทว่า สำหรับกิลนักผจญภัยสาขาย่อยในเขตเมืองชั้นล่างแบบนี้ ไม่มีทางที่จะมีนักผจญภัยคนไหนเหมาะสมกับเธอได้

 

ถึงบางกรณีอาจจะเป็นไปได้อยู่ว่าในหมู่นักเรียน อาจจะมีบางคนไต่เต้าขึ้นไปถึงได้ แต่เธอก็เห็นแล้วว่าไม่มีใครมีพลังเวทมนต์พอที่จะทำแบบนั้นได้

 

ปีนี้ก็เป็นปีที่สองแล้วที่เธอต้องมาคอยรับหน้าที่ต้อนรับพวกไม่ได้ความแบบนั้น

 

ผู้ชายที่เข้ามาหาเธอทุกวันนี้ ไม่เคยมีใครได้รับคะแนนเกิน 50 แต้มเลยสักคนเดียว เธอทำได้แต่ผิดหวัง และใช้ความสามารถเสแสร้งของเธอต้อนรับลูกค้าต่อไป

 

แม้แต่ชายคนต่อไปก็ไม่แตกต่างจากคนอื่น ๆ

 

เอลิน่า “เชิญท่านต่อไปค่ะ”

 

ชายคนถัดไปจากกลุ่มนักเรียนเมื่อกี้ เป็นชายที่มีดวงตาที่แตะตามาก

 

แน่นอนว่าเอลิน่าไม่พลาดที่จะเริ่มต้นให้คะแนนชายตรงหน้าทันที

 

เอลิน่า “(ฮืม~ หล่อใช้ได้เลยไม่ใช่หรือเนี่ย)

 

เพียงแค่ใบหน้าก็ได้ 90 แต้มแล้วละ

 

เขาเป็นผู้ชายที่แตกต่างจากผู้ชายคนอื่น ๆ แม้ว่าเขาจะเป็นเผ่ามนุษย์ แต่ร่างกายของเขาก็ดูกำยำแข็งแรงมาก

 

จมูกของเขานั้นเรียวคมเป็นสันได้รูปสวยงาม แถมดวงตาก็ยังดูคมเท่ราวกับเป็นอัศวิน ถึงจะเป็นดวงตาที่ออกจะดูน่ากลัวไปสักนิดสำหรับคนทั่วไปก็เถอะนะ

 

เอลิน่า “(ผมสีดำและดวงตาสีดำกับสีแดงสลับกันคนละข้างอย่างงั้นหรือ ? กรณีพิเศษเลยนะเนี่ย)”

 

ผมของเขายาวลงมาปิดดวงตาเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ยาวจนดูซกมกแบบนั้น เขาดูเป็นคนเมือง ไม่ใช่พวกสกปรกข้างทางอะไรแบบนั้น

 

แถมภายในดวงตาของเขายังเต็มไปด้วยพลังชีวิต ดวงตาสีดำของเขาเหมือนกับเปลวไฟนรกที่โหมกระหน่ำ ส่วนดวงตาสีแดง ก็สุกสว่างราวกับเปลวไฟที่มีชีวิต ช่างเป็นชายที่น่าหลงไหลเสียจริง

 

เอลิน่า “(แต่น่าเสียดายที่ดวงตาของเขาไม่ได้พิเศษอะไร มันไม่ใช่ [ดวงตามาร (魔眼)] หรอก)”

 

[ดวงตามาร (魔眼)] ที่เอลิน่าพูดถึงคืออะไรนั้น คงต้องจะมีแต่เอลิน่าเพียงคนเดียวที่รู้จักตอนนี้

 

เอลิน่า “(แต่ว่าเล่นใส่เสื้อผ้ากับกางเกงหนังธรรมดาแบบนี้ อืมม… นี่ถ้าฉันไม่เห็นกิลการ์ดก่อนละก็ ฉันคงไม่คิดว่าเขาเป็นนักผจญภัยหรอกนะ หรือว่าวันนี้จะเป็นวันหยุดสำหรับเขา เขาเลยแต่งตัวแบบนี้ ? แต่เล่นไม่พกมีดมาด้วยแบบนี้ เขาดูเป็นคนที่ไม่รู้จักระวังตัวเองเอาเสียเลยนะเนี่ย)”

 

สำหรับนักผจญภัยแล้ว การแต่งตัวของชายคนนี้ก็ไม่ต่างไปจากที่ที่ตัวเปล่าเปลือย ตอนนี้เอลิน่าลดละดับของชายตรงหน้าลงมาขึ้นหนึ่งแล้ว

 

แถมแรงค์ของเขายังพึ่งจะเป็นแรงค์ 1 เท่านั้น ขนาดนักเรียนกลุ่มเมื่อกี้ยังเป็นถึงระดับแรงค์ 2 กันทั้งหมด พอพิจารณาถึงกรณีนี้แล้ว เธอก็รู้สึกว่าชายคนคงคาดหวังอะไรมากไม่ได้นัก

 

เอลิน่า “โปรดแสดงกิลการ์ดด้วยค่ะ”

 

เธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อย เอลิน่าเริ่มต้นทำงานของเธอต่อ

 

เพื่อแสดงว่าตัวเองเป็นนักผจญภัยที่แท้จริง เขาเลยจำเป็นต้องแสดงกิลการ์ดเป็นหลักฐานยืนยันตนเองให้กับเธอ

 

… “นี่ครับ”

 

ชายที่ดูเหมือนกับชาวบ้านธรรมดาคนนั้นส่งแผ่นเหล็กที่สวมคออยู่ให้กับเธอ

 

และนั่นทำให้เธอรู้สึกประทับใจเล็กน้อย นั่นก้เพราะว่า

 

เอลิน่า “(สุภาพจังแฮะ ผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกเลย)”

 

เพราะคำพูดว่า [นี่ครับ] จะไม่มีวันออกมาจากปากของพวกสมองกล้ามหรือจอมเวทที่ในสมองมีแต่เวทมนต์แบบนั้นได้อย่างเด็ดขาด

 

เอลิน่า “ขอบคุณค่ะ”

 

เธอส่งยิ้มกระชากใจ (ตามหน้าที่การงาน) ออกมาให้เห็น เอลิน่ามองดูกิลการ์ดแล้วเริ่มต้นอ่านรายละเอียดที่ระบุอยู่ข้างในนั้นด้วยไอเท็มเวทมนต์ของพนักกิล

 

ความจริงแล้วข้อมูลที่ระบุอยู่ภายในกิลการ์ดนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ที่เห็นจากตัวอักษรภายนอกเท่านั้น

 

แต่มันยังมีข้อมูลของภารกิจที่เคยทำสำเร็จหรือทำไม่สำเร็จ เพื่อนร่วมทีมตายไปแล้วกี่คน เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่จะถูกบันทึกเอาไว้ด้วยเวทมนต์อยู่ข้างในกิลการ์ดอันนี้

 

แน่นอนว่าคนที่เขียนรายละเอียดเหล่านี้ลงไปก็คือพนักงานกิลนั่นเอง

 

แล้วในสามวินาทีต่อมา คริสตั้นที่อยู่ในมือของเธอก็แสดงรายละเอียดของชายคนนั้นออกมา

 

เอลิน่า “ชื่อคุณคือ โครโน่ เป็นนักผจญภัยแรงค์ 1 ถูกต้องใช่มั้ยคะ ?”

 

เธอเห็นชายตรงหน้าพยักหน้าตอบกลับ จากนั้นเธอก็อ่านข้อมูลทั้งหมดที่แสดงให้เห็นอย่างรวดเร็ว แล้วเอลิน่าก็ยิ่งพบกับความผิดหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ กับข้อมูลที่รู้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับชายคนนี้

 

เอลิน่า “(เหวอ เขามาจากไดดารอสหรือเนี่ย...แล้วหมู่บ้านที่ชื่อว่าอิรุสนี่คือหมูบ้านอะไรกัน ? ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย จะบอกว่าเป็นพวกบ้านนอกอย่างงั้นหรือเนี่ย ?)”

 

สำหรับเอลิน่าที่ต้องการผู้ชายจากครอบครัวที่มีฐานะแล้วนั้น พวกบ้านนอกที่ไม่มีแม้แต่นามสกุลอย่างโครโน่นั้น ถือว่าอยู่นอกตัวเลือกเป็นที่เรียบร้อย

 

เอลิน่า “(แถมภารกิจทั้งหมดก็ยังมีแต่ภารกิจกระจอกงอกง่อยทั้งนั้น แล้วที่ว่าใช้เวทมนต์ดำเป็นหลักนี่คืออะไรกัน)”

 

เอลิน่าพบว่าชายคนนี้รับทำแต่ภารกิจเก็บสมุนไพรทั้งนั้น จนกระทั้งเธอมาหยุดสายตาลงที่ตรงภารกิจครั้งล่าสุดของเขา

 

เอลิน่า “(ฮืม ? ภารกิจฉุกเฉิน : ปกป้องขบวนอพยบ...หรือว่าเขาคนนี้จะเป็น)”

 

เอลิน่าพอจะได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับสงครามของไดดารอสมาบ้าง รวมถึงกองซากศพที่พบในหุบเขากาลาฮอลด้วย

 

เอลิน่า “(เข้าใจละ เขาคือคนที่โชคดีคนนั้นสินะ)”

 

แต่ทว่าสิ่งที่เอลิน่าคิดและเข้าใจไปเอง ก็คือเขาเป็นผู้โชคดีที่รอดมาได้ ไม่ใช่คนที่สู้จนยิบตาแล้วรอดมาได้แบบนั้น

 

เธอคิดว่าเขาแค่โชคดีข้ามภูเขาหนีมาได้อย่างปลอดภัยเท่านั้นเอง

 

ดังนั้นแล้ว สำหรับเอลิน่า เธอคนนี้ก็ได้ประทับตราอยู่ในใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ชายที่ชื่อโครโน่คนนนี้ เป็นเพียงพวกหน้าใหม่ธรรมดาเท่านั้นเอง

 

เอลิน่า “แล้ววันนี้มีธุระอะไรหรือคะ ?”

 

พอรู้ว่าระดับภารกิจของชายคนนี้อยู่เพียงระดับปลายขี้เล็บเท่านั้น เธอก็ส่งยิ้มที่เสแสร้งออกมาเช่นเดิมต่อไป

 

โครโน่ “ต้องการข้อมูลของมอนสเตอร์ และถ้าเป็นไปได้ อยากรู้พฤติกรรมของพวกมันด้วย”

 

เอลิน่า “(นี่เขาไม่รู้แม้แต่เรื่องที่ทางกิลมีรายชื่อมอนสเตอร์ระบุเอาไว้ชัดเจนให้อ่านด้วยหรือเนี่ย ชายคนนี้จะโง่ได้ถึงขนาดไหนกันนะ)”

 

เอลิน่า “ตรงนั้นมีหนังสือระบุข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการรวมเอาไว้อยู่ค่ะ เชิญหยับอ่านได้ตามสะดวกค่ะ”

 

เธอคิดว่าชายคนนี้คงไม่พูดต่อทำนองว่า “ผมอ่านหนังสือไม่ออก” แบบนั้นหรอกนะ เพราะถ้าเป็นกรณีนั้น เธอคงจะแนะนำให้เขาไปเข้าสถานศึกษาไปเสียก่อน

 

แต่แล้วคำตอบของเขากลับเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง

 

โครโน่ “เปล่าครับ ผมอ่านไปแล้ว แต่ที่ผมอยากรู้คือข้อมูลที่ไม่ได้ถูกระบุเอาไว้ข้างในหนังสือต่างหากครับ พอจะมีข้อมูลอะไรแบบนั้นบ้างมั้ยครับ ?”

 

ด้วยคำถามของเขา ทำให้เอลิน่าเริ่มคิดหนัก

 

ในหนังสือนั้นมีระบุข้อมูลที่จำเป็นสำหรับพวกนักผจญภัยแรงค์ 1 เอาไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะจุดอ่อน รูปแบบการโจมตี อุปนิสัย เป็นต้น

 

ถ้าหากเขามีทั้งความสุภาพและความรู้พอที่จะอ่านหนังสือออกได้ เขาคงจะไม่ได้มากวนประสาทเล่นหรอกใช่มั้ย แต่เขามีมารยาทดีขนาดนี้คงจะไม่ได้มาเพื่อกวนประสาทเธอเล่นหรอก บางทีเขาคงจะต้องการข้อมูลเพิ่มจริง ๆ ก็เป็นได้ แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจความหมายของชายคนนี้อยู่

 

แล้วเธอก็สงสัย สงสัยว่าชายคนนี้คงไม่ได้หมายถึงมอนสเตอร์ประเภท...

 

เอลิน่า “คุณโครโน่ค่ะ ข้อมูลของมอนสเตอร์ประเภทไหนที่คุณต้องการคะ ?”

 

เธอต้องการยืนยันข้อสันนิษฐานของเธอเลยถามกลับออกไป

 

โครโน่ “ผมไม่แน่ใจว่ามันมีชื่อว่าอะไร แต่...อืมม ผมอยากรู้ข้อมูลของมนสเตอร์ระดับสูงอย่างเช่นพวกซาลามานเดอร์แบบนั้นนะครับ---”

 

เธอคาดการได้ถูกต้อง เอลิน่าทำให้ได้แต่นิ่งเฉยทำเป็นไม่รู้เรื่องกับความต้องการของเขา

 

เธอรู้สึกว่าช่างน่าเสียดายนัก ที่ชายหน้าตาดีแบบนี้ กลับไร้สมองจนไม่รู้แม้แต่ขีดความสามารถของตนเองว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ

 

ซาลามานเดอร์เป็นมอนสเตอร์เผ่ามังกรที่น่ากลัว มันเป็นมอนสเตอร์ที่มักเอาไว้ใช้แบ่งระดับของพวกนักผจญภัย พูดง่าย ๆ มันก็เปรียบสเมือนกับประตูไปสู่การยกระดับของตัวเองของพวกนักผจญภัยนั่นแหละ

 

แต่ทว่า ต่อให้เป็นพวกทรงพลังของแรงค์ 1 ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเอาชนะได้หรอกนะ หรือต่อให้รวบรวมคนมา 100 คน พวกเขาทั้งหมดก็คงกลายสภาพเป็นขี้เถ้ากันทั้งหมดนั่นแหละ

 

ต่อหน้าคนงี่เง่าที่ไม่รู้จักประมาณตน เอลิน่าพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้คำพูดที่สุภาพที่สุดออกไป

 

เอลิน่า “ขอโทษด้วยนะคะ แต่ที่กิลแห่งนี้คงมอบภารกิจอันตรายขนาดนั้นให้ไม่ได้ค่ะ นอกจากว่าคุณจะเป็นนักผจญภัยแรงค์ 4 ขึ้นไปเสียก่อนนะคะ”

 

เธอพยายามอธิบายอย่างดีที่สุดเพื่อให้เขารู้ว่าภารกิจนี้ยังไม่เหมาะสมกับเขา

 

โครโน่ “เพราะรู้แบบนั้น ผมถึงกะว่าจะไปฆ่ามันโดยไม่ผ่านทางกิลยังไงละครับ หรือว่าผมทำแบบนั้นไม่ได้ ?”

 

และคำตอบของเขาก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าเขาคนนี้ไม่ใช่แค่โง่แล้ว แต่มันเป็นคนบ้าต่างหาก

 

เป็นคนบ้าที่ไม่สนแม้แต่ระบบของกิล

 

เป็นพวกประเภทที่ไม่สนระบบและระเบียบของทางกิล แล้วไปมองหาช่องว่างจนสร้างปัญหากลับมาให้กับพวกเขาแบบนั้น

 

หรือในอีกทางหนึ่ง เจ้าบ้าคนนี้รู้ว่าไม่อาจไปฆ่าซาลามานเดอร์ตามระบบของทางกิลได้ เลยคิดที่จะไปฆ่ามันโดยไม่ผ่านทางกิลแทน

 

การฆ่ามอนสเตอร์นั้นไม่มีกฏหมายใด ๆ ระบุห้ามเอาไว้ และมันไม่ถือว่าเป็นความผิดทางอาญาด้วย แต่การที่ไม่รู้ถึงขีดจำกัดของตัวเองแบบนี้ มันก็เหมือนกับกระโดดเข้าไปในรังมังกรเพื่อให้มันกินนั่นแหละ

 

อย่างน้อยคนบ้าก็อาจจะกลายเป็นนักผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้ ดังนั้นทางกิลเลยไม่อยากให้คนหนุ่มมีอนาคตไกลแบบนี้มาตายลงเพราะความโง่ของตนแบบนี้

 

เพราะเป็นเช่นนั้น หนังสือข้อมูลเลยไม่มีข้อมูลของมอนสเตอร์ระดับแรงค์ 3 ขึ้นไประบุเอาไว้ในที่แห่งนี้

 

สรุปคือไอบ้านี่มันไม่รับรู้ถึงความหวังดีที่ทางกิลมอบให้เลยสักนิดเดียว

 

เอลิน่า “ขอโทษด้วยนะคะ แต่ทางทางกิลไม่แนะนำให้นักผจญภัยต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่อยู่เหนือความสามารถของพวกเขาค่ะ”

 

โครโน่ “ผมเข้าใจแล้วครับ…”

 

โครโน่แสดงท่าทีหดหูออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

ถ้าหากเขาดูเป็นคนมีอนาคตมากกว่านี้ เธอก็คงจะช่วยพูดให้กำลังใจไปแล้ว แต่กับคนบ้าแบบนี้เธอเลยเลือกที่จะปิดปากเงียบเอาไว้แทน

 

เอลิน่า “ถ้าหากคุณอยากต่อสู้กับมอนสเตอร์แรงค์สูง งั้นลองไปเพิ่มระดับของตัวเองก่อนน่าจะดีกว่านะคะ”

 

เพื่อให้เขากลับมาอยู่กับร่องกับรอย เอลิน่าเลยให้คำแนะนำออกไปตามหน้าที่ของเธอ

 

โครโน่ “เข้าใจแล้วครับ ถ้าอย่างงั้นช่วยระบุภารกิจที่สามารถใช้เลื่อนเป็นแรงค์ 2 ให้ด้วยครับ”

 

เธอเริ่มรู้สึกอารมณ์เสียกับความต้องการที่มีมาเรื่อย ๆ อย่างไม่สิ้นสุดของชายที่ชื่อว่าโครโน่คนนี้

 

เอลิน่า “ค่ะ คุณโครโน่เคยทำภารกิจแรงค์ 1 มามากแล้ว ถ้าอย่างงั้น--”

 

ภารกิจทั้งหมดที่โครโน่เคยทำาเป็นแค่การเก็บสมุนไพร ช่วยชาวบ้าน ตามหาของ ไม่มีภารกิจไหนเลยที่เป็นประเภทออกล่ามอนสเตอร์

 

แต่เป็นเพราะทุกภารกิจนั้นเขาสามารถทำให้สำเร็จทั้งหมด 100% ถ้าหากเขาทำภารกิจประเภทปราบปรามสักอย่างละก็ เขาก็คงได้รับการเลื่อนขั้นได้

 

เอลิน่าค้นหาภารกิจที่น่าจะทำให้เขาได้รับการเลื่อนขั้นจากรายการทั้งหมดที่มี

 

ในรายการทั้งหมด เอลิน่าพยายามที่จะแนะนำให้เขาเริ่มจากภารกิจปราบก็อบลิน 5 ตัว แต่ทว่า...

 

โครโน่ “ผมขอรับทีเดียวทั้งหมดเลยครับ”

 

หยุดพูดโง่ ๆ ได้แล้ว ! แต่เธอก็เก็บคำพูดนั้นเอาไว้อยู่ภายในใจก่อนที่จะหลุดจากปากออกไปไว้ได้ก่อน

 

เธอกำชับให้ตัวเองใจเย็น เอลฟ์จะต้องเยือกเย็นตลอดเวลาสิ ! เธอคิดแบบนั้นก่อนที่จะตอบเขากลับไปด้วยความสุภาพว่า

 

เอลิน่า “ถึงจะไม่มีกฏห้ามเอาไว้ แต่ฉันขอแนะนำว่าไม่ควรทำเช่นนั้นค่ะ”

 

โครโน่ “ทำไมครับ?”

 

เธอคิดว่ายังจะกล้าถามย้อนกลับโง่ ๆ ได้อีกนะ

 

เอลิน่า “เพราะแต่ละภารกิจมีช่วงเวลากำหนดแตกต่างกันอยู่ค่ะ ถ้าหากฝืนรับมาทำทั้งหมด ความเสียงที่จะทำภารกิจไม่สำเร็จจะมีสูงตามนะคะ”

 

เอลิน่าพยายามแนะนำอย่างสุภาพที่สุดแล้ว แต่ทว่าชายคนนี้ก็ยังดื้อด้านอีก นั่นก็เพราะว่า

 

โครโน่ “ไม่เป็นไรครับ”

 

เขาถีบส่งคำแนะนำทั้งหมดทิ้งลงคลองไปเลย

 

โครโน่ “เกือบลืมไป ผมขอรับทำภารกิจในฐานะปาร์ตี้นะครับ”

 

ก็รีบบอกก่อนสิยะ! เธอคิดแบบนั้นก่อนที่จะตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้งหนึ่ง

 

เอลิน่า “ถึงจะค่อยมาแจ้งทีหลังก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่อาจจะเจอปัญหายุ่งยากนิดหน่อยตามมาได้ค่ะ ฉันเรียนขอให้คำแนะนำว่าควรลงทะเบียนปาร์ตี้เอาไว้ก่อนจะดีกว่านะคะ”

 

“ถ้าอย่างงั้นเดียวผมมาอีกทีพรุ่งนี้นะครับ” พอได้รู้แบบนั้น เอลิน่าก็ทำได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้อยู่ข้างในเงียบ ๆ ระหว่างที่เตรียมเอกสารทั้งหมดให้กับเขา

 

เอลิน่า “ขออวยพรให้ทำภารกิจสำเร็จนะคะ”

 

ถึงจะพูดอวยพรออกไปแวบนั้น แต่ภายในใจของเธอไม่ได้คิดตามอย่างที่พูดออกไปเลยสักนิด

 

โครโน่ “ขอบคุณครับ”

 

เขาตอบรับคำอวยพรปลอม ๆ ของเธอด้วยรอยยิ้ม

 

พอพิจารณาจากรูปร่าง ความสูง หน้าตา รอยยิ้มและความสุภาพที่เขามีแล้ว สุดท้ายเอลิน่าจึงสรุปเป็นคะแนนได้ว่า

 

เอลิน่า “เฮ้อ… มีดีแค่หน้าตากับรูปร่างเท่านั้นเอง เสียดายของจริง เอาไป 40 แต้มพอ”




NEKOPOST.NET