[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 165 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.165 - ตอนที่ 165 จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ ซี่โร่-เคอร์นิเคิล (ゼロ・クロニクル)


ในวันที่ 14 ของเดือนตำวันใหม่ ท้องฟ้าสีครามได้ทอประกายสาดส่องอยู่บนฟ้า สายลมอ่อน ๆ ช่วยทำให้สภาพอากาศที่ร้อนอยู่ร่มเย็นขึ้นมา สมกับที่เป็นหน้าร้อน ช่างเป็นวันที่สดใสเสียจริง

 

เมืองที่ชั้นอยู่ตอนนี้มีชื่อว่าสปาด้า ในวันนี้ พอชั้นลองชมเมืองอีกครั้ง ก็พบว่ามันเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่มากกว่าที่คิดเอาไว้ตอนแรกเสียอีก

 

อาคารสูงที่เรียงรายไปตามถนนที่ตัดเป็นเส้นตรงนั้น มีความสูงเทียบเท่ากับอาคารในยุคโมเดิร์นของโลกที่ชั้นอยู่เลย ถนนเองก็ถูกปูด้วยก้อนหินอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ไฟถนนที่คอยส่องแสงให้ความสว่างในยามค้ำคืนก็มีถูสร้างเอาไว้ด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่ามันจะใช้พลังเวทมนต์ในการทำงานนี่แหละ

 

ตอนแรกก็นึกว่าอารยธรรมของโลกใบนี้จะอยู่ในช่วงยุคกลางเสียอีก แต่แบบนี้มันเทียบเท่ากับยุโรปในช่วงยุคโมเดิร์นเลยละ มันเหนือความคาดหมายของชั้นมาก

 

เทคโนโลยีของพวกเขามีรากฐานมาจากเวทมนต์ กระบวนการทำงานและวิธีคิดของพวกเขาเลยเกี่ยวข้องกับเวทมนต์ไปซะส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นและ ทั้งรูปแบบการก่อสร้างและแหล่งที่มาของพลังงาน เลยไม่เหมือนกับโลกของชั้นที่มีรากฐานมาจากวิทยาศาสตร์

 

สปาด้าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความฝันและความโรแมนซ์ของผู้คน แต่สำหรับชั้นแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาเที่ยวชมเมืองที่งดงามแห่งนี้ แต่เป็นการมุ่งหน้าไปที่กิลเพื่อรับภารกิจต่างหาก

 

จากที่พักของพวกเราไปที่กิลและร้ายขายไอเท็ม ต้องใช้เวลาประมาณ 10 นาทีได้

 

ทั้งสองสถานที่ต่างตั้งอยู่ตรงลานกว้างของเมืองที่เป็นจุดนัดพบ อีกทั้งยังเป็นแลนมาร์คหลักที่มีอนุสาวรีย์ตั้งเอาไว้อยู่อีกด้วย

 

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีผู้คนมาชุมนุมกันอย่างหนาแน่นขนาดนี้ ลานกว้างของหมู่บ้านอิรุสเทียบไม่ติดเลยละ

 

ตั้งแต่มาที่โลกใบนี้ ชั้นพึ่งจะเคยเห็นผู้คนเยอะขนาดนี้เป็นครั้งแรก

 

เยอะพอ ๆ กับฝูงชนใจกลางกรุงโตเกียว แถมยังมีอาคารสูงใหญ่ล้อมรอบอีกด้วย

 

โครโน่ “ถึงจะพึ่งมาพูดเอาตอนนี้ แต่ว่าเมืองสปาด้านี่ใหญ่สุด ๆ ไปเลยแฮะ !”

 

ลิลี่ “ลิลี่รู้อยู่แล้วนะ ?”

 

เพราะลิลี่ตอบกลับมาแบบนั้น ชั้นเลยรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นบ้านนอกเข้ากรุงยังไงก็ไม่รู้

 

ชั้นปัดความคิดทิ้งไป และมองไปยังอนุสาวรีย์สูงสิบเมตรตรงลานกว้างข้างหน้า

 

ที่อนุสาวรีย์นั้นมีตัวอักษรจารึกเขียนเอาไว้อยู่ มันดูจางจนแทบจะหายไปแล้ว ดูแล้วมันคงจะผ่านช่วงเวลามานานพอสมควรเลยนะเนี่ย

 

มันเป็นอักษรที่ชั้นอ่านไม่ออก คงจะเป็นอักษรจากยุคสมัยโบราณแน่นอน

 

โครโน่ “ลิลี่ เธออ่านมันได้หรือเปล่า ?”

 

ลิลี่ “อืออ~”

 

ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่อักษรสีขาวนั้น

 

ดวงตาของเธอส่องประกายแสงสีขาวสว่างออกมา ราวกับกำลังใช้สติปัญญาที่มีอยู่แก้ไขปริศนาอักษรตรงหน้า

 

ลิลี่ “ม่ายรู้ !”

 

โครโน่ “อือ~ขนาดเธอเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันนะเนี่ย~”

 

ตอนแรกนึกว่าเธอจะสามารถอ่านมันออกได้ แต่เอาเถอะ เพราะเธอพยายามที่จะอ่านมัน ชั้นเลยลูบหัวของลิลี่เป็นการตอบแทน โมฟุโมฟุโมฟุ ฮ้าาา~ ก้อนโมฟุนุ่ม ๆ นี่มันน่ารักสุด ๆ !

 

ฟิโอน่า “คุณโครโน่ค่ะ ดูเหมือนมันจะเป็นอนุสาวรีย์ของ มิอะ・เอลโรด ค่ะ มันเขียนเอาไว้แบบนั้น”

 

ขณะที่ชั้นกำลังลูบหัวลิลี่ราวกับเป็นน้องแมวอยู่นั้น ฟิโอน่าก็ตอบข้อสงสัยเมื่อกี้ของชั้นออกมา

 

แถมตอนนี้แก้มของเธอยังเต็มไปด้วยลิ้นจี่ที่พึ่งซื้อมาจนเต็มคันรถเมื่อกี้อีกด้วย

 

โครโน่ “ฟิโอน่าอ่านมันออกด้วยอย่างงั้นหรือ ?”

 

ฟิโอน่า “ใช่ค่ะ ฉันอ่านมันได้แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”

 

ชั้นรู้สึกตกใจมากที่ฟิโอน่าสามารถอ่านภาษาโบราณได้ บางทีพวกแม่มดอาจจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับของโบราณเพื่อเข้าใจเวทมนต์---

 

ฟิโอน่า “ก็มันมีเขียนคำแปลเอาไว้อยู่ด้วยไม่ใช่หรือไงค่ะ นี่ไง ตรงนี้ไงค่ะ”

 

… คืนคำชมของชั้นกลับมาเดียวนี้เลยนะ !

 

ที่ตรงนั้นมีคำแปลเขียนเอาไว้อยู่ มันถูกเขียนอย่างเด่นเป็นสง่าอย่างชัดเจนให้กับเหล่านักท่องเทียวที่มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้กัน

 

เป็นอักษรที่ชั้นฝึกอ่านเขียนมาแล้วนั้น สามารถอ่านได้

 

โครโน่ “ไหนดูสิ -- เขียนเกี่ยวกับ มิอะ จริง ๆ ด้วยสิ”

 

มันเขียนเรื่องราวเกียวกับผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ในอดีต [จักรวรรดิเอลโรด]

 

บนนั้นเขียนระบุเอาไว้ว่ามิอะคือ [จอมมาร] ผู้ปกครอง [จักรวรรดิเอลโรด]

 

ฟิโอน่า “ดูเหมือนจะมีต่อที่อนุเสาวรีย์ขนาดใหญ่ตรงใจกลางของลานนะคะ”

 

โครโน่ “ไปอ่านกันเถอะ บางทีพวกเราอาจจะได้รู้อะไรเพิ่มบ้าง”

 

ที่ตรงนั้นมีแผ่นศิลาจารึกสีดำขนาด 10x3 เมตรตั้งเอาไว้อยู่ มันจารึกเรื่องราวเกี่ยวกับมิอะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

โครโน่ “[จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ - ซี่โร่-เคอร์นิเคิล] เป็นชื่อที่ฟังดูยิ่งใหญ่จังแฮะ”

 

เรื่องราวบนศิลานี้ได้บอกให้พวกเรารู้ว่า ไม่เพียงแต่ที่สปาด้า แต่มิอะผู้นั้นได้ยึดครองไปทั่วทั้งทวีปแพนโดร่าเลยต่างหาก

 

แต่การบอกว่าประวัติศาสตร์ของพวกเขาเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับการถือกำเนิด [จักรวรรดิเอลโรด] มันทำให้ชั้นรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของมิอะมากขึ้น

 

ราวกับจะบอกว่า เรื่องราวก่อนหน้าไม่สำคัญเลยเลยสักนิดแบบนั้น ไม่จำเป็นต้องไปรับรู้ก็ได้

 

พอมาคิดแบบนี้ ชั้นก็ยิ่งคิดว่ามันจะไม่ใจแคบไปหน่อยหรือไงกัน ที่จะบันทึกเฉพาะประวัติศาสตร์เฉพาะของมิอะเท่านั้นนะ ?

 

ฟิโอน่า “ฟังดูลึกลับมาเลยนะคะ [จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ - ซี่โร่-เคอร์นิเคิล] เป็นชื่อที่อยู่ตรงกันข้ามกับ [จุดจบของประวัติศาสตร์] เลยไม่ใช่หรือไงค่ะ”

 

โครโน่ “ก็จริง--”

 

ชั้นคิดตามคำถามของเธอ

 

โครโน่ “พอมาคิดดูดี ๆ แล้ว ไม่ใช่ว่าทั้งทวีกแพนโดร่ากับทวีปอาร์คต่างก็ใช้ภาษาและเวทมนต์ประเภทเดียวกันเลยไม่ใช่หรือไง ?”

 

ทวีปทั้งสองต่างใช้ภาษาและอักษรเหมือนกันหมดเลย มันจะไม่แปลกไปหน่อยหรือไง ?

 

อีกอย่าง ทวีปอาร์คเองก็ไม่เคยมีบันทึกว่ามาเยือนยังทวีปแพนโดร่าแบบนี้มาก่อนเลยด้วย ไม่มีทางที่พวกเขาจะเกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมซึ่งกันและกันได้

 

จะบอกว่าพวกเขาต่างคนต่างพัฒนาวัฒนธรรมและภาษาขึ้นมาได้เหมือนกันแบบนี้เลย จะเป็นไปได้ถึงขนาดนั้นเลยอย่างงั้นหรือ ?

 

ฟิโอน่า “เรื่องแบบนั้นไม่แปลกค่ะ เพราะทั้งสองทวีปมีรากฐานมาจากวัฒนธรรมโบราณเดียวกัน ดังนั้นแล้วจะคล้ายกันขนาดนี้ก็ไม่แปลกค่ะ หลักฐานเองก็มีแสดงให้เห็นอยู่ อย่างภาษาที่ใช้เหมือนกันก็นับว่าเป็นหลักฐานยืนยันเหมือนกันค่ะ”

 

ขนาดดันเจี้ยนโบราณที่เหลือทิ้งมาจากในอดีตของทั้งสองทวีปยังมีรูปแบบไม่ต่างกันเลยค่ะ ฟิโอน่าอธิบายให้ชั้นฟังแบบนั้น

 

ฟิโอน่า “ฉันเคยไปซากปรักหักพังมีเดียมาก่อนหน้านี้ค่ะ ฉันเชื่อว่ามันเป็นวัฒนธรรมโบราณที่เหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ”

 

โครโน่ “อืมม…”

 

ชั้นเห็นด้วยกับทฤษฎีของเธอ แต่คำถามของชั้นกลับยิ่งมีมากขึ้นกว่าเดิมอีก

 

อย่างแรกเลยก็คือ มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับวัฒธรรมโบราณที่ว่านั้น ? พวกเขาถือกำเนิดมายาวนานกว่าพันปีก่อน แล้ววัฒธรรมเหล่านั้นก็กลายมาเป็นรากฐานวัฒธรรามของทั้งสองทวีปอย่างงั้นหรือ ?

 

ตอนนี้ชั้นมีแต่ความอยากรู้อยากเห็นก่อตัวขึ้นมาอยู่ภายในใจแล้ว

 

โครโน่ “แต่ว่าพวกเราก็ไม่มีเวลามากพอที่จะไปเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ซะด้วยสิ”

 

ตอนนี้พวกเราต้องจุดไฟชีวิตให้กับความรู้สึกของตัวเองก่อน พวกเรากำลังจะเริ่มต้นชีวิตและทำงานในฐานะนักผจญภัยกันอีกครั้งหลังจากนี้แล้ว

 

ฟิโอน่า “ใช่แล้วละคะ มาเริ่มต้นกันเถอะค่ะ”

 

ลิลี่ “โอ้ !”

 

ทั้งสองคนที่เต็มไปด้วยพลังตอบรับชั้นกลับมา อืม...ขนาดลิลี่เองก็ยังซื้อลิ้นจี่มากินด้วยหรือเนี่ย

 

โครโน่ “พวกเธอไม่แบ่งให้ชั้นมั่งเลยนะ….ดีละ ชั้นขอไปซื้อมากินบ้างสิ”

 

ชั้นซื้อลิ้นจี่มากิน รสชาติที่หวานและหอมกรุ่นได้กระจายไปทั่วปากของชั้น อีกทั้งยังช่วยเติมเต็มความสุขให้กับหัวใจของชั้นด้วย

 

ชั้นที่เคยทิ้งหัวใจของตัวเองไปครั้งหนึ่ง ในตอนนี้ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ว่าการที่ชั้นฟื้นฟูจิตใจตัวเองขึ้นมาได้แบบนี้มันจะมีความหมายอะไรรออยู่ในอนาคตหรือเปล่านะ ? ชั้นทำได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองเท่านั้น…




NEKOPOST.NET