[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 159 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.159 - ตอนที่ 159 พลังเพื่อการปกป้อง (2)


คิดแต่เรื่องของตัวเองก็พอแล้ว คนอื่นจะช่างหัวมันไปซะ หลีกเลี่ยงจากปัญหาทุกอย่าง อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน หลังจากนี้ชั้นจะใช้ชีวิตแบบนี้นี่แหละ

 

ถึงจะรู้ ถึงจะยอมรับความคิดนี้ไปแล้วก็ตาม ชั้นก็ยัง…

 

… “กรี๊ดดด!!”

 

พอได้ยินเสียงของผู้คนกรีดร้อง ชั้นก็ยังกลับไปช่วยพวกเขาอยู่ดี !!

 

และพอรู้ตัวอีกที ชั้นก็จัดการนักเลงสามคนลงไปกองกับพื้นแล้ว

 

ตอนนั้น มันบอกชั้นว่า “ จะเล่นเป็นผู้กล้าหรือไงกัน ?” ชั้นคงจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ นั่นแหละ

 

ชั้นมันโง่ เป็นไองี่เง่าตัวจริง ๆ ต่อให้พบกับความผิดพลาดสักกี่ครั้ง ชั้นก็ยังทำตัวเป็นผู้กล้าได้อีกนะ

 

แต่ว่าแล้วจะทำไมละ ? ทำไม เรื่องแบบนี้นี้ต้องไปอนุญาตใครด้วยหรือยังไงกัน ?

 

มีคนตาย ? ปกป้องใครไม่ได้เลย ? เพราะเหตุผลนี้ชั้นเลยไม่จำเป็นต้องปกป้องใครอีกแล้วก็ได้อย่างงั้นหรือ ?

 

ผิดแล้วละ ผิดทั้งหมดเลย

 

ก็แค่อีกครั้ง ครั้งต่อไปนี่แหะล ชั้นจะต้องปกป้องใครสักคนให้ได้

 

อย่าไปกลัวมันสิ

 

ภายในหัวของชั้น กำลังหาเหตุผลมาแย้งการกระทำของตัวเองตอนนี้อยู่

 

แต่ไม่เป็นผลหรอก ชั้นจะไม่เดินตามหาเหตุผลต่อไปแล้ว ร่างกายนี้ จิตวิญญาณของชั้น มันได้ปฏิเสธทุกสิ่งไปแล้ว

 

ต่อหน้าเด็กผู้หญิงที่กำลังมีอันตราย จะให้ชั้นทอดทิ้งเธอไปได้ยังไงกัน

 

ไม่มีเหตุผลใด ๆ จะมาห้ามชั้นไม่ให้ช่วยเธอเอาไว้ แล้วชั้นก็ไม่เสียใจที่ได้เลือกเส้นทางนี้อีกด้วย

 

แล้วคราวนี้ ชั้นก็สามารถปกป้องมาได้หนึ่งชีวิต ชั้นสามารถปกป้องเธอเอาไว้ได้จริง ๆ

 

โครโน่ “บาดเจ็บหรือเปล่า ?”

 

… “ไม่ ไม่บาดเจ็บเลย”

 

เธอยิ้มตอบกลับมา ดวงตาสีแดงเข้มของเธอจ้องเข้ามาภายในดวงตาของชั้น

 

… “ขอบคุณที่ช่วยเอาไว้นะ”

 

มันเป็นคำขอบคุณจากหัวใจของเด็กคนนี้ ชั้นสามารถรับรู้ถึงความจริงใจนั้นได้

 

และชั้นก็รู้สึกขอบคุณเธอด้วยเช่นกัน

 

เพราะได้รับคำขอบคุณจากเธอ ชั้นเลยสามารถดึงตัวเองให้หลุดจากความมืดมิดของจิตใจเอาไว้ได้

 

ไม่จำเป็นต้องพูดจามากความไร้สาระ มีเพียงคำพูดเดียวที่ชั้นตอบเธอกลับไปด้วยรอยยิ้ม

 

โครโน่ “เธอก็เช่นกัน ขอบคุณมากนะ”

 

นี่ชั้นยิ้มออกมาได้แล้วอย่างงั้นหรือเนี่ย ?

 

ไม่สิ บางที--บางทีตอนนี้ชั้นอาจกำลังยิ้มอย่างสุดหัวใจตั้งแต่มีชีวิตมาเลยก็ว่าได้มากกว่า

 

หัวใจได้ถูกชำระล้าง ชั้นไม่ต้องลังเลอีกต่อไปแล้ว

 

นี่แหละที่ชั้นอยากทำ ที่ชั้นอยากจะเป็น ชั้นอยากจะก้าวเดินต่อไปในเส้นทางนี้

 

ก็แค่ไปค้นพลัง พลังที่มากพอจะนำมาปกป้อง พลังที่มากพอจะต่อกรกับพวกอัครสาวกพวกนั้นได้

 

ถ้าชั้นมีพลัง ที่เหลือ ทุกสิ่งก็จะตามมาเอง คราวนี้ชั้นก็จะสามารถปกป้องทุกคนได้แล้ว---

 

… “ฟุ ฟุ ฟุ ชั้นขอบคุณนายมากเลยนะที่มาช่วยเอาไว้ ชั้นเชื่ออยู่แล้วละว่านายต้องมาช่วย คุโรโนะ มาโอะ (黒乃真央)” (จากผู้แปล เด็กคนนี้ใช้แทนตัวเองว่า โบคุ ครับ)

 

แต่แล้ว ท่ามความหัวใจที่กำลังถูกชำระล้าง ชั้นก็ถูกดึงกลับมาด้วยคำพูดของเด็กสาวตรงหน้า

 

ชั้นรีบกระโดดสร้างระยะห่างจากเธอ พร้อมทั้งเตรียมที่จะต่อสู้กับเธอ

 

โครโน่ “ทำไมถึงรู้จักชื่อจริงของชั้น ?”

 

เธอสะกดทุกคำพูดของชื่อชั้นได้อย่างถูกต้องไม่มีผิดเพี้ยน แถมสำเนียงยังชัดเจนเต็มสองรูหูของชั้นอีกด้วย

 

ต่อให้เป็นซาริเอลหรือลิลี่ สองคนนั้นก็ยังไม่สามารถทำได้ถึงขนาดนี้

 

สัญชาติญาณของชั้นมันกำลังบอกว่า เด็กผู้หญิงคนนี้ [ไม่ใช่ธรรมดา]

 

… “ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นก็ได้ ชั้นไม่ใช่ศัตรู”

 

เธอส่งยิ้มกลับมาบนใบหน้าที่น่ารักนั้น แต่มันซ่อนความลึกลับเอาไว้อยู่ด้วยเช่นกัน

 

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ? จะบอกว่ามีกับดักรอชั้นเอาไว้อยู่หรือยังไงกัน ?

 

ถ้าหากเป็นศัตรู ชั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องต่อสู้กับศัตรูที่ไม่รู้จัก ที่ชั้นต้องทำ ก็คือเผ่นหนีไปให้ไกลที่สุดเท่านั้น

 

… “เออ เดียวสิ ช่วยรอสักครู่หน่อย ช่วยอยู่ฟังสิ่งที่ชั้นกำลังจะบอกนี้ก่อนสิ”

 

ก่อนที่ชั้นจะออกตัววิ่งหนีไป เธอได้หยุดชั้นเอาไว้ราวกับรู้ว่าชั้นกำลังจะทำอะไรต่อไป

 

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ชั้นก็ยังคิดที่จะวิ่งหนีไปอยู่ดี แต่ทว่า…

 

“นี่มันอะไรกัน กำแพงมาจากไหนกันเนี่ย !?”

 

มันมีกำแพงหินที่หุ้มไปด้วยพลังงานสีดำปรากฏขึ้นมาปิดซอยนี้เอาไว้แล้ว

 

อีกทั้งสภาพโดยรอบของซอยยนี้ก็ยังแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน จนในที่สุด ชั้นก็ถูกกำแพงหินนี้ขังเอาไว้แล้ว

 

แถมยังเป็นกำแพงที่แข็งแรงจนชั้นไม่อาจทำลายทิ้งได้อีกด้วย

 

เป็นครั้งแรกเลยที่ชั้นได้พบกับเวทมนต์อะไรแบบนี้ พื้นที่โดยรอบถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

 

แถมนักเลงสามคนนั้นก็ยังสลายหายไปแล้วด้วย หรือว่าสามคนนั้นก็เกิดจากเวทมนต์ด้วยเช่นกันงั้นหรือ ?

 

เด็กผู้หญิงคนนี้มีพลังเวทมนต์ที่เหลือเชื่อมาก เดียวนะ คงไม่ใช่ว่าเธอเป็นอัครสาวกอีกคนหรอกใช่ไหม ?

 

โครโน่ “ตกลงเธอเป็นใครกันแน่ ? ต้องการอะไรจากชั้นอย่างงั้นหรือ ?”

 

ถ้าลองพิจารณาจากคำพูดของเธอเอง เธอคงไม่ได้คิดจะฆ่าชั้นทันทีตอนนี้

 

อย่างก็ลองฟังความต้องการขอเธอก่อนละกัน บางทีอาจจะจบลงโดยที่ไม่ต้องต่อสู้ก็เป็นไปได้

 

ดังนั้นแล้ว ชั้นเลยไม่หยิบอาวุธใด ๆ ออกมาต่อหน้าเธอตอนนี้

 

… “ต้องขอโทษด้วย ผมรู้ทุกอย่างที่เป็นนาย แต่นายไม่รู้อะไรที่เกี่ยวกับผมเลย งั้นขอให้ผมได้แนะนำตัวก่อนเถอะนะ”

 

เธอทำท่าเหมือนกับกำลังจะขอชั้นเป็นเพื่อน ร่างของเด็กหญิงได้มีหนวดสีดำปรากฏขึ้นมารัดร่างกายเอาไว้ จนกลายสภาพเป็นเปลือกสีดำห่อหุ้มทั่วทั้งตัวของเธอ

 

หนวดนั้นเหมือนกับพลังของชั้นเลย

 

เสื้อขาด ๆ สีเทาของเธอได้หายไป และถูกแทนที่ด้วยสีดำของหนวดนั้น ในเวลาต่อมา เธอก็สวมใส่เสื้อผ้าสีดำเอาไว้แทนแล้ว

 

มันเหมือนกับชุดเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่น [กักคุรัน (学ラン)] ไม่สิ มันเรียบร้อยจนเหมือนกับชุดของนักเรียนเตรียมทหารญี่ปุ่นโบราณเลยต่างหาก ที่เสื้อผ้าของเธอมีเครื่องประดับสีทองและสีเงินติดเอ้าอยู่ด้วย

 

นอกจากนี้เธอยังมีเสื้อคลุมสีดำตัวยาวขนาดใหญ่สวมทับอีกชั้นเอาไว้อยู่ด้วย มันเหมือนกับภาพวาดชุดของแวมไพรที่หาได้สนใจกฎเกณฑ์ใด ๆ ของโลกไม่

 

พอดูเสื้อคลุมตัวนั้นให้ดีอีกครั้ง ชั้นก็พบว่ามันเชื่อมติดกับพื้นที่กลายเป็นสีดำไปแล้วเช่นกัน

 

ราวกับว่าทุกพื้นที่รอบตัวนี้ ได้สร้างจากผ้าคลุมสีดำของเธอผืนนั้นเลย

 

แม้ว่ารอบตัวจะถูกปกคลุมไปด้วยผืนผ้าสีดำ แต่ชั้นก็ยังพอมองเห็นว่าในมือของเธอกำลังถือดาบ ไม่สิ มันเหมือนกับไม้คฑาเวทมากกว่า

 

เด็กสาวที่แต่งตัวก้ำกึ่งระหว่างความเป็นลูกขุนนางกับจอมมหาเวทนั้น ถึงจะยังมีใบหน้าเป็นเด็กหญิงอยู่ แต่บางเวลาก็ดูเหมือนกับเป็นผู้ชายอยู่เช่นกัน

 

ในที่สุด เธอหรือเขาก็ตามแต่ ก็ได้เอยชื่อออกมาในที่สุด   

 

… “ชั้นคือ มิอา・เอลโลด (ミア・エルロード) เทพเจ้าที่จะมามอบ [พรคุ้มครองจากเทพเจ้า] ให้กับนายยังไงละ”

 

นั่นเป็นชื่อที่ชั้นเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกในชีวิต

 

ในความทรงจำขงชั้น ไม่เคยได้ยินชื่ออย่างมิอา หรือเอลโลดเลยสักครั้ง

 

แต่ชั้นรู้จักคำว่า [พรคุ้มครองจากเทพเจ้า] เป็นอย่างดี

 

โครโน่ “หรือว่าเธอคือเทพเจ้า ?”

 

เทพเจ้า สิ่งที่ไม่ควรมีตัวตน ได้กลายมาเป็นมีตัวตนต่อหน้าชั้น ชั้นอดไม่ได้ที่จะเผลอตะโกนออกไป ตอนนี้ชั้นรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลุดออกไปจากความจริงของโลกแล้ว

 

มิอา “ใช่ ชั้นคือหนึ่งในเสาหลักของ [เทพเจ้าสีดำ] แห่งแพนโดร่านี้”

 

คน คนนี้บอกว่าตัวเองเป็นเทพเจ้า ถึงจะรู้ว่าโลกใบนี้มีเวทมนต์อยู่จริง ๆ แต่เรื่องเพทเจ้าแบบนี้ ออกจะเชื่อได้ยากหน่อยแฮะ

 

ไม่สิ โลกนี้มีพลังอย่างพรคุ้มครองอยู่ ดังนั้นแล้วจะมีคนที่เป็นเทพเจ้าแบบนี้ก็คงจะไม่แปลก

 

แต่ทว่า กับคนที่มีร่างเป็นเด็กมนุษย์แบบนี้ ชั้นก็ออกจะยอมรับได้ยากอยู่ดีว่าเธอเป็นเทพเจ้าจริง ๆ

 

มิอา “มูวว์ นายยังไม่ยอมเชื่ออีกงั้นเรอะ ? ชั้นเป็นเทพเจ้าจริง ๆ น่ะ !! นายรู้หรือเปล่าว่าต้นพลังเวทมนต์ดำของนายมาจากที่ไหน ? ใช่ไหม ?”

 

พอเห็นเด็กน้อยตรงหน้าโมโหงอแงขึ้นมา ชั้นก็รู้สึกผ่อนคลายลงทันที

 

ถ้าจำไม่ผิด ลิลี่เคยบอกชั้นว่าเวทมนต์ดำของชั้น น่าจะเป็นการดึงมาจากพรของเทพเจ้าสีดำสินะ

 

แต่ว่าชั้นไม่เห็นจะรู้สึกอะไรแบบนั้นเลยสักนิด

 

มิอา “ช่วยไม่ได้แฮะ ก็นายมาจากอีกโลกนี่ คงไม่ได้เชื่อถือนเทพเจ้ามากเท่าไหรสินะ พวกนายเนี่ย”

 

โครโน่ “เธอรู้ด้วยงั้นหรือว่าชั้นมาจากโลกอื่น !?”

 

เธอรู้แม้แต่ชื่อจริงของชั้น แถมยังรู้ว่าชั้นมาจากโลกอื่นอีกด้วย

 

มิอา “ก็ตอนยุคที่ชั้นยังมีชีวิตอยู่ มีคนแบบนายจำนวนมากเลยละ เอาจริง ๆ ตอนนี้ยังมีมากกว่าเดิมเสียอีก”

 

โครโน่ “จริงดิ ?...”

 

เรื่องนี้ชั้นกลับรู้สึกรับได้ขึ้นมาแบบแปลก ๆ

 

มิอา “คงบอกรายละเอียดให้ไม่ได้หรอกนะ แม้แต่เทพเจ้าก็มีกฏของตัวเองอยู่เช่นกัน”

 

โครโน่ “กฏ ? หรือที่ไม่เคยปรากฏออกมาช่วยปกป้องพวกเราเลยสักครั้ง ก็เพราะกฏเหล่านั้น ?”

 

ถึงฟังดูเหมือนกล่าวโทษเธอ อีกทั้งใช่ว่าควรจะไปพึ่งพาตัวตนอย่างเธอตลอดเวลา แต่ชั้นก็อยากที่จะได้ยินคำตอบของคนที่เรียกตัวเองว่าเทพเจ้าด้วยหูของตัวเอง

 

ถ้าหากเธอคือเพทเจ้า อย่างน้อยลงมาช่วยสักคนจะไม่ได้เลยเชียวหรือไง ? ทำไมถึงไม่ลงมาหยุดพวกครูเสดเดอร์และอัครสาวกที่บุกเข้ามาทำร้ายคนของตัวเอง ? หรือแม้แต่ตอนที่ชั้นถูกจับไปทดลองอย่างไร้มนุษย์ธรรม ทำไมถึงไม่เคยลงมาช่วยเลยสักนิดกันละ ?

 

มิอา “เทพเจ้าไม่ได้มีิำนาจไปซะทุกอย่าง รู้แค่นี้ก็พอแล้ว”

 

มิอาจ้องมาทางชั้นด้วยดวงตาสีแดง

 

มิอา “ในโลกนี้ เทพเจ้าไม่ได้มีอำนาจทุกอย่าง หรือต่อให้มีอำนาจ ก็ใช่ว่าจะทำได้ทุกอย่างเช่นกัน พวกเรานั้นต่างอาศัยในมิติที่แตกต่าง ถ้าอิงตามภาษาของพวกนาย นั่นก็คือ [ดินแดนแห่งเทพเจ้า]”

 

ดังนั้นแล้ว มิอาที่ยืนอยู่ตรงนี้ ก็คือร่างชั่วคราวเท่านั้น

 

มิอา “พวกเรา [เทพเจ้าสีดำ] ไม่ได้ต่างอะไรไปจากผู้เฝ้ามองจากโลกที่ห่างไกล การแทรกแทรงในโลกนี้นั้น มีขีดจำกัด”

 

อย่างเช่น การขอพร การส่งคำพยากร การช่วยเรียกฝน การมอบพรให้กับการเกษตร ทำสิ่งที่พวกมนุษย์ร้องขอต่อเทพเจ้าของเขา

 

โครโน่ “เลยออกมาอยู่ในรูปแบบของ [พรคุ้มครอง] เท่านั้น ?”

 

มิอา “ถูกต้องแล้ว นั่นเป็นเหตุผล พวกเราไม่สามารถเข้ามาโดยตรงได้ทางโลกใบนี้ ไม่อาจเข้ามาปกป้องพวกนายได้ การคงอยู่ของเทพเจ้าบนโลกใบนี้ ไม่มีค่าอะไรไปกว่าเป็นแค่ [ระบบ] อย่างหนึ่งของโลกที่ใช้มอบพลังให้แก่ผู้คน คนที่ได้รับพลังก็จะมีพลังเพื่อให้ปกป้องตนเองได้ เทพเจ้าจะปกป้องให้กับเฉพาะคนที่ปกป้องตัวเองเท่านั้น”

 

เทพเจ้าจะมองพลังให้กับผู้คนบนโลกใบนี้ในขีดจำกัดหนึ่งที่ตนจะมอบให้ได้

 

ท้ายที่สุดท้ายแล้ว ต่อให้ดึงพลังบางส่วนจากเทพเจ้ามาได้ ก็ไม่มีเทพเจ้าองค์ไหนช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตแบบสุขสบายเช่นกัน

 

พวกเขาต้องเผชิญความจริง และใช้พลังของตัวเองฝ่าพันไปอยู่ดี

 

มิอา “ดังนั้นแล้ว ชั้นจึงไม่อาจปกป้องนายได้ แต่ชั้นสามารถมอบพลังให้กับนายได้”

 

โครโน่ “สรุปคือเธอจะมอบพรคุ้มครองให้กับชั้นใช่ไหม ?”

 

มิอาตอบรับชั้น คราวนี้เธอดูจริงจังกว่าที่เคย

 

โครโน่ “ชั้นไม่อยากเชื่อ ชั้นไม่เคยนับถือเทพเจ้าเลยสักองค์ ไม่แม้แต่ขอพรกับพวกเขาสักองค์ แล้วมามอบพรคุ้มครองให้กับชั้นง่าย ๆ แบบนี้มันจะไม่แย่หรือไง ?”

 

ถึงชั้นอยากจะได้พลัง แต่กับเทพเจ้าที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวแล้วบอกว่า “จะมอบพลังให้นะ” แบบนั้น มันก็เกินไปอยู่

 

พลังมันคงไม่ใช่อะไรที่ได้มาง่าย ๆ แบบนี้หรอก

 

ที่ชั้นตอนนี้มีพลังเหนือมนุษย์มาได้ นั่นก็เพราะได้ผ่านนรกของการทดลองมาแล้ว

 

จะให้ได้รับพลังเพิ่มมาอีกนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับมาง่าย ๆ แบบนี้

 

มิอา “ไม่ต้องกังวลมากขนาดนั้นหรอก ชั้นจะให้นาย [แสดงความศรัทธาในนามของตัวนายเอง] นับจากนี้เป็นต้นไป นั่นสินะ ใช้คำว่า [บททดสอบ] น่าจะเข้าใจง่ายกว่านะ”

 

โครโน่ “บททดสอบ ? ค่อยมีเหตุผลหน่อย เธอไม่ควรให้พลังกับชั้นง่าย ๆ นะ”

 

มันทำให้ชั้นรู้สึกเชื่อถือคำพูดของเธอได้มากขึ้น

 

เพื่อที่จะได้รับพรคุ้มครอง การแสดงความศรัทธาด้วยนามของตน จะยิ่งทำให้สามารถเข้าใกล้พลังของเทพเจ้าได้มากขึ้นไปอีก

 

มิอา “อย่างที่นายรู้ เพื่อที่จะได้รับพรคุ้มครอง คน คนนั้นจะต้องมีความศรัทธาในเทพเจ้าองค์นั้น เสียก่อน แต่ถ้าจะชั้นพูดตรง ๆ ละก็ มันไม่ได้ต่างอะไรไปจากการเลียแข้งเลียขาเลยสักนิด พูดอีกอย่างคือ ต่อให้เทพเจ้าองค์นั้นสนใจคน ๆ หนึ่งมากแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีอะไรให้เขาเชื่อมสัมพันธ์ได้ เทพเจ้าก็หมดหนทางที่จะมอบพลังให้เหมือนกัน ในทางกลับกัน ต่อให้แม้จะไม่อยากให้ แต่ถ้าเงื่อนไขครบถ้วน เหล่าเทพเจ้าก็ต้องจำในมอบให้อยู่ดี และไม่อาจยกเลิกพรที่มอบให้ไปแล้วได้ แม้ว่าจะเกลียดคน ๆ นั้นก็ตาม”

 

ถือว่าเป็นระบบที่เป็นธรรมใช้ได้ ที่ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเทพเจ้าไปซะทุกอย่างแบบนี้

 

มิอา “นายนะเป็นคนแรกเลยที่สามารถผ่านเงื่อนไขของชั้นมาได้ ดังนั้น ช่วยพยายามให้มากกว่านี้ด้วยนะ”

 

โครโน่ “เข้าใจแล้ว”

 

แต่ชั้นยังไม่คิดจะก้มกราบแล้วบอกว่า “โอ้~ขอบคุณพระเจ้ามากเลยครับ !” หรอกนะ

 

อีกอย่าง บางที มิอาคนนี้อาจจะเป็นพวกอวดอ้างตัวเองว่าเป็นเทพเจ้าก็ได้

 

มิอาไม่ได้มีหลักฐานใด ๆ มายืนยันเลยสักนิด ว่าเป็นเทพเจ้าจริง ๆ ตั้งแต่เริ่มการสนทนามา

 

มีเพียงแค่ระดับพลังเวทเหนือมนุษย์ทั่วไปเท่านั้น ที่เป็นของจริง

 

มิอา “หุ หุ หุ ไม่เป็นไร ต่อให้นายไม่เชื่อชั้น ก็ไม่เป็นไร การบอกให้ผู้คนมาศรัทธาตัวเอง มันก็แค่เทพเจ้าที่เย่อหยิ่งในตัวเองเท่านั้น ถ้าจะให้คนมานับถือ เทพเจ้าควรจะเป็นคนมอบให้ก่อนสิ จริงมั้ย ?”

 

ถูกอย่างที่เธอว่า

 

แม้แต่ที่โลกเดิมของชั้น คนก็มักจะบูชาเทพเจ้า หลังจากที่ได้เห็นปาฏิหาริย์หรือได้รับการช่วยเหลือก่อนทั้งนั้น

 

มิอา “นั่นคือเหตุผล ที่ชั้นจะมอบพรให้กับนาย เท่าที่อยู่ในขอบเขตสามารถทำให้ได้”

 

โครโน่ “อ่าว ไม่ใช่ว่าเธอจะทดสอบชั้นก่อนอย่างงั้นหรือไง ?”

 

มิอา “บททดสอบนั้น คือการมีพลังพอที่จะต่อกรกับพวกอัครสาวกของเทพเจ้าสีขาวได้ นายที่ต่อสู้และรอดกลับมาได้ ชั้นเลยจะมอบพลังให้นายยังไงละ”

 

เธอรู้แม้กระทั้งอัครสาวกและเทพเจ้าสีขาว หรือว่าเธอคนนี้จะเป็นเทพเจ้าจริง ๆ ?

 

มิอา “ด้วยความที่นายเป็นนักผจญภัย ให้ถือว่าเป็นค่ามัดจำละกัน ชั้นอยากให้ช่วยนายยอมรับมันเอาไว้ด้วย”

 

เธอยิ้มและเดินเข้ามาใกล้ตัวชั้น

 

ชั้นรู้สึกประหลาดและบรรยายไม่ถูกถึงสภาพตัวตนของเธอที่ชั้นรับรู้ได้ตอนนี้ อีกทั้งตัวของเธอก็ดูเหมือนไม่ได้มีความต้องการที่จะฆ่าชั้นด้วย

 

เธอมีพลังเวทและความสามารถสูงกว่าชั้น ต่อให้เธอไม่ใช่พระเจ้า แต่ถ้าเธอจะมอบพรคุ้มครองให้กับชั้น ชั้นก็ไม่เหตุผลที่จะปฏิเสธ ตอนนี้ชั้นควรที่จะเชื่อฟังเธอ

 

โครโน่ “ได้ ถ้าเธอจะมอบพรให้ ทำไมชั้นต้องปฏิเสธด้วยละ ?”

 

ชั้นไม่รู้ว่าพรคุ้มครองมันมีหน้าตาเป็นยังไง แต่ถ้าทำให้ชั้นได้รับพลังมา ชั้นก็คิดว่าไม่เลวเท่าไหรนักที่จะนับถือเด็กผู้หญิงน่ารักแบบนี้เป็นเพทเจ้าของตน

(tn : ไอหมี !)

 

มิอา “คุโรโนะ มาโอะ ชั้นจะบอกอีกเรื่อง การทดสอบอีกอย่างหนึ่งที่นายผ่านมาได้”

 

มิอาเงยหน้ามองชั้นที่ตัวสูงกว่าเธอ

 

พอถูกจ้องแบบนี้แล้ว มันก็รู้สึกน่าอายอยู่เหมือนกันแฮะ

 

โครโน่ “มันคืออะไร ?”

 

ชั้นพยายามสงบจิตใจตอบเธอกลับไป

 

มิอา “เพราะนายปรารถนาพลังเพื่อการปกป้อง มิใช่เพื่อการฆ่าล้างศัตรูจากหัวใจของตนเอง”

 

บางทีคงจะจริงอย่างที่เธอว่า แต่มันไม่ใช่หรอกนะ

 

ถูกที่ชั้นอยากได้พลังเพื่อปกป้องคนสำคัญ แต่เพื่อการปกป้อง ชั้นก็ต้องฆ่าศัตรู เป็นฆาตกรที่ไร้ซึ่งความถูกต้องอยู่ดี ยิ่งโดยเฉพาะกับพวกครูเสดเดอร์แล้ว ชั้นไม่ลังเลเลยที่จะไม่ยอมอ่อมมือให้กับพวกมัน

 

มิอา “แม้ว่านายจะถูกปฏิเสธจากทุกคน ผ่านความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะปกป้องผู้คน นั่นแหละ นายถึงผ่านการทดสอบของชั้นมาได้”

 

หยุดมองชั้นด้วยดวงตาใส ๆ คู่นั้นได้แล้ว ชั้นไม่ควรถูกชื่นชมแบบนั้น ชั้นปกป้องใครไม่ได้เลย ชั้นทำเพราะแค่ทิฐิตัวเองเท่านั้น ชั้นปกป้องใคร...ไม่ได้เลย

 

มิอา “ผิดแล้วละ ไม่ใช่ว่าพึ่งจะปกป้องชั้นเอาไว้ได้ไม่ใช่หรือไง ?”

 

โครโน่ “นั่นมัน…”

 

ก็แค่ละครลิงไม่ใช่หรือยังไง เป็นแค่ละครหลอก ๆ ของเธอไม่ใช่หรือ

 

มิอา “ขอโทษด้วยที่ต้องทดสอบแบบนั้น แต่ชั้นรู้นะว่านายเจออะไรมาบ้าง รู้สังยังไง ความเจ็บปวด ถูกคนที่ช่วยเอาไว้ปฏิเสธ พวกพ้องต่างตายไปหมด และตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียวไปแล้ว ชั้นรู้”

 

ถูกต้อง ชั้นได้ตัดสินใจที่จะสนใจแต่ตัวเองไปแล้ว

 

มิอา “แต่นายก็ยังเข้ามาปกป้องชั้น มาช่วยเด็กที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่ออย่างชั้น แล้วก็ช่วยได้ ดังนั้นแล้ว อย่าได้ลังเล ครั้งต่อไป นายจะปกป้องทุกคนได้เอง”

 

ชั้น…

 

โครโน่ “ขอบคุณครับ”

 

พูดได้เพียงแต่คำนี้เท่านั้น

 

ไม่ว่ามิอาจะเป็นเทพเจ้าหรือไม่ก็ตาม แต่เด็กคนนี้ก็ได้ช่วยปลุกจิตใจของชั้นที่จมลงไปแล้วขึ้นมาได้

 

มิอา “หุ หุ หุ ทั้งที่ชั้นควรจะเป็นคนขอบคุณนายมากกว่านะ”

 

เธอยิ้มหวานให้ ในสายตาของชั้น มิอานี่น่ารักจริง ๆ

 

มิอา “งั้น ชั้นจะเริ่มให้พรคุ้มครองละนะ”

 

“และตอนนี้ พลังของนายคงยังไม่เพิ่มขึ้นทันทีหรอกนะ” เธอพูดทิ้งท้ายเอาไว้แบบนี้

 

โครโน่ “แล้ว--หลังจากนี้ จะเกิดอะไรขึ้น ?”

 

มิอา “เกิดปาฏิหาริย์จากเทพเจ้ายังไงละ”

 

มิอาใช้นิ้วมือของเธอแตะที่เป้าตาข้างซ้ายที่มีผ้าปิดเอาไว้ตรงนั้น

 

มิอา “ดวงตาของนาย จะกลับมาอีกครั้ง”

 

โครโน่ “เธอทำแบบนั้นได้ !?!”

 

ก็แน่อยู่แล้วสิ เป็นเทพเจ้าซะอย่าง เธอตบหน้าอกตัวเองอย่างภาคภูมิใจ

 

มิอา “งั้นช่วยก้มลงมาหน่อยจะได้มั้ย ?”

 

โครโน่ “อ๊ะ...อืม”

 

ถึงจะสงสัยว่ามันจะถูกรักษากลับมาได้ยังไง แต่ชั้นก็ก้มคุกเขาให้กับเธอไปแล้ว

 

ตอนนี้ระดับความสูงของพวกเราเท่ากันอยู่ เธอช่างตัวเล็กจริง ๆ หรือว่าชั้นจะสูงขึ้นกว่า 183 cm. ไปแล้วกันแน่นะเนี่ย ?

 

ขณะที่มัวแต่คิดไร้สาระอยู่ อุ้งมือน้อย ๆ ของเธอก็ดึงผ้าปิดตาซ้ายออกไปแล้ว

 

มิอา “อย่าขยับ เข้าใจนะ ?”

 

โครโน่ “เออ---เดียว เดียวก่อนสิ นี่มันอะไรกัน !?”

 

คือแบบว่า มันมี [หนวด] งอกขึ้นมาจากพื้นอะนะ

 

แล้ว [หนวด] สีดำนั้นก็เข้ามามัดร่างของชั้นเอาไว้ คงจะทำเพื่อป้องกันไม่ให้ชั้นขยับตัวได้สินะ อืม…

 

ถึงจะไม่เจ็บปวด แต่ถ้าชั้นเป็นผู้หญิงละก็ มันคงจะเป็นอะไรที่สุดยอดแน่ ๆ

 

มิอา “ไม่เป็นไร เดียวก็เสร็จแล้ว”

 

เธอพูดแบบนั้น ก่อนที่จะเอามือของตัวเองไปจับที่ลูกตาซ้ายของตน แล้วหลังจากนั้น---

 

*แคว๊กก---*

 

ควักลูกตาของตัวเองออกมา

 

ที่มือของเธอ มีลูกตาสีแดงเข้มอยู่ดวงหนึ่ง

 

โครโน่ “เหวออ….”

 

ชั้นพูดอะไรไม่ออก เนื่องจากพึ่งเห็นเธอควักลูกตาของตัวเองออกมา

 

และที่แปลกยิ่งกว่าการกระทำเหนือความคาดหมายของเธอ ก็คือที่ลูกตาดวงนั้น ไม่ได้มีเลือดเปื้อนออกมาเลยแม้แต่หยดเดียว

 

มิอาทำเหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติของโลก เธอทำเพียงแค่หลับตาซ้ายลงเท่านั้น

 

มิอา “เอาละ หลังจากนี้เป็นต้นไป ลูกตาของชั้น จะเป็นผู้บอกทุกสิ่งให้กับนายเอง”

 

เฮ้ย ไม่สิ เดียวก่อน เธอคงไม่ได้จะเอาลูกตาดวงนั้นมา---

 

*ซวบบบบ----*

 

ลูกตาสีแดงเข้มของเธอ ถูกยัดเข้ามาที่เป้าตาซ้ายของชั้นทันทีโดยไม่มีการเตือนใด ๆ ล่วงหน้า

 

โครโน่ “เจี้ยกกก !”

 

ชั้นรู้สึกเจ็บปวด และขนลุกชันขึ้นมาในเวลาเดียวกัน

 

และความรู้สึกทั้งหมดนั้นก็จางหายไปในเวลาอันรวดเร็ว

 

แล้วพอดวงตาสีแดงเริ่มเข้ากันได้กับร่างกายของชั้น สติของชั้นก็เริ่มค่อย ๆ โบยบินหายไป

 

มิอา “ในเมื่อขอมา ชั้นก็จัดให้ --- หุ หุ หุ จงก้าวข้ามบททดสอบของชั้นมาซะ นายเป็นคนร้องขอพรคุ้มครองเองนะ”

 

เธอทิ้งคำพูดเอาไว้ก่อนที่สติของชั้นจะจมลงไปสู่ความมืดมิด




NEKOPOST.NET