[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 158 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.158 - ตอนที่ 158 พลังเพื่อการปกป้อง (1)


ในเขตเสื่อมโทรมนั้น ผู้คนต่างทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทองในการใช้ชีวิต เช่นนั้นแล้วจึงไม่แปลกที่จะเห็นอาชญากรรมได้ทุกหนแห่งในสถานที่แบบนั้น

 

ไม่เว้นแม้แต่ใหญ่อย่างสปาด้าเช่นกัน

 

อย่างเช่นในเวลานี้ ก็ยังมีตัวอย่างของเหยื่อผู้โชคร้ายให้เห็นตรงหน้าได้

 

… “กรี๊ดดด ! ช่วยด้วย !---”

 

เด็กสาวที่อายุยังไม่น่าจะเกิน 10 ขวบได้ เธอกรีดร้องออกไป จนกระทั้งเสียงนั้นได้ถูกทำให้หยุดลง

 

เบื้องหน้าของเธอ มีชายสามคนยืนอยู่ พวกเขาเป็นเผ่ามนุษย์ ซึ่งการที่มีเผ่ามนุษย์อาศัยอยู่ในสปาด้าแห่งนี้ มันก็หาใช่เรื่องแปลกไม่

 

พวกเขามีร่างกายที่ใหญ่โต แขนมีกล้ามเป็นมัด ๆ อีกทั้งยังมีรอยแผลเป็นน่ากลัวจำนวนมากปรากฏอยู่อีกด้วย

 

… “ฮือออ หยุด ได้โปรด หยุดเถอะนะ….”

 

ชายที่กำลังกระหายเลือดอยู่ตรงหน้าเธอนี้ ทำให้สาวน้อยยิ่งรู้สึกว่าชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ มีร่างกายที่ใหญ่โตกว่าตัวเธอเองเป็นอย่างมาก

 

นักเลง “หุบปาก ! ส่งเงินมาซะ แล้วทุกอย่างจะดีเอง”

 

นักเลง “ยัยเด็กโง่ ! รีบ ๆ ส่งเงินมาได้แล้ว”

 

แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมหยุดกระทำโง่ ๆ แม้ว่าเด็กสาวจะร้องขอ ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ไม่มีความรู้สึกผิดที่ได้ก่ออาชญากรรมเลยสักนิด

 

นักเลง “ก็บอกให้รีบส่งมาไง !”

 

… “อ้าา ไม่น้าา ---”

 

ชายคนหนึ่งได้คว้าเสื้อของเธอเอาไว้

 

เสื้อผ้าของเธอนั้นเป็นแค่ผ้าสกปรกขาด ๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วไปจากเด็กที่อาศัยอยู่ในย่านเสื่อมโทรมแบบนี้

 

อีกทั้งมันยังเป้นของด้อยคุณภาพ เพียงแค่เขาออกแรง มันก็ขาดออกเป็นชิ้น ๆ เสียแล้ว

 

ผิวขาว ๆ ของสาวน้อยเผยปรากฏออกมาให้พวกเขาเห็น

 

ต่อให้พวกเขาไม่ใช่พวกนิยมเด็กเล็ก แต่พอได้เห็นผิวขาวเนียนอันโอชะมาอยู่ตรงหน้า มีหรือที่หมาป่าอย่างพวกเขาจะทนกันได้

 

แม้ว่าเด็กหญิงคนนี้จะไว้ผมสั้นและยังดูทอมบอยไปบ้าง แต่เธอก็สวยงาม เธอมีดวงตาสีแดวและเส้นผมที่เงางามนั้น อีกทั้งใบหน้าก็ยังน่ารักมากด้วย

 

… “กรี๊ดดดด !”

 

ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง พวกชายฉกรรจ์ก็ได้ยื่นมือที่แฝงไปด้วยจิตอันละโมภ และประสงค์สิ่งที่มากกว่าเงินเข้าไปหาเธอ

 

โครโน่ “เฮ้ย หยุดเลยนะ”

 

ในตอนนั้นเอง ชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นมา

 

เขามีผมสีดำเหมือนกับเด็กผู้หญิงคนนี้ อีกทั้งยังมีดวงตาสีดำด้วยเช่นกัน

 

ด้วยเสียงที่ดังขึ้นมากะทันหัน พวกชายชฉกรรจ์ต่างได้หยุดมือของตัวเองลง

 

แต่ไม่ใช่ว่าพวกเขากำลังจะกลับตัวกลับใจเพราะการปรากฏตัวของชายคนนี้

 

พวกเขาต่างเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ สองคนยืนขวางชายที่ปรากฏตัวเอาไว้ กับอีกคนที่จับเด็กสาวเพื่อไม่ให้หนีรอดไปได้

 

นักเลง “มึงเป็นใครวะ ?”

 

ชายที่ปรากฏตัวนั้น มีร่างกายใหญ่โตพอ ๆ กับพวกเขา เขาใส่เสื้อเชิตสีขาว และกางเกงโทรม ๆ สีดำ เขาดูเหมือนพวกคนยากจนไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตเสื่อมโทรมนี้เลย

 

แต่ทว่ากล้ามเนื้อของเขากลับดูน่ากลัวกว่าของพวกเขา อีกทั้งยังไร้ซึ่งดวงตาซ้าย นั่นทำให้พวกเขารับรู้ว่าชายคนนี้ไม่ใช่พวกธรรมดาที่ต่อสู้ไม่เป็น

 

และสร้อยคอที่มีการ์ดเหล็กทอประกายอยู่นั้น ก็สามารถยืนยันสิ่งที่พวกเขาคาดการเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

 

มันคือกิลการ์ด ไม่มีทางเป็นสิ่งอื่นใดได้

 

นักเลง “ไม่เคยเห็นหน้าแกมาก่อนเลยวะ ถ้าเป็นพวกหน้าใหม่ละก็ พวกข้าจะใจบุญปล่อยไปก็ได้ ไอของแบบนี้นะ เกิดแม่งทุกวันนั่นแหละ ถ้าเป็นนักผจญภัยก็คงจะรู้ดีใช่ไหมว่าต้องหลีกเลี่ยงปัญหานะ”

 

ชายที่จับเด็กเอาไว้ได้พูดกับศัตรูตรงหน้า แม้จะรู้ว่าศัตรูเป็นถึงนักผจญภัย เขาก็ยังใจเย็นได้อยู่  

 

นั่นก็เพราะสร้อยคอโลหะของเขาบ่งบอกว่าเป็นพวกชั้นต่ำ เป็นเพียงนักผจญภัยแรงค์ 1 เท่านั้น

 

ถึงจะเห็นรูปร่างภายนอกเป็นแบบนี้ แต่เขาคิดว่าศัตรูคนนี้ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหรนัก

 

อีกอย่าง เขายังไม่เคยได้ยินข่าวลือที่เกี่ยวกับชายผมดำดวงตาสีดำที่มีผ้าคาดตาแบบนี้มากก่อนเลยด้วย

 

นั่นแปลว่า เขาเป็นแค่นักผจญภัยแรงค์หนึ่งธรรมดาทั่วไปเท่านั้น หรืออย่างมากก็คงแค่แรงค์ 2 ระดับปลายแถว

 

แถมดูแล้วเขาก็ไม่มีอาวุธอะไรซ่อนเอาไว้อีกด้วย

 

ด้วยจำนวนที่มากกว่าถึงสามคน พวกเขาเลยได้ข้อสรุปว่า ชายคนนี้ไม่ใช่ปัญหาใด ๆ

 

นักเลง “ไอหนูรีบ ๆ ไปซะสิ ชิว ๆ”

 

นักเลง “เอ้ ? หรือว่าแกมีธุระต่อกับยัยหนูนี่งั้นเรอะ ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า แกนี่เป้นเด็กหนุ่มที่ดีจริง ๆ นะ ก็ได้ ไว้หลังจากพวกข้าจัดการยัยนังหนูนี่เสร็จแล้ว ถ้าหากแกไม่รังเกียจของมือสอง ก็เชิญเอาไว้เล่นต่อได้เลย เฮี่ยฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

 

พวกเขาทั้งสามหัวเราะด้วยเสียงอันดัง

 

แต่ชายที่เป็นนักผจญภัยแรงค์คนนั้นก็ยังนิ่งเฉย เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

 

โครโน่ “บอกให้หยุดไง หรือว่าหูหนวกกันทั้งหมด ? แล้วก็ปล่อยเธอคนนั้นได้แล้ว”

 

ชายคนนั้นได้ทำลายอารมณ์ขันของพวกเขาจนสิ้น

 

นักเลง “เอ็งคิดจะสู้กับพวกข้าจริงดิ ? ไม่ฉลาดเลยนะแกเนี่ย”

 

พวกเขาคนหนึ่งกำหมัดแน่นพร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมา

 

นักเลง “แกน่าจะไปมองหาภารกิจทำดีกว่านะไอหนู”

 

อีกคนหนึ่งก็ปล่อยจิตสังหารออกมาเช่นกัน

 

ถ้าเป็นคนปกติทั่วไป คงจะหวาดกลัวหนีกันไปแล้ว แต่ทว่า

 

โครโน่ “ชั้นบอกว่าให้พวกแกปล่อยเด็กคนนั้นไปได้แล้ว ได้โปรดเถอะ ฟังไม่รู้เรื่องกันหรือไง ?”

 

เขาก็หาได้สนใจพวกเขาไม่ เขาหันไปคุยกับคนที่กำลังจับเด็กสาวเอาไว้อย่างสงบเรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

นักเลง “ฮึ โง่เง่า จะเล่นเป็นผู้กล้าหรือไงกัน ? เห้ย ฆ่าแม่งเลย”

 

ด้วยคำสั่งนั้น พวกเขาทั้งสองก็พุ่งเข้าโจมตีทันที

 

โครโน่ “ก็ได้---[กระสุนปีศาจ]”

 

ชายที่เป็นนักผจญภัยพึมพำออกมาเบา ๆ แล้วในตอนนั้น พวกเขาทั้งสองคนที่พุ่งเข้าไปโจมตีก็…

 

“อั๊กกกก!”

 

“อ๊ากกก !!”

 

สิ้นสติไปด้วยการโจมตีสีดำที่พุ่งออกมาจากมือของนักผจญภัยคนนั้น

 

พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าถูกอะไรโจมตีเข้าไป

 

พวกเขาทั้งสองปลิวขึ้นไปบนฟ้า และลงมากระแทกกับกำแพงหินที่อยู่ในซอยแคบ ๆ นี้จนแน่นนิ่งไปราวกับเป็นศพไปแล้ว

 

นักเลง “ไอเชี่ย ! แกทำอะไรลงไปวะ !?”

 

เนื่องจากความสนใจของเขาไปอยู่ที่ทั้งสองคนที่ได้สลบไปแล้ว เด็กสาวเลยสามารถหนีออกมาได้

 

ในขณะเดียวกัน นักผจญภัยคนนั้นก็ก้าวข้ามพวกเขาทั้งสองที่ไม่รู้ว่ายังเป็นหรือตายไปแล้วตรงนั้นเข้ามา

 

เขาที่เหลือเพียงคนเดียว ได้ชักมีดออกมาจากข้างหลังและเข้าโจมตีทันที

 

นักเลง “ตายยย !!”

 

แต่การโจมตีของเขานั้นก็ไม่ได้เล็งมาที่จุดตายของนักผจญภัย

 

เพราะเขาคิดว่าคงจะดีกว่าถ้าทิ้งระยะห่างเอาไว้ เขาคิดที่จะตอดทีละนิด และหลอกล่อให้นักผจญภัยคนนี้เหนื่อยไปเอง

 

หากเขาฆ่าคนไปละก็ มันจะเป็นปัญหาในภายหลังได้ ดังนั้นแล้วเขาจึงเล็งไปที่แขนของนักผจญภัยตรงหน้าแทนที่จะเป็นคอหรือหัวใจของเขา

 

นักเลง “ย้าก--”

 

มีดของเขากำลังพุ่งตรงไปยังแขนของนักผจญภัยแล้ว

 

หมัดของนักผจญภัยจะต้องถูกตัดเป็นชิ้น ๆ นั่นคือสิ่งที่เขาคิด

 

*เคร้งง*

 

แต่กลับกลายเป็นว่ามันถูกป้องกันเอาไว้ด้วยโล่สีดำที่อยู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นมา

 

มันเป็นแผ่นจัตุรัสสีดำขนาดประมาณ 20cm ได้

 

แล้วเขาก็รู้ในในทันทีว่า ชายตรงหน้าของเขานั้นใช่เวทมนต์สร้างสิ่งนั้นขึ้นมา

 

นักเลง “เวทมนต์ป้องกัน !?!”

 

ในตอนที่เขากำลังตกใจอยู่ หมัดหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ไปที่ใบหน้าของเขาแล้ว

 

นักเลง “เจี้ยกกกก ---”

 

พร้อมกับเสียงโอดครวนอย่างเจ็บปวด ชายคนนั้นก็ปลิวหายไปในตรอกซอยทันที

 

ร่างของเขาร่วงหล่น แล้วกลิ้งต่ออีกหลายตลบ เสียงอะไรบางอย่างที่หักได้ดังขึ้น แต่นักผจญภัยคนนี้ก็ไม่ได้สนใจเสียงที่ว่านั้น ไม่แม้แต่จะหันไปมองผลงานตัวเองด้วย

 

เขาหันมามองทางเด็กสาว ภายในดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนปรากฏอยู่

 

โครโน่ “บาดเจ็บหรือเปล่า ?”

 

… “ไม่ ไม่บาดเจ็บเลย”

 

เด็กสาวคนนั้นรีบตอบชายผู้ช่วยชีวิตกลับไปอย่างไม่ลังเล

 

เธอจ้องลงไปยังดวงตาสีดำของเขาด้วยดวงตาสีแดงที่กำลังลุกไหม้อยู่ของเธอ

 

… “ขอบคุณที่ช่วยเอาไว้นะ”

 

เป็นคำขอบคุณที่ออกมาจากหัวใจของเธอเองจริง ๆ

 

ในที่สุด นักผจญภัยคนนั้นก็สามารถเผยรอยยิ้มออกมาได้ เขายิ้มตอบเธอกลับไปว่า

 

โครโน่ “เธอก็เช่นกัน ขอบคุณมากนะ”




NEKOPOST.NET