NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.155 - ตอนที่ 155 ถูกปฏิเสธ (1)


โครสร้างของสปาด้านั้นมีปราสาทของราชวงศ์เป็นศูนย์กลางของการขยายเมืองเป็นวงกลม

 

ตามมุมของเมืองกำแพงรอบนอกมีปราการหอคอยตั้งตระหง่าระวังภัยเอาไว้อยู่

 

มันคล้ายกับเมืองหลวงของไดดารอส ไม่สิ ต้องบอกว่าเมืองหลวงไดดารอสต่างหากที่ลอกแบบผังเมืองของที่นี่มา

 

ไดดารอสนั้นถูกปกป้องจากกำแพงชั้นนอกกับกำแพงชั้นในที่อยู่รอบปราสาท แต่ของสปาด้านั้นมีกำแพงด้วยกันถึงสามชั้น

 

ข้างหลังกำแพงกำแพงที่สาม หรือชั้นนอกสุดนั้นเป็นที่อยู่ของชนชั้นล่างและประชาชนปกติ โรงเตี้ยมที่โครโน่พำนักอยู่ก็อยู่เขตนี้เช่นกัน

 

ข้างหลังกำแพงที่สอง ตัวเมืองที่อยู่ระหว่างกำแพงชั้นนอกกับชั้นในนั้น เป็นเขตของขุนนางและพ่อค้า กิลของนักผจญภัยเองก็ตั้งอยู่ภายในเขตชั้นกลางนี้ ส่วนนักผจญภัยที่อาศัยในเขตชั้นกลางนี้ ก็มีแต่พวกแรงค์ 4 ขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้กับโครโน่ที่พึ่งอยู่แรงค์ 5

 

ส่วนที่อยู่หลังกำแพงชั้นที่หนึ่ง หรือกำแพงชั้นในสุด จะเป็นส่วนของพระราชวังและเชื้อพระวงศ์อาศัยกัน และเป็นที่ตั้งของปราสาทแห่งสปาด้าด้วย

 

หากเป็นคนธรรมดาหรือคนนอกอย่างโครโน่ย่างกรายเข้าไป พวกเขาก็จะถูกขับไล่ออกมาทันที วิธีเดียวที่จะเข้าไปได้ ก็คือการสมัครเข้าร่วมเป็นหนึ่งในกองทัพของสปาด้า

 

แต่โครโน่ไม่ได้ต้องการที่จะเปลี่ยนอาชีพตอนนี้ ดังนั้นแล้วเขาจึงเดินไปมาได้แค่ระหว่างเขตชั้นกลางกับชั้นนอกเท่านั้น

 

และตอนนี้ ที่ ที่เขากำลังมุ่งหน้าไปก็คือพื้นที่ของผู้อพยบจากไดดารอส

 

ฟิโอน่า “เขตเสือมโทรมชัด ๆ เลยค่ะ”

 

ฟิโอน่าพูดอย่างที่คิดโดยไม่ระวังปากอีกแล้ว

 

โครโน่ “อย่าพูดอะไรแบบนั้นสิ คนอื่นอาจได้ยินก็ได้นะ”

 

ถึงโครโน่จะคัดค้านแบบนั้น แต่ในใจลึก ๆ ของเขาก็คิดเหมือนกับเธอเช่นกัน

 

แม้จะพยายามไม่คิดอะไรแบบนั้น แต่บ้านไม้โทรม ๆ กำแพงหินผุ ๆ พัง ๆ มันก็ยากที่จะบอกว่าเป็นที่พักอาศัยที่ดีได้

 

มันเหมือนกับเขตเสื่อมโทรมของประเทศ ริโอเดจาเนโร จากโลกเดิมของโครโน่เลยละ

 

ด้วยความที่เป็นซอยแคบ ๆ และมืดมิด มันเลยไม่แปลกที่จะเห็นชายร่างโตจับกลุ่มสูบยากันอย่างสุขอุราให้เห็นไปทั่วบริเวณนี้

 

ลิลี่ “แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้เสื่อมโทรมมากจนเกินไป ดูเหมือนทางสปาด้าจะให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานเอาไว้อยู่บ้าง”

 

อย่างน้อยลิลี่ก็พูดถูก พวกเขายอมให้มาอาศัยภายในเขตของกำแพงได้ก็ดีแล้ว เพราะข้างนอกเขตกำแพงนั้น เลวร้ายกว่านี้ซะอีก

 

โครโน่ “อือ เธอพูดถูก”

 

โครโน่นั้นยังมีอาชีพนักผจญภัยติดตัวอยู่ เขาเลยมีเงินและงานที่พอจะใช้ชีวิตในโรงเตี้ยมที่สะอาดกว่าได้

 

แต่กับพวกเขาที่เป็นแค่ชาวบ้านและชาวนาธรรมดานั้น การที่ต้องสูญเสียบ้านเกิดไป พวกเขาคงหมดหนทางที่จะใช้ชีวิตในสปาด้าแห่งนี้ บางที พวกเขาคงต้องไปทำงานเป็นนักผจญภัยเหมือนอย่างเขานี่แหละ

 

อย่างไรก็ตาม การที่เขามาตรวจสภาพของผู้อพยบแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเขามาเพื่อดูแลคนเหล่านี้หรอก แต่เป็นทิฐิของเขาล้วน ๆ ต่างหากที่นำเขามาที่แห่งนี้

 

ลิลี่ “นี่โครโน่ หลังจากพบกับพวกเขาแล้ว จะทำอะไรต่อไปงั้นหรือ ?”

 

ขณะที่เดินผ่านตามตรอกซอยที่วกวนไปมาราวกับทางเขาวงกตนี้ ลิลี่ก็ยิงคำถามออกมา

 

โครโน่ “ชั้น---”

 

ตอนที่รู้ว่ามีผู้รอดชีวิตมาบ้าง ตอนนั้นชั้นรู้สึกดีใจมาก

 

แต่ทว่า พอมาถึงเวลาที่จะต้องไปพบกับพวกเขาแล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่าจะพูดอะไรออกไป อีกอย่าง ทางฝ่ายนั้นจะยังอยู่ในสภาพที่พอจะมาทักทายกับด้วยหรือเปล่าอีกด้วย

 

ผู้รอดชีวิตมีแค่ 50 คนเท่านั้น คิดเป็นอัตรารอดชีวิตก็มีเพียง 0.5% เขารู้ว่าควรพูดอะไรยามที่ต้องไปอยู่ต่อหน้าพวกเขาเหล่านั้น

 

โครโน่ “---ไม่รู้สิ”

 

หรือจะให้พูดว่า ยินดีด้วยนะที่รอดมาได้

 

หรือไปขอโทษพวกเขาว่า ขอโทษด้วยครับ ที่ช่วยใครเอาไว้ไม่ได้เลย

 

หรือตอนนี้ควรคิดถึงการใช้ชีวิตต่อไปหลังจากนี้ของพวกเขากันดีนะ ?

 

โครโน่ “ถึงจะไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไป แต่ถ้ารู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ ชั้นก็อยากจะไปพบพวกเขาดู”

 

เขาไม่รู้จะพูดอะไร แต่ความรู้สึกของเขาที่อยากจะไปพบผู้รอดชีวิตนั้นเป็นของจริง

 

นั่นเลยเป็นเหตุผลที่เขารีบมุ่งหน้ามาที่แห่งนี้ทันที ที่ได้ทราบข่าวจากชิม่อน

 

ส่วนลิลี่นั้น เธอรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งที่ไม่ดีกำลังรอเขาอยู่ข้างหน้านี้ แต่เธอก็ไม่อาจจะหาคำพูดใด ๆ มาหยุดเขาตอนนี้ได้เช่นกัน

 

……………………………..

 

อาคารไม้สามชั้นได้ถูกสร้างต่อเป็นห้องแถวยาวอยู่ตรงหน้า

 

ที่แห่งนี้เองก็โทรมพอ ๆ กับตรอกซอยเมื่อกี้ นี่คงจะเป็นที่พำนักชั่วคราวที่พวกเขาสร้างเอาไว้ให้กับผู้อพยบสินะ

 

เด็กเล็กนั้นจะถูกส่งไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้ว แต่คนอื่นส่วนใหญ่ จะอาศัยอยู่ที่นี่กัน

 

ที่ลานข้างหน้าอาคารหลังนี้ มีกลุ่มคนกำลังยืนพูดคุยอะไรบางอย่างอยู่

 

ชายวัยกลางคน มนุษย์แมวร่างเล็ก ก๊อบลินที่สวมเผือกเอาไว้ที่แขน ลิซาร์ดแมนที่บาดเจ็บไปทั่วร่าง ผู้คนหลากเผ่าพันธ์กำลังชุมนุมอยู่ที่แห่งนี้

 

ใบหน้าที่คุ้นตาได้สะท้อนอยู่ภายในดวงตาของโครโน่ที่เหลือเพียงข้างเดียวนี้ แน่นอนแล้วว่าผู้อพยบจากไดดารอสมาอาศัยอยู่ที่นี่จริง ๆ

 

แต่ในดวงตาของพวกเขานั้น ดูไร้ชีวิตจนน่าใจหาย

 

และก่อนที่เขาจะได้ทันทักทายพวกเขา เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้น

 

… “ไอระยำนั่น !”

 

ด้วยเสียงนั้น เขารีบหันไปมองทันที ที่ตรงนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่

 

… “ไอระยำนั่น ! แกคือไอโครโน่ใช่มั้ย ! ไอนักผจญภัยระยำคนนั้น ! ทำไมมีแค่แกที่รอดชีวิตมาได้กัน ! แล้วยังจะกล้ามาโผล่หน้าให้พวกเราเห็นอีกนะ ไอระย่ำชาติชั่ว !!!”

 

คนที่ตะโกนก้องด้วยความโกรธแค้นคนนั้น โครโน่จำใบหน้าของเขาได้ เขาก็คือ...

 

โครโน่ “นคิมม์...”

 

ชายคนนี้คือลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านควอล และยังเป็นผู้นำของหองทหารยามประจำหมู่บ้านด้วย

 

เขาเป็นคนที่ปฏิเสธการมายังสปาด้าแห่งนี้ ดังนั้นแล้ว โครโน่เลยจำเขาได้

 

แม้ว่ายังผ่านไปได้ไม่ถึงเดือน แต่สภาพร่างกายของเขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากผ้าขี้ริ้วเลย

 

ด้วยสภาพเช่นนี้ เขาก็พอจะจินตนาได้แล้วละว่าเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง

 

นคิมม์ “ไอระยำ ! เพราะแกแท้ ๆ เพราะแกบอกให้พวกเรามาสปาด้า พวกเราเลยต้องมาเจออะไรแบบนี้ !!”

 

โครโน่ “ไม่นะ นั่นมัน---”

 

เขาที่พยายามจะแย้งด้วยเหตุผลของตน ก็ถูกนคิมม์ตะโกนใส่ต่อโดยไม่สนใจคำโต้แย้งของเขา

 

นคิมม์ “ไหนว่าจะปลอดภัยไง ! แกกล้าดียังไงมาหลอกพวกเราได้ ! ไม่มีใครบอกเลยสักคนว่าจะไปเจอ--ไปเจอยัยสัตว์ประหลาดแบบนั้น !”

 

โครโน่ “ชั้นไม่ได้หลอก ! ถ้าหากพวกเราไม่หนีไปละก็ พวกเราต้องตายอยู่ที่นั่นแน่นอน !”

 

สัตว์ประหลาดที่เขาพูดถึง คงจะเป็นอัครสาวกคนนั้น

 

เขาไม่รู้ว่าจะเจออะไรแบบนั้นมาตามไล่ฆ่า แม้แต่โครโน่เองก็ไม่รู้ว่าจะไปเจออัครสาวกดักรออยู่แบบนั้นเช่นกัน

 

อพยบไปสปาด้า ตัวเลือกนี้ โครโน่แน่ใจว่าตอนนั้นเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

 

แต่ผลลัพธ์นั้นกลับเลวร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ

 

นคิมม์ “หุบปากก ! แกนะแหละคือคนผิด ! ความผิดของแกคนเดียวเลย ! ไอระยำชาติชั่ว ไอเทพเจ้าแห่งความตาย ! เลวที่สุด ! แล้วดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกนักผจญภัยสิ ! ทำไมมีแต่แก มีแค่แก ! ไอเชี่ย ไอระยำ ! ...ฮึ ...ฮึ ฮึ ฮึ นั่นสินะ เข้าใจแล้ว ไอระยำอย่างแกคงหนีมาสินะ ไอคนอย่างแกคงทิ้งนักผจญภัยทุกคนแล้วหนีมาสินะ ! แกทอดทิ้งทุกคน ! ใช่แล้ว ! นั่นแหละ ทำไมถึงมีแต่ขยะอย่างแกที่รอดมาได้ !!”

 

โครโน่ “ไม่ใช่ ! ชั้นไม่ได้---”

 

คำพูดของโครโน่ไม่อาจเข้าหัวของพวกเขาได้อีกต่อไป

 

นคิมม์ในเวลานี้ไม่อาจควบคุมความโกรธของตัวเองได้ เขากำลังจะหยิบดาบที่เหน็บอยู่ตรงเอวขึ้นมา

 

ด้วยความโกรธ ทำให้ดาบที่ถืออยู่ในมือสั่นไหว

 

โครโน่ “เฮ้ย ใจเย็นก่อน---”

 

นคิมม์ “หุบปาก ! เป็นความผิดของแก… ทุกคนต้องตาย… แม้แต่คุณพ่อ… ลูกน้อง…. ทุกคน ทุกคนตายกันไปหมดแล้ว… ทั้งหมด ก็เป็นเพราะแกคนเดียว !!”

 

เขาเตรียมพร้อมที่จะบั่นคอชายตรงหน้าลงมาได้ทุกเมื่อแล้ว

 

แต่ก่อนที่ดาบของเขาจะถูกเหวี่ยงลงมา ก้อนหินก้อนหนึ่งก็ถูกเขวี้ยงเข้าใส่โครโน่ไปเสียก่อน

 

โครโน่ “!?”

 

ก้อนหินก้อนเล็ก ๆ นั้นได้กระแทกเข้าใส่โครโน่

 

ด้วยความสงสัย โครโน่เลยหันไปดูว่าใครกันที่เป็นคนขว้างเข้ามา

 

แล้วเขาก็พบว่าคนนั้นคือ…

 

… “ความผิดของแก !”

 

เด็กตัวเล็กคนหนึ่ง

 

อายุของเขาคงประมาณ 10 ขวบเท่านั้นเอง ผิวของเขามีสีดำจากการถูกแดดเผา เขาคงมีสีผิวแบบนั้นจากการช่วยงานพ่อแม่แน่นอน

 

เด็กแบบนี้ก็เห็นได้ทั่วไปทั้งที่หมู่บ้านอาลซัสกับอิรุส

 

ใบหน้าของเด็กที่ควรร่าเริง ในเวลานี้กลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

 

โครโน่ “ชั้น…”

 

หินอีกก้อนลอยมาอีกครั้ง

 

คราวนี้เป็นคนที่ดูเหมือนจะเป็นแม่ของเขา

 

… “เพราะแก ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นเพราะแกก !! เป็นความผิดของแกทั้งนั้น !!”

 

… “แกหลอกพวกเรา !”

 

… “เอาลูกของชั้นคืนมา !!!”

 

… “ตาย ไปตายเพื่อขอโทษพวกเขาทั้งหมดซะ !”

 

ก้อนหินจำนวนมากได้ถูกเขวี้ยงเข้าใส่โครโน่ พวกเขากระทำการโหดร้ายอย่างไม่ลังเลกันเลย

 

โครโน่ “อึ๊ก..หยุด..ได้โปรด ชั้น….”

 

ด้วยร่างกายที่ถูกดัดแปลงมาของโครโน่ ก้อนหินแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก แต่ทว่า..

 

ทุกห้อนที่กระทบกับร่างของเขา มันได้ทำร้ายหัวใจของเขาเป็นอย่างมาก

 

เป็นการโจมตีที่เลวร้าย ซึ่งไม่ว่าการป้องกันใด ๆ ก็มิอาจต้านทานได้

 

โครโน่ “หยุด…”

 

ผู้คนที่เสียสละชีวิตไปต่อหน้าโครโน่ ทุกชีวิตที่ตายจากไป ผลลัพธ์ทุกอย่าง โครโน่นั้นต้องรับเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว

 

ทั้งที่คนผิดนั้นคืออัครสาวกที่ 11 มิซาแท้ ๆ

 

แต่ความจริงนั้นไม่สำคัญสำหรับพวกเขาที่โกรธแค้นอยู่ พวกเขาไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะหยุดปาหินใส่โครโน่ในเวลานี้

 

สำหรับชาวบ้านแล้ว คำพูดของนคิมม์คือสิ่งที่ถูกต้อง และมีน้ำหนักมากกว่าลมปากของโครโน่

 

ท้ายที่สุดแล้ว โครโน่เลยกลายเป็นแพะรับบาปของความโกรธแค้นของพวกเขาที่ไม่อาจหาที่ลงได้

 

เขารู้ดีว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร โครโน่ในตอนนี้ เลยยอมรับก้อนหินทุกก้อนที่ขว้างปามาโดยไม่คิดจะปกป้องเอาไว้

 

แล้วในที่สุด คนที่เข้ามาหยุดสถานการณ์นี้เอาไว้ก็คือ

 

ลิลี่ “หยุด !---”

 

ลิลี่คนนั้น

 

ลิลี่ “---หรือไม่งั้นก็ตายซะ”

 

ในตอนนั้นได้มีแสงวิ่งผ่านสายตาของโครโน่ไป

 

เกิดเป็นแสงและเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วพื้นโดยรอบนี้

 

โครโน่ “เฮ้ย 1? ลิลี่ !?”

 

ลิลี่ “ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้ทำร้ายใคร”

 

ลิลี่ได้เข้ามายืนขวางโครโน่เอาไว้ เธอตอบเขากลับมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

 

ลำแสงนั้นเป็นเพียงแค่การเตือนพวกเขาเท่านั้น

 

เกิดความเงียบเข้าจู่โจม ตรงปลายดาบของนคิมม์มีลิลี่ในร่างหญิงสาวยืนอยู่

 

นคิมม์ “คุณลิลี่ งั้นหรือครับ………... ?”

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นร่างที่แท้จริงของลิลี่ แต่เขาก็รู้ได้ว่าเป็นเธอ เพราะลักษณะการพูดจาของเธอที่เป็นเอกลักษณ์นั้น

 

ด้วยความงดงามที่ทำให้เขาหลงเสน่ห์ ทำให้หัวใจของเขาสงบลง

 

ลิลี่ “ห้ามทำอะไรมากไปกว่านี้ พวกเราก็เช่นกัน จะไม่โผล่หน้ามาให้พวกแกเห็นอีกแล้ว ดังนั้น จงสบายใจซะ”

 

นคิมม์ “ตะ ตลอดไปเลยงั้นหรือครับ……”

 

ลิลี่ “หืม ?”

 

สำหรับนคิมม์แล้ว คำพูดของลิลี่ก็เปรียบได้ดั่งประกาศิตจากพระเจ้า

 

นคิมม์ “ช่วยไม่ได้ ทุกคนหยุด ! ก็บอกให้หยุดไงเล่าเฮ้ย !”

 

นคิมม์หันหลังไปออกคำสั่งกับทุกคนที่กำลังปาหินมาอยู่   

 

จะเป็นเพราะค่ำสั่งจากอดีตหัวหน้าทหารยาม หรือเป็นเพราะกลัวลิลี่ก็ไม่อาจทราบได้ พวกชาวบ้านต่างได้หยุดมือของตัวเองกันทันที

 

ทุกคนเริ่มแยกย้ายกันออกไป โดยทิ้งคำพูดต่อว่าโครโน่เอาไว้เบื้องหลังเท่านั้น

 

จนสุดท้ายก็เหลือเพียงแค่โครโน่ ลิลี่ กับฟิโอน่าสามคนเท่านั้นที่ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

 

ลิลี่กุมมือของโครโน่ที่แข็งเป็นหินไปแล้ว เพราะยังตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หาย ตอนนี้เธอทำได้แค่ส่งยิ้มอย่างอบอุ่นไปให้เขาเท่านั้น

 

ลิลี่ “กลับกันเถอะนะ โครโน่ ?”

 

โครโน่ “อืม เธอช่วยชั้นเอาไว้ได้พอดีเลยลิลี่ ขอบคุณมากนะ”

 

โครโน่ส่งยิ้มตอบกลับไปให้เธอ แต่แล้วเขาก็ปัดมือของลิลี่ทิ้งทันที

 

โครโน่ “ขอโทษด้วยนะ แต่พวกเธอช่วยปล่อยให้ชั้นอยู่คนเดียวก่อนจะได้มั้ย…”

 

คำพูดและการกระทำของเขา ทำให้ลิลี่ไม่อาจรับรู้อะไรได้อีก เธอรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวได้ถูกแช่แข็งหยุดนิ่งเอาไว้เสียแล้ว




NEKOPOST.NET