[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 153 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.153 - ตอนที่ 153 สันติสุขในเงามืด (1)


ในวันที่ 13 ของเดือนตะวันใหม่ ตอนนี้ก็ผ่านมาได้หนึ่งสปดาห์แล้วหลังจากเจอยัยอัครสาวกที่น่ารำคาญคนนั้น

 

ตอนนี้พวกฉันอยู่ในอนาเขตของสปาด้า และใช้เวลาอันแสนสงบอยู่ในร้านเหล้าของกิลแห่งนี้

 

มันใช้เวลาถึงสามวันในการข้ามภูเขากาลาฮอลมาที่สปาด้า และการรายงานผลภารกิจการต่อสู้ที่อาลซัส พวกเราก็พึ่งจะมารายงานที่กิลในวันนี้กัน เพราะใช้เวลาไปกับการพักผ่อนกันก่อน

 

แม้ว่าจะมีการถูกสอบสวนไปบ้าง แต่มันก็จบลงไปได้ซะที ตอนนี้ฉันอยากพักฟื้นพลังหลังจากที่ใช้พรคุ้มครองต่อเนื่องกันมายาวนานแบบนี้ซะที

 

รายงานภารกิจฉุกเฉินที่แจ้งให้กับทางกิลทราบตอนนั้นมีรายละเอียดว่า

 

มีนักผจญภัยรอดชีวิตเพียง 4 คนเท่านั้น อีกทั้งผู้อพยบที่ควรจะได้รับการปกป้อง ก็ยังมีอัตราผู้เสียชีวิตสูงจนน่าใจหาย ทำให้พวกเราถูกระบุว่าทำภารกิจล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า

 

แต่อย่างน้อยพวกเขาก็เข้าใจและพิจารณาในสิ่งที่พวกเราได้ทำกันมา เลยยังมีเงินตอนแทนกลับมาให้บ้าง

 

มันไม่ใช่ว่าพวกเราต่อสู้เพื่อเงินทองหรืออะไร แต่พอต้องมาคิดถึงสิ่งที่โครโน่ต้องเผชิญแล้ว แถมยังได้รับเงินรางวัลน้อยจนน่าใจหายอีกแบบนี้ ฉันก็เลยยังต้องฝืนใช้ควีนแบรี่ช่วยเขาเอาไว้อยู่ต่ออีกสักพัก

 

พวกเราแทบจะไม่ได้รับอะไรกลับมาเลย นอกจากมาถึงสปาด้าพร้อมกับโครโน่ และไอนักแปรธาตุหูแหลมคนนั้น

 

ให้ตายสิ ถ้าหมอนั่นตายไปก็ดีแล้วแท้ ๆ… เพราะนักผจญภัยแรงค์ 4 คนนั้นแท้ ๆ เอาเถอะ ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจหัวอกของผู้หญิงที่มีความรักอยู่หรอกนะ

 

ฉันเป็นลูกครึ่งแฟรี่ เลยรู้สึกอดไม่ได้ที่จะชื่นชม และอวยพรให้กับความรักอันบริสุทธิ์ของเธอคนนัน้มิได้

 

แต่เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ฉันยังคงรู้สึกไม่ดีกับชิม่อนอยู่

 

หมอนั่นอ่อนแอเกินกว่าจะเป็นผู้ชาย แถมยังทำให้ฉันรู้สึกหึงอีกด้วย ต่อให้ฉันทำเป็นไม่สนใจความรู้สึกนั้น แต่ก็มองหมอนั่นเป็นคนดีไม่ได้เช่นกัน

 

แต่เรื่องของหมอนั่นกับฉันนะเอาไว้ก่อน ตอนนี้ที่สำคัญคือสภาพจิตใจของโครโน่ต่างหาก

 

ไม่ว่าชาวบ้านจะตายไปเท่าไหร ฉันก็หาได้สนใจไม่ มันก็แค่ตัวเลขธรรมดาเท่านั้นแหละ

 

ส่วนกับพวกนักผจญภัยที่ต่อสู้กับพวกเรากันมา ฉันยังพอมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับพวกเขาบ้าง แถมบางคนก็ยังนิสัยดีด้วย แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ฉันก็ไม่ร้องไห้ให้กับความตายของพวกเขาหรอกนะ มันก็แค่ความรู้สึกเสียใจที่เสียตัวหมากไปเท่านั้นเอง

 

แต่กับคนที่มีหัวใจงดงามดุจเทพบุตรอย่างโครโน่แล้ว เขาไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับฉันคนนี้

 

ฉันรู้ตั้งแต่ที่เห็นเขาแสดงท่าทีหลังจากเหตุการณ์ของหมู่บ้านอิรุสแล้ว เขารู้สึกเสียใจให้กับการสูญเสียมากขนาดไหน แม้ว่านั่นจะไม่ได้เกิดจากตัวเขาก็ตาม

 

สองครั้ง เขาฝ่ายแพ้ถึงสองครั้ง อีกทั้งยังร้ายแรงระดับเดียวกับเหตุการณ์ครั้งหมู่บ้านอิรุสด้วย โครโน่ไม่อาจที่จะทนรับไหวแน่นอน

 

ถ้าเป็นแบบนี้เขาคงแย่แน่นอน หัวใจของโครโน่กำลังจะพังทลายลงมา ฉันต้องช่วยเยียวยาหัวใจของเขาให้ได้

 

ลิลี่ “...หุ หุ หุ”

 

ฟิโอน่า “โฮ่ คุณลิลี่ค่ะ กำลังคิดอะไรชั่วร้ายอยู่หรือคะ ?”

 

ฉันได้ยินเสียงของฟิโอน่าขัดขึ้นมาขณะที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

 

ลิลี่ “อย่าพูดอะไรแบบนั้นสิ”

 

ฟิโอน่า “ขอโทษค่ะ แต่ไม่ว่าจะมองยังไง นั่นก็เป็นรอยยิ้มของปีศาจร้ายชัด ๆ เลยค่ะ”

 

ฉันกำลังคิดว่าผู้หญิงคนนี้คงไม่รู้จักที่จะอุดปากเน่า ๆ ของตัวเองเอาไว้

 

แต่ถ้าฉันสนใจทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของแม่มดสมองกลวงคนนี้แล้วละก็ ฉันคงคุยกับเธอต่อไม่ได้หรอก อีกอย่างฉันก็ดันชินไปแล้วซะด้วย

 

ฟิโอน่า “คุณโครโน่ยังไม่มาเลยนะคะ”

 

คงจะรอนานไปกว่านี้ไม่ได้แล้วละ อาหารเช้าที่อยู่ตรงหน้าแม่มดจมตะกละคนนี้กำลังทรมานความหิวโหยของเธออยู่

 

แค่อดทนไม่กินของตรงหน้า เธอก็ดูต้องใช้ความพยายามอย่างมากแล้ว

 

ลิลี่ “โครโน่คงเหนื่อยมาก แต่พอเทียบโครโน่กับเธอแล้ว เธอดูสงบจิตสงบใจมากเลยนะ ฉันคิดว่าพวกมนุษย์จะมีความรู้สึกมากกว่านี้ซะอีก”

 

อย่างที่เธอกล่าว ฟิโอน่าดูไม่ค่อยเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับฉัน

 

ฉันเลยสงสัยเล็กน้อยว่าเธอเก็บซ่อนความรู้สึกอยู่ภายในใจหรือเปล่า

 

ฟิโอน่า “ไม่ใช่ว่าคุณลิลี่เข้าใจฉันได้จากการใช้เทเลพาธีแล้วหรือคะ”

 

ลิลี่ “ไม่กระดากปากหรือไงที่พูดแบบนั้น เธอมีพลังป้องกันอยู่ไม่ใช่หรือไง”

 

ความรู้สึกที่แท้จริงของฟิโอน่าถูกปกป้องเอาไว้ด้วยพลังของเธอ และฉันก็ไม่อาจจะผ่าการป้องกันนั้นลงไปได้

 

สิ่งที่ฉันอ่านจากเธอได้มีเพียงแค่ส่วนของความรู้สึกที่เธอไม่ได้ปกปิดเอาไว้เท่านั้น

 

ฟิโอน่า “สำหรับแม่มดแล้วเป็นเรื่องปกติค่ะที่จะสร้างกำแพงป้องกันจิตใจเอาไว้”

 

ลิลี่ “ต่อให้บอกมาแบบนี้ก็เถอะนะ…”

 

ฉันรู้สึกลังเลที่จะเจาะเข้าไปอ่านภายในจิตใจของเธอคนนี้

 

ฟิโอน่า “...ฉันเองก็ตกใจและเสียใจอยู่เหมือนกันค่ะ แต่พอมีคนที่ตกใจและเสียใจยิ่งกว่าอยู่ตรงหน้า มันก็ทำให้ฉันใจเย็นลงมาได้ค่ะ”

 

ลิลี่ “เข้าใจละ”

 

เธอไม่น่าจะโกหก เพราะคนปกติทั่วไปก็เป็นแบบนั้นกัน

 

อย่างเช่นถ้ามีคนหนึ่งโกรธมาก ๆ อยู่ แล้วเห็นเพื่อนตัวเองโกรธยิ่งกว่า เราก็จะสงบจิตใจลงได้ทันที

 

แต่นั่นน่าจะไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด

 

ฟิโอน่า “ฉันเป็นห่วงคุณโครโน่ค่ะ”

 

แต่ใบหน้าของเธอนี่นิ่งสนิทเลยนะคะ คุณฟิโอน่า ?

 

ลิลี่ “นั่นสิ ฉันเองก็เป็นห่วงเหมือนกัน เดียวต้องไปดูเขาหน่อยแล้วละ”

 

ตอนนี้ฉันยังไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงจริง ๆ แต่จากที่เห็น ฟิโอน่าก็ไม่ได้แสดงท่าทีเสียใจออกมาให้เห็นเลยสักนิด

 

ถ้าให้สรุปก็คือ เธอรู้สึกเสียใจแต่ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็นนั่นแหละ

 

คนปกติคงเป็นเหมือนกับโครโน่ แต่คลื่นหัวใจของฟิโอน่าที่ฉันจับได้ มันไม่ได้มีความผิดปกติใด ๆ แสดงให้เห็นเลย

 

ชิ พวกมนุษย์นี่ทำไมถึงต้องลังเลที่จะสละหมากสักตัวเพื่อปกป้องคนสำคัญกันด้วยนะ

 

ถึงความรู้สึกนั้นฉันจะเข้าใจได้ แต่ก็ไม่ค่อยรู้สึกเห็นด้วยกับความคิดของพวกมนุษย์เท่าไหรเลย

 

ฟิโอน่า “อ้า คุณโครโน่มาแล้ว”

 

เสียงของฟิโอน่าฟังดูมีความยินดีที่โครโน่มาได้ซะที ฉันสงสัยว่าเธอยินดีที่เห็นโครโน่ หรือยินดีที่จะได้กินข้าวกันแน่...ไม่สิ คงเรื่องของกินนี่แหละ

 

ฟิโอน่า “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณโครโน่”

 

โครโน่ “อืม อรุณสวัสดิ์ ขอโทษด้วยนะที่ทำให้ต้องรอ---”

 

โครโน่นั้นต่างจากฟิโอน่า เขายังดูเศร้าเหมือนเช่นเคย

 

ตั้งแต่เขาพ่ายแพ้มา เขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

 

ไม่ว่าจะผ้าคลุมที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเขาที่หายไป จนตอนนี้สวมใส่แต่เสื้อเชิ้ตสีขาวบาง ๆ กับกางเกงยีนสีดำโทรม ๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น แทบจะไม่แตกต่างจากชาวบ้านธรรมดาทั่วไปเลย

 

ถ้าไม่ใช่เพราะกล้ามเนื้อและการ์ดนักผจญภัยที่คล้องคออยู่ ก็คงไม่มีใครรู้ว่าเขามีอาชีพจริง ๆ เป็นอะไร

 

ส่วนที่เด่นจริง ๆ ก็คงเป็นดวงตาของเขาที่มีผ้าปิดตาเอาไว้อยู่ที่ฝั่งซ้าย

 

เพราะการโจมตีจากยัยอัครสาวกที่ 8 ไอซ์ โครโน่เลยสูญเสียดวงตาซ้ายไป ตอนนี้บาดแผลของเขาถูกรักษาไปแล้ว แต่มันไม่ได้นำดวงตาของเขากลับมาด้วย

 

ความจริงแล้วมันก็มีเวทรักษาขั้นสูงที่สามารถนำดวงตากลับมาได้อยู่ แต่ดูเหมือนโครโน่จะไม่ใส่ใจที่จะทำแบบนั้นเลย

 

พอเห็นโครโน่ต้องใช้ผ้าคาดตาสีขาวปิดเอาไว้แล้วแบบนี้ มันก็ทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของเขาที่มี มันทำให้หัวใจของฉันปวดร้าวตามไปด้วย

 

ฉันรู้สึกเสียใจที่ไม่อาจนำดวงตาของเขากลับมาได้ ยาแฟรี่ของฉันรักษาดวงตาไม่ได้…. ฉันรู้สึกว่าตัวเองช่างด้อยพลังยิ่งนัก

 

โครโน่ “เป็นอะไรหรือเปล่าลิลี่ เธอป่วยอย่างงั้นหรือ ?”

 

ลิลี่ “เปล่า ไม่ใช่หรอก ฉันสบายดี”

 

ฉันยิ้มตอบโครโน่ที่ส่งคำพูดห่วงใยมาให้ฉันคนนี้

 

ใช่แล้ว คนที่ไม่สบายที่สุดในที่นี้นะ คือตัวโครโน่เองนั่นแหละ

 

ทำไมนายถึงยังทำหน้านิ่งได้แบบนั้นกันละ ? ฉันรู้นะว่าหัวใจของโครโน่ยังทรมานอยู่นะ

 

แม้ว่านายจะทรมานอยู่ภายในใจแบบนี้ นายก็ยังห่วงใยฉัน ยังใจดีกับฉัน ฉันเลยทำได้แค่ยิ้มตอบรับเขาเท่านั้น

 

นายไม่เห็นต้องทำอะไรแบบนี้เลย จะขังตัวเองในห้องแล้วร้องไห้ทั้งวัน มาขอร้องฉันให้ช่วยปลอยโยนหัวใจอะไรแบบนั้นก็ได้

 

ฉันจะดูแลนายเอง ฉันจะช่วยปลอบโยนหัวใจของนายเอง

 

ดังนั้นได้โปรด ช่วยหยุดทำเป็นว่าหายดีแล้วแบบนั้นได้มั้ย นายนะ---แต่เพราะได้รู้ว่านายพยายามเพื่อฉันแบบนี้ ฉันก็รู้สึกมีความสุขและทรมานหัวใจในเวลาเดียวกัน มันก็รู้สึกดีไปอีกแบบอยู่แฮะ

 

นี่มันไม่ดีเลยนะ คนที่ควรได้รับการดูแลและเอาใจควรจะเป็นนายสิ แต่ถ้านายยังทำตัวแบบนี้อยู่ ก็มีแต่ฉันที่ถูกเอาใจนะสิ

 

ฉันจะไม่ยอมเป็นฝ่ายได้รับความอ่อนโยนจากโครโน่เพียงฝ่ายเดียวหรอก ฉันจะต้องช่วยเขา ยังไงซะฉันก็เป็นคู่หูเพียงคนเดียวของเขาอยู่แล้วด้วย




NEKOPOST.NET