[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 164 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.164 - บทที่ 11 นักผจญภัยแรงค์ 1 ตอนที่ 164 ความเศร้าใจของซาริเอล


ณ ที่เหนือปราสาทไดดารอส ธงกางเขนอันเป็นสัญลักษณ์ของครูเสดเดอร์กำลังโบกสะบัดอยู่

 

ปัจจุบันนี้ ผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศไม่ ราชากราไวนอล์ ที่ตายไปแล้ว หากแต่เป็น---

 

ซาริเอล “เธอออกไปได้แล้ว”

 

หญิงสาวอายุน้อยคนหนึ่งที่สวมเสื้อสีขาวทั้งตัว เธอคนนั้นกำลังนั่งอยู่บนบันลังก์ที่ในอดีตเคยเป็นของราชากราไวนอล์ผู้นั้น

 

ซิสเตอร์ “ได้ค่ะ งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ ท่านซาริเอล (サリエル閣下)”

 

บันลังก์นั้นถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสีขาวอันเป็นสัญลักษณ์ของสาธารณรัฐซินแคลนั้น และหญิงสาวที่นั่งอยู่นั้น ก็คือผู้บัญชาการกองทัพครูเสดเดอร์ อัครสาวกที่ 7 ลอร์ดซาริเอล

 

เธอพึ่งส่งซิสเตอร์ออกไปจากห้องโถงแห่งนี้ ก่อนที่จะหยิบซองจดหมายที่ว่างเปล่าขึ้นมาดู บนนั้นมีตราสัญลักษณ์กางเขนประทับเอาไว้อยู่

 

ซาริเอล “คิดไม่ถึงเลยว่า [ผู้กล้าสีขาว อัครสาวกที่ 2 อาเบล] จะมาที่นี่ด้วยอีกคน”

 

เนื้อหาภายในจดหมายนั้น ระบุเกี่ยวกับการส่งอาเบลมาที่ทวีปแพนโดร่าแห่งนี้ตามคำสั่งของพระสันตะปาปา

 

ซาริเอล “คุณคิดว่าลอร์ดอาเบลจะมาทำอะไรที่นี่กันแน่คะ ?”

 

ในจดหมายนั้นระบุว่าทางซาริเอลจะต้องยอมรับการมาเยือนทวีปของอาเบล อีกทั้งต้องปกปิดเป็นความลับจากคนภายนอกด้วย

 

ด้วยเนื้อหาที่น่าสงสัยเช่นนี้ ซาริเอลเลยถามผู้ช่วยของเธอที่มีความฉลาดหลักแหลมกว่า บางที ถ้าเป็นเขาคนนี้ก็อาจคาดเดาเบื้องของการเคลื่อนไหวนี้ได้

 

ไลท์โครม “ไม่เลย ผมไม่รู้อะไรเลยครับ น่าจะมีสาเหตุอะไรบางอย่างอยู่ เขาถึงได้ยอมออกมาจากเมืองแบบนี้”

 

เพราะตอนนี้พวกเขาก็สามารถยึดครองประเทศไดดารอสได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ตอนนี้สถานการณ์ทั้งหมดภายในประเทศ ล้วนเป็นไปตามแผนที่พวกเขาคาดหวังเอาไว้ทั้งหมด

 

ถ้าจะให้พูดถึงปัญหาที่มีตอนนี้แล้วละก็ คงเป็นการหายตัวไปของอัครสาวกที่ 11 มิซาคนนั้นมากกว่า

 

เพราะตามกำหนดการแล้ว ตอนนี้อัครสาวกทั้งหมดที่มาเยี่ยมซาริเอลที่ทวีปแห่งนี้ ควรที่จะไปนั่งอยู่บนเรือการ์กันเทียร์และมุ่งหน้ากลับบ้านกันไปแล้ว

 

ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้น เธอยังคงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ มันก็ไม่ใช่ปัญหาที่อัครสาวกที่ 2 ลอร์ดอาเบลผู้นี้ควรจะต้องลงมือเคลื่อนไหวด้วยตนเองเช่นนี้

 

ซาริเอล “ก็จริง บางทีคงเป็นอย่างที่คุณว่านั่นแหละค่ะ”

 

ซาริเอลเห็นด้วยกับไลท์โครม

 

นอกจากการออกศึกแล้ว เธอยังต้องทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองประเทศแห่งนี้อีกด้วย ข่าวสารต่าง ๆ เธอย่อมรู้มากกว่าใคร แต่ด้วยสภาพที่มีข้อมูลเพียงน้อยนิดเช่นนี้ เธอจึงทำได้แต่เชื่อมั่นในความเห็นของไลท์โครมเท่านั้น

 

ไลท์โครม “ในเมื่อทางนั้นไม่ยอมบอกรายละเอียดแบบนี้ พวกเราก็ไม่ควรจะขุดคุ้ยอย่างไร้ประโยชน์ครับ”

 

ซาริเอล “เห็นด้วยค่ะ เพราะทุกสิ่งที่พระสันตะปาปาและลอร์ดอาเบลกระทำ ก็เปรียบได้ดั่งตัวพระองค์ท่านลงมือกระทำเอง สิ่งที่พวกเราทำได้ ก็แค่เตรียมการต้อนรับในฐานะเจ้าบ้านเท่านั้นค่ะ”

 

ไลท์โครมเองก็เห็นด้วยกับทางเลือกของซาริเอล

 

สุดท้ายก็มีแค่ซาริเอลกับไลท์โครมสองคนเท่านั้น ที่จะเป็นผู้ให้การต้อนรับอาเบล

 

ส่วนเป้าหมายการมาเยือนของอาเบลในครั้งนี้ที่ระบุเอาไว้ในจดหมาย ก็คือการตรวจสถานการณ์ของทวีปแพนโดร่า ณ ปัจจุบันตามคำสั่งของพระสันตะปาปา

 

ทางพวกเธอและครูเสดเดอร์จะต้องให้การสนับสนุนและตอบทุกคำถามของเขา โดยไม่ตั้งข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ซาริเอล “อาร์คบิชอบ ไลท์โครมค่ะ รบกวนช่วยออกไปจากห้องนี้ซักครู่จะได้หรือเปล่าคะ ?”

 

อยู่ ๆ ซาริเอลก็ขอร้องไลท์โครมให้ออกจากห้องนี้ไป

 

ไลท์โครม “งั้นตัวกระผมก็ขอเสียมารยาทออกไปก่อนนะครับ เดียวผมจะแจ้งให้ทหารเฝ้ายามออกไปพักผ่อนด้วยเช่นกัน เชิญใช้เวลาได้ตามสะดวกเลยครับ”

 

ไลท์โครมเข้าใจนัยแฝงของเธอได้ทันทีว่าเธอต้องการความเป็นส่วนตัวในตอนนี้

 

เขาไม่คิดที่จะถามเหตุผลของเธอ สำหรับ [มนุษย์] อย่างเขาแล้ว เขารู้ว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะไปหยุดการตัดสินใจของอัครสาวกได้

 

ซาริเอล “ขอบคุณค่ะ ไว้เดียวพวกเรากลับมาทำงานต่อช่วงบ่ายก็แล้วกันนะคะ”

 

หลังจากที่ได้โค้งคำนับลา ไลท์โครมก็ก้าวเดินออกจากท้องพระโรงไป

 

และในตอนที่เธอนั่งอยู่เพียงคนเดียวภายในท้องพระโรงแห่งนี้

 

ซาริเอล “เธอออกมาได้แล้วละ

 

เธอก็พูดคุยกับอากาศที่ไม่มีใครอยู่ราวกับว่ามีใครสักคนซ่อนอยู่ภายในห้อง

 

… “ขอโทษทีน้า~ดูท่าจะทำให้เธอเป็นห่วงซะแล้วสิเนี่ย”

 

ในตอนนั้นเอง ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวออกมา

 

เธอไว้ผมทรงทวินเทล ใส่ชุดเกราะหนังคาดอกทับบนเสื้อผ้าตัวบางและสวมกระโปรงมินิสเกิร์ตเอาไว้

 

ถ้าหากไปถามคนอื่นแล้วละก็ พวกเขาก็คงบอกว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นนักผจญภัยมือใหม่อย่างแน่นอน

 

เธอดูไม่เหมือนพวกนักผจญภัยที่กรำศึกมาแล้ว เธอดูเป็นแค่ผู้หญิงที่ไร้เดียงสาคนหนึ่งเท่านั้น

 

ซาริเอล “ยินดีต้อนรับสู่ทวีปแพนโดร่านะคะ อัครสาวกที่ 8 ไอซ์”

 

ซาริเอลไม่แสดงท่าทีแปลกใจเลยสักนิดต่อบุคคลที่ปรากฏตัวตรงหน้าเธอ

 

ไอซ์ “เรุ่นพี่ซาริเอลนี่น่ารักจริง ๆ นะเนี่ย! แต่อย่างน้อยถ้าจะต้อนรับกัน ฉันอยากให้เธอช่วยยิ้มให้มากกว่านี้หน่อยนะ”

 

ใบหน้าของซาริเองบิดเบี้ยวไปเพราะคำพูดของไอซ์

 

ไม่ใช่เพราะเธอโกรธ แต่เป็นเพราะเธอพยายามที่จะลองยิ้มต่างหาก

 

ไอซ์ “เออ...ขอโทษด้วยค่ะ รุ่นพี่ซาริเอลเป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้ก็ดีแล้วละคะ”

 

ซาริเอล “แล้ว เธอมีธุระอะไรหรือ ?”

 

ซาริเอลยิงคำถามออกมา

 

ไอซ์ “ฉันนึกว่ามิซามาเล่าให้ฟังแล้วเสียอีกว่า--”

 

เธอเล่าทั้งหมดให้ซาริเอลฟัง ทั้งเรื่องที่มิซากลับไปพร้อมกับอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหรนัก และเรื่องที่เธอคนนั้นได้ทำลงไป และเรื่องที่เธอคนนั้นเดินทางไปที่ไหนในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ รวมถึงเรื่องที่เธอได้พบกับไอซ์ และเรื่องที่ไอซ์คนนี้ลอบเข้ามาในพระราชวังที่ยามคุ้มกันหนาแน่นขนาดนี้ได้ยังไงด้วย

 

ไอซ์ “---เพราะแบบนั้น ฉันเลยคิดว่าควรจะแวะมาทักทายและแจ้งข่าวให้เธอได้รู้สักหน่อยนะ”

 

ซาริเอล “เข้าใจละ”

 

เพราะไอซ์มีทักษะในการซ่อนตัวที่ยอดเยี่ยม เลยทำให้เธอสามารถลอบเข้ามาในท้องพระโรงแห่งนี้ได้โดยที่ที่ไม่มีใครสักคนรู้ตัวเลยสักนิด

 

ไอซ์ “อ้า ที่ฉันมานี้ก็เพราะมีเรื่องจะขอร้องเธอหน่อยนะ เธอมีได้รับแจ้งเรื่องนี้บ้างหรือยัง ?”

 

ซาริเอล “ยัง มันคืออะไรหรือคะ ?”

 

ไอซ์ “ช่วยรีบ ๆ ก่อตั้งกิลนักผจญภัยที่ประเทศไดดารอสให้หน่อยสิ !!”

 

ต่อให้คนไม่ฉลาดอย่างซาริเอล เธอก็ยังสามารถรู้ได้ทันทีว่าไอซ์ต้องการอะไร

 

ไอซ์ที่ชอบเล่นเป็นนักผจญภัยแบบนี้ แน่นอนว่าเธอคงต้องให้มีสาขากิลนักผจญภัยตั้งอยู่ภายในประเทศต่างทวีปแบบนี้อยู่แล้วละ

 

แน่นอนว่าชื่อของไอซ์ในฐานะนักผจญภัยนั้น เป็นที่รู้จักกันดีทั่วทั้งทวีปอาร์ค ขนาดแม้แต่ในทวีปแพนโดร่าแห่งนี้ก็เช่นกัน

 

เธอมีชื่อเสียงในหมู่นักผจญภัยมาก

 

ความจริงแล้วมันก็มีกิลนักผจญภัยตั้งอยู่ในไดดารอสอยู่หรอก แต่เป็นเพราะถูกครูเสดเดอร์ยึดครองประเทศเอาไว้อยู่ มันเลยถูกปิดลงอย่างที่เห็นทุกวันนี้

 

เพราะไม่อาจจะใช้กิลที่ตั้งตามกฏของพวกศัตรูได้ พวกเขาจะต้องใช้ตามกฏของพวกเขาเท่านั้นในการเปิดใช้งานกิลอีกครั้ง

 

ซาริเอล “เข้าใจแล้วค่ะ”

 

และซาริเอลก็คิดว่าจะตอบรับคำขอของไอซ์เอาไว้ให้

 

ไอซ์ “ไชโย ! ฉันรักรุ่นพี่ซาริเอลที่สุดเลย !”

 

ไอซ์วิ่งเข้าไปกอดซาริเอลด้วยแขนทั้งสองของเธอ

 

ซาริเอล “เดียวจะ...เปิดกิล...เร็ว ๆ นี้ให้...เอง”

 

เพราะไอซ์กอดเธอเอาไว้ เลยทำให้ซาริเอลตอบกลับลำบากหน่อย

 

เพราะที่นี่คือโลกที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ เลยต้องหาคนมาทำหน้าที่ปกป้องชาวบ้านเอาไว้

 

แน่นอนว่าปกติมันเป็นหน้าที่ของทหาร แต่เฉพาะทหารที่มี มันก็ไม่พอที่จะมารับมือกับมอนสเตอร์จำนวนมากเช่นนี้ได้ ทำให้ระบบกิลถือกำเนิดขึ้นมา

 

อีกอย่าง ในมุมมองของชาวบ้านนั้น พวกนักผจญภัยก็เป็นอะไรที่ดูเป็นมิตรและใกล้ชิดกว่าพวกทหารอีกด้วย

 

นอกจากนี้ ทางกิลยังรับงานอย่างอื่นอีก เช่น เก็บวัตถุดิบ หาสมุนไพร ส่งของ งานคุ้มกัน เป็นต้น

 

หรือแม้แต่งานเสี่ยงอันตรายที่คนปกิตไม่อาจจะทำได้ พวกเขาก็ยังรับทำเช่นกัน

 

ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ เช่นนี้ ซาริเอลก็เลยคิดว่าคงถึงเวลาอันควรแล้ว ที่จะต้องเปิดกิลนักผจญภัยขึ้นมาในประเทศไดดารอสแห่งนี้

 

แต่ตอนนี้ดูท่าไอซ์กำลังสนุกอยู่กับการเล่นร่างกายของซาริเอล ดังนั้นต่อให้ซาริเอลอธิบายความจำเป็นของกิลออกไปในตอนนี้ ก็คงจะไม่เข้าหัวของเธอหรอก

 

ซาริเอล “งั้นแสดงว่าเธอจะอยู่ที่ไดดารอสอีกสักพักอย่างงั้นหรือ ?”

 

ซาริเอลถามไอซ์โดยทำเป็นไม่สนใจการแนบชิดร่างกายอันเกินควรที่ไอซ์กำลังทำอยู่ตอนนี้

 

ไอซ์ “อืม ฉันกะจะอยู่ต่อในฐานะนักผจญภัยจนกว่าทุกอย่างจะสงบลง ความจริงแล้วฉันอยากจะสมัครเป็นนักผจญภัยของทวีปแพนโดร่าด้วยซ้ำไป แต่เพราะภารกิจของฉันที่ได้รับจากพระเจ้า [การปฏิรูปโลก] ฉันเลยทำแบบนั้นไม่ได้”

 

ทุกสิ่งที่อัครสาวกที่ 8 ไอซ์ได้ลงมือเคลื่อนไหว ล้วนแต่เป็นผลดีต่อพลเรือนและประชาชนของอลีเซียนทั้งสิ้น

 

จัดการกับมอนสเตอร์ จัดการกับพวกนักโกงเมือง และพ่อค้าเลวทราม ทุกสิ่งต่างเป็นการลงมือทำเพื่อประชาชนตาดำ ๆ

 

แต่ทว่าเธอไม่อาจยื่นมือเข้าไป [ช่วย] คนของศัตรูหรือคนที่ไม่ศรัทธาในพระเจ้ากางเขนได้โดยตรง

 

เพราะเธอคืออัครสาวก เธอไม่อาจที่จะลงมือทำอะไรที่ขัดต่อทางโบสถ์และพระเจ้าของเธอได้ ทุกการกระทำของเธอก็เปรียบได้ดั่งตัวแทนของพระเจ้าเอง ดังนั้นเธอเลยช่วยได้เฉพาะกับผู้ที่ศรัทธาเท่านั้นเอง

 

ซาริเอล “ถ้ามีเธออยู่ที่นี่ ประเทศไดดารอสก็คงปลอดภัยแล้วละ”

 

ไอซ์ “หุ หุ หุ ขอบคุณจ้า !”

 

พอให้ยินคำชมจากซาริเอล ไอซ์ก็พยายามที่จะบุกเข้าไปจูบปากเธอ แต่ด้วยความที่พวกเธอต่างก็เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้ากางเขน ซาริเอลที่คิดว่าไม่สมควรเท่าไหรนักกับมารยาทแบบนี้ เธอเลยเอามือดันใบหน้าของเธอออกไปเสียก่อน

 

ซาริเอล “มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ฉันอยากถามอยู่เหมือนกัน”

 

ไอซ์ “งืออ~มันคืออะไรเหยอ ?”

 

บางทีเธอคงอยากจะจูบซาริเอลมาก มือของเธอเลยขยับไปมาราวกับหนวดปลาหมึกที่พยายามจะจับเหยือตรงหน้านี้

 

ซาริเอล “ข่าวที่ว่า [มารร้าย] ได้สร้างความเสียหายให้กับครูเสดเดอร์เอาไว้ที่หมู่บ้านอาลซัลนะ เห็นว่ากันว่าเขาชื่อโครโน่ เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ?”

 

ซาริเอลเองก็ได้ยินเรื่องการต่อสู้ที่หมู่บ้านอาลซัสมาบ้างเช่นกัน

 

การที่กองทัพต้องสูญเสียทหารไปกว่าพันคนเพียงเพราะการต่อต้านจากปีศาจกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้เธอสนใจข่าวนี้เป็นอย่างมาก

 

ไม่เพียงเฉพาะกับซาริเอลเท่านั้น กองทัพครูเสดเดอร์ทั้งหมดต่างก็รู้ข่าวนี้เช่นกัน

 

จากที่คิดว่าเป็นการต่อต้านจากพวกปีศาจ กลายเป็นว่าพวกเขาได้พบกับสงครามเต็มรูปแบบแทน

 

และไอซ์เองก็เข้าร่วมสงครามนั้นด้วยเช่นกัน ซาริเอลเลยคิดว่าควรที่จะฟังเรื่องจริงจากปากของเธอเองเลย น่าจะเป็นการดีกว่า

  

แต่สิ่งที่ซาริเอลต้องการรู้นั้น คือข้อมูลของชายที่ชื่อว่า [โครโน่] เพียงคนเดียวเท่านั้น

 

ไอซ์ “ฮืม ? รุ่นพี่เองก็รู้จักโครโน่คุงด้วยหรือเนี่ย ?”

 

ไอซ์ยิ้มถามซาริเอลกลับไป

 

มันเป็นรอยยิ้มที่เหมือนกับเวลาที่เด็กผู้หญิงหยอกล้อชื่อของผู้ชายที่เป็นคนรักกันแบบนั้น

 

ซาริเอล “....”

 

ซาริเอลทำได้แต่นิ่งเงียบเป็นคำตอบ เธอไม่รู้ว่าควรจะโกหกออกไปยังไงดี

 

แถมไอซ์เองก็ดันตีความไปเองแล้วว่าคำตอบของเธอคือ [ใช่]

 

ไอซ์ “ฉันยืนยันด้วยการทำความรู้กันแล้ว ไม่มีทางเข้าใจผิดได้หรอก เขามีผมสีดำและดวงตาสีดำ นอกจากนี้ยังใส่ชุดคลุมสีดำทั้งตัว นอกจากนี้ยังมีแฟรี่ตัวน้อยน่ารักสุดยอดอยู่ข้าง ๆ ด้วยละ”

 

ซาริเอลยังคงนิ่งเงียบต่อไป

 

ซาริเอล “(เป็น โครโน่ มาโอะ แน่นอน)”

 

เธอพึมพำอยู่ภายในใจของตัวเองอย่างเงียบ ๆ

 

ผู้ชายที่ใช้เวทมนต์ดำฆ่าครูเสดเดอร์นับพัน คงไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้แน่นอน

 

ไอซ์ “แปลกจังที่รุ่นพี่ซาริเอลแสดงความสนใจออกมาแบบนั้น หรือว่าเคยพบกันมาก่อนแล้วจริง ๆ ?”

 

เธอคาดเดาได้ถูกต้อง

 

อัครสาวกที่ 7 ลอร์ดซาริเอลนั้นเป็นคนที่ไม่เคยแสดงอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ ออกมา

 

แม้ว่าจะพึ่งฆ่าคนมา หรือออกไปทำภารกิจมา หรือแม้แต่พูดคุยกันในหมู่อัครสาวกกันเอง เธอก็ยังไม่เคยแสดงอารมณ์ผ่านทางสีหน้าให้เห็นเลยสักครั้งเดียว

 

แต่ทว่ากับชายที่ชื่อว่า [โครโน่] ชื่อนี้กลับทำให้เธอแสดงความสนใจที่มีออกมาให้เห็นได้

 

ไอซ์ “นี่ นี่ หรือว่าเธอจะเป็นห่วงโครโน่คุงอย่างงั้นใช่หรือเปล่า ? หรือเธอชอ---”

 

~ว้ายยยย~ ไอซ์ส่งเสียงร้องออกมาแบบนั้น แต่ทว่า

 

ซาริเอล “เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะ”

 

กับคนที่ไร้อารมณ์ดั่งตุ๊กตาเช่นเธอนั้น เธอได้ทิ้งความรู้สึกของมนุษย์ทั้งหมดทิ้งลงคลองไปแล้ว เธอสนใจแต่การเอาชีวิตรอดไปวัน ๆ เท่านั้น

 

ความรู้สึกอย่าง [ความรัก] อะไรแบบนี้เธอไม่รู้จัก เธอไม่เข้าใจว่าความรักมันคืออะไรและมีความรู้สึกยังไง

 

ไอซ์ “หุหุหุ จะ จริงเร้อ ?”

 

แต่บางทีไอซ์คนนี้อาจจะรับรู้อะไรที่ผิดแปลกไปบางอย่างได้ แต่เธอก็ไม่คิดที่จะกดดันซาริเอลต่อแล้ว

 

ไอซ์ “ช่างเถอะ อ้า จริงสิ นี่คือยัตรประจำตัวกิลของฉันอันใหม่นะ ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นละก็ ติดต่อมาได้ทางกิลเลยนะ”

 

เธอส่งกิลการ์ดที่อยู่ในมือไปให้ซาริเอล

 

บนนั้นระบุชื่อว่า ไอซ์ และมีข้อมูลของอาชีพเขียนเอาไว้อยู่

 

สำหรับทวีกอาร์คนั้น การ์ดนักผจญภัยจะใช้เป็นแผ่นนามบัตรแทนสายห้อยแผ่นโลหะแบบทวีกแพนโดร่าแห่งนี้

 

ไอซ์ “ถ้าฉันเจอหรือได้ข่าวของโครโน่คุงแล้วละก็ เดียวจะแจ้งให้กับเธอรู้เอง ในทางกลับกัน ฉันเองก็จะขออะไรจากเธอเพิ่มหลังจากนี้ด้วยเช่นกันนะ”

 

ซาริเอล “ฉันไม่ได้ --”

 

ไอซ์ “บ้ายบาย ! พยายามเข้านะรุ่นพี่ซาริเอล !!”

 

แล้วไอซ์ที่รำลาอยู่เพียงฝ่ายเดียว ก็เผ่นออกทางประตูหายไปแล้ว

 

 

ซาริเอล “.................โครโน่ มาโอะ”

 

ซาริเอลพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง

 

ซาริเอล “(ตอนนั้น ฉันไม่น่าปล่อยให้เขาหนีไปได้เลย)”

 

ตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจมาก

 

เพราะเธอมีสถานะเป็นผู้บังคับบัญชากองทัพครูเสดเดอร์ ดังนั้นแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของเธอที่ควรจะสังหารศัตรูทั้งหมดของกองทัพโดยไม่มีข้อยกเว้น

 

และเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

 

แต่ทว่ากองทัพของเธอกลับต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ เพียงเพราะการตัดสินใจส่วนตัวของเธอเอง นี่ยังไม่นับเรื่องที่ตัวเธอเป็นอัครสาวกเข้าไป เธอก็ไม่อาจยกโทษให้ตัวเองได้แล้ว

 

ซาริเอล “(เป็นความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยสักนิด เป็นเพราะฉันแท้ ๆ)”

 

สำหรับซาริเอลนั้น ขอแค่มีคนเสียชีวิต เธอก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้ว

 

เธอไม่ได้เสียใจกับความตายของผู้คน แต่เป็นเรื่องของความรับผิดชอบที่มีต่างหาก

 

ซาริเอล “(ควรจะเป็นฉัน ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง)”

 

ผลก็คือ เธอเลยมีความรู้สึกบางอย่างกับชายที่ชื่อว่า โครโน่ มาโอะ ผู้นี้

 

ซาริเอล “(ครั้งถัดไป ถ้าหากฉันได้พบเขาในการต่อสู้ละก็---)”

 

ไม่สิ มันไม่ใช่ [ถ้า] แต่เป็น [แน่นอน] ต่างหาก เพราะเขาคนนั้นจะต้องไปปรากฏในสนามรบแน่นอน เธอมั่นใจว่าต้องเป็นแบบนั้น

 

ไม่ช้าก็เร็ว เธอต้องพบเขาอีกครั้งแน่นอน

 

ซาริเอล “---ฉันจะฆ่าเขาด้วยมือของฉันเอง”

 

เธอพูดย้ำกับตัวเองเช่นกัน

 

แต่ทว่าเธอกลับพบว่าเธอนั้นไม่ได้โกรธแค้นโครโน่เลย แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่ต่างออกไป

 

เธอรู้สึกว่าโครโน่คนนั้นต้องมาเจอกับหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะถูกจับไปทดลองหรือการทรมาน

 

เพราะแบบนั้นเธอเลยได้ปล่อยให้เขาหนีรอดไป เพราะเธออยากให้เขาเป็นความหวังของอิสระภาพ ความหวังที่เธอนั้นไม่อาจหนีออกไปได้

 

แต่แล้วเธอกลับต้องมาฆ่าชายคนนี้ด้วยมือของตัวเอง ใช่แล้ว ความรู้สึกนี้ก็คือ [ความเศร้าโศก] นั่นเอง

 

ในวันนี้ อัครสาวกที่ 7 ลอร์ดซาริเอลได้พบกับความรู้สึกที่เรียกว่า [ความเศร้าโศก] เป็นครั้งแรกในชีวิตแล้ว

 



NEKOPOST.NET