[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 150 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.150 - ตอนที่ 150 ร่องรอยแห่งเงาสีขาว (蠢く白い影)


ณ สถานที่ซึ่งห่างออกไปจากเมืองหลวงของไดดารอสประมาณ 10 กิโลเมตร มีซากปรักหักพังมีเดียตั้งเอาไว้อยู่ มันเป็นดันเจี้ยนที่มีความยากระดับแรงค์ 4 ได้

ข้างใต้ของซากปรักหักพังมีเดียนี้มีพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ปรากฏ มันเป็นพื้นที่พึ่งจะถูกค้นพบเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง

 

แต่เพราะการบุกรุกของครูเสดเดอร์ เลยทำให้สถานซึ่งควรจะเต็มไปด้วยเหล่านักผจญภัย กลับถูกทิ้งร้างเอาไว้และหยุดภารกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้ลง

 

หลังจากผ่านการล่มสลายของเมืองหลวงไดดารอสมาได้ 1 เดือน สถานที่แห่งนี้ก็ยังคงว่างเปล่า เพราะพวกครูเสดเดอร์ไม่ยอมให้พวกปีศาจที่รอดชีวิตมีอิสระที่จะทำภารกิจใด ๆ ซึ่งนั่นรวมถึงพวกนักผจญภัยที่เป็นปีศาจด้วยเช่นกัน

 

ทว่าสถานที่ว่างเปล่าแห่งนี้ กลับมีคนจำนวนมากมารวมตัวอยู่ในวันนี้

 

มันมีจำนวนมากเกินกว่ายามปกติซะอีก

 

พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นมนุษย์ที่สวมชุดสีขาว และมีตราสัญลักษณ์กางเขนประดับอยู่บนเสื้อเหล่านั้น

 

ส่วนเหตุผลที่พวกเขามารวมกันในสถานที่แห่งนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องอื่นใด แต่เป็นเพราะพวกเขากำลังตามหาบางสิ่งที่อยู่ข้างใน

 

“อืมมม ขอโทษด้วยครับ เท่ารู้ก็แค่ว่ามันคือแท่นบูชาที่สวยงาม แต่กับเวทมนต์โบราณเช่นนี้ มันอยู่นอกเหนือจากขอบเขตความรู้ของตัวผมครับ”

 

ในตอนที่จูดาสหัวหน้าแห่ง กลุ่มสัตยาบันสีขาว ได้มาถึงแท่นบูชาแห่งนี้ คำตอบที่มีเสียงแหลมสูงปรีดก็ได้ดังก้องอยู่ภายในแก้วหูของเขา

 

จูดาสหันกลับไปมองเจ้าของเสียงที่น่ารำคาญคนนั้น

 

เกรโกลวุส “ยินดีต้อนรับ กระผม บิชอบ เกรโกลวุส เป็นผู้อยู่ใต้บัญชาของ พระคาร์ดินัลเมอร์เซนเดส ครับ อ้า ถึงพวกเราจะเป็นบิชอบเหมือนกัน แต่อย่าได้ถือตัวกันเลย มาพูดคุยกันอย่าปกติเถอะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ หุ หุ หุ ”

 

ชายน่ารำคาญคนนี้ส่วมใส่ชุดของบิชอบ เขาเป็นชายที่ดูน่าจะอยู่ช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนปลาย นอกจากดวงตาที่ดูคับแคบเจ้าเล่ห์แล้ว สิ่งอื่นที่ปรากฏบนร่างของเขาก็ดูไม่ค่อยแปลกไปจากคนอื่นเท่าใดนัก

 

เขายื่นมือออกมาหมายที่จะจับมือทักทายกัน ด้วยตาตี่บาง ๆ จนแทบจะเป็นเส้นของเขา ทำให้ดูเหมือนพวกจิ้งจอกที่ไม่น่าไว้ใจ แถมรอยยิ้มของเขาก็ดูน่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง

 

จูดาส “[พระศาสดา] เกรโกลวุส งั้นหรือ...มีธุระอะไรงั้นหรือครับ [คุณบิชอบ]”

 

แม้จะทำเป็นไม่สนใจไปก็ได้ แต่จูดาสก็เลือกที่จะตอบรับและจับมือของเขาตอบกลับไป

 

เกรโกลวุส “ไม่ ไม่ [พระศาสดา] ออกจะเป็นชื่อที่น่าอายไปหน่อยซะด้วยซ้ำ ถึงผมจะเป็นคนตั้งเองก็เถอะนะครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า !”

 

หลังจากที่ทั้งสองแลกกันจับมือแล้ว คำถามของจูดาสก็ถูกยิงออกไปอีกครั้ง

 

จูดาส “อย่างที่ได้ถามไป มีธุระอะไรที่นี่หรือเปล่าครับ ?”

 

เกรโกลวุส “อ้า ขอโทษด้วย บางคนก็บอกกระผมอยู่เหมือนกันว่าชอบพูดมาก ก็นะ กระผมมันพูดมากไปจริง ๆ นี่ งั้นรีบมาเข้าประเด็นหลักกันเถอะครับ”

 

จูดาส “...”

 

ดูเหมือนเกรโกลวุสจะไม่ได้โง่อย่างที่เห็น

 

เกรโกลวุส “ไม่มีอะไรหรอกน่า ก็แค่แนะนำตัวเฉย ๆ เอง กระผมแค่อยากทำความรู้จักกับ [ทุกคน] ที่อยู่ในกองทัพครูเสดเดอร์นะครับ ทั้งคนนู้น คนนี้ คนนั้น โดยเฉพาะกับท่าน ---อุบส์ กระผมหมายถึง ท่านดูลึกลับมาก กระผมไม่รู้ถึงประวัติบ้านเกิดหรือที่อยู่ของท่าน กระผมเลยอยากทำความรู้จักกับท่านให้มากขึ้นนะครับ”

 

จูดาส “ถ้างั้นก็บรรลุเป้าหมายแล้วสินะ”

 

เป็นความหมายโดยนัยว่าให้เขากลับไปได้แล้ว

 

แต่ไม่รู้ว่าเขาทราบถึงความหมายที่ซ่อนอยู่หรืออย่างไร เกรโกลวุสได้พูดถึงบางสิ่งที่น่าสนใจขึ้นมา

 

เกรโกลวุส “เอานะ เอานะ พึ่งจะแนะนำตัวกันเอง ทำไมไม่มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันหน่อยละครับ ? ถึงจะเห็นกระผมเป็นแบบนี้ ตัวกระผมเองก็มีข้อมูลเยอะอยู่นะครับ อ้า ถึงมันจะฟังดูเป็นการยกตัวเองมากไปก็ตามเถอะ ใช่ ใช่ ใช่แล้ว...”

 

จูดาส “ผมไม่สนใจหรอกครับ อีกอย่าง ผลงานวิจัยของตาแกคนนี้ก็คงไม่น่าสนใจสำหรับท่านด้วยเช่นกันครับ”

 

แม้ว่าตอนนี้จูดาสจะได้รับตำแหน่งเป็นถึงบิชอบแล้ว เขาก็ยังหมกมุ่นอยู่กับงานวิจัยของเขาอยู่ดี เขาเป็นคนที่เกิดมาเพื่อเป็นนักวิจัยอย่างแท้จริง

 

เขามุ่งแต่อยู่กับร่างทดลองของเขา ไม่สนถึงอำนาจ เงินทอง และทรัพย์สินใด ๆ เลยสักนิด

 

ดังนั้นแล้ว ข้อมูลที่จะได้รับจากจูดาสก็คงมีแต่เรื่องงานวิจัยที่แสนน่าเบื่อ ซึ่งไม่น่าจะสร้างเม็ดเงินใด ๆ ได้

 

การที่เขาได้รับต่ำแหน่งนี้มาได้นั้น เป็นเพียงเพราะแค่เขาสามารถสร้างอัครสาวกที่ 7 ลอร์ด ซาริเอลขึ้นมาได้เท่านั้น

 

เขาได้รับต่ำแหน่งและมีเสียงสนับสนุนถึงขนาดที่ว่า แม้ตัวจูดาสจะเก็บตัวเองอยู่แต่ในศูนย์วิจัย โปบก็ยังโปรดปรานเขามากอยู่ดี สถานะทางโบสของเขามีแต่จะเพิ่มพูนขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

 

แน่นอนว่าความลับเบื้องหลังที่มาความก้าวหน้าของเขา มีหรือจะรอดพ้นหูของเกรโกลวุสไปได้ เขาเลยพูดคุยกับจูดาสราวกับกำลังบังคับฝ่ายตรงข้ามแบบนี้

 

เกรโกลวุส “กระผมรู้นะว่าท่านกำลังแทรกแทรง [งาน] ของพวกกระผมอยู่ ---”

 

ภายในดวงตาที่เป็นเส้นบาง ๆ ของเขามีประกายแสงที่คมกริบส่องออกมาให้เห็น

 

เกรโกลวุส “--แล้วตอนนี้ทุกคนก็กำลังล่าปีศาจกันอยู่ ตอนนี้ท่านคงยังไม่อยากให้ทุกคนเกลียดท่านเพราะสิ่งที่ท่านได้ลงมือทำอยู่หรอกจริงมั้ยครับ ?”

 

จูดาสค่อย ๆ หันกลับมามองเขา

 

ถึงจะตัวเล็กกว่า แต่เขากลับเงยหน้ามองกลับไปด้วยสายตาของคนที่อยู่สูงกว่าแทน

 

ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนเป็นนักรบมานั้น ทำให้เขาดูแข็งแกร่งเกินกว่าจะเป็นตาแก่นักวิจัยธรรมดาคนหนึ่ง

 

แต่เกรโกลวุสก็หาได้กลัวแรงกดดันจากคนตรงหน้าที่อาจจะหยิบดาบขึ้นมาฟันคอเข้าทิ้งได้ทุกเมื่อเช่นกัน

 

จูดาส “ทำไมท่านถึงคิดว่าผม---ใช่สิ ท่านใช้การ [ทำนาย] ดูการกระทำของผมใช่หรือไม่ครับ?”

 

เกรโกลวุส “ก็ท่านไม่มีอะไรให้จับหางได้เลยนี่ ถึงจะใช้เวลาไปบ้างก็เถอะครับ ฮิ ฮิ ฮิ”

 

จูดาสได้ส่งกองทหารของตนเองเข้าไปปะปนกับทางกองทัพ พวกเขามีภาระกิจในการจับเป็นพวกปีศาจกลับมา ภายในกองทัพนั้นไม่มีใครรู้ถึงภารกิจนี้เลย นอกจากตัวของจูดาสกับพระสันตะปาปา สองคนนี้เท่านั้น

 

เกรโกลวุส “แล้วได้ปีศาจมาสะสมเอาไว้กี่ตัวแล้วละครับท่าน ?”

 

จูดาส “มีเกินพอสำหรับขั้นตอนแรกแล้ว การทดลองกำลังจะเริ่มต่อจากนี้แล้ว”

 

ในที่สุดจูดาสก็ยอมพูดออกไป เพราะไม่มีความจำเป็นต้องปิดอีกต่อไป

 

เกรโกลวุส “ทหารศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าสินะครับ ? ไม่สิ คงเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าสินะครับ ถ้าหากผลิตออกมาเป็นจำนวนมากได้เมื่อไหรแล้วละก็ ไม่ใช่ว่าพวกทหารทั้งหมดจะตกงานเอาได้หรือครับ ?”

 

จูดาสทำเป็นไม่สนใจคำยกยอเหล่านั้น เขาตอบกลับไปเบา ๆ ว่า “เป็นไปตามแผนการ”

 

เขาไม่ค่อยสนใจในตัวของชายที่กำลังทำเป็นดูถูกงานวิจัยของเขามากนัก

 

เกรโกลวุส “อ้า จริงด้วย กระผมได้ยินว่ามีหน่วยหนึ่งโดนทำลายทั้งหมดเลย เห็นว่าชื่อกลุ่มทหารรับจ้างคุบโรสอะไรนี่แหละครับ”

 

พอเขาพูดถึงชื่อนั้นขึ้นมา ภาพใบหน้าของชายคนหนึ่งก็ผุดเข้ามาภายในหัวของจูดาส คุบโรสนั้นไม่ได้กลับมาหลังจากออกไปทำภารกิจไล่จับพวกปีศาจ แต่สุดท้ายจูดาสก็คิดว่าไม่สนใจเรื่องนี้แล้วลบความทรงจำของชายคนนั้นทิ้งไปจากหัวเสีย

 

คนที่ตายไปแล้ว ย่อมใช้งานอะไรไม่ได้อีกต่อไป ก็แค่ต้องหาฟันเฟืองตัวใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทนเท่านั้นก็พอ

 

ปีศาจที่ถูกจับมาได้โดยกลุ่มของคุบโรสนั้นเท่ากับศูนย์ แถมร่างทดลองที่หนีรอดกลับมาไม่ถึงครึ่งก็ถูกจัดการเก็บไปหมดแล้วด้วย

 

แต่ต่อให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นมามากมายเพียงนี้ สุดท้ายแล้วเขาก้ยังได้ปีศาจจำนวนมากมาครองอยู่นมืออยู่ดีอย่างที่เขาได้พูดออกไปแต่ต้น

 

ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสนทนาไร้สาระกับชายที่ชื่อว่าเกรโกลวุสอีกต่อไป

 

จูดาส “ไม่ใช่ว่าท่านมีสั่งให้อัครสาวกเคลื่อนไหวด้วยไม่ใช่หรือไงครับ ? งานกวาดล้างปีศาจที่มีไม่ถึง 1 ล้านตัวมันไม่ใช่ธุระของอัครสาวกที่ต้องลงมาจัดการนะครับ”

 

เกรโกลวุส “ก็น้า แต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าไอพลัง [คาดการอนาคต] นี้มันดีจริง ๆ ที่ส่งสารมาได้เวลาดีแบบนี้ แต่ว่าตอนที่ท่านผู้นั้นกลับมานะครับ ท่านโกรธเป้นฟืนเป็นไฟเลย แถมยังเอาเงินทั้งหมดที่ผมมีอยู่ไปเป็นของตอบแทนอีก เงินโบนัสของผมเลยลดฮวบ ๆ ไปเลยละครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

 

ขณะที่เขาเกาผมสีบร์อนของเขา เขาก็กล้าที่จะพูดถึงอัครสาวกที่ 11 มิซาในลัการะเป็นเรื่องตลกขบขันได้อย่างหน้าตาเฉย

 

จูดาส “พวกท่านเหล่านั้นต่างได้รับพรคุ้มครองมากกว่าท่านอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะท่านเองก้ได้รับพร [แห่งการรับสารบันทึก] มา แล้วจะทำตัวตนเหนือพวกท่านเหล่านั้นแล้วควบคุมได้นะครับ”

 

เกรโกลวุส “....จริงอย่างที่ท่านได้กล่าวมา กระผมจะจำเอาไว้ครับ”

 

จูดาสรู้สึกได้ถึงสายตาที่คมกริบขึ้นมาของเกรโกลวุส

 

ไม่ว่าจะเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างระวังคำพูดคำจาซึ่งกันและกันหรือเปล่า แต่ทั้งคู่ก็รู้สึกไม่อยากจะสนทนาต่อแล้ว

 

เกรโกลวุส “อยากให้ท่านทราบเอาไว้ครับว่า ผมไม่ได้คิดที่จะขัดขวางงานวิจัยของท่านแน่นอน แต่หากท่านกำลังพยายามจะทำอะไรในดินแดน [ไดดารอสของพวกเรา] ได้โปรดรบกวนช่วยแจ้งเรื่องให้ถึงหูของพวกเราด้วยครับ ถึงพวกเราจะมีความสนใจไม่ตรงกัน แต่พวกเราต่างก็เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ดังนั้นแล้วพวกเรามาสานสัมพันธ์ร่วมมือกันไว้ตามประสงค์ของพระเจ้าจะดีกว่านะครับ”

 

จูดาส “.....ผมจะจำเอาไว้ครับ”

 

เกรโกลวุสกล่าวคำขอบคุณพร้อมกับโค้งกำนับให้กับเขา แต่สายตาของจูดาสก็มองไปทางอื่นแล้ว

 

สิ่งที่เขาจ้องมองคือแท่นพิธีกรรมโบราณที่อยู่ตรงหน้า

 

ไม่มีใครรู้ว่ามันทำงานด้วยระบบเวทมนตืแบบใด แม้แต่เกรโกลวุสเองก็ยังเอยปากว่าเป็นสิ่งที่เกินขอบเขตความรู้ในยุคปัจจุบันนี้เช่นกัน

 

ทว่ากับตัวของจูดาสเองนั้น เขารู้ดีว่าสิ่งนี้คืออะไร รู้แม้กระทั้งวิธีการใช้งานด้วย

 

เขาไม่ลังเลเลยที่จะตัดสินใจใช้งานสถานที่แห่งนี้ แม้จะรู้ว่ามันเป็นดันเจี้ยนแรงค์ 4 ก็ตาม

 

เกรโกลวุส “อ้า เกือบลืมไปเลย กระผมขอแสดงความยินดีกับท่านด้วยนะครับที่ได้เปิด [ศูนย์วิจัยที่ 4] แล้ว”

 

ที่พื้นที่แห่งใหม่ของซากปรักหักพังมีเดียแห่งนี้ไม่ได้ไร้นามอีกต่อไป

 

มันได้ถูกทำให้เป็นห้องวิจัยแห่งใหม่ เป็นสถานที่เพื่อการผลิตคนอย่างโครโน่ออกมาเป็นจำนวนมาก [โครงการทหารศักดิ์สิทธิ์] ได้เดินหน้าต่อ หรือในอีกความหมายหนึ่ง [ศูนย์วิจัยที่ 4] นั้นได้ถูกจัดตั้งขึ้นในทวีปแพนโดร่าแห่งนี้แล้ว




NEKOPOST.NET